法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการลงทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการลงทุน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบ

ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ออกข้อกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์

และวิธีการจัดการลงทุน ลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๑๙

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้

"บริษัทจัดการ" หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจ

การจัดการลงทุน

"บริษัทจำกัด" หมายความว่า บริษัทจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและ

พาณิชย์ หรือบริษัทมหาชนจำกัด ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด

"โครงการ" หมายความว่า โครงการจัดการลงทุนของบริษัทจัดการ

"ทรัพย์สินของโครงการ" หมายความว่า หลักทรัพย์และสินทรัพย์ใด ๆ ที่เกิดขึ้น

จากการดำเนินงานโครงการแต่ละโครงการ

"ผู้รับฝาก" หมายความว่า นิติบุคคลผู้รับฝากทรัพย์สินของโครงการ

"หน่วยลงทุน" หมายความว่า ส่วนของทรัพย์สินของโครงการที่แบ่งออกเป็น

หน่วย แต่ละหน่วยมีมูลค่าเท่ากัน

"หนังสือชี้ชวน" หมายความว่า หนังสือบอกกล่าวป่าวร้องหรือหนังสืออย่างอื่น

ในการชักชวนให้เข้าชื่อซื้อหน่วยลงทุนของโครงการใดโครงการหนึ่ง

"ตราสารแสดงสิทธิ" หมายความว่า ใบสำคัญสำหรับหน่วยลงทุนที่บริษัทจัด

การออกให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บริษัทจัดการจะเริ่มดำเนินงานโครงการใดได้ก็ต่อเมื่อโครงการนั้นได้รับ

อนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ในการขออนุมัติบริษัทจัดการต้องแสดงข้อความในเรื่องต่อ

ไปนี้

(๑) ชื่อและสถานที่ตั้งของบริษัทจัดการ

(๒) ชื่อและกำหนดอายุของโครงการ

(๓) จำนวนเงินทุนของโครงการ มูลค่าที่ตราไว้และจำนวนของหน่วยลงทุนวิธี

การจำหน่ายหน่วยลงทุน

(๔) นโยบายและวัตถุประสงค์ในการลงทุน ประเภทของหลักทรัพย์ที่มุ่งหมาย

จะลงทุน

(๕) สิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทจัดการและผู้รับฝาก

(๖) การออกตราสารแสดงสิทธิ ประเภทของตราสารแสดงสิทธิ และสิทธิในการ

แลกเปลี่ยนประเภทของตราสารแสดงสิทธิ ตลอดจนเงื่อนไขและวิธีการโอนหน่วยลงทุน

(๗) อัตราและวิธีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือเงินตอบแทนอื่นใด ซึ่งบริษัทจัด

การจะเรียกเก็บจากผู้ซื้อหน่วยลงทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุน

(๘) ประเภทของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน อัตราค่าธรรมเนียมและเงินตอบ

แทนอื่นใดซึ่งบริษัทจัดการและผู้รับฝากพึงได้รับจากทรัพย์สินของโครงการ

(๙) วิธีและกำหนดเวลาในการคำนวณมูลค่าของหน่วยลงทุนซึ่งคำนวณจาก

มูลค่าทรัพย์สินของโครงการ และการประกาศมูลค่าของหน่วยลงทุน

(๑๐) กำหนดเวลาและวิธีการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

(๑๑) สิทธิในการขายคืนหน่วยลงทุน สิทธิและประโยชน์อื่นของผู้ถือหน่วยลงทุน

(๑๒) การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการ และวิธีจัดการโครงการ

(๑๓) การเลิกโครงการในกรณีอื่นใด นอกจากเพราะเหตุครบกำหนดอายุของ

โครงการ

(๑๔) วิธีการชำระบัญชีเมื่อเลิกโครงการ

ข้อความที่ระบุในโครงการตามวรรคหนึ่งต้องไม่ขัดกับหลักเกณฑ์และวิธีการที่

กำหนดไว้ในประกาศนี้ และในการอนุมัติธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกำหนดเงื่อนไขตามที่เห็นสม

ควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการจัดการโครงการ บริษัทจัดการต้องดำเนินการตามที่ได้แสดงข้อ

ความไว้ต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามข้อ ๓

การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการหรือวิธีจัดการตามข้อ ๓ (๑๒) หากมิได้กระทำตาม

มติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของ

จำนวนหน่วยลงทุนทั้งสิ้นของโครงการนั้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย

ในกรณีที่การแก้ไขเพิ่มเติมโครงการหรือวิธีจัดการได้กระทำตามมติของผู้ถือ

หน่วยลงทุนให้บริษัทจัดการแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้มี

มติให้แก้ไขเพิ่มเติม

ให้บริษัทจัดการแจ้งการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการหรือวิธีจัดการไปยังผู้ถือหน่วยลง

ทุนและประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับความ

เห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือวันที่ได้มีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้บริษัทจัดการจัดให้มีหนังสือชี้ชวนเพื่อเผยแพร่ หนังสือชี้ชวนดังกล่าว

นี้อย่างน้อยจะต้องมีข้อความที่ระบุในข้อ ๓ ทุกรายการ และข้อความอื่นใดที่ธนาคารแห่งประเทศ

ไทยเห็นสมควรให้ระบุเพิ่มเติมกับต้องแสดงฐานะการเงิน ประวัติการดำเนินงาน และรายชื่อ

กรรมการของบริษัทจัดการ

หนังสือชี้ชวนตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศ

ไทยก่อนเผยแพร่

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้บริษัทจัดการออกตราสารแสดงสิทธิแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตราสารแสดง

สิทธิแต่ละฉบับต้องมีลายมือชื่อกรรมการผู้จัดการของบริษัทจัดการและประทับตราของบริษัทเป็น

สำคัญและต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑) คำบอกชื่อว่าเป็นตราสารแสดงสิทธิและชื่อของโครงการ

(๒) มูลค่าที่ตราไว้ของหน่วยลงทุน จำนวน และหมายเลขหน่วยลงทุน

(๓) ข้อความตามข้อ ๓ ในส่วนที่เป็นสาระสำคัญ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้บริษัทจัดการขายหน่วยลงทุนตามูลค่าที่ตราไว้ หรือตามมูลค่าซึ่ง

คำนวณโดยวิธีที่ระบุไว้ในโครงการ

ค่าหน่วยลงทุนต้องชำระด้วยตัวเงินเต็มราคาเท่านั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนจะหักหนี้

กับบริษัทจัดการไม่ได้

หากบริษัทจัดการไม่สามารถจำหน่ายหน่วยลงทุนให้แก่ประชาชนได้ถึงสองร้อย

ห้าสิบราย ภายในระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันที่เริ่มจำหน่ายหน่วยลงทุนให้บริษัทจัดการเลิกโครง

การนั้น และให้แจ้งการเลิกโครงการต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายในเวลาสิบห้าวันนับแต่ครบ

กำหนดระยะเวลาดังกล่าว เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะอนุญาตให้โครงการนั้นดำเนินต่อไป

ได้ ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขให้ต้องปฏิบัติไว้ด้วยก็ได้

ให้ถือว่าวันถัดจากวันครบกำหนดสิบห้าวันนับจากวันที่ในหนังสือซึ่งธนาคาร

แห่งประเทศไทยแจ้งให้ความเห็นชอบหนังสือชี้ชวนเป็นวันเริ่มจำหน่ายหน่วยลงทุน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการดำเนินกิจการจัดการลงทุน บริษัทจัดการต้องจัดให้มีผู้รับฝาก

เพื่อรับฝากทรัพย์สินของโครงการ

ผู้รับฝากต้องเป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นสถาบันการเงินและได้รับความเห็นชอบจาก

