法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2556 และรายการการกู้เงินและค้ำประกันระหว่างเดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือนมีนาคม 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง

รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน

ระหว่างเดือนตุลาคม

๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๖[๑]

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๑๖ วรรค ๒

กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ภายใน ๖๐ วัน หลังจากวันสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี

โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ

วันสิ้นเดือนดังกล่าว

รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม

และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ตามลำดับ

กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖

และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๖

ดังนี้

ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖ มีจำนวน ๕,๑๒๑,๓๐๐.๗๓ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๔.๑๖

ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) โดยเป็นหนี้ของรัฐบาลกู้โดยตรง จำนวน ๓,๕๕๖,๔๖๐.๖๒ ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน จำนวน ๑,๐๖๔,๗๔๖.๑๗ ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน

(รัฐบาลค้ำประกัน) จำนวน ๔๙๔,๕๓๒.๐๓ ล้านบาท

และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ จำนวน ๕,๕๖๑.๙๑ ล้านบาท

ส่วนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินนั้นไม่มีหนี้คงค้าง

รายละเอียดดังปรากฏตามตารางที่ ๑

หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว ๔,๙๕๙,๐๕๖.๖๗ ล้านบาท และหนี้ระยะสั้น ๑๖๒,๒๔๔.๐๖ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๙๖.๘๓ และร้อยละ ๓.๑๗ ตามลำดับ

และจำแนกตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ ๓๓๔,๙๙๐.๓๓ ล้านบาท

และหนี้ในประเทศ ๔,๗๘๖,๓๑๐.๔๐ ล้านบาท

หรือคิดเป็นร้อยละ ๖.๕๔ และร้อยละ ๙๓.๔๖ ตามลำดับ

ตารางที่

๑ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๖

หน่วย

: ล้านบาท

รายการ

๓๑ มี.ค.

๒๕๕๖

% GDP

๑.

หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง

๑.๑ หนี้ต่างประเทศ

๑.๒ หนี้ในประเทศ

๓,๕๕๖,๔๖๐.๖๒

๔๓,๖๘๙.๖๒

๓,๕๑๒,๗๗๑.๐๐

๓๐.๖๗

๒.

หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน

๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

- หนี้ต่างประเทศ

- หนี้ในประเทศ

๑,๐๖๔,๗๔๖.๑๗

๔๕๕,๐๙๖.๙๕

๑๒๕,๕๗๕.๖๐

๓๒๙,๕๒๑.๓๕

๙.๑๘

๒.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

- หนี้ต่างประเทศ

- หนี้ในประเทศ

๖๐๙,๖๔๙.๒๒

๑๖๑,๖๔๕.๕๘

๔๔๘,๐๐๓.๖๔

๓.

หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน)

๓.๑ หนี้ต่างประเทศ

๓.๒ หนี้ในประเทศ

๔๙๔,๕๓๒.๐๓

๔,๐๗๙.๕๓

๔๙๐,๔๕๒.๕๐

๔.๒๖

๔.

หนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

๔.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

๐.๐๐

๕.

หนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ

๕.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

๕.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

๕,๕๖๑.๙๑

๕,๕๖๑.๙๑

๐.๐๕

๖.

รวม ๑.+๒.+๓.+๔.+๕.

๕,๑๒๑,๓๐๐.๗๓

๔๔.๑๖

หมายเหตุ :- ๑.

GDP ปี ๒๕๕๕ เท่ากับ ๑๑,๓๖๓ พันล้านบาท และประมาณการ GDP ๒๕๕๖ เท่ากับ ๑๒,๒๙๕ พันล้านบาท (สศช. ณ ๑๘

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖)

๒. สบน. ได้ปรับวิธีการคำนวณ GDP ในแต่ละเดือน เพื่อให้สัดส่วน Debt/GDP

สะท้อนค่าที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดโดยคำนวณ GDP

ของเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ ดังนี้ [(GDP ปี ๕๕/๑๒)*๙]+[(GDP ปี ๕๖/๑๒)*๓] เท่ากับ ๑๑,๕๙๖ พันล้านบาท

๓.

