法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 34 (พ.ศ. 2531) ว่าด้วยการพัสดุ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
89
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ฉบับที่ ๓๔

(พ.ศ. ๒๕๓๑)

ว่าด้วยการพัสดุ

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการจัดซื้อทรัพย์สิน พ.ศ. ๒๕๒๐

และข้อบังคับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการจ้าง พ.ศ. ๒๕๒๑

ให้เป็นข้อบังคับเดียวกัน เพื่อสะดวกในการปฏิบัติยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๔)

ของพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยด้วยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

จึงวางข้อบังคับไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๓๔

พ.ศ. ๒๕๒๐ ว่าด้วยพัสดุ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ยกเลิก

(๑) ข้อบังคับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการจัดซื้อทรัพย์สิน พ.ศ. ๒๕๒๐

(๒) ข้อบังคับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการจ้าง พ.ศ. ๒๕๒๑

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใด

ที่กำหนดไว้แล้วในข้อบังคับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบังคับนี้

ให้ใช้ข้อบังคับนี้แทน

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในข้อบังคับนี้

“พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง

ที่กำหนดไว้ในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณ

“การพัสดุ” หมายความว่า การซื้อ การจ้าง การซ่อม

และบำรุงรักษา การจัดทำเองการแลกเปลี่ยน การเช่า การควบคุมและการดำเนินการอื่น ๆ

ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

“ททท.” หมายความว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“คณะกรรมการ ททท.” หมายความว่า คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“ประธานกรรมการ ททท.” หมายความว่า

ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“ผู้ว่าการ” หมายความว่า ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

และหมายความรวมถึงรองผู้ว่าการด้วย

“เจ้าหน้าที่พัสดุ” หมายความว่า พนักงานซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ

หรือผู้ได้รับแต่งตั้งหรือได้รับมอบหมายจากผู้ว่าการให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามข้อบังคับนี้

“การซื้อ” หมายความว่า การซื้อพัสดุทุกชนิด

แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

“การจ้าง” ให้หมายความรวมถึงการจ้างทำของและการรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

และการจ้างเหมาบริการแต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้างของ ททท.

และการรับขนในการเดินทางไปปฏิบัติงาน

“ผู้สั่งซื้อ” หมายความว่า ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ซื้อ

“ผู้สั่งจ้าง” หมายความว่า ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้จ้าง

“ผู้ซื้อ” หมายความว่า ผู้ว่าการซึ่งดำเนินการซื้อในนามของ

ททท.

“ผู้ว่าจ้าง” หมายความว่า

ผู้ว่าการซึ่งดำเนินการจ้างในนามของ ททท.

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ข้อบังคับนี้ใช้บังคับสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุซึ่งใช้เงินงบประมาณ

เงินรายได้ตามมาตรา ๑๑ ของพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒

และเงินกู้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้ว่าการจะมอบอำนาจตามข้อบังคับนี้

โดยทำเป็นหนังสือให้แก่พนักงานผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้ โดยคำนึงถึงตำแหน่งและหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจนั้นเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ภายในวงเงินที่ผู้ว่าการมีอำนาจ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

เจ้าหน้าที่พัสดุ ผู้ว่าการหรือผู้มีอำนาจสั่งการตามระเบียบนี้

ผู้ใดกระทำการโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริตหรือปราศจากอำนาจ

หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่

ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยตามข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ว่าด้วยการพนักงานที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

(๑) ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเสียหายอย่างร้างแรง

ให้ดำเนินการลงโทษอย่างต่ำให้ออก หรือเลิกจ้าง

(๒) ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเสียหาย

แต่ไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษอย่างต่ำตัดเงินเดือน

(๓) ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเสียหาย

ให้ลงโทษภาคทัณฑ์ หรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร

การลงโทษตาม (๑) หรือ (๒)

ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากความผิดทางอาญาหรือความรับผิดในทางแพ่ง

การจัดหาพัสดุ

การซื้อและการจ้าง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การซื้อให้ส่งเสริมพัสดุที่ผลิตในประเทศไทย

โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการเกี่ยวกับการใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไทยโดยอนุโลม

การจ้างให้ส่งเสริมกิจการของคนไทย

โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการเกี่ยวกับการใช้กิจการของคนไทยโดยอนุโลม