ธนาคารแห่งประเทศไทย

ให้บริษัทจัดการแยกทรัพย์สินของโครงการออกจากทรัพย์สินของบริษัทจัดการ และให้บริษัทจัดการฝากทรัพย์สินของโครงการไว้กับผู้รับฝาก

บรรดาทรัพย์สินของโครงการที่เป็นตราสารหรือหลักฐานแสดงสิทธิประเภทระบุ

ชื่อให้ลงชื่อบริษัทจัดการและชื่อโครงการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ห้ามมิให้บริษัทจัดการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทอื่นใดเพื่อเป็นทรัพย์

สินของโครงการ นอกจาก

(๑) หลักทรัพย์รัฐบาลไทย

(๒) หลักทรัพย์ซึ่งออกโดยรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะ

จัดตั้งขึ้น

(๓) หุ้นและหุ้นกู้ของบริษัทจำกัดซึ่งเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์

รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

(๔) หุ้นและหุ้นกู้ของบริษัทจำกัดซึ่งมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท

และได้ดำเนินกิจการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานอย่างน้อยสองปี ต่อเนื่องกันจนถึงสิ้นงวดการบัญชีครั้งหลังสุด

(๕) หุ้นกู้ที่ธนาคารพาณิชย์ค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย

(๖) เงินฝากในธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(๗) ตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้ออก

(๘) ตั๋วแลกเงินที่มีธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนรับรองหรืออาวัล

(๙) ตราสารอื่นซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ห้ามมิให้บริษัทจัดการมีไว้ซึ่งเงินฝากในธนาคารพาณิชย์หรือในธนาคาร

อื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุนเป็นผู้ออก ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐ

บาลที่ซื้อไว้โดยมีสัญญาขายคืน ตั๋วแลกเงินที่มีธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนรับรองหรืออาวัล

หรือสินทรัพย์อื่นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเป็นทรัพย์สินของโครงการใดคิดเป็นมูลค่า

รวมกันเกินร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินของโครงการนั้น เว้นแต่ในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วัน

เริ่มจำหน่ายหน่วยลงทุนหรือในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนสิ้นอายุโครงการหรือเมื่อได้รับอนุญาตจาก

ธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบเป็นอย่างอื่นห้ามมิ

ให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นและหรือหุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้

ออกเพื่อเป็นทรัพย์สินของโครงการใดในขณะใดขณะหนึ่งเกินอัตราส่วนดังนี้

(๑) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นและหรือหุ้นกู้ของบริษัทจำกัดหรือสถาบันใดเกิน

ร้อยละสิบห้าของจำนวนหุ้นและหรือหุ้นกู้ที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดหรือสถาบันนั้น แล้วแต่กรณี

(๒) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นและหรือหุ้นกู้ของบริษัทจำกัดหรือสถาบันใดมีมูลค่า

รวมกันเกินร้อยละสิบห้าของมูลค่าทรัพย์สินของโครงการ

(๓) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นและหรือหุ้นกู้ของบริษัทจำกัดหรือสถาบันซึ่งมีกิจ

การสำคัญเป็นกิจการประเภทเดียวกัน คิดเป็นมูลค่ารวมกันเกินร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าทรัพย์สิน

ของโครงการ

(๔) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเครดิตฟองซิเอร์ได้เป็นผู้ออกมี

มูลค่าเกินร้อยละห้าของมูลค่าทรัพย์สินของโครงการ

(๕) ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเครดิตฟองซิเอร์เป็นผู้ออก คิด

เป็นมูลค่ารวมกันเกินร้อยละสิบของมูลค่าทรัพย์สินของโครงการ

ในกรณีที่หลักทรัพย์ในขณะที่ลงทุนหรือในขณะที่ได้มาเป็นทรัพย์สินของโครง

การมีมูลค่าไม่เกินอัตราที่กำหนดในวรรคหนึ่งและต่อมามูลค่าของหลักทรัพย์เกินอัตราดังกล่าว โดยมิได้เกิดจากการลงทุนหรือได้หลักทรัพย์มาเพิ่มเติม บริษัทจัดการต้องรายงานรายละเอียดเป็น