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นอัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อและขาย

ณ วันทำการสุดท้ายของเดือน

๔. ตัวเลขในตารางเป็นตัวเลขเบื้องต้น (Preliminary) และไม่รวมหนี้ของ SPV จำนวน ๒๒,๔๙๙.๙๐ ล้านบาท

ที่รัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคารสัญญาบริหารจัดหาเฟอร์นิเจอร์

และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถ. แจ้งวัฒนะ

๑. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๕

ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๖

คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ

ประกอบด้วย ๔ แผนย่อย และได้ปรับปรุงแผนฯ ในระหว่างปี

เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้ ซึ่งหลังการปรับปรุงแผนฯ

ครั้งที่ ๑ ทำให้วงเงินรวมในแผนฯ ที่จะบริหารจัดการมีจำนวนทั้งสิ้น ๒,๐๖๙,๙๑๕.๓๒ ล้านบาท โดยในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม

๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๖

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้ เป็นวงเงินทั้งสิ้น

๘๖๑,๐๘๑.๒๖ ล้านบาท ดังปรากฏตามตารางที่ ๒

ตารางที่

๒ การกู้เงินและการบริหารหนี้ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๖

หน่วย

: ล้านบาท

รายการ

วงเงินแผน

ผลดำเนินงาน

(ต.ค. ๕๕ - มี.ค. ๕๖)

๑.

แผนการก่อหนี้ใหม่

๙๘๖,๕๖๑.๘๗

๓๔๙,๖๖๘.๙๐

๑.๑ รัฐบาล

๑.๒ รัฐวิสาหกิจ

๖๗๐,๗๔๑.๒๒

๓๑๕,๘๒๐.๖๕

๑๘๔,๙๑๗.๙๖

๑๖๔,๗๕๐.๙๔

๒.

แผนการปรับโครงสร้างหนี้

๗๓๘,๕๑๑.๕๗

๔๒๒,๐๖๔.๖๗

๒.๑ รัฐบาล

๒.๒ รัฐวิสาหกิจ

๕๖๒,๖๙๓.๒๕

๑๗๕,๘๑๘.๓๒

๓๖๒,๖๐๒.๒๓

๕๙,๔๖๒.๔๔

๓.

แผนการบริหารความเสี่ยง

๒๒๓,๑๓๘.๓๘

๑๖,๔๗๐.๙๘

๔.

แผนการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจ

ที่ไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้กรอบแผนฯ

๑๒๑,๗๐๓.๕๐

๗๒,๘๗๖.๗๑

๔.๑ การก่อหนี้ใหม่

๔.๒ การบริหารหนี้

๖๓,๘๓๗.๑๖

๕๗,๘๖๖.๓๔

๖๘,๓๗๖.๗๑

๔,๕๐๐.๐๐

รวม (๑ - ๓)

๑,๙๔๘,๒๑๑.๘๒

๗๘๘,๒๐๔.๕๕

รวม (๑ - ๔)

๒,๐๖๙,๙๑๕.๓๒

๘๖๑,๐๘๑.๒๖

ซึ่งมีสาระสำคัญ

ดังนี้

๑.๑ แผนการก่อหนี้ใหม่ ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๖

ประกอบด้วย

๑.๑.๑ การก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล (หนี้ในประเทศ) วงเงินรวม ๑๘๔,๙๑๗.๙๖ ล้านบาท

เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในช่วงเดือนตุลาคม

๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ วงเงินรวม ๑๖๓,๗๕๗.๙๖ ล้านบาท

โดยการออกพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรออมทรัพย์

เงินกู้เพื่อการนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ

กระทรวงการคลังได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

เพื่อนำเงินส่งเข้ากองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ จำนวน ๒,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕

เงินกู้มาเพื่อให้กู้ต่อ

กระทรวงการคลังได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย จำกัด

(มหาชน)

เพื่อนำไปให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยและการรถไฟแห่งประเทศไทยกู้ต่อ

วงเงินรวมทั้งสิ้น ๑๘,๖๖๐.๐๐ ล้านบาท

๑.๑.๒ การก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจ วงเงินรวม ๑๖๔,๗๕๐.๙๔ ล้านบาท

๑.๑.๒.๑ หนี้ในประเทศ วงเงินรวม ๑๖๔,๗๕๐.๙๔ ล้านบาท

เงินกู้เพื่อลงทุน

รัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง กู้เงินเพื่อลงทุนในโครงการ วงเงินรวม ๑๒,๕๐๘.๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๒,๕๐๘.๐๐ ล้านบาท และหนี้ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน จำนวน ๑๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่

