法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
82
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

พ.ศ. ๒๕๕๙[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“กกพ.” หมายความว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“สำนักงาน กกพ.” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน และหมายความรวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต

“ผู้กำกับดูแลการเงิน” หมายความว่า ผู้อำนวยการฝ่ายหรือผู้อำนวยการส่วน ที่กำกับดูแลและรับผิดชอบงานด้านงบประมาณ การเงิน การบัญชีของสำนักงาน กกพ. หรือพนักงานซึ่งได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายหรือผู้อำนวยการส่วน หรือตำแหน่งอื่นใดซึ่งปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกัน

“ผู้อำนวยการสำนักงานประจำเขต” หมายความว่า ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต หรือพนักงานซึ่งได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานประจำเขต

“พนักงานการเงิน” หมายความว่า พนักงานสำนักงาน กกพ. ที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งในหน่วยงานที่รับผิดชอบงานด้านงบประมาณ การเงิน การบัญชีของสำนักงาน กกพ. หรือพนักงานที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว

“ปีงบประมาณ” หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของปีหนึ่งถึงวันที่ ๓๐ กันยายนของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น

“งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามวัตถุประสงค์และระยะเวลาที่กำหนดจากเงินรายได้หรือทรัพย์สินของสำนักงาน กกพ.

“หลักฐานการจ่ายเงิน” หมายความว่า หลักฐานที่แสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ หรือผู้รับตามข้อผูกพันแล้ว

“เงินสดย่อย” หมายความว่า เงินสดที่มีไว้เพื่อสำรองจ่ายประจำวัน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติตามมติ กกพ.

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้ กกพ. เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

การรับเงินและการฝากเงิน

การรับเงิน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การรับเงินให้สำนักงาน กกพ. ออกใบเสร็จรับเงินตามแบบที่เลขาธิการกำหนดให้แก่ผู้ชำระเงินทุกครั้ง เว้นแต่การรับเงินจากกรมบัญชีกลาง เงินที่รับคืนภาษีจากกรมสรรพากร และดอกเบี้ยรับ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การใช้ใบเสร็จรับเงิน

(๑) ใบเสร็จรับเงินที่จัดพิมพ์ไว้เป็นเล่ม ใช้รับเงินของปีงบประมาณใด ให้ใช้รับเงินภายในปีงบประมาณนั้นเท่านั้น เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่ให้ใช้ใบเสร็จรับเงินเล่มใหม่ ทั้งนี้ ใบเสร็จรับเงินฉบับใดยังไม่ใช้ให้คงติดไว้กับเล่มและให้เจาะรูหรือประทับตราเลิกใช้ เพื่อมิให้นำมาใช้รับเงินอีกต่อไป

(๒) ใบเสร็จรับเงินที่ออกโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีเลขที่กำกับใบเสร็จรับเงินนั้นโดยเรียงลำดับการใช้ใบเสร็จรับเงินในแต่ละปี

ใบเสร็จรับเงินตามวรรคหนึ่งให้มีทะเบียนควบคุมที่สามารถตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การแก้ไขหรือยกเลิกใบเสร็จรับเงิน

(๑) ใบเสร็จรับเงินที่จัดพิมพ์ไว้เป็นเล่ม ห้ามขูด ขีด ลบ หรือแก้ไข เพิ่มเติมหมายเลขกำกับเล่มหมายเลขกำกับใบเสร็จรับเงิน จำนวนเงิน หรือผู้ชำระเงิน หากใบเสร็จรับเงินฉบับใดลงรายการผิดพลาดให้ขีดฆ่าข้อความและเขียนใหม่ หรือขีดฆ่ายกเลิกใช้ใบเสร็จรับเงินนั้นทั้งฉบับ แล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย

(๒) ใบเสร็จรับเงินที่ออกโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หากจำเป็นต้องยกเลิก ให้ทำการขีดฆ่ายกเลิกใช้ใบเสร็จรับเงินนั้นทั้งฉบับ แล้วให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย พร้อมทั้งบันทึกการยกเลิกใบเสร็จรับเงินนั้นในระบบ

