法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
49
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ว่าด้วยการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีระเบียบเกี่ยวกับการบริหารกองทุน

การจัดหาผลประโยชน์และการจัดการ การเก็บรักษาและการเบิกจ่ายเงินและทรัพย์สิน

หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการส่งเสริมสนับสนุน

หรือให้ความช่วยเหลือของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ตามพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๐

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑ (๔) (๗) มาตรา ๑๔

วรรคสอง และมาตรา ๒๘ (๑) แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าด้วยการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า

กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

“คณะกรรมการ”หมายความว่า คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

“คณะกรรมการบริหารกองทุน” หมายความว่า

คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแต่งตั้ง

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

การบริหารและการจัดการกองทุน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้สำนักงานจัดทำโครงสร้างการบริหารงานของกองทุน

เพื่อรองรับการดำเนินงานด้านต่าง ๆ โดยให้มีอัตรากำลังที่เหมาะสมในการดำเนินงานและฐานะการเงินของกองทุน

เสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาอนุมัติโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งผู้บริหารกองทุน

เพื่อทำหน้าที่บริหารงานกองทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

การแต่งตั้งผู้บริหารกองทุน

ให้ดำเนินการโดยแต่งตั้งจากเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน หรือสรรหาจากบุคคลภายนอก

ผู้บริหารกองทุนที่แต่งตั้งจากบุคคลภายนอก

ให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้บริหารกองทุนที่มาจากการสรรหาจากบุคคลภายนอก

อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่น้อยกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์และไม่เกินหกสิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐ

หรือผู้ปฏิบัติงานขององค์การมหาชนในวันที่ทำสัญญาจ้าง

(๔)

ไม่เป็นบุคคลซึ่งเคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากงาน เพราะทุจริตต่อหน้าที่

(๕) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

หรือกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง

ที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ของพรรคการเมือง

(๖) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงานของกองทุน

(๗) ไม่เป็นหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย

ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๘)

ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๙) ไม่เป็นผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์การมหาชนในวันที่ทำสัญญาจ้าง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการสรรหาผู้บริหารกองทุนจากบุคคลภายนอก

ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งคณะอนุกรรมการคณะหนึ่ง จำนวนไม่เกินห้าคน

ทำหน้าที่สรรหาผู้ที่มีความเหมาะสมในการบริหารกองทุนและเสนอรายชื่อให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาแต่งตั้ง

โดยอาจเสนอรายชื่อผู้มีความเหมาะสมมากกว่าหนึ่งชื่อก็ได้

ผู้บริหารกองทุนที่แต่งตั้งจากบุคคลภายนอก

ต้องไม่มีฐานะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างกองทุนและเป็นผู้สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้กองทุนได้เต็มเวลา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง

เงื่อนไขการจ้าง การประเมินผลการปฏิบัติงานค่าตอบแทน

สิทธิประโยชน์หรือสวัสดิการต่าง ๆ

ของผู้บริหารกองทุนที่สรรหาจากบุคคลภายนอกให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ้างที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ให้เลขาธิการเป็นผู้มีอำนาจทำสัญญาจ้างผู้บริหารกองทุน

แบบสัญญาจ้างผู้บริหารกองทุนให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

หมวด

การบริหารจัดการเงินและทรัพย์สิน

ส่วนที่

การเก็บรักษาเงินและทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้สำนักงานเปิดบัญชีเงินฝากไว้ที่กรมบัญชีกลาง

กระทรวงการคลัง ในชื่อบัญชี “บัญชีกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” เพื่อรับ - จ่ายเงินกองทุน

และห้ามมิให้นำเงินไปจ่ายก่อนส่งเข้าบัญชีเงินฝาก

เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน

ให้สำนักงานสามารถเปิดบัญชีเงินฝากไว้ที่ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือธนาคารอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดในชื่อบัญชี

“บัญชีกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” สำหรับหมุนเวียนใช้จ่ายได้ภายในวงเงินและเงื่อนไขตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การรับเงินทุกประเภท

ยกเว้นเงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้และเงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี

จะต้องออกใบเสร็จรับเงินไว้เป็นหลักฐาน

แบบของใบเสร็จรับเงินให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

โดยมีเลขที่ใบเสร็จรับเงินเรียงตามลำดับไว้ทุกฉบับ

มีเลขทะเบียนคุมใบเสร็จรับเงิน และหลักฐานการเบิกใบเสร็จรับเงินที่สามารถตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้สำนักงานเก็บเงินสดสำรองจ่ายได้ในวงเงินห้าหมื่นบาทถ้วน

เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นต้องเก็บเงินสดสำรองจ่ายสูงกว่าวงเงินดังกล่าวให้ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารกองทุน

ส่วนที่

การเบิกจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

ดังต่อไปนี้

(๑) ส่งเสริม สนับสนุน

หรือให้ความช่วยเหลือหน่วยงานของรัฐและเอกชนหรือบุคคลทั่วไปในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ทั้งนี้ การส่งเสริม สนับสนุน

หรือให้ความช่วยเหลือดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ต่อการให้บริการสาธารณะและไม่เป็นการแสวงหากำไรโดยไม่เป็นการทำลายการแข่งขันอันพึงมีตามปกติวิสัยของกิจการภาคเอกชน

(๒)

ให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนหรือบุคคลทั่วไปในเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

(๓)

จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนแก่สำนักงานในการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่นอกเหนือจากที่ได้รับจากงบประมาณแผ่นดิน

(๔)

จัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

(๕) เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน

(๖) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินกองทุนตาม (๑)

(๒) (๓) (๔) และ (๖) ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดภายใต้นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

และแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำหรับ (๕) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และอัตราการเบิกจ่ายตามกฎระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้สำนักงานจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปีโดยสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

และแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลซึ่งแผนการดำเนินงานดังกล่าว

อย่างน้อยต้องประกอบด้วย เป้าหมาย ยุทธศาสตร์ วัตถุประสงค์ตัวชี้วัด

ผลการดำเนินงานของปีที่ผ่านมา แผนการปฏิบัติงาน ประมาณการรายรับประจำปี

ประมาณการรายจ่ายประจำปี และประมาณการกระแสเงินสด

เสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาอนุมัติอย่างน้อยหกสิบวันก่อนวันเริ่มต้นปีบัญชีของทุกปี

และส่งให้กระทรวงการคลังอย่างน้อยสามสิบวันก่อนวันเริ่มต้นปีบัญชีของทุกปี

เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนการใช้จ่ายเงิน

การปรับปรุงหรือแก้ไขแผนการดำเนินงานประจำปีที่ได้รับอนุมัติตามวรรคหนึ่ง

ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุน

และต้องส่งให้กระทรวงการคลังเพื่อพิจารณาอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการเบิกจ่ายเงินกองทุน

การเบิกจ่ายหรือการก่อหนี้ผูกพัน

ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงาน

แผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายเงินของกองทุนภายใต้กรอบประมาณการรายจ่ายประจำปีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนอนุมัติตามข้อ

๑๔

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การจ่ายเงิน

ให้จ่ายเป็นเช็ค หรือจ่ายโดยวิธีการโอนเงินผ่านธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงิน

หรือวิธีการอื่นใดที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สิน

ที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งของทางราชการโดยอนุโลม

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัตินอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ส่วนที่

การจัดหาผลประโยชน์

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ คณะกรรมการบริหารกองทุนโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

อาจจัดหาผลประโยชน์จากกองทุนได้ดังนี้

(๑) ฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์

(๒) ซื้อพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย

หรือรัฐวิสาหกิจ

(๓) ซื้อตราสารแห่งหนี้โดยมีกระทรวงการคลังรับรอง

หรืออาวัล หรือค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย

(๔) การนำเงินไปลงทุนเพื่อจัดหาผลประโยชน์อื่น

ส่วนที่

การพัสดุ

การบัญชี และการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ

ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้สำนักงานวางและรักษาไว้ซึ่งระบบบัญชีของกองทุนอันถูกต้องและเหมาะสมต่อการดำเนินการของกองทุน

เพื่อให้สามารถจัดทำรายงานทางการเงิน

แสดงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของกองทุนได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้กองทุนบันทึกรายการบัญชีของกองทุนในระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันตามรูปแบบและเงื่อนไขที่กรมบัญชีกลางกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนจัดทำรายงานทางการเงินของกองทุน