(๑) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยออกพันธบัตร วงเงินรวม ๔,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมจะนะ ชุดที่ ๒ (งานก่อสร้างโรงไฟฟ้า)

จำนวน ๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมวังน้อย ชุดที่ ๔ (งานก่อสร้างโรงไฟฟ้า) จำนวน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และโครงการขยายระบบส่งไฟฟ้าระยะที่ ๑๑ จำนวน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

(๒) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคออกพันธบัตร วงเงินรวม ๖,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๒ จำนวน ๓๘.๔๘

ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๒๑.๖๐

ล้านบาท โครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่ายระยะที่ ๖ จำนวน ๓๖.๙๖ ล้านบาท

โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๙๔.๐๒ ล้านบาท

โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๒ จำนวน ๓๖๗.๐๐ ล้านบาท

โครงการติดตั้งระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟระยะที่ ๒ จำนวน ๒๙๘.๐๐ ล้านบาท

โครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าระยะที่ ๒ จำนวน ๑๔๕.๑๒ ล้านบาท

โครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่ายระยะที่ ๗ จำนวน ๕๐๕.๕๑ ล้านบาท

โครงการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพระบบจำหน่าย จำนวน ๔๓๑.๑๓ ล้านบาท

โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้พื้นที่ทำกินทางการเกษตร ๑๕๘.๙๕ ล้านบาท

โครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะต่าง ๆ (เกาะมะพร้าว, เกาะนาคาใหญ่ จ.ภูเก็ต) จำนวน ๐.๓๙ ล้านบาท โครงการก่อสร้างสายส่งเคเบิลใต้น้ำ

๑๑๕ เควี (วงจรที่ ๓) ไปยังเกาะสมุย จ. สุราษฎร์ธานี จำนวน ๑,๖๙๓.๐๐ ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๙ ส่วนที่ ๑

จำนวน ๓๓๒.๐๐ ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๙ ส่วนที่ ๒

จำนวน ๑๕๔.๘๐ ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๙ ส่วนที่ ๓

จำนวน ๓๘๐.๓๒ ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๙ ส่วนที่ ๔

จำนวน ๑๙๕.๐๐ ล้านบาท โครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าระยะที่ ๓ จำนวน

๙๒๕.๐๘ ล้านบาท โครงการพัฒนาการอ่านหน่วยด้วยระบบอัตโนมัติ (Automatic Meter Reading : AMR) สำหรับผู้ใช้ไฟรายใหญ่ ระยะที่ ๒ จำนวน ๒๒๒.๔๖

ล้านบาท และโครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะต่าง ๆ

(เกาะกูด, เกาะหมาก จ.ตราด) จำนวน ๐.๑๘ ล้านบาท

(๓) การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ วงเงินรวม ๒,๕๐๘.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงทางระยะที่ ๖

เงินกู้เพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น

ๆ รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง กู้เงินเพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น ๆ

วงเงินรวม ๑๕๒,๒๔๒.๙๔ ล้านบาท

โดยเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๕๗,๒๔๒.๙๔

ล้านบาท ได้แก่

(๑) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ วงเงินรวม ๒,๔๔๒.๙๔ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อเป็นค่าน้ำมัน

ค่าเหมาซ่อม (ปีงบประมาณ ๒๕๕๖) จำนวน ๑,๑๕๐.๐๐ ล้านบาท

และเพื่อเป็นค่าดอกเบี้ยที่ครบกำหนด ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ จำนวน ๑,๒๙๒.๙๔ ล้านบาท

(๒) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์

วงเงินรวม ๑๔๙,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินโครงการที่มีวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลทางการเกษตรตามนโยบายของรัฐบาล

ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ นอกจากนี้

กระทรวงการคลังยังได้ดำเนินการค้ำประกันเงินกู้ให้แก่องค์การสวนยางที่กู้ต่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรอีก

จำนวน ๕,๐๐๐ ล้านบาท

เพื่อใช้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง

ทำให้วงเงินที่กระทรวงการคลังค้ำประกันรวมเป็น ๑๕๔,๐๐๐

ล้านบาท

(๓) การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๘๐๐.๐๐

ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

๑.๑.๒.๒ หนี้ต่างประเทศ

รัฐวิสาหกิจยังไม่ได้ดำเนินการก่อหนี้ต่างประเทศในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๕

ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๖

๑.๒ แผนการปรับโครงสร้างหนี้ ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม

๒๕๕๖ ประกอบด้วย

๑.๒.๑ การปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาล

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาล รวมทั้งสิ้น ๓๖๒,๖๐๒.๒๓ ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินเพื่อ Roll-over จำนวน

๒๕๓,๕๙๒.๐๕ ล้านบาท และการชำระคืนหนี้เดิมที่มีแผนจะ Roll-over จำนวน ๑๐๙,๐๑๐.๑๘ ล้านบาท ดังนี้

หนี้เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้

(๑) ตั๋วเงินคลัง

ในช่วงต้นปีงบประมาณ ๒๕๕๖

กระทรวงการคลังมียอดตั๋วเงินคลังที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดรวม ๑๐๒,๑๓๕.๐๐ ล้านบาท จำแนกเป็น ๑. ตั๋วเงินคลังเพื่อใช้ในการบริหารดุลเงินสด

จำนวน ๘๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และ ๒.

ตั๋วเงินคลังที่กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๒๒,๑๓๕.๐๐

ล้านบาท โดยในช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๖ กระทรวงการคลังมีการปรับโครงสร้างหนี้ตั๋วเงินคลังที่ครบกำหนดชำระในช่วงเดือนตุลาคม

๒๕๕๕ จำนวน ๑๐๒,๑๓๕.๐๐ ล้านบาท

ด้วยการใช้เงินคงคลังชำระคืนหนี้ตั๋วเงินคลังดังกล่าว

(๒) พันธบัตร/ตราสารอื่น ๆ

กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลและตั๋วสัญญาใช้เงินที่ครบกำหนดไถ่ถอนในช่วง

๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๖ จำนวน ๑๓๖,๓๖๕.๐๐ ล้านบาท

โดยมีรายละเอียด ดังนี้

๑)

กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่

๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ จำนวน ๒ รุ่น วงเงินรวม ๒๐,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท

โดยการกู้เงินระยะสั้น อายุไม่เกิน ๑ เดือน

เพื่อชำระคืนหนี้ในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน ๒๐,๕๐๐.๐๐

ล้านบาท และภายหลังได้ดำเนินการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้ จำนวน ๒ รุ่น

ในวันที่ ๑๖ และ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ วงเงินรวม ๒๐,๕๐๐.๐๐

ล้านบาท เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นดังกล่าว

๒) กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาล

และพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๖

จำนวน ๖ รุ่น วงเงินรวม ๙๙,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

โดยการกู้เงินล่วงหน้าเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ (Pre - funding) ด้วยตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้

(R-bill)

และพันธบัตรรัฐบาลประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ (Inflation Linked Bond) วงเงินรวม ๖๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และกู้เงินระยะสั้น อายุไม่เกิน ๒ เดือน

ในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน จำนวน ๓๙,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และภายหลังได้ดำเนินการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้

จำนวน ๔ รุ่น ในวันที่ ๒๐, ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖ และวันที่ ๑๐

เมษายน ๒๕๕๖ วงเงินรวม ๓๙,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นดังกล่าว

๓) กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่

๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖ จำนวน ๑๖,๘๖๕.๐๐ ล้านบาท

โดยการออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ จำนวน ๒ รุ่น ในวันที่ครบกำหนดไถ่ถอน

วงเงินรวม ๑๖,๘๖๕.๐๐ ล้านบาท

หนี้เงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้

FIDF

(๑) FIDF 1

กระทรวงการคลังชำระคืนหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ครั้งที่

๓/๓ และ ๓/๔ ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน

โดยใช้เงินจากบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

วงเงินรวม ๔,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็น ๑.

ชำระคืนหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๓/๓ จำนวน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และ ๒. ชำระคืนหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน ปีงบประมาณ ๒๕๕๕

ครั้งที่ ๓/๔ จำนวน ๓,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท

ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ ๗๐๗.๙๐ ล้านบาท

(๒) FIDF 3

๑) กระทรวงการคลังปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรออมทรัพย์ ปีงบประมาณ

๒๕๔๙ ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ ปีงบประมาณ ๒๕๕๕

และเงินกู้ระยะสั้น ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ที่ครบกำหนดไถ่ถอนในช่วง ๖

เดือนแรกของปีงบประมาณ วงเงินรวม ๑๐๗,๒๒๗.๐๕ ล้านบาท

โดยการกู้เงินระยะสั้น จำนวน ๔๐,๒๙๕.๘๕ ล้านบาท

การทดรองจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝากกระทรวงการคลัง จำนวน ๕๐,๕๘๑.๒๐

ล้านบาท และการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน จำนวน ๑๖,๓๕๐.๐๐ ล้านบาท

และภายหลังได้ดำเนินการออกพันธบัตรรัฐบาล จำนวน ๙๐,๒๔๕.๐๐

ล้านบาท เพื่อนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นและเงินทดรองจ่ายบางส่วน

๒)

กระทรวงการคลังดำเนินการชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะยาวเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้

ปีงบประมาณ ๒๕๕๒ ครั้งที่ ๑/๑ ก่อนครบกำหนดชำระ วงเงินรวม ๓๗๕.๑๘ ล้านบาท

ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ ๘.๓๙ ล้านบาท

หนี้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

กระทรวงการคลังดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

วงเงินรวม ๑๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

จากสัญญาเงินกู้ระยะยาวให้เป็นพันธบัตรประเภทอัตราดอกเบี้ยแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ

หนี้เงินกู้มาเพื่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยกู้ต่อ

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยชำระคืนหนี้เงินกู้ที่ได้กู้ต่อจากกระทรวงการคลังก่อนครบกำหนดชำระ

โดยใช้เงินงบประมาณ จำนวน ๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ ๑๙๐.๙๒ ล้านบาท

๑.๒.๒ การปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐวิสาหกิจ : หนี้ในประเทศ

รัฐวิสาหกิจ จำนวน ๘ แห่ง ดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ วงเงินรวม ๕๙,๔๖๒.๔๔ ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน ๕๗,๔๒๗.๒๐ ล้านบาท และกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน ๒,๐๓๕.๒๔

ล้านบาท โดยเป็นการกู้เงินเพื่อ Roll-over จำนวน ๕๘,๔๒๗.๒๐ ล้านบาท และการชำระคืนหนี้เดิมที่มีแผนจะ Roll-over จำนวน ๑,๐๓๕.๒๔ ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(๑) การเคหะแห่งชาติออกพันธบัตร จำนวน ๑,๖๐๐.๐๐ ล้านบาท และกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๕๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll-over พันธบัตรและหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

(๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทยออกพันธบัตร จำนวน ๔,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๗๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll-over พันธบัตรที่ครบกำหนดชำระโดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน และใช้เงินรายได้

จำนวน ๒๓.๐๐ ล้านบาท ชำระคืนหนี้ในวันที่ครบกำหนดชำระ

(๓) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยออกพันธบัตร จำนวน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll-over พันธบัตรที่ครบกำหนดชำระ

โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

(๔) การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll-over

หนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

(๕) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพออกพันธบัตร จำนวน ๔,๗๐๐.๐๐ ล้านบาท และกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ จำนวน ๒๑๙.๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll-over พันธบัตรและหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

และใช้เงินรายได้ จำนวน ๖๗.๘๓ ล้านบาท ชำระคืนหนี้ในวันที่ครบกำหนดชำระ

(๖) องค์การคลังสินค้าชำระคืนหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ โดยใช้รายได้จากการระบายข้าว

จำนวน ๑๔๙.๕๑ ล้านบาท

(๗) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรชำระคืนหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ

โดยใช้เงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร จำนวน ๗๐๕.๙๐ ล้านบาท

(๘) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์

จำนวน ๔๓,๗๐๘.๒๐ ล้านบาท เพื่อ Roll-over

หนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน

และใช้เงินรายได้ชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนดชำระ จำนวน ๘๙ ล้านบาท

ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น ๐.๑๒ ล้านบาท

๑.๓ แผนการบริหารความเสี่ยง ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ถึงเดือนมีนาคม

๒๕๕๖ ประกอบด้วย

๑.๓.๑ การบริหารความเสี่ยงหนี้ของรัฐบาล วงเงินรวม ๔,๐๐๓.๔๗ ล้านบาท ประกอบด้วย

หนี้ในประเทศ

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการชำระคืนหนี้เงินกู้ก่อนครบกำหนดชำระ

วงเงินรวม ๑๐๒.๘๓ ล้านบาท แบ่งเป็น ๑. การชำระคืนหนี้เงินกู้ FIDF 3 จำนวน ๑๖.๔๒ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ ๑.๐๒ ล้านบาท และ ๒.