การยกเลิกใช้ใบเสร็จรับเงิน ให้นำใบเสร็จรับเงินฉบับที่ยกเลิกและได้ขีดฆ่าแล้ว ติดไว้กับสำเนาใบเสร็จรับเงินในเล่ม หรือในชุดสำเนาใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ผู้กำกับดูแลการเงิน มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำทะเบียนควบคุมการใช้ใบเสร็จรับเงินที่จัดพิมพ์เป็นเล่ม เพื่อให้ทราบและตรวจสอบได้ว่าได้จัดพิมพ์ขึ้นจำนวนเท่าใด มีการจ่ายใบเสร็จรับเงินเล่มใด ให้เจ้าหน้าที่ผู้ใด เมื่อวัน เดือน ปีใดและคงเหลือจำนวนเท่าใด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเบิกใบเสร็จรับเงินไปใช้ในการจัดเก็บเงิน ให้จัดทำใบเบิกเป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การรายงานการใช้ใบเสร็จรับเงิน ให้พนักงานการเงินรายงานการใช้ใบเสร็จรับเงินต่อผู้กำกับดูแลการเงินภายในสามสิบวัน นับจากวันสิ้นปีงบประมาณ โดยให้มีรายละเอียดของการใช้ใบเสร็จรับเงินที่อยู่ในความรับผิดชอบ ได้แก่ ลำดับเลขที่ เล่มที่ใด ถึงเลขที่ เล่มที่ใด และจำนวนการใช้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อสิ้นเวลารับเงิน ให้พนักงานการเงินจัดเก็บหรือรับชำระเงิน ส่งเงินที่ได้รับไว้ในวันนั้นพร้อมใบสรุปการรับเงินและเอกสารหลักฐานการรับเงินเพื่อตรวจสอบความถูกต้องต่อผู้กำกับดูแลการเงินหรือพนักงานที่ได้รับมอบหมาย เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของสำนักงาน กกพ. ภายในวันนั้น หรือเก็บรักษาไว้ที่ตู้นิรภัยของสำนักงาน กกพ. เพื่อนำเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของสำนักงาน กกพ. ในวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้มีการบันทึกบัญชีสำหรับเงินที่ได้รับภายในวันที่ที่ได้รับเงินนั้น โดยแสดงให้เห็นถึงเลขที่เอกสาร รายการรับเงิน และจำนวนเงินที่รับ ในกรณีที่มีการรับเงินภายหลังกำหนดเวลาปิดบัญชีสำหรับวันนั้นแล้ว ให้บันทึกการรับเงินนั้นในวันทำการถัดไป

การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้สำนักงาน กกพ. เปิดบัญชีเงินฝากประเภทรายได้ของสำนักงาน กกพ. ไว้กับธนาคารของรัฐ หรือธนาคารพาณิชย์ที่มีความมั่นคงในนามสำนักงาน กกพ. โดยแยกเป็นบัญชีเงินฝากตามประเภทของเงินที่ได้รับ

การเปิดบัญชีเงินฝากประเภทรายได้ของสำนักงาน กกพ. ตามวรรคหนึ่งให้เลขาธิการเป็นผู้อนุมัติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้สำนักงาน กกพ. เปิดบัญชีเงินฝากประเภทรายจ่ายของสำนักงาน กกพ. ไว้กับธนาคารของรัฐ หรือธนาคารพาณิชย์ที่มีความมั่นคงในนามสำนักงาน กกพ.

การเปิดบัญชีเงินฝากประเภทรายจ่ายของสำนักงาน กกพ. ตามวรรคหนึ่งให้เลขาธิการเป็นผู้อนุมัติ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เงินที่สำนักงาน กกพ. ได้รับ ยกเว้นเงินสดย่อย ให้นำฝากธนาคารทั้งจำนวน อย่างช้าภายในวันทำการถัดไปนับจากวันที่ที่ได้รับเงิน ห้ามหักไว้หรือนำไปจ่ายเพื่อการใดทั้งสิ้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เงินงบประมาณทั่วไปที่รัฐบาลจัดสรรให้ ให้สำนักงาน กกพ. เบิกจากกรมบัญชีกลางทั้งจำนวนหรือเป็นงวด และนำฝากธนาคารตามบัญชีในข้อ ๑๕

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การรับเงินและการส่งเงินระหว่างสำนักงาน กกพ. ส่วนกลางกับสำนักงาน กกพ. ประจำเขต ให้ใช้วิธีการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ สมุดคู่ฝากธนาคารและสมุดเช็คให้เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย

การจ่ายเงิน

การเบิกจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การจ่ายเงินของสำนักงาน กกพ. ให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงาน และแผนการใช้งบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน กกพ.

ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติเบิกจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เงินที่เบิกจากบัญชีของสำนักงาน กกพ. เพื่อการใด ให้นำไปจ่ายได้เฉพาะเพื่อการนั้นเท่านั้นจะนำไปจ่ายเพื่อการอื่นไม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การจ่ายเงินให้จ่ายได้เฉพาะตามหลักเกณฑ์ที่สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายระเบียบข้อบังคับหรือมติ กกพ. เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การเบิกเงินจากบัญชีเงินฝากของสำนักงาน กกพ. ที่จ่ายเป็นเช็ค การสั่งจ่ายเงินตามเช็คให้ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันอย่างน้อยสองคน

ให้เลขาธิการแต่งตั้งผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินตามเช็ค

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินให้ทำได้เมื่อผู้มีอำนาจลงลายมือชื่ออนุมัติให้เบิกจ่ายแล้วเท่านั้น ยกเว้นการเบิกค่าใช้จ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างให้เบิกจ่ายตามสิทธิ โดยไม่ต้องขออนุมัติเบิกจ่าย และให้สั่งจ่ายเงินเมื่อใกล้ถึงกำหนดจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การจ่ายเงินให้จ่ายเป็นเงินสด เช็ค หรือจ่ายโดยวิธีการโอนเงินผ่านธนาคารหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือจ่ายโดยผ่านบัตรเครดิต หรือวิธีการอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ทั้งนี้ การจ่ายโดยผ่านบัตรเครดิตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ ให้ออกเช็คในนามของเจ้าหนี้หรือผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สินและค่าจ้างทำของ และขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออกและขีดคร่อมด้วย

(๒) การสั่งจ่ายเงินเพื่อขอรับเงินสดมาจ่าย ให้ออกเช็คในนามเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกพ. และขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก ทั้งนี้ ห้ามออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การใช้เช็คให้เรียงตามลำดับเลขที่ในสมุดเช็ค เช็คฉบับใดเขียนผิดต้องการยกเลิกให้ขีดฆ่าแล้วเขียนคำว่ายกเลิก หรือประทับตรายกเลิกในตัวเช็ค แล้วนำเช็คฉบับที่ยกเลิกมาติดไว้กับต้นขั้วเช็คเพื่อเป็นหลักฐานว่าได้ยกเลิกเช็คฉบับนั้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้ทำทะเบียนคุมเช็คตามแบบที่เลขาธิการกำหนด เพื่อควบคุมการจ่ายเช็คทุกฉบับ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินทุกรายการ จะต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินและจะต้องมีการบันทึกรายการจ่ายเงินในบัญชีภายในวันที่จ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การจ่ายเงินทุกกรณี ถ้าผู้จ่ายมีหน้าที่ต้องหักภาษีใด ๆ ไว้ ณ ที่จ่าย ให้ทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ และดำเนินการนำส่งกรมสรรพากรตามเวลาที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ หลักฐานการจ่ายเงินทุกฉบับ ให้พนักงานการเงินผู้จ่ายเงินประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” และลงลายมือชื่อรับรองการจ่ายเงิน โดยให้มีชื่อตัวบรรจง พร้อมทั้งลงวัน เดือน ปี ที่จ่ายเงินกำกับไว้เพื่อป้องกันการเบิกซ้ำและเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การจ่ายเงินให้บุคคลใดในสำนักงาน กกพ. ถ้าบุคคลนั้นไม่สามารถมารับเงินได้ด้วยตนเองจะต้องมีใบมอบฉันทะการรับเงิน

แบบใบมอบฉันทะให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

การจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกรวมทั้งการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สินและค่าจ้างทำของหากเจ้าหนี้หรือผู้รับโอนสิทธิไม่สามารถมารับเงินได้ด้วยตนเอง จะทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับเงินแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เงินรายรับของสำนักงาน กกพ. ยกเว้นเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้ เมื่อหักรายจ่ายสำหรับการดำเนินงานของสำนักงาน กกพ. และค่าภาระต่าง ๆ ที่เหมาะสม เมื่อหมดความจำเป็นแล้วเหลือเท่าใดให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

ในกรณีที่มีหนี้ผูกพัน ซึ่งได้รับอนุมัติจากเลขาธิการแล้วให้กันเงินไว้ได้ และสำหรับกรณีไม่มีหนี้ผูกพันแต่มีความจำเป็นจะต้องเก็บเงินไว้จ่ายหลังสิ้นปีงบประมาณ ให้เลขาธิการจัดทำแผนรายจ่ายที่เบิกจ่ายข้ามปีเสนอ กกพ. เพื่ออนุมัติ อย่างช้าก่อนวันทำการสุดท้ายของปีงบประมาณ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใด ให้เบิกจากเงินงบประมาณรายจ่ายปีนั้นไปจ่าย หากมีความจำเป็นไม่สามารถเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณรายจ่ายของปีนั้นได้ ให้ขออนุมัติจากเลขาธิการเบิกจากเงินงบประมาณรายจ่ายปีถัดไปได้ ยกเว้น ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา ค่าสวัสดิการประเภทค่ารักษาพยาบาล ค่าเช่าที่พักอาศัยและค่าเล่าเรียนบุตร ให้นำมาเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับแจ้งให้ชำระหนี้ได้โดยไม่ต้องขออนุมัติเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน และบำเหน็จ ให้แก่ประธานกรรมการ กรรมการ เลขาธิการ พนักงานและลูกจ้าง ให้จ่ายผ่านธนาคารของรัฐ หรือธนาคารพาณิชย์ซึ่งเลขาธิการเป็นผู้อนุมัติไว้

ในการจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งใบรายการแสดงเงินเดือน เงินเพิ่ม (ถ้ามี) เงินประจำตำแหน่งพร้อมทั้งการหักเงินรายการต่าง ๆ ให้แก่กรรมการ เลขาธิการ พนักงานและลูกจ้างแต่ละรายทุกเดือน

หลักฐานการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ หลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงิน

(๑) หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินออกให้ อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

(ก) ชื่อ สถานที่อยู่ หรือที่ทำการของผู้รับเงิน

(ข) วัน เดือน ปี ที่รับเงิน

(ค) รายการแสดงการรับเงินระบุประเภทสินค้าหรือบริการ

(ง) จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษร

(จ) ลายมือชื่อผู้รับเงิน

กรณีหลักฐานการจ่ายเงินขาดองค์ประกอบตามข้อ (จ) ให้ผู้จ่ายเงินยืนยันพร้อมลงนามรับรองการจ่ายเงินนั้น ทั้งนี้ สำหรับการเบิกจ่ายวงเงินไม่เกินสองพันบาท

(๒) หลักฐานการจ่ายเงินกรณีซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้ใช้ใบรับเงินที่แสดงรายละเอียดการเดินทาง โดยอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

(ก) ระบุชื่อสายการบิน

(ข) วันที่ออกบัตรโดยสาร

(ค) ชื่อ/สกุล ของผู้เดินทาง

(ง) ต้นทาง – ปลายทาง

(จ) เลขที่เที่ยวบิน

(ฉ) วันเวลาที่เดินทาง

(ช) จำนวนเงินค่าโดยสาร

(ซ) ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ และจำนวนเงินรวม

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ กรณีผู้รับเงินไม่มีใบเสร็จรับเงินออกให้ ให้ใช้ใบสำคัญรับเงินตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในกรณีที่หลักฐานการจ่ายเงินเป็นภาษาต่างประเทศยกเว้นภาษาอังกฤษ ให้มีคำแปลภาษาไทยตามสาระสำคัญในข้อ ๓๗ ไว้ด้วย และให้ผู้ใช้สิทธิขอเบิกเงินลงลายมือชื่อรับรองคำแปลด้วย

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การจ่ายเงินที่มีเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมาเกี่ยวข้องให้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ที่เกิดจากการเดินทางปฏิบัติงานในต่างประเทศ

(ก) กรณีการชำระค่าใช้จ่ายสกุลต่างประเทศด้วยเงินสด

ให้ถืออัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย (อัตราขายของธนาคาร) ก่อนวันออกเดินทางหนึ่งวันทำการ เป็นอัตราเดียวในการคำนวณค่าแลกเปลี่ยนตลอดเส้นทางการเดินทาง

กรณีการยืมเงินที่มีเงินเหลือจ่ายกลับมา ให้ถืออัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย (อัตราซื้อของธนาคาร) หลังวันที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติงานหนึ่งวันทำการ เป็นอัตราในการคำนวณค่าแลกเปลี่ยนในการส่งใช้เงินยืม

กรณีเกิดผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ให้ถือเป็นรายได้อื่นของสำนักงาน กกพ. หากเกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ที่จำเป็นต้องจ่ายเนื่องจากการเดินทางต่างประเทศ

(ข) กรณีชำระค่าใช้จ่ายสกุลต่างประเทศด้วยบัตรเครดิต

ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนตามใบแจ้งยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ได้รับแจ้งจากธนาคารเป็นอัตราในการคำนวณค่าแลกเปลี่ยนในการขอเบิกค่าใช้จ่ายที่ชำระด้วยบัตรเครดิต โดยให้แนบหลักฐานใบแจ้งยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ได้รับแจ้งจากธนาคารประกอบการเบิกจ่าย หรือส่งใช้เงินยืม

(๒) การจ่ายเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการประชุมระหว่างประเทศ ที่จัดขึ้นในประเทศไทยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนก่อนการจัดงานหนึ่งวันทำการ