เพื่อส่งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน

หรือผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุน

ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีของทุกปี เพื่อทำการตรวจสอบและรับรองรายงานการเงินของกองทุน

ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนนำส่งรายงานทางการเงินพร้อมด้วยรายงานการสอบบัญชีของผู้สอบบัญชีต่อกระทรวงการคลังภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากผู้สอบบัญชี

วันเริ่มและวันสิ้นปีบัญชีของกองทุน ให้ถือปีงบประมาณเป็นรอบปีบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้สำนักงานจัดให้มีระบบการตรวจสอบภายในเพื่อตรวจสอบการดำเนินงาน การเงินและการบัญชีของกองทุน

ตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในและจริยธรรมการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในของทางราชการ

หรือมาตรฐานสากลการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายใน

รวมทั้งจัดทำกฎบัตรว่าด้วยการตรวจสอบภายในของกองทุน ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย

วัตถุประสงค์ อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ การรายงาน และมาตรฐานคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในตลอดจนขอบเขตการปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบภายใน

ทั้งนี้

ต้องกำหนดให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของทางราชการ เสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

หมวด

หลักเกณฑ์

เงื่อนไขและวิธีการส่งเสริม สนับสนุน หรือให้ความช่วยเหลือ

หรือการให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา

ส่วนที่

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้มีสิทธิในการขอรับการส่งเสริม สนับสนุน

ความช่วยเหลือในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

หรือขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาจากกองทุนมี ๓ ประเภท ได้แก่

(๑) หน่วยงานของรัฐ

(๒) เอกชน

(๓) บุคคลทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ หน่วยงานของรัฐ

ได้แก่

(๑) ส่วนราชการ

(๒) รัฐวิสาหกิจ

(๓) องค์การมหาชน

(๔) องค์กรอิสระ

(๕) หน่วยงานอื่นของรัฐ

(๖) คณะกรรมการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการใด ๆ

ที่ใช้ประโยชน์จากดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เอกชน ได้แก่

(๑) มูลนิธิ

(๒) สมาคม

(๓) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

ซึ่งผู้แทนนิติบุคคลจะต้องมีสัญชาติไทย

(๔) องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน หรือองค์กรสาธารณประโยชน์

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ บุคคลทั่วไป

ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

ก. คุณสมบัติ

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

เว้นแต่กรณีตามข้อ ๒๙

ข. ลักษณะต้องห้าม

(๑) เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๒) อยู่ในระหว่างถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์

เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๓) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้ขอรับการส่งเสริม สนับสนุน

ความช่วยเหลือในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

หรือขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา

จะต้องมีความรู้ความสามารถพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับให้แก่สำนักงาน ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ดำเนินโครงการที่ผิดสัญญาของกองทุน

หรือผู้ทิ้งงานภาครัฐ และไม่เป็นกรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษาคณะทำงานของกองทุน

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในกรณีผู้ขอรับการส่งเสริม

สนับสนุน ความช่วยเหลือ ในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

หรือขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาอายุต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

ซึ่งเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาในสถานศึกษาและเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนของวิชาหรือคณะในสถานศึกษานั้นให้แสดงความจำนงต่อสถานศึกษาของตน

เพื่อให้สถานศึกษาดำเนินการขอรับการสนับสนุนจากกองทุนต่อไป

ส่วนที่

วิธีการส่งเสริม

สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนประกาศกำหนดโครงการหรือกิจกรรม

กรอบจำนวนเงินที่จะให้การส่งเสริม สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ

และรูปแบบของการจัดสรรเงินกองทุน เป็นคราว ๆ

ไปโดยให้ประกาศกำหนดระยะเวลาการเปิดรับโครงการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

โครงการหรือกิจกรรมที่จะให้การส่งเสริม สนับสนุน

ให้ความช่วยเหลือ ต้องมีลักษณะดังนี้

(๑)