การชำระคืนหนี้เงินกู้เพื่อการนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมประกันภัยพิบัติ จำนวน ๘๖.๔๑

ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ ๓.๙๗ ล้านบาท

หนี้ต่างประเทศ

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการชำระคืนหนี้เงินกู้ต่างประเทศก่อนครบกำหนดให้กับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น

(JICA) วงเงินรวม ๑๐,๒๘๗.๕๙ ล้านเยน หรือเทียบเท่า ๓,๙๐๐.๖๔ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น ๔๑๐.๒๔ ล้านบาท

๑.๓.๒ การบริหารความเสี่ยงหนี้ของรัฐวิสาหกิจ วงเงินรวม ๑๒,๔๖๗.๕๑ ล้านบาท ประกอบด้วย

หนี้ในประเทศ

(๑) การเคหะแห่งชาติชำระคืนหนี้เงินกู้ก่อนครบกำหนดชำระ วงเงิน ๑,๖๐๐.๐๐ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ย ได้ทั้งสิ้น ๔.๙๙ ล้านบาท

(๒) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชำระคืนหนี้เงินกู้ก่อนครบกำหนดชำระ

วงเงินรวม ๒,๘๘๕.๑๒ ล้านบาท แบ่งเป็น ๑. เงินกู้ธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) จำนวน ๙๒.๕๖ ล้านบาท และ ๒. เงินกู้ธนาคารออมสิน จำนวน ๒,๗๙๒.๕๖ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น ๘.๖๗ ล้านบาท

(๓)

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรชำระคืนหนี้เงินกู้ก่อนครบกำหนดชำระ

วงเงินรวม ๖,๓๓๕.๕๐ ล้านบาท แบ่งเป็น ๑.

โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๑/๒๕๕๒ จำนวน ๖,๑๒๙.๕๐

ล้านบาท และ ๒. โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๔/๒๕๕๕ จำนวน ๒๐๖.๐๐

ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น ๓๔๗.๒๔ ล้านบาท

หนี้ต่างประเทศ

(๑)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยชำระคืนหนี้เงินกู้ในวันที่ครบกำหนดชำระ วงเงินรวม

๗.๐๗ ล้านยูโร หรือเทียบเท่า ๒๙๗.๑๑ ล้านบาท

(๒) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชำระคืนหนี้เงินกู้ในวันที่ครบกำหนดชำระ

วงเงินรวม ๓.๖๘ ล้านยูโร หรือเทียบเท่า ๑๕๔.๖๙ ล้านบาท

(๓) การประปานครหลวงชำระคืนหนี้เงินกู้ในวันที่ครบกำหนดชำระ

วงเงินรวม ๒๗๔.๓๗ ล้านเยน หรือเทียบเท่า ๑๑๒.๔๙ ล้านบาท

(๔) การรถไฟแห่งประเทศไทยชำระคืนหนี้เงินกู้ในวันที่ครบกำหนดชำระ

วงเงินรวม ๐.๒๘ ล้านยูโร หรือเทียบเท่า ๑๑.๘๐ ล้านบาท

(๕)

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยชำระคืนหนี้เงินกู้ในวันที่ครบกำหนดชำระ

วงเงินรวม ๒,๕๙๒.๘๑ ล้านเยน หรือเทียบเท่า ๑,๐๖๓.๐๕ ล้านบาท

(๖) การเคหะแห่งชาติชำระคืนหนี้เงินกู้ในวันที่ครบกำหนดชำระ วงเงิน

๐.๒๕ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า ๗.๗๕ ล้านบาท

๑.๔

แผนการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้กรอบแผนฯ

วงเงินรวม ๗๒,๘๗๖.๗๑ ล้านบาท ประกอบด้วย

๑.๔.๑ การก่อหนี้ใหม่ วงเงินรวม ๖๘,๓๗๖.๗๑ ล้านบาท

เงินกู้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด

(๑) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)

ได้กู้เงินเพื่อชำระค่าจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A330-300 ลำที่ ๕

