法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๕ (พ.ศ.

๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปราม

ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๓๔[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๔ และมาตรา ๒๓ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔

นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

การยึดและอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

เมื่อคณะกรรมการหรือเลขาธิการมีคำสั่งให้ยึดอสังหาริมทรัพย์ใดแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นทราบโดยเร็ว

และให้เจ้าพนักงานที่ดินหรือเจ้าหน้าที่ดังกล่าวบันทึกการสั่งยึดนั้นไว้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ก่อนทำการยึดทรัพย์สิน

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงเอกสารการมอบหมายตามมาตรา ๒๕

และคำสั่งยึดทรัพย์สินต่อผู้ถูกตรวจสอบหรือเจ้าของทรัพย์สิน ถ้าไม่พบตัวผู้นั้นก็ให้แสดงต่อบุคคลผู้ครอบครองหรือบุคคลในครอบครัวของผู้ครอบครองทรัพย์สิน

หากไม่พบตัวบุคคลใด ๆ ณ ที่ทำการยึดนั้น

ก็ให้ดำเนินการยึดโดยให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานฝ่ายปกครองในท้องที่นั้นมาร่วมเป็นพยานด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการยึดทรัพย์สินได้ทุกวัน

ในระหว่างเวลากลางวัน เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าหากไม่ได้ดำเนินการในทันทีทรัพย์สินนั้นจะสูญหายหรือถูกยักย้าย

ก็ให้มีอำนาจดำเนินการยึดในเวลากลางคืนได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปิดประกาศการยึดไว้

ณ บริเวณอสังหาริมทรัพย์นั้น และมีหนังสือแจ้งการยึดให้ผู้ถูกตรวจสอบ

เจ้าของอสังหาริมทรัพย์และเจ้าของร่วมทราบ หากไม่สามารถแจ้งแก่บุคคลดังกล่าวได้

ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้ในที่เปิดเผย ณ

สำนักงานที่ดินและสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอแห่งท้องที่อันเป็นที่ตั้งแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้น

และที่ทำการของสำนักงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถนำหนังสือสำคัญสำหรับอสังหาริมทรัพย์มาได้ให้นำหนังสือสำคัญนั้นมาเก็บรักษาไว้

ณ ที่สำนักงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการยึดที่ดินที่มีโรงเรือน

สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งใด ๆ ที่เป็นของผู้อื่นรวมอยู่ด้วย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคำผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองสิ่งนั้นให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินนั้นอย่างไร

เช่น สิทธิอาศัย สิทธิการเช่า หรือสิทธิเหนือพื้นดิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยึดโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดแจ้งรายละเอียดของสิ่งเหล่านั้นตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การยึดสังหาริมทรัพย์

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งการยึดให้ผู้ถูกตรวจสอบเจ้าของทรัพย์สิน

หรือเจ้าของร่วมทราบ หากไม่สามารถแจ้งแก่บุคคลดังกล่าวได้ ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้

ณ ที่ทำการของสำนักงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

กรณียึดสังหาริมทรัพย์ที่มีทะเบียนกรรมสิทธิ์

เช่น เรือกำปั่น หรือเรือที่มีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป

เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ที่มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพคนอยู่อาศัย เครื่องจักร อากาศยาน

ให้แจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้นและให้นายทะเบียนบันทึกการยึดนั้นไว้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำบัญชีทรัพย์สินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียด เช่น ชื่อ

ประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพของทรัพย์สิน

ตามลำดับหมายเลขไว้และให้แสดงเครื่องหมายไว้ที่ทรัพย์สินนั้นให้เห็นโดยประจักษ์แจ้งว่าได้มีการยึดแล้วตามวิธีที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อได้ยึดทรัพย์สินแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดการให้ผู้ถูกตรวจสอบ หรือเจ้าของทรัพย์สินหรือผู้ที่ครอบครองหรือผู้ที่อยู่ในครอบครัวของผู้ครอบครองทรัพย์สินนั้นลงนามรับรองบัญชีทรัพย์สินที่ยึดไว้

หากผู้นั้นไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ หรือในกรณีไม่มีบุคคลดังกล่าว ให้จดแจ้งในบัญชีทรัพย์สินที่ยึดและให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานฝ่ายปกครองในท้องที่นั้น

ลงลายมือชื่อรับรองแทน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการยึดสังหาริมทรัพย์ใดแล้วไม่สามารถขนย้ายสังหาริมทรัพย์ที่ยึดนั้นมาเก็บรักษาไว้ได้

หรือสังหาริมทรัพย์นั้นมีสภาพไม่เหมาะสมที่จะนำมาเก็บรักษา

ให้รายงานเลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาสั่งการตามที่เห็นสมควร

