ข้อ ๒๒ ผู้ได้รับหนังสือรับรองต้องปฏิบัติ
ดังนี้
(๑) จัดให้มีการเรียนการสอนและการอบรมตามหลักสูตรในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามหลักสูตรมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
หรือให้ความเห็นชอบ
(๒) จัดให้มีผู้ฝึกสอนขับรถตามประเภทโรงเรียนที่ได้รับการรับรอง
ซึ่งผู้ฝึกสอนขับรถนั้นต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก
(๓) แสดงหนังสือรับรองหรือใบแทนหนังสือรับรองไว้ในที่เปิดเผย
สามารถมองเห็นได้ง่ายภายในบริเวณโรงเรียนสอนขับรถ
(๔)
จัดให้มีการทดสอบร่างกายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดก่อนการรับสมัคร
(๕) ดูแลและปรับปรุงอาคารสถานที่
อุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในการสอนและฝึกหัดขับรถรถสำหรับใช้ในการฝึกหัดขับ
และสนามฝึกหัดขับรถให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้การได้ดีอยู่เสมอ
(๖)
จัดให้มีการทดสอบผู้เข้ารับการศึกษาตามหลักสูตรมาตรฐานที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดหรือให้ความเห็นชอบก่อนออกหนังสือรับรองผลการเรียน
(๗) จัดทำหนังสือรับรองผลการเรียนเพื่อใช้เป็นหลักฐานยกเว้นการอบรมภาคทฤษฎีสำหรับการขอรับใบอนุญาตขับรถชั่วคราว
หรือประกอบการขอรับใบอนุญาตขับรถ
หรือต่ออายุใบอนุญาตขับรถตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบ
(๘) จัดทำรายงานการรับสมัครเรียน บันทึกการเรียนการสอน ผลการทดสอบ
และผลการอบรมของผู้เข้ารับการศึกษาทุกคน
จัดเก็บไว้ที่สำนักงานและให้จัดทำเป็นรายงานประจำเดือนตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบ
จัดส่งให้สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด แล้วแต่กรณี
ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป
การส่งรายงานประจำเดือนจะจัดส่งในรูปแบบเอกสาร
ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือโดยวิธีอื่นใดตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดก็ได้
(๙) จัดเก็บค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
(๑๐) จัดส่งบัญชีรถฝึกหัดขับและบัญชีรายชื่อผู้ฝึกสอนขับรถ
พร้อมสำเนาใบอนุญาตเป็นผู้ฝึกสอนขับรถให้ สำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก
หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด แล้วแต่กรณี เห็นชอบก่อนดำเนินการสอน หรือภายใน ๑๕ วัน
นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
(๑๑) สอดส่อง ดูแลผู้ฝึกสอนขับรถมิให้กระทำการในลักษณะไม่สมควร
หรือไม่เหมาะสมกับผู้เข้ารับการศึกษาในขณะปฏิบัติหน้าที่
(๑๒) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ
ตามที่ได้รับการรับรองให้ดำเนินการโรงเรียนสอนขับรถ