หนังสือต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายในเวลาเจ็ดวัน และต้องดำเนินการให้มีหลักทรัพย์ไว้ตาม

อัตราที่กำหนดในวรรคหนึ่งภายในเวลาสามสิบวัน ทั้งนี้นับแต่วันที่มูลค่าของหลักทรัพย์เกินอัตราดัง

กล่าว

เมื่อดำเนินการให้มีหลักทรัพย์เป็นไปตามอัตราที่กำหนดแล้ว บริษัทจัดการต้อง

รายงานรายละเอียดเป็นหนังสือต่อธนาคารแห่งประเทศไทยภายในเวลาเจ็ดวันนับแต่วันที่ดำเนิน

การเรียบร้อยแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้บริษัทจัดการประกาศประเภทและมูลค่าของทรัพย์สินของโครงการ

พร้อมกับมูลค่าของหน่วยลงทุนตามวิธีและกำหนดเวลาในการคำนวณที่ระบุไว้ในโครงการ โดย

ประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ และปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงาน

ใหญ่และสำนักงานสาขาของบริษัทจัดการและผู้รับฝาก ทั้งนี้ ภายในสิบวันนับแต่วันครบกำหนด

ในการคำนวณทุกครั้งที่ระบุไว้ในโครงการ

ให้บริษัทจัดการจัดทำรายการละเอียดเกี่ยวกับรายชื่อหลักทรัพย์ จำนวนและมูล

ค่าของแต่ละหลักทรัพย์ที่ได้ลงทุนไว้เป็นทรัพย์สินของโครงการและมูลค่าของหน่วยลงทุนตามวิธี

และกำหนดเวลาในการคำนวณที่ระบุไว้ในโครงการไม่น้อยกว่าเดือนละครั้งและให้เปิดเผยต่อผู้ถือ

หน่วยลงทุนเมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนขอ

ให้บริษัทจัดการจัดให้ผู้รับฝากรับรองความถูกต้องของทรัพย์สินของโครงการที่

ฝากไว้กับผู้รับฝากก่อนออกประกาศตามวรรคหนึ่งและในการจัดทำรายการละเอียดตามวรรคสอง

ให้บริษัทจัดการจัดส่งประกาศตามวรรคหนึ่งและรายการละเอียดตามวรรคสอง

ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยภายในเจ็ดวันนับแต่วันประกาศหรือวันจัดทำรายการละเอียด แล้วแต่

กรณี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ห้ามมิให้บริษัทจัดการรับค่าธรรมเนียมหรือเงินตอบแทนอื่นใดจากผู้ซื้อ

หรือผู้ถือหน่วยลงทุนหรือจากทรัพย์สินของโครงการ นอกจากค่าธรรมเนียมหรือเงินตอบแทนตาม

อัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในโครงการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้บริษัทจัดการจัดสรรกำไรของแต่ละโครงการเข้าบัญชีสำรองกำไรของ

โครงการนั้น ๆ ก่อนจ่ายเงินปันผลตามอัตราส่วนต่อไปนี้

(๑) ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของกำไรส่วนทุนสุทธิ

กำไรส่วนทุนสุทธิ หมายความ กำไรส่วนทุนหักด้วยขาดทุนส่วนทุนที่เกิดจาก

การขายหลักทรัพย์ซึ่งเป็นทรัพย์สินของโครงการ ภายในงวดการบัญชีก่อนจ่ายเงินปันผล และ

(๒) ไม่น้อยกว่าร้อยละห้าของกำไรสุทธิ

เมื่อสำรองกำไรของโครงการใดมีจำนวนถึงร้อยละยี่สิบของมูลค่าทรัพย์สินของ

โครงการนั้น ณ สิ้นงวดการบัญชีก่อนจ่ายเงินปันผลแล้ว บริษัทจัดการไม่จำต้องจัดสรรกำไรตาม

