法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 4)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลช่องเม็ก

อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

พ.ศ. ๒๕๔๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีก หรือขายส่ง หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ เริ่มจากจุดที่ชายฝั่งอ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย บรรจบกับแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก จากนั้นเลียบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก ไปทางทิศตะวันออก จนถึงจุดซึ่งแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก บรรจบกับห้วยหลวง ฝั่งเหนือ จากนั้นเลียบห้วยหลวง ฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันออก บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ฟากตะวันตก เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ฟากตะวันตก ไปทางทิศเหนือ ถึงจุดซึ่งห่างจากจุดบรรจบระหว่างถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ไปทางทิศเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ เป็นระยะ ๑๕๐ เมตร เป็นเส้นขนานระยะ ๑๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศตะวันออก จดอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ฝั่งเหนือ เลียบอ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ฝั่งเหนือ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บรรจบแนวเส้นตั้งฉากระยะ ๗๕๐ เมตร กับแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก ซึ่งเป็นแนวเขตจังหวัดอุบลราชธานี ตรงจุดที่แนวเขตจังหวัดอุบลราชธานีตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวเขตจังหวัดอุบลราชธานี เป็นระยะ ๑,๑๐๐ เมตร

ทิศตะวันออก เลียบแนวเขตจังหวัดอุบลราชธานีไปทางทิศใต้ จนถึงจุดที่แนวเขตจังหวัดอุบลราชธานีบรรจบกับเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าห้วยยอดมน

ทิศใต้ เลียบแนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าห้วยยอดมน ไปทางทิศตะวันตก จนถึงจุดที่แนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าห้วยยอดมน บรรจบกับชายฝั่งอ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย

ทิศตะวันตก เลียบชายฝั่งอ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย ฝั่งตะวันตก จนบรรจบจุดเริ่มต้น

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ จดเส้นตรงที่ลากทำมุม ๑๐๐ องศา กับถนนสมบูรณ์ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสมบูรณ์บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวถนนสมบูรณ์ เป็นระยะ ๓๒๐ เมตร อ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย ฝั่งตะวันตก สนามฝึกยิงปืน อ่างเก็บน้ำลำโดมน้อย ฝั่งตะวันออก เส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตก และเส้นขนานระยะ ๗๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม)

ทิศตะวันออก จดด่านกักพืช ด่านกักสัตว์ และพื้นที่สงวนไว้ใช้ในราชการของกระทรวงมหาดไทย

ทิศใต้ จดเส้นขนานระยะ ๑๙๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) และเป็นเส้นตรงที่ต่อจากแนวเส้นขนาน ไปทางทิศตะวันตก บรรจบกับเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) เป็นระยะ ๕๘๐ เมตร และเลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ฟากเหนือ จนบรรจบกับถนนสมบูรณ์ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนสมบูรณ์ ฟากตะวันออก

๒.๒ ทิศเหนือ จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากเหนือ เส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากเหนือ ไปทางทิศตะวันออก

ทิศตะวันออก จดถนนสมบูรณ์ ฟากตะวันตก

ทิศใต้ จดสระหนองเม็ก ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ฟากเหนือ สถานีอนามัยบ้านหนองเม็ก และถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากตะวันออก ฟากเหนือ และฟากตะวันตก

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากตะวันตก

๒.๓ ทิศเหนือ จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ฟากใต้ โรงเรียนบ้านหนองเม็ก ค่ายตำรวจตระเวนชายแดน (เก่า) เส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตกและทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) เป็นระยะ ๕๘๐ เมตร ไปทางทิศใต้ จนบรรจบกับเส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ ๑๓๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) และถนนวันเฉลิม ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖ ฟากตะวันตก บริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทย เส้นตรงระยะ ๖๓๕ เมตร ที่ต่อตรงจากบริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทย ด้านเหนือ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และเส้นตรงระยะ ๓๕๐ เมตร ที่ลากทำมุม ๒๓๕ องศา ตามทิศทางทวนเข็มนาฬิกากับเส้นตรงระยะ ๖๓๕ เมตร ที่ต่อตรงจากบริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทย

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับเส้นตรงระยะ ๓๕๐ เมตร ที่ลากทำมุม ๒๓๕ องศากับเส้นตรงระยะ ๖๓๕ เมตร ที่ต่อตรงจากบริเวณที่สาธารณประโยชน์โครงการสร้างสวนสาธารณะของกระทรวงมหาดไทยด้านเหนือ

ทิศตะวันตก จดเส้นตรงที่ลากจากห้วยเหล่าอินทร์แปลง ฝั่งตะวันตก ตรงจุดที่อยู่ห่างจากหลักเขตเทศบาลตำบลช่องเม็ก หลักเขตที่ ๕ ไปทางทิศตะวันออกและทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวห้วยเหล่าอินทร์แปลง เป็นระยะ ๕๕๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ จนบรรจบกับถนนนามพันธ์ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนนามพันธ์ บรรจบกับถนนโพธิ์มาตย์ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตามแนวถนนนามพันธ์ เป็นระยะ ๕๐ เมตร เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนโพธิ์มาตย์ เส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนบุญวัง เส้นตรงที่ต่อตรงจากเส้นขนานระยะ ๑๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนบุญวัง ไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะ ๔๐๐ เมตร เส้นตรงระยะ ๔๕๐ เมตร ที่ลากทำมุม ๑๐๙ อาศา ตามทิศทางตามเข็มนาฬิกากับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนเลียบวัดหนองเม็ก ฟากตะวันตก บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) ไปทางทิศตะวันตกตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๗ (เดิม) เป็นระยะ ๑๐๐ เมตร

๒.๔ ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้

ทิศตะวันออก จดที่ดินบริเวณภูมดง่าม เส้นตรงระยะ ๑๕๐ เมตร ที่ต่อตรงจากถนนสาธารณะเลียบโรงเรียนบ้านทุ่งหนองบัว ด้านตะวันตก ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เลียบโรงเรียนบ้านทุ่งหนองบัว และถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากใต้ จนถึงจุดที่ตั้งอยู่ในแนวเส้นตั้งฉากกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ และฟากใต้ ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (ทางไปบ้านหินสูง) บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ เป็นระยะ ๒๕๐ เมตร

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (ทางไปบ้านหินสูง) ฟากตะวันออก และฟากตะวันตก ตรงจุดที่อยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (ทางไปบ้านหินสูง) บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศใต้ตามแนวถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ (ทางไปบ้านหินสูง) เป็นระยะ ๓๒๕ เมตร เส้นขนานระยะ ๕๐ เมตร กับอ่างเก็บน้ำห้วยเว่อ ฝั่งตะวันออก ถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากเหนือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๓๙๖ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา ศาสนสถาน และหนองน้ำสาธารณประโยชน์

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท ดังต่อไปนี้

(๑) ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

(๒) ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้

(ก) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

(ข) อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

๒. แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ ๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

๓. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๗๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๔. มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน ๑.๕ ต่อ ๑

๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

๘. อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

๙. มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

๑๐. ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

โภคิน พลกุล

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบ]

๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. ๒๕๔๗

(ดูข้อมูลภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา แต่มาตรา ๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก และโดยที่สมควรห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทภายในบริเวณดังกล่าวต่อไป เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ศุภชัย/พิมพ์

๒๑ มีนาคม ๒๕๔๘

ธัญกมล/ศุภสรณ์/ตรวจ

๒๙ เมษายน ๒๕๔๘

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๕๑ก/๒๓๙/๓ กันยายน

๒๕๔๗

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 4) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_da3863f0aa3cdec8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com