法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2523 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๑/๒๕๒๓

เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]

โดยที่เป็นการสมควรโอนอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและการชดเชยราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเดิมกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงการคลัง ไปเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายและพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันแห่งชาติ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และผู้ว่าการการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ประกอบกับรัฐบาลมีความจำเป็นต้องจ่ายเงินชดเชยสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงบางประเภทเพิ่มขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖ นายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้เพิ่มคำนิยาม “ปตท.” “ผู้ว่าการ” และ “ คณะกรรมการ” ดังต่อไปนี้ ในข้อ ๑ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒

“ปตท.” หมายความว่า การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

“ผู้ว่าการ” หมายความว่า ผู้ว่าการการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการนโยบายและพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๕) ของข้อ ๒ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒

“(๕) เงินอื่น ๆ”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๓ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร.๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ในกรณีที่กองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีเงินไม่พอจ่ายให้แก่ผู้สิทธิตามคำสั่งดังกล่าว ให้ผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมายจากกองทุนนี้ให้แก่ผู้มีสิทธินั้นตามหลักฐานที่ได้รับจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๕ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๘๗/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๕ ให้โอนเงินกำไรและส่วนลดที่ได้จากการซื้อขายน้ำมันดิบเชงลีจากสาธารณรัฐประชาชนจีนตามพิธีสารว่าด้วยการค้าน้ำมันดิบเชงลีระยะยาว ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ลงวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๒๒ เข้ากองทุนฯ”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๕๔ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๖ ให้กระทรวงการคลังกำหนดราคาขายส่งโดยยังไม่รวมภาษีอากร ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๒๒ และวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายหลังวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ให้คณะกรรมการเปลี่ยนแปลงราคาขายส่งโดยยังไม่รวมภาษีอากร ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้กำหนดไว้แล้วทุกครั้ง ให้สอดคล้องกันด้วย”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในข้อ ๘ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๘ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันดิบอันเป็นผลทำให้กระทรวงอุตสาหกรรมต้องกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรใหม่แล้ว ให้กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งราคาน้ำมันเชื้อเพลง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรที่กำหนดขึ้นใหม่ ให้คณะกรรมการทราบโดยไม่ชักช้า”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๙ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๕๔ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๙ ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดตามข้อ ๖ สูงกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งให้คณะกรรมการทราบตามข้อ ๘ ให้ถือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดตามข้อ ๖ เป็นราคาขายส่ง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรโดยยังไม่รวมภาษีอากร และให้

(๑) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒) ผู้นำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายหรือนำเข้า แล้วแต่กรณี ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

เงินที่ส่งตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นรายจ่ายตามประมวลรัษฎากร”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๑ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๕๔ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๑ ในกรณีที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดตามข้อ ๖ ต่ำกว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งให้คณะกรรมการทราบข้อ ๘ ให้ถือราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งให้คณะกรรมการทราบตามข้อ ๘ หักด้วยเงินชดเชยตามข้อนี้เป็นราคาขายส่ง โดยยังไม่รวมภาษีอากร ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร และให้ผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมายสั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่

(๑) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒) ผู้นำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายหรือนำเข้า แล้วแต่กรณี ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

เงินที่ได้รับตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นเงินได้ตามประมวลรัษฎากร”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๒ ในกรณีที่น้ำมันเตาที่ผลิตและจำหน่ายหรือนำเข้ามีลักษณะแตกต่างไปจากน้ำมันเตาที่ประกาศตามข้อ ๖ ให้คณะกรรมการคำนวณปรับอัตราเงินที่ต้องส่งหรือชดเชยให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันเตาที่กำหนดตามข้อ ๖ ด้วย”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๓ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๕๔ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๓ ให้ผู้ว่าการหรือผู้ซึ่งผู้ว่าการมอบหมายสั่งจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนให้แก่

(๑) ผู้นำเข้า

(ก) สำหรับก๊าซหุงต้มที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในราคาที่นำเข้าโดยยังไม่รวมภาษีอากรไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ ๓.๓๓๖๙ บาท จนถึงวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒ หรือไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ ๔.๙๖๓๐ บาท ภายหลังวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒ แล้วแต่กรณี ในอัตราต่อหน่วยของก๊าซหุงต้มที่ขาย ตามประกาศกระทรวงการคลัง ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกหรือราคาก๊าซหุงต้ม ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร”