(๓) กรณีที่ผู้เดินทางไปร่วมประชุม หรือสัมมนาในต่างประเทศ ได้รับเงินสนับสนุนเป็นเงินตราต่างประเทศ ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนก่อนวันเดินทางหนึ่งวันทำการ เป็นอัตราเดียวในการคำนวณค่าแลกเปลี่ยนตลอดเส้นทางการเดินทาง

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การจ่ายเงินในต่างประเทศ ซึ่งตามกฎหมายหรือตามประเพณีนิยมของประเทศนั้น ๆ ไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือออกใบรับเงินไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๓๗ ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินตามแบบที่เลขาธิการกำหนด โดยระบุว่าเป็นการจ่ายเงินค่าอะไร เมื่อวัน เดือน ปีใด จำนวนเท่าใดและลงลายมือชื่อรับรองการจ่ายเงิน ในกรณีที่มีหลักฐานเป็นอย่างอื่นให้แนบหลักฐานนั้นไปพร้อมกับใบรับรองด้วย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การจ่ายเงินรายใดซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับชำระเงินได้ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงิน โดยให้บันทึกชี้แจงเหตุที่ไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินไว้เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

การจ่ายค่าไปรษณียากรไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าใด ผู้จ่ายเงินจะทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยแสดงจำนวนและเลขที่ของหนังสือหรือไปรษณียภัณฑ์ที่ส่ง และจำนวนเงินค่าไปรษณียากรที่จ่ายโดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลตามวรรคแรกก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การจ่ายเงินดังต่อไปนี้ ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยไม่ต้องทำบันทึกชี้แจงเหตุผลตามข้อ ๔๒ ก็ได้

(๑) การจ่ายเงินรายหนึ่ง ๆ เป็นจำนวนไม่ถึงห้าร้อยบาท

(๒) การจ่ายเงินเป็นค่าพาหนะรับจ้าง

(๓) การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถไฟ รถยนต์ประจำทางหรือเรือยนต์ประจำทาง

(๔) การจ่ายเงินอื่นตามที่เลขาธิการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในกรณีที่หลักฐานการจ่ายเงินสูญหาย ให้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าใบเสร็จรับเงินสูญหายให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรองแทนได้

(๒) ถ้าใบสำคัญรับเงินสูญหาย และไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตาม (๑) ได้ ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงินโดยชี้แจงเหตุผล พฤติการณ์ที่หลักฐานการจ่ายเงินสูญหายและไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นได้ พร้อมทั้งคำรับรองว่ายังไม่เคยนำหลักฐานการจ่ายเงินมาเบิกจ่ายและถ้าหากค้นพบภายหลังก็จะไม่นำมาเบิกจ่ายอีก เสนอเลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายให้เป็นผู้พิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายเมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ใช้ใบรับรองการจ่ายเงินนั้นเป็นหลักฐานการจ่ายเงินได้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ หลักฐานการจ่ายเงินต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึก และการแก้ไขหลักฐานการจ่ายเงินให้ใช้วิธีขีดฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่และให้ผู้รับเงินลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกแห่ง

การจ่ายเงินยืม

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การยืมเงิน จะกระทำได้เฉพาะเพื่อนำไปใช้จ่ายในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าใช้จ่ายในการประชุม

(๒) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน

(๓) ค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนา หรือจัดงานต่าง ๆ

(๔) การจัดซื้อหรือจ้างที่จำเป็นและเร่งด่วน ซึ่งต้องได้รับอนุมัติให้ดำเนินการจัดซื้อหรือจ้างแล้ว

(๕) ค่าใช้จ่ายอื่นตามที่เลขาธิการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ การจ่ายเงินยืมจะจ่ายได้แต่เฉพาะที่ผู้ยืมได้ทำสัญญาการยืมเงินตามแบบที่เลขาธิการกำหนดและผู้มีอำนาจได้อนุมัติให้จ่ายเงินยืมตามสัญญาการยืมเงินนั้นแล้วเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การอนุมัติให้ยืมเงิน ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายพิจารณาอนุมัติให้ยืมเฉพาะเท่าที่จำเป็นเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน และห้ามมิให้อนุมัติให้ยืมเงินครั้งใหม่จนกว่าผู้ยืมจะได้ชำระเงินยืมครั้งเก่าให้เสร็จสิ้นไปก่อน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากเลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ผู้ยืมจะต้องใช้เงินยืมตามที่ระบุไว้ในรายการและวัตถุประสงค์ในสัญญาการยืมเงินเท่านั้น

82 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการเงินและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d51ea2d3a925502a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com