法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
40
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

พ.ศ.

๒๕๔๗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ.

๒๕๐๗ ประกอบกับมาตรา ๖๕ และมาตรา ๗๒

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.

๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) กฎทบวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๗

(๒) กฎทบวง

ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๗

(๓) กฎทบวง

ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๒๑)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๗

(๔) กฎทบวง

ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๗

(๕) กฎทบวง

ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๒๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๗

(๖) กฎทบวง

ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๗

(๗) กฎทบวง

ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๓๘)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๗

(๘) กฎทบวง

ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๓๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๐๗

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

เว้นแต่ข้อ ๑๘ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.

๒๕๔๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้มีคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.ม.” ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการ และกรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมิได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง

ที่ปรึกษาพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง

จำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบห้าคน โดยต้องเป็นผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ซึ่งรับราชการอยู่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ

และให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาแต่งตั้งข้าราชการของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นผู้ช่วยเลขานุการ

กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งกรรมการ

ก.ม. มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติตามความในกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้ง ให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี

เมื่อตำแหน่งกรรมการว่างลงก่อนกำหนด

ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการแทนภายในกำหนดสามสิบวัน

เว้นแต่วาระของกรรมการเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

จะไม่แต่งตั้งกรรมการแทนก็ได้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการแทนนั้น

ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่ง

จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นกรรมการอีกก็ได้

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแต่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งกรรมการใหม่

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การประชุม ก.ม.

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุม ก.ม.

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุม

ถ้าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ในการประชุม ก.ม.

ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการผู้ใดโดยเฉพาะ

กรรมการผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ก.ม. มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการวิสามัญ เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.ม. วิสามัญ” เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ ก.ม. มอบหมายได้

ในกรณีที่กรรมการซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ อ.ก.ม.

วิสามัญ ที่ได้รับแต่งจาก ก.ม. คณะนั้นพ้นจากตำแหน่งไปด้วย ในระหว่างที่ยังมิได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งกรรมการใหม่ ให้ อ.ก.ม.

วิสามัญปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้ง อ.ก.ม. วิสามัญใหม่

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้มีอนุกรรมการอุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำทุกมหาวิทยาลัย เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.ม. อุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย”

ประกอบด้วย

(๑) ประธาน

ซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ

(๒) อนุกรรมการ

ซึ่งเลือกจากผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสถาบัน

ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการวิทยาลัย

และหัวหน้าหน่วยงานซึ่งเรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ จำนวนสามคน

(๓) อนุกรรมการ

ซึ่งเลือกจากคณาจารย์และข้าราชการประจำ จำนวนสามคน

(๔) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ซึ่งอนุกรรมการตาม (๒) และ (๓) เลือกจากบุคคลภายนอกจำนวนสามคน

ให้ อ.ก.ม. อุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยแต่งตั้งเลขานุการหนึ่งคน

หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกอนุกรรมการตาม (๒) (๓) และ (๔) ให้เป็นไปตามที่ ก.ม.

กำหนด

ประธานและอนุกรรมการมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี

ในกรณีที่ตำแหน่งประธานหรืออนุกรรมการว่างลงก่อนกำหนด

ให้ดำเนินการแต่งตั้งประธานหรือเลือกอนุกรรมการแทนภายในกำหนดสามสิบวัน

ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นประธานหรือได้รับเลือกเป็นอนุกรรมการแทนนั้น

ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่ประธานและอนุกรรมการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

แต่ยังมิได้แต่งตั้งประธานและเลือกอนุกรรมการใหม่

ให้ประธานและอนุกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปก่อนจนกว่าจะได้แต่งตั้งประธานและเลือกอนุกรรมการใหม่

ในกรณีที่อนุกรรมการตาม (๒) พ้นจากตำแหน่งผู้บริหารที่กำหนดไว้ใน (๒) หรืออนุกรรมการตาม (๓)

ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี

ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการวิทยาลัย และหัวหน้าหน่วยงานซึ่งเรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

ให้พ้นจากตำแหน่งอนุกรรมการ

อ.ก.ม. อุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยมีหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์

ตัดเงินเดือน ลดขั้นเงินเดือน และการร้องทุกข์ และมีหน้าที่ช่วย ก.ม. ปฏิบัติการตามที่ ก.ม.