(ข) สำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าตามชนิด ปริมาณ และราคา ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการจัดซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งขึ้นตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๒/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๒๒ และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๐๕/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๒๒ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าแต่ละคราวตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด แต่ไม่เกินส่วนต่างระหว่างราคาที่นำเข้าโดยยังไม่รวมภาษีอากรหักด้วยราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดตามข้อ ๘

(ค) สำหรับน้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าตามชนิด ปริมาณ และราคาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ปตท. ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันดิบหรือน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วแต่กรณีที่นำเข้าแต่ละคราวตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดแต่ไม่เกินส่วนต่างระหว่างราคาที่นำเข้าโดยยังไม่รวมภาษีอากรหักด้วยราคาน้ำมันดิบหรือน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรที่กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดตามข้อ ๘

(๒) ปตท. สำหรับน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ที่ได้รับเงินชดเชยตาม (๑) (ข) หรือ (ค) แล้ว ถ้าขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และน้ำมันดีเซลที่ได้รับเงินชดเชยตาม (๑) (ข) หรือ (ค) แล้ว ถ้าขายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ ในอัตราต่อหน่วยของน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตา ที่ขาย ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด แต่ต้องไม่เกินส่วนต่างระหว่างราคาขายปลีกปัจจุบันหักด้วยราคาขายปลีก ณ วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๒๒ จนกว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วแต่กรณี ขึ้นราคาจำหน่ายกระแสไฟฟ้า หรือสั่งเป็นอย่างอื่น

(๓) โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร สำหรับก๊าซหุงต้มที่ขายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๒ ถึงวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ในอัตราต่อหน่วยของก๊าซหุงต้มที่ขายตามที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุมัตินายกรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ โรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักรต้องขายก๊าซหุงต้มดังกล่าว เพื่อใช้ในราชอาณาจักรในราคาโดยยังไม่รวมภาษีอากรไม่เกินกิโลกรัมลง ๓.๐๖๒๒ บาท”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๕๔ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๔ ในการขอรับเงินชดเชยจากกองทุน ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายจากโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร เพื่อใช้ในราชอาณาจักร ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร พร้อมกับการชำระภาษีนั้น

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในราชอาณาจักร ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้า พร้อมกับการชำระอากรนั้น

(๓) ถ้าเป็นก๊าซหุงต้มตามข้อ ๑๓ (๑) (ก) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของก๊าซหุงต้มดังกล่าวแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้า พร้อมกับการชำระอากรนั้น

(๔) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๑๓ (๑) (ข) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวต่อ ปตท.

(๕) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงตามข้อ ๑๓ (๑) (ค) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวต่อ ปตท.

(๖) ถ้าเป็นน้ำมันดิบ น้ำมันดีเซล และน้ำมันเตาที่ขายให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือน้ำมันดีเซลที่ขายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามข้อ ๑๓ (๒) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของน้ำมันดิบ น้ำมันเตา หรือน้ำมันดีเซลดังกล่าวต่อ ปตท.

(๗) ถ้าเป็นก๊าซหุงต้มตามข้อ ๑๓ (๓) ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณของก๊าซหุงต้มดังกล่าวแก่ผู้รับชำระภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งทำในราชอาณาจักร พร้อมกับการขำระภาษีนั้น”

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๕ ในการส่งเงินตามข้อ ๙ หรือการสั่งจ่ายเงินชดเชยตามข้อ ๑๑ ให้ถือปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้มีหน้าที่ชำระภาษีหรืออากรต้องชำระภาษีหรืออากรเป็นหลักฐานในการคำนวณ ส่วนการสั่งจ่ายเงินชดเชยตามข้อ ๑๓ ให้ถือปริมาณน้ำมันดิบและน้ำมันเตาหรือน้ำมันดีเซลที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แล้วแต่กรณี ร่วมกันรับรองเป็นหลักฐานในการคำนวณ”

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๕ ทวิ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ สร. ๐๒๐๑/๙ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ สร. ๐๒๐๑/๕๔ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๕ ทวิ ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายให้แก่ธนาคารเนื่องจากการกู้เงินมาทดรองเงินชดเชย ให้จ่ายจากกองทุนได้เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ”

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๓ เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๒

พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

นายกรัฐมนตรี

อภิญญา/ปรับปรุง

๑๖ กันยายน ๒๕๕๗

ปุณิกา/ปรับปรุง

๑๕ มกราคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๔ มกราคม ๒๕๒๓

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2523 เรื่อง การจัดตั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d8e5ffc44b66c641

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com