法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ว่าด้วยการเพิ่มพูนประสิทธิภาพของข้าราชการโดยการให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ ก.พ.

ว่าด้วยการเพิ่มพูนประสิทธิภาพของข้าราชการโดยการให้ไปปฏิบัติงาน

ที่หน่วยงานอื่นในประเทศ

พ.ศ. 2554

โดยที่เป็นการสมควรเพิ่มพูนประสิทธิภาพของข้าราชการโดยการให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ เพื่อให้ข้าราชการมีความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และมีประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 8 (5) และมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ก.พ. จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยการเพิ่มพูนประสิทธิภาพของข้าราชการโดยการให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ พ.ศ. 2554”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัด” หมายความว่า ปลัดกระทรวงในฐานะบังคับบัญชาสํานักงานปลัดกระทรวง ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีในฐานะบังคับบัญชาสํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่ากรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หน่วยงานอื่นในประเทศที่จะให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานตามระเบียบนี้ ได้แก่

(1) ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้น ตามพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา หรือตามมติคณะรัฐมนตรี

(2) องค์การระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

(3) หน่วยงานภาคเอกชนที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและได้รับการจัดให้มีดัชนีราคาในตลาดหลักทรัพย์ขนาดใหญ่สุดหนึ่งร้อยอันดับแรก หรือได้รับการจัดอันดับว่ามีธรรมาภิบาลในระดับดีมาก หรือดีเลิศ

(4) หน่วยงานภาคเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกําไร และมีองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภารกิจของส่วนราชการต้นสังกัด ตามที่ อ.ก.พ. กรมให้ความเห็นชอบ

(5) หน่วยงานอื่นตามที่ ก.พ. กําหนด

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้ การไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศให้หมายความรวมถึงการไปปฏิบัติงานในประเทศกับผู้ซึ่งหัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดเห็นว่ามีองค์ความรู้ในเชิงลึกที่เป็นประโยชน์กับภารกิจของส่วนราชการ และเป็นผู้ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ หรือได้รับรางวัลดีเด่นระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ ก.พ. มีอํานาจกําหนดรายละเอียดเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้ และวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับตามระเบียบนี้ รวมทั้งพิจารณายกเว้นการปฏิบัติตามข้อใดข้อหนึ่งแห่งระเบียบนี้ด้วย ทั้งนี้ คําวินิจฉัยหรือผลการพิจารณาของ ก.พ. ให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เลขาธิการ ก.พ. รักษาการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดอาจสั่งให้ข้าราชการผู้สมัครใจไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศตามระเบียบนี้ได้ โดยการไปปฏิบัติงานดังกล่าวต้องมีความสอดคล้องกับภารกิจ และทิศทางในการทํางานของส่วนราชการนั้นทั้งในปัจจุบันและในอนาคต และต้องสามารถเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่จําเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ข้าราชการผู้นั้นสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการในส่วนราชการต้นสังกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การสั่งให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานตามข้อ 7 หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดต้องคํานึงถึงอัตรากําลังที่มีอยู่ โดยให้มีผู้ปฏิบัติงานเพียงพอ ไม่ให้เสียหายแก่ราชการ และจะนําเหตุดังกล่าวมาขอตั้งอัตรากําลังเพิ่มไม่ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ส่วนราชการต้นสังกัดต้องกําหนดแผนพัฒนาเฉพาะบุคคลสําหรับผู้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศให้สอดคล้องกับภารกิจของส่วนราชการทั้งในปัจจุบันและในอนาคตและกําหนดหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะมอบหมายให้ข้าราชการผู้นั้นปฏิบัติเมื่อกลับจากการไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นดังกล่าว โดยการมอบหมายหน้าที่นั้นจะต้องสอดคล้องกับความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจของส่วนราชการต้นสังกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับแผนพัฒนาเฉพาะบุคคลที่กําหนดไว้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ข้าราชการที่จะไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(1) อายุไม่เกินสี่สิบปีบริบูรณ์ ในวันที่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ที่หน่วยงานอื่นในประเทศ

(2) รับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

(3) มีสมรรถนะสอดคล้องกับลักษณะงานที่จะไปปฎิบัติ และมีผลงานเป็นที่ยอมรับของผู้บังคับบัญชา

(4) เป็นผู้ที่ผู้บังคับบัญชารับรองว่ามีความสามารถสูง มีความกระตือรือร้น สามารถเรียนรู้ได้เร็วในสภาพแวดล้อมใหม่ มีความประพฤติดีและตั้งใจปฎิบัติหน้าที่ราชการ

(5) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกดําเนินการทางวินัยหรือเป็นจําเลยในคดีอาญาซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทําโดยประมาท

(6) ถ้าเป็นผู้ที่เคยไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศมาแล้ว จะต้องกลับมาปฏิบัติราชการแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติให้ไปปฏิบัติงานในคราวก่อนนั้น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การสั่งให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ ให้หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดพิจารณาเรื่อง ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาลักษณะงานของหน่วยงานอื่นในประเทศที่จะให้ข้าราชการไปปฏิบัติ ซึ่งจะต้องเป็นงานที่ข้าราชการไปปฏิบัติแล้วจะได้รับองค์ความรู้ ทักษะ และความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ตรงตามความต้องการของส่วนราชการต้นสังกัด ตลอดจนเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับมอบหมายในปัจจุบันหรือที่จะได้รับมอบหมายในอนาคต