มอบหมายและให้ความเห็นแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาปรึกษา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้มีอนุกรรมการสามัญ ประจำทุกมหาวิทยาลัย

เรียกโดยย่อว่า “อ.ก.ม. มหาวิทยาลัย” ประกอบด้วยอธิการบดีเป็นประธาน

รองอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสถาบันหรือผู้อำนวยการสำนัก

และหัวหน้าแผนกอิสระ ถ้ามี เป็นอนุกรรมการโดยตำแหน่ง ทั้งนี้

อธิการบดีด้วยความเห็นชอบของอนุกรรมการโดยตำแหน่ง

จะแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยนั้นเป็นอนุกรรมการอีกจำนวนไม่เกินห้าคนก็ได้

อนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี

ให้อธิการบดีแต่งตั้งรองอธิการบดีคนใดคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

อ.ก.ม. มหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยใดมีวิทยาลัยเป็นส่วนราชการ

ให้หัวหน้าของวิทยาลัยนั้นเป็นอนุกรรมการโดยตำแหน่งด้วย

อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยมีหน้าที่ปฏิบัติการตามกฎกระทรวงนี้

และมีหน้าที่ช่วย ก.ม. ปฏิบัติการตามที่

ก.ม. มอบหมาย

และให้ความเห็นแก่อธิการบดีตามที่อธิการบดีปรึกษา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้นำข้อ ๕ มาใช้บังคับแก่การประชุมของ อ.ก.ม. วิสามัญ อ.ก.ม. อุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยและ

อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยมีอำนาจตั้งกรรมการเฉพาะกิจ

เพื่อทำการตามที่ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยในเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย

การออกจากราชการ การร้องทุกข์ การอุทธรณ์ และการอื่นตามที่ ก.ม. กำหนด ก.ม. อาจกำหนดให้มีผู้แทนของกลุ่มข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยเข้าร่วมประชุมในฐานะที่ปรึกษาด้วยก็ได้

จำนวน คุณสมบัติ การเลือกตั้ง

และวาระการดำรงตำแหน่งของผู้แทนของกลุ่มข้าราชการพลเรือนตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามที่ ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การกำหนดตำแหน่ง

และการให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง การบรรจุและการแต่งตั้ง

การเพิ่มพูนประสิทธิภาพและเสริมสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติราชการ

วินัยและการรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์

และการร้องทุกข์ของข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

การใดที่มิได้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

กฎ ก.พ. และระเบียบที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม

ภายใต้บังคับวรรคสาม

ในกรณีที่นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน กฎ ก.พ.

และระเบียบที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับนั้น

ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของ ก.พ. เป็นอำนาจหน้าที่ของ

ก.ม. ให้อำนาจหน้าที่ของ อ.ก.พ. กระทรวง หรือ อ.ก.พ. กรม เป็นอำนาจหน้าที่ของ

อ.ก.ม. มหาวิทยาลัย

ให้อำนาจหน้าที่ของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามข้อ ๒๗

และให้อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีเจ้าสังกัด ปลัดกระทรวงหรืออธิบดี

เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาหรืออธิการบดี แล้วแต่กรณี

กรณีที่นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

กฎ ก.พ. และระเบียบที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับนั้น

ให้อำนาจหน้าที่เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์

ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนและการร้องทุกข์ของ อ.ก.พ. กระทรวง หรือ อ.ก.พ. กรม เป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ม. อุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัยและให้อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีเจ้าสังกัด

หรืออธิบดีเป็นอำนาจหน้าที่ของอธิการบดี แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงให้ผู้บังคับบัญชาดังต่อไปนี้เป็นผู้มีอำนาจสั่งลงโทษ

(๑) คณบดี

ผู้อำนวยการศูนย์ ผู้อำนวยการสถาบัน ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการวิทยาลัย

และหัวหน้าหน่วยงานซึ่งเรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ

ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยผู้กระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงมีอำนาจสั่งลงโทษภาคทัณฑ์

หรือตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกินร้อยละห้าและเป็นเวลาไม่เกินสองเดือน

(๒) นายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาและอธิการบดี

ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยผู้กระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรงมีอำนาจสั่งลงโทษภาคทัณฑ์

หรือตัดเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกินร้อยละห้า และเป็นเวลาไม่เกินสามเดือนหรือลดขั้นเงินเดือนครั้งหนึ่งไม่เกินหนึ่งขั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ได้แก่ ตำแหน่งดังต่อไปนี้