เป็นการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

และแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

(๒) มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ต่อการให้บริการสาธารณะ

และไม่เป็นการแสวงหากำไรโดยไม่เป็นการทำลายการแข่งขันอันพึงมีตามปกติวิสัยของกิจการภาคเอกชน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การขอรับการส่งเสริม สนับสนุน

ความช่วยเหลือจากกองทุน

ให้ยื่นคำขอและเอกสารตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนประกาศกำหนด

คำขอตามวรรคหนึ่ง ต้องมีรายละเอียดดังนี้

(๑) ข้อมูลผู้ขอรับการส่งเสริม สนับสนุน ความช่วยเหลือ

(๒)

ลักษณะและระยะเวลาของโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการส่งเสริม สนับสนุน

ความช่วยเหลือ

(๓) ประมาณการค่าใช้จ่ายและแผนการดำเนินงาน

(๔) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินงาน

(๕) รายละเอียดอื่น ๆ

ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้ขอรับการส่งเสริม

สนับสนุน

ความช่วยเหลือต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับโดยตรงและปฏิบัติตามกฎหมาย

ข้อบังคับ และสัญญาหรือข้อตกลงตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

ส่วนที่

วิธีการให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การขอรับการอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาจากกองทุน

ให้คณะกรรมการบริหารกองทุนประกาศกำหนดกรอบจำนวนเงิน

และรูปแบบการให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาจากกองทุนเป็นคราว ๆ ไป

โดยให้ประกาศกำหนดระยะเวลาการเปิดรับการอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

โครงการหรือกิจกรรมที่จะให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาต้องมีลักษณะเป็นการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาจากกองทุน

ให้ยื่นคำขอและเอกสารตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนประกาศกำหนด

คำขอตามวรรคหนึ่ง ต้องมีรายละเอียดดังนี้

(๑) ข้อมูลผู้ขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา

(๒)

ลักษณะและระยะเวลาของโครงการหรือกิจกรรมที่วิจัยและพัฒนา

(๓) ประมาณการค่าใช้จ่ายและแผนการดำเนินงาน

(๔) ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินงาน

(๕) รายละเอียดอื่น ๆ

ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้ขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนา

ต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบในการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับทุนโดยตรง

และปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ

และสัญญาหรือข้อตกลงตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

ส่วนที่

การพิจารณา

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ เมื่อกองทุนได้รับคำขอแล้ว

ให้ดำเนินการตรวจสอบแบบคำขอรับการสนับสนุนข้อมูลเอกสารและหลักฐานภายในสิบห้าวันทำการนับถัดจากวันสิ้นสุดรับแบบคำขอ

กรณีที่เอกสารและหลักฐานไม่ครบถ้วนตามประกาศที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนดให้กองทุนแจ้งผู้ขอปรับปรุงแก้ไขให้ครบถ้วนถูกต้องภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากกองทุน หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวให้ถือว่าผู้ขอไม่ประสงค์จะขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุน

การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง

จะดำเนินการโดยคณะทำงานที่คณะกรรมการบริหารกองทุนเห็นสมควรแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เมื่อกองทุนดำเนินการตรวจสอบแบบคำขอ

ข้อมูลเอกสารรวมทั้งหลักฐานแล้วให้จัดทำข้อมูล บทวิเคราะห์และความเห็น

เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาโครงการ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้มีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาโครงการที่คณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองพิจารณาโครงการหรือกิจกรรมที่ขอรับการส่งเสริม

สนับสนุน ความช่วยเหลือในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือขอรับทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาและให้ผู้บริหารกองทุนเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาโครงการดังนี้

(๑) โครงการหรือกิจกรรมที่มีคำขอวงเงินไม่เกิน ๑๐

ล้านบาท ให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

(๒) โครงการหรือกิจกรรมที่มีคำขอเกินกว่าวงเงินตาม (๑)

ให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณากลั่นกรองและเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อพิจารณาอนุมัติ

โครงการตาม (๑) เมื่อมีการอนุมัติแล้ว

ให้รายงานคณะกรรมการบริหารกองทุนทราบด้วย

คณะกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจปรับเพิ่มหรือลดวงเงินตาม

