法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 48/2551 เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขายตั๋วเงิน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 48 /2551

เรื่อง การกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขายตั๋วเงิน

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

การประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนในการซื้อขายตั๋วเงินที่บุคคลอื่นเป็นผู้ออกแล้วจําหน่ายต่อให้แก่ประชาชน อาจทําให้ประชาชนผู้ซื้อตั๋วเงินเข้าใจว่าตั๋วเงินดังกล่าวนั้นเป็นตั๋วเงินที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนเป็นผู้ออกเอง ทําให้ประชาชนไม่ตระหนักถึงความเสี่ยงที่แท้จริง ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงออกข้อกําหนดในการซื้อขายตั๋วเงิน รวมทั้งในการจัดการออกตั๋วเงิน (Arranger) เป็นแนวทางให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนถือปฏิบัติเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนผู้ซื้อตั๋วเงิน

ในการออกประกาศฉบับนี้เป็นการอ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 โดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขายตั๋วเงิน ตามความในประกาศฉบับนี้

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง

อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 ในประกาศฉบับนี้

"ตั๋วเงิน" หมายความว่า ตั๋วแลกเงิน และตั๋วสัญญาใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่ไม่รวมถึงตั๋วเงินค่าสินค้านําเข้าหรือส่งออก

5.2 ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนเป็นผู้ซื้อ หรือเป็นตัวกลางในการจัดการออกตั๋วเงิน ควรแนะนําให้ผู้ออกตั๋วเงินปฏิบัติตามมาตรฐานของตั๋วเงิน ดังต่อไปนี้

(1) ใช้กระดาษสําหรับพิมพ์สิ่งพิมพ์มีค่า (Security Paper) เช่น กระดาษตามมาตรฐาน London Clearing Banks Paper Specification No.1 พร้อมทั้ง มีลายน้ํา (Watermark) ฝังอยู่ในเนื้อกระดาษ

(2) มีรายการตามที่กําหนดในมาตรา 909 หรือมาตรา 983 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

(3) มีข้อกําหนดในตั๋วเงินว่า "ไม่จําต้องมีคําคัดค้าน" หรือสํานวนอื่นในทํานองเดียวกัน

5.3 ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนซื้อขายตั๋วเงิน หรือเป็นตัวกลางในการจัดการออกตั๋วเงิน ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนต้องจัดให้ผู้ซื้อผู้ขายเปิดเผยชื่อจริงที่อยู่จริงที่ชัดเจนทุกกรณี

5.4 ในการขายตั๋วเงิน ให้ผู้ซื้อต้องชําระราคาเป็นเช็คขีดคร่อมเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนผู้ขาย (Account Payee Only) หรือขีดคร่อม "& Co" และขีดฆ่าคําว่า "ผู้ถือ" ออกหรือหักบัญชีเงินฝากของผู้ซื้อตั๋วเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนผู้ขาย หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนผู้ขายโดยผ่านบริการบาทเนตของธนาคารแห่งประเทศไทย

5.5 กรณีธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนเป็นตัวกลางในการจัดการออกตั๋วเงินก็ต้องให้ผู้ซื้อสั่งจ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมหรือโอนเข้าบัญชีของผู้ออกตั๋วในลักษณะเดียวกัน

5.6 ในการขายตั๋วเงิน ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในที่สามารถสอบยันได้ว่าธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนได้รับชําระเงินในวันที่ขาย ขายลด หรือขายช่วงลดตั๋วเงินนั้นจริง

5.7 ในการขายตั๋วเงินหรือการจัดให้มีการออกตั๋วเงินที่ ไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หากเป็นการขายให้แก่ผู้ซื้อที่มิใช่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินแบบผู้ซื้อไม่มีสิทธิไล่เบี้ยเอาแก่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนผู้ขาย (without recourse) ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนต้องทําหนังสือระบุให้ชัดเจนว่า ผู้ซื้อตั๋วเงินต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงของการลงทุนในตั๋วเงินนั้นเอง โดยธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนผู้ขายหรือจัดการออกจะไม่รับผิดชอบในความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แล้วให้ผู้ซื้อลงลายมือชื่อรับรองความเข้าใจ ข้อปฏิบัติที่กล่าวมีไว้สําหรับบุคคลที่ซื้อขายตั๋วเงินกับธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนนั้นเป็นครั้งแรก ส่วนในการขายหรือจัดการออกตั๋วเงินครั้งต่อ ๆ ไปกับผู้ซื้อรายเดิมธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนเพียงแต่จัดทําข้อความเป็นลายลักษณ์อักษรประกอบตั๋วเงินทุกฉบับให้ผู้ซื้อรับทราบ

ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนขายตั๋วเงินแบบผู้ซื้อมีสิทธิไส่เบี้ยเอาจากธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนผู้ขาย (with recourse) หรือรับรอง อาวัลตั๋วเงินนั้น ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนจะต้องนับการสลักหลังแบบ with recourse หรือการรับรอง อาวัล ที่กล่าวเป็นภาระผูกพัน ซึ่งต้องนับรวมเข้าเป็นสินทรัพย์เสี่ยงในการคํานวณอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั้งสิ้นด้วย

5.8 ให้ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนที่ทําหน้าที่เป็นผู้รับฝากตั๋วเงินแยกหน่วยงานที่ดูแลและเก็บรักษาตราสารดังกล่าวออกจากหน่วยงานที่ทําการซื้อขายโดยเด็ดขาด

5.9 เพื่อป้องกันความเสียหายอันเนื่องมาจากการทุจริตหรือปลอมแปลงเอกสารธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนควรจัดให้ตั๋วเงินที่ซื้อขายมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้มากที่สุด และควรเป็นผู้อื่นค้นความถูกต้องและแท้จริงของตั๋วเงินที่จําหน่ายทุกฉบับ โดยกําหนดผู้มีอํานาจลงลายมือชื่อรับรองไว้ให้ชัดเจน รวมทั้งมีตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอํานาจลงนามแสดงให้ผู้ซื้อตั๋วดูด้วย

5.10 ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนจะทําธุรกิจเป็นตัวกลางในตลาดรองเพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายทําการซื้อขายกันโดยตรงนั้นไม่ได้ กรณีเช่นนี้ ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนจะต้องเป็นผู้รับซื้อตั๋วเงินนั้นไว้เองก่อนแล้วค่อยขายออกไปภายหลัง

5.11 ระเบียบปฏิบัติในการทําธุรกรรมเกี่ยวกับตั๋วเงิน

ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนต้องกัดทําระเบียบปฏิบัติในการทําธุรกรรมเกี่ยวกับตั๋วเงิน โดยอย่างน้อยต้องมีแนวทางในการปฏิบัติ ดังนี้

(1) ต้องมีการกําหนดวงเงินสูงสุดในการกู้ยืมหรือลงทุนโดยการรับซื้อ ซื้อลด และรับช่วงซื้อลดตั๋วเงิน หรือก่อภาระผูกพันไว้ล่วงหน้าเป็นวงเงินต่อรายบุคคลที่ต้องรับผิดตามตั๋วเงินนั้น ไม่ว่าผู้ออกตั๋วเงินหรือผู้สั่งจ่าย ผู้จ่ายเงินตามตั๋วเงิน รวมทั้งผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือผู้สลักหลัง โดยแยกต่างหากจากวงเงินอื่น ทั้งนี้ การทําธุรกรรมที่เกินวงเงินต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุน

(2) ต้องมีการกําหนดวงเงินสูงสุดของผู้มีอํานาจอนุมัติในแต่ละระดับไว้อย่างเหมาะสมและชัดเจน ทั้งวงเงินในการรับซื้อตั๋วเงิน วงเงินในการรับรอง รับอาวัล สอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงิน หรือวงเงินในการสลักหลังแบบผู้ซื้อมีสิทธิไถ่เบี้ย (with recourse)

(3) การกําหนดวงเงินเพื่อซื้อ หรือลงทุน หรือก่อภาระผูกพันในตั๋วเงินตามข้อ (1) ต้องทําการวิเคราะห์ถึงฐานะการเงิน และความสามารถในการชําระหนี้ของผู้ที่ต้องรับผิดตามตั๋วเงินนั้นทุกราย ซึ่งในรายงานวิเคราะห์ต้องมีการรวบรวมข้อมูลในทํานองเดียวกันกับการกู้ยืมตามปกติ

(4) ในการรับซื้อหรือลงทุนในตั๋วเงิน ธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนต้องมีระบบการตรวจสอบให้แน่ชัดถึงความถูกต้องและสมบูรณ์ของตั๋วเงิน รวมทั้งความรับผิดของผู้จ่ายเงินตามตั๋วเงินเมื่อถึงกําหนดชําระ

(5) ต้องมีระบบเพื่อตรวจสอบวงเงินคงค้างของผู้ที่ต้องรับผิดตามตั๋วเงินทุกรายเป็นประจํา

เปรียบเทียบกับวงเงินที่กําหนดไว้และมีระบบรายงานให้ผู้บริหารระดับสูงหรือคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนทราบถึงการทําธุรกรรมเกี่ยวกับตั๋วเงินเป็นประจําอย่างน้อยเดือนละครั้ง

(6) มีการทบหวนฐานะและความสามารถในการชําระหนี้ของผู้ที่ต้องรับผิดตามตั๋วเงินทุกรายรวมทั้งทบทวนวงเงินอนุมัติ และรายงานให้คณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเงินทุนทราบเป็นประจําอย่างน้อยปีละครั้ง

อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551

(นางธาริษา วัฒนเกส)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 48/2551 เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนปฏิบัติเกี่ยวกับการซื้อขายตั๋วเงิน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_d929356f97d58ea2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com