ข้อ ๗ ในระเบียบนี้
(๑) รัฐมนตรี หมายถึง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
และให้รวมถึงผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายด้วย
(๒) อธิบดี หมายถึง
อธิบดีกรมธนารักษ์ และให้รวมถึงผู้ที่อธิบดีกรมธนารักษ์มอบหมายด้วย
(๓) กฎกระทรวง หมายถึง
กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้
และจัดหาประโยชน์เกี่ยวกับที่ราชพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(๔) ส่วนราชการ หมายถึง
ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
(๕) หน่วยงานของรัฐ หมายถึง
หน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
(๖) รัฐวิสาหกิจ หมายถึง
รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
(๗) องค์กรอื่นของรัฐ หมายถึง
องค์การของรัฐนอกเหนือจาก (๔) , (๕)
และ (๖)
(๘) การจัดให้เช่า หมายถึง
การจัดให้เช่าที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวง
(๙) ผู้มีอำนาจจัดให้เช่า หมายถึง
อธิบดี หรือ ผู้ที่อธิบดีมอบอำนาจตามกฎกระทรวง
(๑๐) การจัดทำสัญญาต่างตอบแทนอื่น
หมายถึง การจัดหาประโยชน์โดยวิธีอื่นนอกเหนือจากการจัดให้เช่าตามกฎกระทรวง
(๑๑) การเกษตร หมายถึง การทำไร่
ทำนา ปลูกพืชสวน พืชผัก เลี้ยงสัตว์ และการเกษตรอื่น
ความหมายของการทำไร่ ทำนา ปลูกพืชสวน พืชผัก เลี้ยงสัตว์
และการเกษตรอื่น รวมทั้งกำหนดเวลาให้ผลผลิตของพืชสวนให้เป็นไปตามคำสั่งกรมธนารักษ์
(๑๒) อาคารตึกห้องเดียว หมายถึง
อาคารที่ปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่
มีลักษณะเป็นตึกแถวแต่ปลูกสร้างห้องเดียว
(๑๓) ตึกแถว หมายถึง
อาคารที่ปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่และติดต่อกันเป็นแถวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป
(๑๔) ห้องแถว หมายถึง
อาคารที่ปลูกสร้างด้วยไม้หรือวัสดุไม่ทนไฟเป็นส่วนใหญ่และติดต่อกันเป็นแถวตั้งแต่สองคูหาขึ้นไป
(๑๕) อาคารพาณิชย์ หมายถึง
อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ประโยชน์ในการพาณิชยกรรมและบริการธุรกิจ
(๑๖) อาคารแถวอยู่อาศัย หมายถึง
อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อใช้พักอาศัยโดยเฉพาะ
ซึ่งปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่ และติดต่อกันเป็นแถว
(๑๗) อาคารที่พักอาศัยรวม หมายถึง
อาคารที่จัดให้ผู้อื่นนอกเหนือจากผู้เช่าได้ใช้เป็นที่พักอาศัยรวมในอาคารเดียวกัน
(๑๘) โรงงานอุตสาหกรรม หมายถึง
อาคารที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่ผลิตสิ่งของเพื่อให้เป็นสินค้า
โดยใช้เครื่องจักรเป็นปัจจัยหรือไม่ก็ตาม
และรวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานด้วย
(๑๙) อาคารสูง หมายถึง
อาคารที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ โดยมีความสูงของอาคารตั้งแต่ ๒๓
เมตรขึ้นไป
การวัดความสูงของอาคารให้วัดจากระดับพื้นดินที่ก่อสร้างถึงพื้นดาดฟ้า
สำหรับอาคารทรงจั่วหรือปั้นหยาให้วัดจากระดับพื้นที่ดินที่ก่อสร้างถึงยอดผนังของชั้นสูงสุด
(๒๐) อาคารขนาดใหญ่ หมายถึง
อาคารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร หรืออาคารที่มีความสูงตั้งแต่ ๑๕ เมตรขึ้นไป
และมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันเกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ ตารางเมตร
(๒๑) อาคารขนาดใหญ่พิเศษ หมายถึง
อาคารที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อใช้อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารเป็นที่อยู่อาศัยหรือประกอบกิจการประเภทเดียวหรือหลายประเภท
โดยมีพื้นที่รวมกันทุกชั้นหรือชั้นหนึ่งชั้นใดในหลังเดียวกันตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ ตารางเมตร ขึ้นไป
(๒๒) อาคารจอดรถ หมายถึง
อาคารที่ใช้เป็นสถานที่จอดรถยนต์เพื่อการบริการธุรกิจหรือพาณิชยกรรม
(๒๓) อาคารที่พักแรม หมายถึง
อาคารที่ปลูกสร้างด้วยวัสดุคงทนถาวร
เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจในการให้บริการที่พักแรมแก่บุคคลทั่วไป
(๒๔) คลังสินค้า หมายถึง
อาคารที่ปลูกสร้างด้วยวัสดุถาวรทนไฟเป็นส่วนใหญ่เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บวัสดุ
สินค้า หรือพืชผลทางการเกษตร
(๒๕) ราคาที่ดิน หมายถึง
ราคาที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน
ในกรณีที่ดินราชพัสดุแปลงใดที่ไม่มีราคาประเมินทุนทรัพย์ตามวรรคแรก
ให้เทียบเคียงกับราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินแปลงบริเวณใกล้เคียง
ที่มีทำเลที่ตั้งและลักษณะคล้ายกันเป็นราคาที่ดิน
(๒๖) มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง
หมายถึง มูลค่าอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ
(๒๗) ค่าชดเชย หมายถึง
ค่าจัดซื้อที่ดิน ค่าก่อสร้างอาคาร
หรือสิ่งปลูกสร้างให้แก่ทางราชการรวมทั้งค่ารื้อถอนขนย้ายทรัพย์สิน
และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นเพื่อการจัดหาประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
(๒๘) เงินชดเชยค่าก่อสร้างอาคารราคาปานกลาง หมายถึง เงินค่าก่อสร้างตามบัญชีราคาค่าก่อสร้าง
ค่าสาธารณูปโภคที่กำหนดขึ้นเพื่อประเมินให้ผู้เช่าเดิมหรือผู้ได้รับสิทธิการเช่าอาคารต้องจ่ายให้แก่ผู้ลงทุนปลูกสร้างอาคาร
โดยคำนึงถึงต้นทุนการก่อสร้างรวมกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และกำไร
(๒๙) เช่าช่วง หมายถึง
การที่ผู้เช่านำที่ราชพัสดุที่เช่าไปจัดให้บุคคลอื่นเช่าโดยผู้เช่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่นำไปจัดให้เช่า
(๓๐) นำไปจัดหาประโยชน์ หมายถึง
การที่ผู้เช่านำที่ราชพัสดุที่เช่าไปจัดให้บุคคลอื่นเข้าใช้ประโยชน์นอกเหนือจากการให้เช่าช่วงที่ราชพัสดุ
หรือการให้บุคคลอื่นใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ของผู้เช่าที่ตั้งอยู่บนที่ราชพัสดุโดยผู้เช่าได้รับค่าตอบแทนหรือผลประโยชน์จากบุคคลนั้น
(๓๑) การใช้ที่ราชพัสดุโดยละเมิด หมายถึง การใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ รวมถึงการบุกรุกที่ราชพัสดุตามกฎกระทรวงด้วย
(๓๒) ค่าทดแทน หมายถึง
จำนวนเงินที่กำหนดเพื่อชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่กรมธนารักษ์อันเนื่องมาจากการละเมิดหรือผิดสัญญา
หรือค่าสินไหมทดแทนในการไม่ชำระหนี้
รวมถึงจำนวนเงินที่กำหนดเพื่อเป็นค่าตอบแทนการใช้ที่ราชพัสดุทั้งในมูลละเมิดและไม่ละเมิดด้วย