วิธีซื้อและวิธีจ้าง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การซื้อและการจ้างกระทำได้ ๕ วิธี คือ

(๑) วิธีตกลงราคา

(๒) วิธีสอบราคา

(๓) วิธีประกวดราคา

(๔) วิธีพิเศษ

(๕) วิธีกรณีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่

การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้าง

ครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกินกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีการประกวดราคา ได้แก่

การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกินกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การซื้อหรือการจ้างตามข้อ ๙ และข้อ ๑๐

ถ้าผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็นสมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้

การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในวิธีหนึ่งวิธีใด

จะกระทำมิได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกินกว่า ๒๐,๐๐๐

บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นพัสดุขายทอดตลาด

(๒) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ

หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ

องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานของต่างประเทศ

(๓) เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่การปฏิบัติงาน

(๔) เป็นพัสดุเพื่อใช้ในกิจการลับ

(๕) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

(๖) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง

(๗) เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

(๘) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

การจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกินกว่า ๒๐,๐๐๐

บาท ให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้

(๑) เป็นงานที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือจริง ๆ

หรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ

(๒) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อน

จึงจะประมาณค่าซ่อมได้

(๓) เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่การปฏิบัติงาน

(๔) เป็นงานที่ต้องปกปิดเป็นความลับ

(๕) เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

สำหรับสำนักงานสาขา

หรือมีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัตินอกสถานที่ตั้งสำนักงานตามปกติทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จะซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการ

หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งเป็นผู้ทำหรือผลิตพัสดุนั้น ๆ ขึ้นเอง

(๒) การซื้อหรือการจ้างที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรี

กำหนดให้ ต้องซื้อหรือจ้างจากส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมาย

ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจ

รายงานขอซื้อและขอจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธี

นอกจากการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างตามข้อ ๑๘ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานเสนอผู้ว่าการดังนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อหรือจ้าง

(๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง

(๓) ราคาพัสดุหรือค่าจ้างในท้องตลาดขณะนั้นที่สืบทราบหรือประมาณได้

(๔) วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

(๕) ประมาณเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้น หรือให้งานนั้นเสร็จ

(๖) วิธีที่จะซื้อหรือจ้าง

และเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น

(๗) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

ในกรณีที่จะต้องดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๓

(๓) หรือ ข้อ ๑๔ (๓) ซึ่งไม่อาจทำรายงานตามปกติได้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้น

จะทำรายงานเฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ก่อนดำเนินการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอผู้ว่าการตามรายการดังต่อไปนี้

(๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อ

(๒) รายละเอียดของที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างที่ต้องการซื้อ

รวมทั้งเนื้อที่และท้องที่ที่ต้องการ

(๓) ราคาประเมินของทางราชการในท้องที่นั้น

(๔) วงเงินที่จะซื้อ

(๕) วิธีที่จะซื้อและเหตุผลที่ต้องซื้อโดยวิธีนั้น

(๖) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

การดำเนินการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างให้ติดต่อกับเจ้าของโดยตรง

เว้นแต่ การซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศหากจำเป็นต้องติดต่อผ่านนายหน้าหรือดำเนินการในทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่นก็ให้กระทำได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อผู้ว่าการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอตามข้อ

๑๗ หรือ ข้อ ๑๘ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการตามวิธีการซื้อหรือวิธีการจ้างนั้น

ๆ ต่อไปได้

กรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ในการดำเนินการซื้อหรือจ้างแต่ละครั้ง

ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้ แล้วแต่กรณี

คือ

(๑) คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

(๒) คณะกรรมการรับซองประกวดราคา

(๓) คณะกรรมการเปิดซองประกวดราคา

(๔) คณะกรรมการจัดซื้อหรือจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

(๕) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

(๖) คณะกรรมการตรวจการจ้าง

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษของสำนักงานสาขา

จะไม่แต่งตั้งคณะกรรมการตาม (๔) ก็ได้ และการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๓

(๓) และข้อ ๑๔ (๓) สำหรับส่วนกลางจะไม่แต่งตั้งคณะกรรมการตาม (๔) ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

คณะกรรมการตามข้อ ๒๐ แต่ละคณะ ให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย

๒ คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากพนักงานตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไป

ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของ ททท.

จะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่พนักงานร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้ ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งพนักงานที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นทำหน้าที่ประธานกรรมการแทน

ในกรณีเมื่อถึงกำหนดเวลารับซองประกวดราคา หรือเปิดซองสอบราคา

หรือเปิดซองประกวดราคาแล้ว ประธานกรรมการยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการในเวลานั้น

โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เฉพาะข้อ ๒๗ (๑) ข้อ ๓๔ หรือข้อ ๓๖ (๑)

แล้วแต่กรณี แล้วรายงานประธานกรรมการซึ่งผู้ว่าการแต่งตั้งเพื่อดำเนินการต่อไปในการซื้อหรือจ้างครั้งเดียวกัน

ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการรับซองประกวดราคาเป็นกรรมการเปิดซองประกวดราคา

หรือแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการเปิดซองสอบราคา หรือกรรมการเปิดซองประกวดราคา

เป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ

คณะกรรมการทุกคณะ เว้นแต่คณะกรรมการรับซองประกวดราคา

ควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้น ๆ

เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

สำหรับการซื้อหรือการจ้างในวงเงินไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท

หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๓ (๓) หรือข้อ ๑๔ (๓)

และการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษของสำนักงานสาขา จะแต่งตั้งพนักงานเพียงคนเดียวเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้นโดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้

ส่วนการซื้อหรือการจ้างสำหรับกิจกรรมที่ต้องปฏิบัตินอกสถานที่ตั้งสำนักงานตามปกติ

ให้ผู้จ่ายเงินค่าพัสดุหรืองานจ้าง แล้วแต่กรณี เป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

ๆ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

หรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการแต่ละคณะต้องมีกรรมการมาพร้อมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดโดยให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ

มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และคณะกรรมการตรวจการจ้าง ให้ถือมติเอกฉันท์

ในกรณีกรรมการบางคนไม่ยอมรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น

โดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้นำความในข้อ ๔๒ (๗) หรือ ข้อ ๔๓ (๖) แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับ

สำหรับคณะกรรมการคณะอื่นถ้าผู้ใดไม่เห็นด้วยให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อ ๒๐ สำหรับสำนักงานสาขาถ้ามีพนักงานในสำนักงานนั้นไม่พอที่จะปฏิบัติตามความในข้อ

๒๑ หรือข้อ ๒๒ ได้ จะแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่งและลูกจ้างของสำนักงานนั้นหรือบุคคลอื่นร่วมเป็นกรรมการคณะหนึ่งคณะใดหรือทุกคณะก็ได้

วิธีตกลงราคา

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุต่อรองและตกลงราคากับผู้ขายหรือผู้รับจ้าง

แล้วจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๑๙

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน

และไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นดำเนินการไปก่อน

แล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้มีอำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง

วิธีสอบราคา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ก่อนวันเปิดซองไม่น้อยกว่า ๗ วัน ให้ผู้ว่าการปิดใบแจ้งความสอบราคาไว้โดยเปิดเผย

ณ ที่ทำการของ ททท.

กับให้ส่งใบแจ้งความดังกล่าวไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพื่อให้เสนอราคาเป็นหนังสือผนึกซองยื่นต่อเจ้าหน้าที่พัสดุด้วยตนเอง หรือโดยผู้แทนซึ่งได้รับมอบหมายเป็นหนังสือภายในวัน

เวลา และสถานที่ที่กำหนด

(๒) ให้เจ้าหน้าที่พัสดุรับซองใบเสนอราคาที่ยื่นมาทุกรายโดยไม่เปิดซองเมื่อครบกำหนดเวลาตาม

(๑) แล้ว ให้ส่งมอบซองใบเสนอราคาพร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาเพื่อดำเนินการต่อไป

เมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองแล้ว ห้ามรับซองใบเสนอราคาจากผู้หนึ่งผู้ใดอีก

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ใบแจ้งความสอบราคา ให้มีรายการทำนองเดียวกับใบแจ้งความประกวดราคาตามข้อ ๓๑ เว้นแต่ไม่ต้องวางหลักประกันซอง

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

คณะกรรมการเปิดซองสอบราคามีหน้าที่ดังนี้

(๑) เปิดซองใบเสนอราคาโดยเปิดเผยต่อหน้าผู้ยื่นซองหรือผู้แทนซึ่งมีอยู่ในขณะถึงเวลาเปิดซอง

แล้วจดราคาจากใบเสนอราคาทุกฉบับลงไว้ในบัญชีเปรียบเทียบราคา

และให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคา บัญชีเปรียบเทียบราคา

และเอกสารประกอบใบเสนอราคาที่เป็นเอกสารสำคัญ

(๒) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา แคตตาล็อค

หรือแบบรูปและรายการละเอียด แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในแจ้งความสอบราคา

(๓) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างของผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตาม

(๒) ที่มีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อ ททท.