(๒)

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ห้ามิให้บริษัทจัดการจ่ายเงินจากบัญชีสำรองกำไรของโครงการเพื่อวัตถุ

ประสงค์อื่นใด นอกจากเพื่อจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของโครงการนั้น หรือจ่ายตามมูลค่า

หน่วยลงทุนในกรณีบริษัทจัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของโครงการนั้น

การจ่ายเงินสำรองกำไรของโครงการเป็นเงินปันผลตามวรรคหนึ่ง บริษัทจัดการ

ต้องได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บริษัทจัดการจะจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้ต่อเมื่อการดำเนิน

งานตามโครงการมีกำไรสุทธิ หรือเมื่อได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้จ่ายเงิน

ปันผลจากบัญชีสำรองกำไรของโครงการ

ให้บริษัทจัดการประกาศอัตราเงินปันผลพร้อมด้วยบัญชีกำไรขาดทุนและงบดุล

ของโครงการไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาของบริษัทจัดการและผู้รับฝาก

และประกาศในหนังสือพิมพ์รายวันอย่างน้อยหนึ่งฉบับ

ให้บริษัทจัดการส่งประกาศตามวรรคสองไปให้ผู้ทรงตราสารแสดงสิทธิประเภท

ระบุชื่อตามตำบลที่อยู่ซึ่งได้ลงทะเบียนไว้ และส่งประกาศดังกล่าวไปให้ผู้ทรงตราสารแสดงสิทธิ

ประเภทออกให้แก่ผู้ถือด้วยถ้าได้รับการร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้บริษัทจัดการจัดให้มีผู้สอบบัญชีทรัพย์สินของโครงการ

ผู้สอบบัญชีตามวรรคหนึ่งต้องไม่เป็นกรรมการ พนักงาน หรือลูกจ้างของบริษัท

จัดการหรือของผู้รับฝาก และต้องเป็นผู้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ห้ามมิให้บริษัทจัดการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของโครงการที่

บริษัทจัดการเป็นผู้ดำเนินงานเพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเอง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากธนาคาร

แห่งประเทศไทย ในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อเลิกโครงการ ให้บริษัทจัดการจัดให้มีผู้ชำระบัญชี

ผู้ชำระบัญชีตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากจากธนาคารแห่ง

ประเทศไทย

ให้บริษัทจัดการยื่นรายงานการชำระบัญชีแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยทุกเดือน

จนกว่าการชำระบัญชีจะเสร็จสิ้น

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ บริษัทจัดการใดมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของโครงการใดคิด

เป็นมูลค่ารวมกันเกินอัตราตามข้อ ๑๐ อยู่แล้วโดยชอบก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้บริษัทจัด

การนั้นปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อ ๑๐ ภายในสามเดือนนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ และภายใน

ระยะเวลาดังกล่าว หากมูลค่ารวมกันลดลงไปเท่าใด ก็ให้คงมีสิทธิมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์เกินอัตราที่

กำหนดได้เท่าจำนวนที่เหลือนั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่บริษัทจัดการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของโครงการที่

บริษัทจัดการเป็นผู้ดำเนินงานเพื่อเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเองอยู่แล้วโโดยชอบก่อนวันที่ประกาศนี้

ใช้บังคับ ให้บริษัทจัดการนั้นปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อ ๑๘ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนี้ใช้

บังคับ และภายในระยะเวลาดังกล่าว หากหน่วยลงทุนลดลงไปเท่าใด ก็ให้คงมีสิทธิถือหน่วยลงทุน

ได้เท่าจำนวนที่เหลือนั้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันประกาศในราช

กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๒๕

นุกูล ประจวบเหมาะ

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

[รก.๒๕๒๕/๓๙/๒๒พ/๑๘ มีนาคม ๒๕๒๕]

ฐาปนี/แก้ไข

๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๕

A+B (C)

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการลงทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d4f30feb8a1459ea

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com