(ก) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่สอน

วิจัย และให้บริการทางวิชาการ ได้แก่

(๑) ศาสตราจารย์

(๒) รองศาสตราจารย์

(๓) ผู้ช่วยศาสตราจารย์

(๔) อาจารย์

(ข) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการ

ได้แก่ ตำแหน่งในสายงานต่างๆ ดังนี้

(๑) บรรณารักษ์

(๒) โสตทัศนศึกษา

(๓) แพทย์

(๔) พยาบาล

(๕) วิจัย

(๖) ตำแหน่งในสายงานวิชาการอื่น

ที่ ก.ม. กำหนด

(ค) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับงานบริหารและธุรการ

ได้แก่

(๑) อธิการบดี

(๒) รองอธิการบดี

(๓) คณบดี

(๔) ผู้อำนวยการศูนย์

ผู้อำนวยการสถาบัน หรือผู้อำนวยการสำนัก

(๕) หัวหน้าแผนกอิสระ

(๖) รองคณบดี

(๗) รองผู้อำนวยการศูนย์

รองผู้อำนวยการสถาบัน หรือรองผู้อำนวยการสำนัก

(๘) หัวหน้าภาควิชา

หรือหัวหน้าแผนกวิชา

(๙) ผู้อำนวยการกอง

(๑๐) เลขานุการคณะ

(๑๑) หัวหน้ากอง

(๑๒) หัวหน้าแผนก

(๑๓) ตำแหน่งอื่นที่

ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

มหาวิทยาลัยใดจะมีตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตำแหน่งใด

จำนวนเท่าใด และจะต้องใช้ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด ให้ ก.ม. กำหนดโดยให้คำนึงถึงลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบ

ปริมาณและคุณภาพของงาน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ ก.ม. จัดทำมาตรฐานกำหนดตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยไว้เป็นบรรทัดฐานทุกตำแหน่ง

ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ให้แสดงชื่อของตำแหน่ง หน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่ง

ลักษณะงานที่ปฏิบัติ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่ผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องมีและสำหรับตำแหน่งตามข้อ

๑๘ (ข) และ (ค)

(๒) ให้แสดงอันดับเงินเดือนที่ให้ได้รับ

โดยอนุโลมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ลักษณะหน้าที่และความรับผิดชอบ

ปริมาณและคุณภาพของงานของตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตำแหน่งใดที่ ก.ม. กำหนดเปลี่ยนแปลงไป ให้ ก.ม.

พิจารณาปรับปรุงการกำหนดตำแหน่งนั้นเสียใหม่ให้เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

(ก) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่สอน

วิจัย และให้บริการทางวิชาการตามข้อ ๑๔ (ก) ให้ได้รับเงินเดือนตามที่ ก.ม. กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

(ข) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่ให้บริการทางวิชาการ

ตามข้อ ๑๔ (ข) ให้ได้รับเงินเดือนตามที่

ก.ม. กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

(ค) ตำแหน่งซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับงานบริหารและธุรการ

(๑) ตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในข้อ

๑๔ (ค) (๑) ถึง (๘) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่แต่งตั้งจากผู้ดำรงตำแหน่งในข้อ

๑๔ (ก) ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ระบุไว้ใน

(ก) เว้นแต่

(๑.๑) ผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี

(๑.๑.๑) เมื่อได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงสุดของตำแหน่งรองศาสตราจารย์ระดับ

๙ ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับที่ ท ๑๐ ได้

(๑.๑.๒) เมื่อได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงสุดของตำแหน่งศาสตราจารย์ระดับ

๑๐ ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ ท ๑๑ ได้

โดยให้ได้รับเงินเดือนในวันแรกของการเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งถัดไป

และในขั้นที่เทียบได้ตรงกันกับขั้นเงินเดือนของระดับเดิมตามตารางเทียบขั้นเงินเดือนแต่ละระดับที่ข้าราชการจะได้รับเมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งท้ายกฎ

ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน

พ.ศ. ๒๕๔๔

ในวันแรกของการเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งถัดไป

(๑.๒) ผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี

เมื่อได้รับเงินเดือนถึงขั้นสูงสุดของตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ระดับ ๙

ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับ ท ๑๐ ได้

เฉพาะกรณีตำแหน่งรองอธิการบดีที่ได้รับเงินประจำตำแหน่งผู้บริหารในมหาวิทยาลัยของรัฐ

จากเงินงบประมาณตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง โดยให้ได้รับเงินเดือนในวันแรกของการเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งถัดไปและในขั้นที่เทียบได้ตรงกันกับขั้นเงินเดือนของระดับเดิมตามตารางเทียบขั้นเงินเดือนแต่ละระดับที่ข้าราชการจะได้รับ