- ๗ และ A380-800 ลำที่ ๒ - ๔ วงเงินรวม ๒๔,๖๖๖.๗๑ ล้านบาท

(๒) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ได้กู้เงินโดยการออกหุ้นกู้และลงนามสัญญาเงินกู้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ วงเงินรวม ๑,๔๑๐.๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเทียบเท่า ๔๓,๗๑๐.๐๐

ล้านบาท

๑.๔.๒ การบริหารหนี้ วงเงินรวม ๔,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) Roll-over

หนี้ที่ครบกำหนดชำระโดยการออกหุ้นกู้ในประเทศ จำนวน ๔,๕๐๐.๐๐

ล้านบาท

๒. สรุปผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ในช่วง ๖

เดือนแรกของ ปีงบประมาณ ๒๕๕๖

๒.๑ จากผลการดำเนินงานที่กล่าวมาแล้ว ในช่วงระยะเวลา ๖

เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๖ (ตุลาคม ๒๕๕๕ - มีนาคม ๒๕๕๖) กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการบริหารและจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เป็นจำนวนทั้งสิ้น ๗๘๘,๒๐๔.๕๕ ล้านบาท

โดยมีความก้าวหน้า คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๔๖ ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะทั้งปี

๒.๒ ผลการกู้เงินและบริหารจัดการหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้กรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ในช่วง ๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๖

รัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๗๒,๘๗๖.๗๑ ล้านบาท

๒.๓ จากการดำเนินการตามข้อ ๒.๑ - ๒.๒

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๘๖๑,๐๘๑.๒๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๖๐ ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะทั้งปี

ทั้งนี้ การกู้เงินและการบริหารหนี้ตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

แบ่งเป็น ๑. หนี้ของรัฐบาลจำนวน ๕๕๑,๕๒๓.๖๖ ล้านบาท ๒.

หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน จำนวน ๙๗,๓๗๙.๔๖

ล้านบาท และ ๓. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๒๑๒,๑๗๘.๑๔ ล้านบาท นอกจากนี้

กระทรวงการคลังยังได้ดำเนินการค้ำประกันเงินกู้ให้แก่องค์การสวนยางที่กู้ต่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรอีก

จำนวน ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง

ทำให้วงเงินที่กระทรวงการคลังได้ค้ำประกันไปแล้วในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ณ วันที่ ๓๑

มีนาคม ๒๕๕๖ เท่ากับ ๒๑๗,๑๗๘.๑๔ ล้านบาท

ผลของการบริหารหนี้ที่ได้ดำเนินการทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ

(รายละเอียดปรากฏตามข้อ ๑.๒ ข้อ ๑.๓ และข้อ ๑.๔.๒) วงเงินรวมทั้งสิ้น ๔๔๓,๐๓๕.๖๕ ล้านบาท นั้น สามารถลดยอดหนี้ได้ทั้งสิ้น ๑๒๖,๕๑๖.๔๐ ล้านบาท รวมทั้งประหยัดดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น จำนวน ๑,๖๘๓.๔๖ ล้านบาท (รายละเอียดปรากฏตามข้อ ๑.๒.๑ ข้อ ๑.๒.๒ ข้อ ๑.๓.๑ และข้อ

๑.๓.๒)

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

กิตติรัตน์ ณ ระนอง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ :- FIDF หมายถึง

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

FIDF1 หมายถึง

พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน ๑ ปี

FIDF3 หมายถึง

พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕

Refinance หมายถึง การกู้เงินจากแหล่งใหม่เพื่อนำไปใช้คืนแหล่งเงินกู้เดิม

ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้เงิน

Roll-over หมายถึง การกู้เงินใหม่เพื่อนำไปชำระเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ

เพื่อให้เงินกู้ดังกล่าวมีระยะเงินกู้สอดคล้องกับระยะคืนทุน

Swap หมายถึง

การแปลงหนี้ที่นิยมดำเนินการมี

๒ วิธี คือ การแปลงสกุลเงิน เช่น การแปลงหนี้สกุลเงินเยนเป็นเงินบาท

และการแปลงอัตราดอกเบี้ย เช่น

การแปลงอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๙ พฤษภาคม

๒๕๕๖

โชติกานต์/ผู้ตรวจ

๗ มิถุนายน

๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๖๒ ง/หน้า ๒/๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2556 และรายการการกู้เงินและค้ำประกันระหว่างเดือนตุลาคม 2555 ถึงเดือนมีนาคม 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d6c7699223f9abcd

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com