(๑) ได้ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของกองทุน

การพิจารณาโครงการ ให้พิจารณาความพร้อมของผู้ขอ

ความเหมาะสม ของโครงการหรือกิจกรรมความซ้ำซ้อนของโครงการ ระยะเวลาดำเนินการ

ผลผลิตที่คาดว่าจะได้รับ กรอบวงเงินที่เหมาะสม ความสอดคล้องกับนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เมื่อมีการพิจารณาและมีมติตามข้อ ๓๙ แล้ว

ให้กองทุนแจ้งผลการพิจารณาแก่ผู้ขอรับการส่งเสริม สนับสนุน

ให้ความช่วยเหลือทราบเป็นหนังสือภายในสิบห้าวันทำการนับถัดจากวันที่คณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาโครงการหรือคณะกรรมการบริหารกองทุนมีมติ

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในกรณีที่ผู้ได้รับการอนุมัติส่งเสริม

สนับสนุน ความช่วยเหลือในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

หรือทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาได้รับหนังสือแจ้งผลการอนุมัติแล้วให้ทำสัญญาหรือข้อตกลงตามแบบที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

ภายในสิบห้าวันทำการนับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

ในกรณีที่ไม่มาทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในกำหนดเวลาข้างต้น ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ วิธีการส่งเสริม

สนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ และการให้ทุนอุดหนุนวิจัยและพัฒนามีดังนี้

(๑) เงินให้เปล่าเต็มจำนวน

(๒) เงินให้เปล่าบางส่วน

(๓)

เงินสนับสนุนผ่านหน่วยงานที่มีข้อตกลงกับสำนักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

(๔) วิธีการอื่นตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดจากการสนับสนุนของกองทุนให้ถือเป็นทรัพย์สินตามเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลงตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงมิได้

เว้นแต่การแก้ไขนั้นจะเป็นความจำเป็น ไม่ทำให้ทางราชการต้องเสียประโยชน์

หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการและไม่เป็นการเพิ่มวงเงินตามสัญญาหรือข้อตกลงเดิม

ให้อยู่ในอำนาจของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณาโครงการ

หรือคณะกรรมการบริหารกองทุน ตามข้อ ๓๙ ที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้แล้วแต่กรณี

ส่วนที่

การติดตามและประเมินผล

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ผู้ที่ได้รับการส่งเสริม สนับสนุน

ความช่วยเหลือในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

หรือทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนามีหน้าที่ต้องรายงานความก้าวหน้าหรือผลการดำเนินงาน

ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้มีคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลที่คณะกรรมการบริหารกองทุนแต่งตั้งทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายเงินของโครงการที่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุน

ให้ความช่วยเหลือ หรือให้การอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาจากกองทุน

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในกรณีผู้ที่ได้รับการส่งเสริม สนับสนุน

ความช่วยเหลือในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

หรือทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาจากกองทุนไม่ดำเนินการตามโครงการหรือกิจกรรม

หรือเงื่อนไขในสัญญาหรือข้อตกลง

ให้สำนักงานรายงานผลต่อคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผล

เพื่อพิจารณาดำเนินการเป็นกรณี ๆ ไป

หากคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลเห็นว่า ผู้ที่ได้รับการส่งเสริม

สนับสนุน ความช่วยเหลือในการดำเนินการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

หรือทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาจากกองทุน

ไม่ดำเนินการตามโครงการหรือกิจกรรม หรือเงื่อนไขในสัญญาหรือข้อตกลง ให้คณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อมีมติให้สำนักงานบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงได้

ตามที่ระบุไว้ตามสัญญาหรือข้อตกลง

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ให้คณะอนุกรรมการด้านติดตามและประเมินผลจัดทำรายงานความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานของโครงการหรือกิจกรรมเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งหรือตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด

หมวด

การสนับสนุนการดำเนินการในภารกิจที่ยังไม่มีผู้รับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกรณีคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบให้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

หรือหน่วยงานของรัฐดำเนินการตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ.

๒๕๖๐ ให้นำข้อกำหนดในหมวด ๓ ส่วนที่ ๔ และส่วนที่ ๕

ของระเบียบนี้ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

พัชรภรณ์/จัดทำ

พฤษภาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๔๔ ง/หน้า ๔/๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑

49 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าด้วยการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_da05f9e30c21207e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com