เมื่อได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งท้ายกฎ ก.พ. ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน พ.ศ. ๒๕๔๔

ในวันแรกของการเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งถัดไป

(๒) ตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในข้อ

๑๔ (ค) (๙) ถึง (๑๓) ให้ได้รับเงินเดือนตามที่ ก.ม. กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับโอนข้าราชการ

เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามข้อ ๑๔ (ก) ก.ม. อาจกำหนดให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนในอันดับหรือขั้นเงินเดือนไม่สูงกว่าเดิมที่ผู้นั้นได้รับได้

แต่ต้องไม่สูงกว่าขั้นสูงสุดของตำแหน่งศาสตราจารย์

ทั้งนี้

ตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

โดย ก.ม. จะกำหนดให้มีอันดับตามที่กำหนดไว้ในบัญชีดังกล่าวหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ ๑๔

อาจได้รับเงินประจำตำแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การให้ผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยได้รับเงินเดือนตามข้อ ๑๘

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม

ตำแหน่งใดมีอัตราเงินเดือนหลายอันดับ

เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งนั้นได้รับเงินเดือนขั้นต่ำของอันดับถัดไป

ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามข้อ ๒๗

มีคำสั่งให้ผู้นั้นได้รับเงินเดือนในอันดับถัดไปนั้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้น

โดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับสำหรับการบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตามข้อ

๒๕ ข้อ ๒๖ ข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ ข้อ ๓๕ และข้อ ๓๖

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้สมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งใด

ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปหรือได้รับการยกเว้นในกรณีที่ขาดคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้นตามที่ ก.ม.

กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งหรือได้รับอนุมัติจาก ก.ม. ตามข้อ ๓๐ ด้วย

สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง

ซึ่งขาดคุณสมบัติทั่วไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้

แต่จะมีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยในตำแหน่งที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากตำแหน่งข้าราชการการเมืองแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยเป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขัน

เพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ หลักสูตรและวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน

ตลอดจนเกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชีและการยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้

ให้เป็นไปตามที่ ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ผู้สอบแข่งขันได้ซึ่งอยู่ในลำดับที่ที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด

ถ้าปรากฏว่าขาดคุณสมบัติทั่วไปโดยไม่ได้รับการยกเว้นในกรณีที่ขาดคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

หรือขาดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอยู่ก่อนหรือภายหลังการสอบแข่งขันโดยไม่ได้รับการอนุมัติจาก

ก.ม. ตามข้อ ๓๐

จะบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนั้นไม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ในกรณีที่มีเหตุพิเศษที่ไม่จำเป็นต้องดำเนินการสอบแข่งขัน อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยอาจคัดเลือกบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

มหาวิทยาลัยใดมีเหตุผลและความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์แก่ราชการที่จะต้องบรรจุบุคคลที่มีความรู้ความสามารถและความชำนาญงานสูงมากเป็นพิเศษเข้ารับราชการในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิให้มหาวิทยาลัยนั้นดำเนินการขออนุมัติ

ก.ม. เมื่อ ก.ม.

ได้พิจารณาอนุมัติให้บรรจุและได้กำหนดตำแหน่งที่จะแต่งตั้งและเงินเดือนที่จะให้ได้รับแล้ว

ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ ๒๗ บรรจุและแต่งตั้งได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการและการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้เป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้ง

(๑) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในอันดับ

๑๐ และตำแหน่งศาสตราจารย์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาโดยอนุมัติของ ก.ม. เป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและเสนอชื่อต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้ง

(๒) การบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนตั้งแต่อันดับ

๙ ลงมา อธิการบดีผู้บังคับบัญชาโดยอนุมัติของ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้ง

การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์

รองศาสตราจารย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ตามข้อ ๑๔ (ก) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ให้ผู้มีอำนาจดังต่อไปนี้เป็นผู้สั่งเลื่อน

(๑) เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา

สำหรับตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในอันดับ ๑๐ ตำแหน่งอธิการบดี

หรือตำแหน่งศาสตราจารย์

(๒) อธิการบดีผู้บังคับบัญชา

สำหรับตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนตั้งแต่อันดับ ๙ ลงมา นอกจากตำแหน่งตาม (๑)

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ผู้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตำแหน่งใดตามข้อ

๒๑ วรรคหนึ่ง และข้อ ๒๕

ให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งโดยอนุโลมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

เว้นแต่กำหนดเวลาและวิธีการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามที่ ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตำแหน่งใดต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น

ตามที่ ก.ม. กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น ก.ม. อาจอนุมัติให้แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนที่มีคุณสมบัติเฉพาะต่างไปจากที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยก็ได้

ในกรณีที่ ก.ม.

