ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีก หรือขายส่ง หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน
บริเวณที่ ๑ หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ เริ่มจากจุดที่ชายฝั่งอ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย บรรจบกับแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก จากนั้นเลียบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก ไปทางทิศตะวันออก จนถึงจุดซึ่งแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก บรรจบกับห้วยหลวง ฝั่งเหนือ จากนั้นเลียบห้วยหลวง ฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันออก บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ฟากตะวันตก เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ฟากตะวันตก ไปทางทิศเหนือ ถึงจุดซึ่งห่างจากจุดบรรจบระหว่างถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ไปทางทิศเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ เป็นระยะ ๑๕๐ เมตร เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศตะวันออก จดอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ฝั่งเหนือ เลียบอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบแนวเส้นตั้งฉากระยะ ๗๕๐ เมตร กับแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก ซึ่งเป็นแนวเขตจังหวัดอุบลราชธานี ตรงจุดที่แนวเขตจังหวัดอุบลราชธานีตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวเขตจังหวัดอุบลราชธานี เป็นระยะ ๑,๑๐๐ เมตร
ทิศตะวันออก เลียบแนวเขตจังหวัดอุบลราชธานีไปทางทิศใต้ จนถึงจุดที่แนวเขตจังหวัดอุบลราชธานีบรรจบกับเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าห้วยยอดมน
ทิศใต้ เลียบแนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าห้วยยอดมน ไปทางทิศตะวันตก จนถึงจุดที่แนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าห้วยยอดมน บรรจบกับชายฝั่งอ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย
ทิศตะวันตก เลียบชายฝั่งอ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย ฝั่งตะวันตก จนบรรจบจุดเริ่มต้น
เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒
บริเวณที่ ๒ หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้
๒.๑ ทิศเหนือ จดเส้นตรงที่ลากทำมุม ๑๐๐ องศา กับถนนสมบูรณ์ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสมบูรณ์บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวถนนสมบูรณ์ เป็นระยะ ๓๒๐ เมตร อ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย ฝั่งตะวันตก สนามฝึกยิงปืน อ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย ฝั่งตะวันออก เส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตก และเส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)
ทิศตะวันออก จดด่านกักพืช ด่านกักสัตว์ และพื้นที่สงวนไว้ใช้ในราชการของกระทรวงมหาดไทย
ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๑๙๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) และเป็นเส้นตรงที่ต่อจากแนวเส้นขนาน ไปทางทิศตะวันตก บรรจบกับเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) เป็นระยะ ๕๘๐ เมตร และเลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ฟากเหนือ จนบรรจบกับถนนสมบูรณ์ ฟากเหนือ
ทิศตะวันตก จดถนนสมบูรณ์ ฟากตะวันออก
๒.๒ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากเหนือ เส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากเหนือ ไปทางทิศตะวันออก
ทิศตะวันออก จดถนนสมบูรณ์ ฟากตะวันตก
ทิศใต้ จดสระหนองเม็ก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ฟากเหนือ สถานีอนามัยบ้านหนองเม็ก และถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากตะวันออก ฟากเหนือ และฟากตะวันตก
ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากตะวันตก
๒.๓ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ฟากใต้ โรงเรียนบ้านหนองเม็ก ค่ายตำรวจตระเวนชายแดน (เก่า) เส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) เป็นระยะ ๕๘๐ เมตร ไปทางทิศใต้ จนบรรจบกับเส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ ๑๓๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) และถนนวันเฉลิม ฟากใต้
ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖ ฟากตะวันตก บริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทย เส้นตรงระยะ ๖๓๕ เมตร ที่ต่อตรงจากบริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทย ด้านเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และเส้นตรงระยะ ๓๕๐ เมตร ที่ลากทำมุม ๒๓๕ องศา ตามทิศทางทวนเข็มนาฬิกากับเส้นตรงระยะ ๖๓๕ เมตร ที่ต่อตรงจากบริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทย
ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับเส้นตรงระยะ ๓๕๐ เมตร ที่ลากทำมุม ๒๓๕ องศากับเส้นตรงระยะ ๖๓๕ เมตร ที่ต่อตรงจากบริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทยด้านเหนือ
ทิศตะวันตก จดเส้นตรงที่ลากจากห้วยเหล่าอินทร์แปลง ฝั่งตะวันตก ตรงจุดที่อยู่ห่างจากหลักเขตเทศบาลตำบลช่องเม็ก หลักเขตที่ ๕ ไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวห้วยเหล่าอินทร์แปลง เป็นระยะ ๕๕๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จนบรรจบกับถนนนามพันธ์ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนนามพันธ์ บรรจบกับถนนโพธิ์มาตย์ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวถนนนามพันธ์ เป็นระยะ ๕๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนโพธิ์มาตย์ เส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนบุญวัง เส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนบุญวัง ไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะ ๔๐๐ เมตร เส้นตรงระยะ ๔๕๐ เมตร ที่ลากทำมุม ๑๐๙ อาศา ตามทิศทางตามเข็มนาฬิกากับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากตะวันตก บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) เป็นระยะ ๑๐๐ เมตร
๒.๔ ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้
ทิศตะวันออก จดที่ดินบริเวณภูมดง่าม เส้นตรงระยะ ๑๕๐ เมตร ที่ต่อตรงจากถนนสาธารณะเลียบโรงเรียนบ้านทุ่งหนองบัว ด้านตะวันตก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เลียบโรงเรียนบ้านทุ่งหนองบัว และถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้ จนถึงจุดที่ตั้งอยู่ในแนวเส้นตั้งฉากกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ และฟากใต้ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (ทางไปบ้านหินสูง) บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ เป็นระยะ ๒๕๐ เมตร
ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (ทางไปบ้านหินสูง) ฟากตะวันออก และฟากตะวันตก ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (ทางไปบ้านหินสูง) บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศใต้ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (ทางไปบ้านหินสูง) เป็นระยะ ๓๒๕ เมตร เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับอ่างเก็บน้ำห้วยเว่อ ฝั่งตะวันออก ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖ ฟากเหนือ
ทิศตะวันตก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา ศาสนสถาน และหนองน้ำสาธารณประโยชน์
ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้