ข้อ ๓๑
ใบแจ้งความประกวดราคาอย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้
(๑) รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ต้องการซื้อหรืองานที่ต้องการจ้าง
และจำนวนที่ต้องการ
(๒) คุณสมบัติของผู้เข้าประกวดราคาซึ่งจะต้องมีอาชีพขายหรือรับจ้างตาม
(๑) และไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาล
เว้นแต่รัฐบาลของผู้เข้าประกวดราคาจะได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น
(๓) ในกรณีจำเป็น ให้ระบุให้ผู้เข้าประกวดราคาส่งตัวอย่างแคตตาล็อค
หรือแบบรูป และรายการละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา
(๔) ถ้าจำเป็นต้องทำการตรวจทดลอง
ให้กำหนดจำนวนตัวอย่างให้พอแก่การตรวจทดลองและให้มีเหลือไว้สำหรับทำสัญญาด้วย ทั้งนี้ ให้มีข้อกำหนดไว้ด้วยว่า ททท.
ไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ตัวอย่างที่ส่งมาให้ตรวจทดลอง
(๕) ข้อกำหนดให้ผู้เข้าประกวดราคารวมทั้งสิ้น
และราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการ(ถ้าทำได้)
พร้อมทั้งแจ้งหลักเกณฑ์ว่าจะพิจารณาราคารวมหรือราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการไว้ด้วย
(๖) กำหนดระยะเวลายื่นราคาเท่าที่จำเป็นต่อ ททท.
(๗) กำหนดสถานที่ วัน เวลารับซอง
ปิดการรับซองและเปิดซองประกวดราคา
(๘) กำหนดสถานที่ส่งมอบพัสดุและวันส่งมอบโดยประมาณ
(สำหรับการซื้อ) หรือกำหนดวันที่จะเริ่มทำงานและวันแล้วเสร็จโดยประมาณ
(สำหรับการจ้าง)
(๙) จำนวนเงินที่กำหนดเป็นหลักประกันซอง สถานที่รับหลักประกันซองและให้มีเงื่อนไขว่าถ้าผู้เข้าประกวดราคาถอนการเสนอราคา
หรือไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ ททท. ภายในกำหนด ททท. จะริบหลักประกันซอง
หรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ค้ำประกัน
และสงวนสิทธิ์ที่จะถือว่าผู้ที่ไม่ไปทำสัญญากับททท. เป็นผู้ทิ้งงานด้วย
(๑๐) อัตราการจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)
(๑๑) ข้อกำหนดว่าผู้ประกวดราคาได้
จะต้องวางหลักประกันสัญญาตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๕๐
(๑๒) ใบเสนอราคาให้ลงราคารวมทั้งสิ้นเป็นตัวเลขและต้องมีตัวหนังสือกำกับ
ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ
(๑๓) ซองประกวดราคาต้องผนึกให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อเจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการรับซองประกวดราคา
(๑๔) สถานที่ติดต่อกับแบบรูปและรายการละเอียดพร้อมทั้งแบบสัญญาในกรณีที่มีการขายให้ระบุราคาขายไว้ด้วย
(๑๕) อัตราค่าปรับ
(๑๖) ข้อสงวนสิทธิ์ว่า ททท.
ทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะงดซื้อหรือจ้าง หรือเลือกซื้อหรือจ้างโดยไม่จำต้องซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคาต่ำสุดเสมอไป