(2) พิจารณาลักษณะของหน่วยงานอื่นในประเทศที่จะให้ข้าราชการไปปฏิบัติงาน ซึ่งจะต้องเป็นหน่วยงานที่มีองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภารกิจของส่วนราชการต้นสังกัด

(3) พิจารณากําหนดระยะเวลาที่จะสั่งให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศซึ่งจะต้องไม่เกินหนึ่งปี ในกรณีที่มีเหตุผลความจําเป็นเพื่อที่จะให้ได้ประสบการณ์มาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดอาจพิจารณาขยายเวลาให้ปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นนั้นต่อไปได้อีกไม่เกินหนึ่งปี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ก่อนสั่งให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ ให้ส่วนราชการต้นสังกัดจัดทําข้อตกลงความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นนั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

(1) วัตถุประสงค์ แผนงาน โครงการที่จะให้ข้าราชการไปปฏิบัติงาน ขอบเขตของงาน ระยะเวลา และแผนการปฏิบัติงาน

(2) การประเมินผลการปฏิบัติงานซึ่งต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ. กําหนดตามมาตรา 76 หรือตามที่ส่วนราชการต้นสังกัดและหน่วยงานอื่นนั้นจะได้ตกลงกัน โดยให้ส่วนราชการต้นสังกัดเป็นผู้ประเมิน และหน่วยงานอื่นที่รับข้าราชการไปปฏิบัติงานเป็นผู้ให้ข้อมูลและความเห็นประกอบการประเมิน

(3) ค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นที่ข้าราชการจะพึงได้รับจากส่วนราชการต้นสังกัดและจากหน่วยงานอื่นในประเทศที่ไปปฏิบัติงาน ซึ่งต้องไม่มีผลให้ได้รับซ้ําซ้อนกัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ข้าราชการผู้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศตามข้อ 4 (2) (3) (4) (5) และวรรคสองเกินกว่าหกเดือน ต้องทําสัญญาตามแบบที่สํานักงาน ก.พ. กําหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในระหว่างที่ข้าราชการปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ การใดที่ข้าราชการจะต้องขออนุมัติ ขออนุญาต หรือขอความเห็นชอบตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือหลักเกณฑ์ที่ทางราชการกําหนด ข้าราชการดังกล่าวบังคงต้องถือปฎิบัติเช่ตเดิม แต่ถ้าเป็นวันเวลาทํางาน วันหยุดตามประเพณี วันหยุดประจําปี และการลาหยุดในขณะที่ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยงานอื่นนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ข้าราชการผู้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศต้องปฏิบัติตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างส่วนราชการต้นสังกัดกับหน่วยงานอื่นที่ข้าราชการไปปฏิบัติงาน และต้องปฏิบัติตามระเบียบของหน่วยงานอื่นที่ไปปฏิบัติงานด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ข้าราชการผู้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อ 14 หรือข้อ 15 ผู้บังคับบัญชาอาจพิจารณาดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างดังนี้

(1) ตักเตือน หรือดําเนินการทางวินัยตามควรแก่กรณี

(2) สั่งให้ยุติการปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นนั้นและให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศตามระเบียบนี้ให้ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และผลการปฏิบัติงานดังกล่าวให้ถือเป็นผลการปฏิบัติราชการตามมาตรา 76

ในระหว่างการปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ หากหัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดเห็นว่าการให้ข้าราชการผู้ใดปฏิบัติงานนั้นต่อไปจะไม่เกิดประโยชน์ตามความต้องการของส่วนราชการหรือผลการประเมินตามข้อ 12 (2) ปรากฏว่าข้าราชการผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างส่วนราชการต้นสังกัดและหน่วยงานอื่น หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดอาจสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการก่อนครบกําหนดก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อครบกําหนดเวลาที่ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศหรือถูกสั่งให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการก่อนครบกําหนดตามข้อ 16 (2) หรือข้อ 17 ให้ข้าราชการที่ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นรายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการในส่วนราชการต้นสังกัดโดยพลัน และจัดทํารายงานผลการปฏิบัติงานทั้งหมดเสนอต่อหัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ส่วนราชการต้นสังกัดจัดให้ข้าราชการที่ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศดําเนินการเผยแพร่องค์ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปปฏิบัติงานดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารทรัพยากรบุคคลของข้าราชการพลเรือน ให้หัวหน้าส่วนราชการต้นสังกัดแจ้งให้สํานักงาน ก.พ. ทราบ เมื่อ

(1) ได้สั่งการให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศแล้ว

(2) ได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานของข้าราชการดังกล่าวตามข้อ 18 แล้ว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ข้าราชการผู้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศตามระเบียบนี้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นจากทางราชการตามกฎหมาย หรือระเบียบว่าด้วยการนั้น ตลอดจนมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและประโยชน์อื่นจากหน่วยงานอื่นที่ไปปฏิบัติงานตามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างส่วนราชการต้นสังกัดและหน่วยงานอื่น

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

ประธาน ก.พ.

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ว่าด้วยการเพิ่มพูนประสิทธิภาพของข้าราชการโดยการให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_da2d47ec61a00e78

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com