กำหนดให้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพใดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง

ให้หมายถึงปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพที่ ก.ม. รับรอง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

การย้ายข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่นในมหาวิทยาลัยเดียวกัน

ต้องย้ายไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งอาจได้รับเงินเดือนในอันดับที่ไม่สูงกว่าเดิม

แต่ถ้าจะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งอาจได้รับเงินเดือนในอันดับที่ต่ำกว่าเดิมจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจาก

ก.ม. แล้ว

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

การเลื่อนข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งอาจได้รับเงินเดือนในอันดับที่สูงขึ้น

ให้เลื่อนและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันหรือผู้สอบคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งนั้นได้

หรือจากผู้ได้รับคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งนั้นกรณีใดจะเลื่อนและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้

ผู้สอบคัดเลือกได้หรือผู้ได้รับคัดเลือก ให้เป็นไปตามที่ ก.ม.

กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การโอนข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยในต่างมหาวิทยาลัยอาจกระทำได้เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยินยอมในการโอนนั้นแล้ว

โดยให้แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งซึ่งอาจได้รับเงินเดือนในอันดับที่ไม่สูงกว่าเดิมและรับเงินเดือนในขั้นที่ไม่สูงกว่าเดิม

เว้นแต่การโอนผู้สอบแข่งขันได้ ผู้สอบคัดเลือกได้หรือผู้ได้รับคัดเลือก

ให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

การโอนพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญ หรือการโอนข้าราชการซึ่งไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยและไม่ใช่ข้าราชการการเมือง

ข้าราชการวิสามัญหรือข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการมาบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

อาจกระทำได้เมื่อมหาวิทยาลัยที่จะรับโอนทำความตกลงกับเจ้าสังกัดแล้ว

การโอนตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด

เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ

ให้ถือเวลาทำงานหรือเวลาราชการของผู้ซึ่งโอนมาตามวรรคหนึ่งเป็นเวลาราชการที่ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามกฎกระทรวงนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหายและประสงค์จะเข้ารับราชการในตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ ๒๗

สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยผู้ใดได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจากราชการไปปฏิบัติงานใดๆ

ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

ถ้าผู้นั้นกลับเข้ารับราชการภายในกำหนดเวลาสี่ปี

นับแต่วันออกจากราชการไปปฏิบัติงานดังกล่าว ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ ๒๗

สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การกำหนดอัตราค่าจ้าง การบรรจุ

การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินค่าจ้าง การสอบสวน

การรักษาวินัยและการออกจากงานของลูกจ้างของมหาวิทยาลัยที่เป็นส่วนราชการในกระทรวงศึกษาธิการ

ให้นำระเบียบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับลูกจ้างของส่วนราชการมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๓๘ ให้ ก.ม. อ.ก.ม. วิสามัญ

อ.ก.ม. อุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย

และ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัย

ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ เป็น ก.ม.

อ.ก.ม. วิสามัญ อ.ก.ม. อุทธรณ์และร้องทุกข์ประจำมหาวิทยาลัย และ อ.ก.ม. มหาวิทยาลัยตามกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ในระหว่างที่ ก.ม.

ยังมิได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อปฏิบัติการตามกฎกระทรวงนี้

ให้หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ม. กำหนดที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับยังคงใช้บังคับได้ต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

การใดอยู่ในระหว่างดำเนินการตามกฎกระทรวงหรือกฎทบวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๐๗

ในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้การนั้นดำเนินการต่อไปจนกว่า ก.ม. จะมีมติเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ.

๒๕๔๗

อดิศัย

โพธารามิก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้

คือ โดยที่กฎทบวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๐๗

มีจำนวนหลายฉบับและใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้วทำให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้และไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน

ประกอบกับได้มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการโดยกำหนดให้โอนทบวงมหาวิทยาลัยไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

กระทรวงศึกษาธิการ ฉะนั้น

เพื่อให้เกิดความสะดวก

เหมาะสมและสอดคล้องกับการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการดังกล่าว

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

มยุรี/พิมพ์

กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

อมราลักษณ์/พัชรินทร์/ตรวจ

๑๖

กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/พ๖๙ก/๑/๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๔๗

40 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dc2bad6309d2f4e0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com