ในกรณีที่เลขาธิการยังไม่มีคำสั่งตามวรรคหนึ่ง

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการยึดนั้นจัดการเก็บรักษาทรัพย์สินไว้ตามที่เห็นสมควรไปพลางก่อน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อคณะกรรมการมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องใดแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งคำสั่งแก่ผู้ถูกตรวจสอบหรือเจ้าของทรัพย์สินและบุคคลภายนอก

ซึ่งต้องรับผิดเพื่อชำระเงินหรือส่งมอบสิ่งของนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ถ้าค่าแห่งสิทธิเรียกร้องซึ่งอายัดไว้นั้นต้องเสื่อมเสียไปเพราะความผิดของบุคคลภายนอกเนื่องจากการที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งอายัดไม่ว่าด้วยประการใด

ๆ ให้คณะกรรมการหรือเลขาธิการเรียกให้บุคคลภายนอกนั้นรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายใด

ๆ อันเกิดขึ้นแต่การนั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คำสั่งอายัดนั้น

อาจออกได้ไม่ว่าหนี้ของบุคคลภายนอกนั้นจะมีข้อโต้แย้ง ข้อจำกัด หรือเงื่อนไข

หรือว่าได้กำหนดจำนวนไว้แน่นอนหรือไม่

การประเมินราคาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อมีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินรายใดแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายดำเนินการประเมินราคาทรัพย์สินดังกล่าวโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการประเมินราคาทรัพย์สินบางประเภท

พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายอาจขอความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญ

เพื่อตรวจสอบประเภท ชนิด และประเมินราคาทรัพย์สินนั้นได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

กรณีที่คณะกรรมการหรือเลขาธิการเห็นว่าราคาทรัพย์สินที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินต่ำหรือสูงเกินไป

คณะกรรมการหรือเลขาธิการอาจสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ชี้แจงเหตุผลแห่งการประเมิน

หรือสั่งให้มีการประเมินราคาทรัพย์สินนั้นใหม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

การประเมินราคาทรัพย์สินให้ประเมินตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

การประเมินราคาที่ดินให้ถือหลักเปรียบเทียบกับราคาตลาดหรืออิงราคาที่ใกล้เคียงกับราคาตลาดให้มากที่สุด

แต่ไม่ต่ำกว่าราคาประเมินของกรมที่ดินซึ่งใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

(๒)

การประเมินราคาโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้าง

(ก)

อาคารที่ก่อสร้างใหม่ให้ถือหลักการถอนแบบคำนวณตามวิธีการของการก่อสร้าง

(ข)

อาคารที่ใช้งานแล้ว ให้คำนวณตามตารางสำเร็จของทางราชการ

(๓)

การประเมินราคาทรัพย์สินอื่น ๆ

(ก)

สำหรับของใหม่ ให้ถือราคาตลาดเป็นเกณฑ์การประเมิน

(ข)

สำหรับของเก่า

ให้ถือตามราคาตลาดหักด้วยค่าเสื่อมราคาตามสภาพความเป็นจริงหรือตามวิธีการที่กำหนดไว้

(ค)

สำหรับราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ให้ใช้ราคาซื้อขายครั้งหลังสุด ส่วนราคาหุ้นกู้ ให้ใช้ราคาที่ตราไว้และราคาหุ้นในบริษัทต่าง

ๆ ให้ประเมินราคาโดยการประเมินฐานะทางการเงินและการดำเนินงานของบริษัทนั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยึดหรืออายัด และประเมินราคาทรัพย์สินเสร็จแล้ว

ให้ทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี

พร้อมแนบบัญชีทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดนั้นไปด้วย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ค่าใช้จ่ายในการยึด อายัด

เก็บรักษาทรัพย์สินชั่วคราว และประเมินราคาทรัพย์สิน ให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

โดยใช้เงินจากกองทุน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เอกสารการยึด อายัด

ประเมินราคาทรัพย์สินและรายงานต่าง ๆ ให้เป็นไปตามแบบที่สำนักงานกำหนด

ให้ไว้ ณ

วันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๕

อานันท์

ปันยารชุน

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติให้การยึดหรืออายัดทรัพย์สินและการประเมินราคาทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

นันทพล/ปรับปรุง

๑๖

พฤศจิกายน ๒๕๔๙

สุกัญญา/ผู้จัดทำ

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

สุนันทา/ตรวจ

๒๓

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ปิติวรรณ/ปรับปรุง

๓๑

ตุลาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๕๕/หน้า ๒๙/๒๙ เมษายน ๒๕๓๕

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dabdf004cb56dd06

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com