แล้วเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้วซึ่งเสนอราคาต่ำสุดและอยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการที่จะต่อรองราคาหรือไม่ก็ได้

โดยคำนึงถึงราคาที่เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอตามข้อ ๑๗ หรือข้อ ๑๘

เป็นเครื่องประกอบการพิจารณา

ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย

ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน ด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาหรือโดยวาจา

ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้าง

สูงกว่าเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาดำเนินการตามข้อ ๒๘

(๔) ในกรณีที่มีผู้เสนอราคาถูกต้องตรงตามรายการละเอียด และเงื่อนไข ที่กำหนดไว้ในแจ้งความสอบราคาเพียงรายเดียว

ให้คณะกรรมการดำเนินการตาม (๓) โดยอนุโลม

(๕) เมื่อได้ดำเนินการไปแล้วได้ผลประการใด ให้เสนอความเห็น พร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาที่ปรากฏว่า

ราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้าง

สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาดำเนินการตามลำดับดังนี้

(๑) เรียกผู้เสนอราคารายนั้นมาต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้

หากผู้เสนอราคารายนั้นยอมลดราคาลงอยู่ภายในวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น

(๒) ถ้าผู้เสนอราคาตาม (๑) ไม่ยอมลดราคาหรือลดราคาแล้ว

แต่ยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

ให้เรียกผู้เสนอราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้าง

ทุกรายมาต่อรองราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาภายในกำหนดระยะเวลาอันสมควร

หากรายใดไม่มายื่นซองให้ถือว่ารายนั้นยื่นตามราคาที่เสนอไว้เดิม ทั้งนี้ ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้ที่ลดราคาลงต่ำสุดอยู่ภายในวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง

(๓) ถ้าปรากฏว่าราคาต่ำสุดของรายที่ได้ต่อรองราคาใหม่

ยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือไม่มีผู้ใดยินยอมลดราคาเลยให้เสนอความเห็นต่อผู้ว่าการว่าจะสมควรเปลี่ยนแปลงรายการ

หรือยกเลิกการสอบราคาเพื่อดำเนินการสอบราคาใหม่

หรือดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีอื่น

วิธีประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา

ให้ผู้ว่าการปิดประกาศหรือใบแจ้งความประกวดราคาโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของ ททท.

หรือประกาศทางวิทยุกระจายเสียง หรือลงประกาศในหนังสือพิมพ์

หากเห็นสมควรจะส่งประกาศหรือใบแจ้งความดังกล่าวไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง

หรือจะโฆษณาด้วยวิธีอื่นอีกก็ได้

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

จะต้องกระทำก่อนวันรับซองประกวดราคาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

การให้หรือขายแบบรูปและรายการละเอียดในการประกวดราคาให้กระทำ ณ

สถานที่ที่ผู้ต้องการสามารถติดต่อได้โดยสะดวกและไม่เป็นเขตห้วงห้ามกับจะต้องจัดเตรียมไว้ให้มากพอสำหรับความต้องการของผู้มาขอรับหรือขอซื้อ

ที่มีอาชีพขายหรือทำงานจ้างนั้นรายละ ๑ ชุด

ในกรณีที่มีการขาย ให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่

ททท. ต้องเสียไปในการจัดทำแบบรูปและรายการละเอียดนั้น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ใบแจ้งความประกวดราคาอย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้

(๑) รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ต้องการซื้อหรืองานที่ต้องการจ้าง

และจำนวนที่ต้องการ

(๒) คุณสมบัติของผู้เข้าประกวดราคาซึ่งจะต้องมีอาชีพขายหรือรับจ้างตาม

(๑) และไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาล

เว้นแต่รัฐบาลของผู้เข้าประกวดราคาจะได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น

(๓) ในกรณีจำเป็น ให้ระบุให้ผู้เข้าประกวดราคาส่งตัวอย่างแคตตาล็อค

หรือแบบรูป และรายการละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา

(๔) ถ้าจำเป็นต้องทำการตรวจทดลอง

ให้กำหนดจำนวนตัวอย่างให้พอแก่การตรวจทดลองและให้มีเหลือไว้สำหรับทำสัญญาด้วย ทั้งนี้ ให้มีข้อกำหนดไว้ด้วยว่า ททท.

ไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ตัวอย่างที่ส่งมาให้ตรวจทดลอง

(๕) ข้อกำหนดให้ผู้เข้าประกวดราคารวมทั้งสิ้น

และราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการ(ถ้าทำได้)

พร้อมทั้งแจ้งหลักเกณฑ์ว่าจะพิจารณาราคารวมหรือราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการไว้ด้วย

(๖) กำหนดระยะเวลายื่นราคาเท่าที่จำเป็นต่อ ททท.

(๗) กำหนดสถานที่ วัน เวลารับซอง

ปิดการรับซองและเปิดซองประกวดราคา

(๘) กำหนดสถานที่ส่งมอบพัสดุและวันส่งมอบโดยประมาณ

(สำหรับการซื้อ) หรือกำหนดวันที่จะเริ่มทำงานและวันแล้วเสร็จโดยประมาณ

(สำหรับการจ้าง)

(๙) จำนวนเงินที่กำหนดเป็นหลักประกันซอง สถานที่รับหลักประกันซองและให้มีเงื่อนไขว่าถ้าผู้เข้าประกวดราคาถอนการเสนอราคา

หรือไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ ททท. ภายในกำหนด ททท. จะริบหลักประกันซอง

หรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ค้ำประกัน

และสงวนสิทธิ์ที่จะถือว่าผู้ที่ไม่ไปทำสัญญากับททท. เป็นผู้ทิ้งงานด้วย

(๑๐) อัตราการจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)

(๑๑) ข้อกำหนดว่าผู้ประกวดราคาได้

จะต้องวางหลักประกันสัญญาตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๕๐

(๑๒) ใบเสนอราคาให้ลงราคารวมทั้งสิ้นเป็นตัวเลขและต้องมีตัวหนังสือกำกับ

ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกัน ให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ

(๑๓) ซองประกวดราคาต้องผนึกให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อเจ้าหน้าที่หรือคณะกรรมการรับซองประกวดราคา

(๑๔) สถานที่ติดต่อกับแบบรูปและรายการละเอียดพร้อมทั้งแบบสัญญาในกรณีที่มีการขายให้ระบุราคาขายไว้ด้วย

(๑๕) อัตราค่าปรับ

(๑๖) ข้อสงวนสิทธิ์ว่า ททท.

ทรงไว้ซึ่งสิทธิ์ที่จะงดซื้อหรือจ้าง หรือเลือกซื้อหรือจ้างโดยไม่จำต้องซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคาต่ำสุดเสมอไป

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

การรับซองประกวดราคาให้กระทำได้ ๒ วิธี คือ

(๑) จัดตู้ทึบหรือหีบทึบ มีช่องสำหรับสอดซองประกวดราคาไว้ ณ

ที่ทำการของ ททท.

(๒) ตั้งคณะกรรมการรับซองประกวดราคาตามข้อ ๒๐

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

วิธีรับซองประกวดราคาตามข้อ ๓๒ (๑) ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการดังนี้

(๑) ใส่กุญแจตู้หรือหีบนั้น

พร้อมทั้งประทับตราก่อนเวลารับซองประกวดราคา แล้วมอบกุญแจให้หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเป็นผู้ถือไว้

(๒) รับซองประกวดราคา ลงทะเบียนซองไว้เป็นหลักฐาน

ลงชื่อกำกับบันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นของผู้ใด

(๓) ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงิน เมื่อถูกต้องแล้วให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน

(๔) แนะนำให้ผู้ยื่นซองนำซองไปใส่ตู้หรือหีบที่จัดไว้

(๕) รับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแจ้งความประกวดราคา พร้อมทั้งพัสดุตัวอย่าง แคตตาล็อค

หรือแบบรูปและรายการละเอียด (ถ้ามี)

(๖) เมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองประกวดราคาแล้วให้ส่งมอบตู้หรือหีบบรรจุซองประกวดราคาและเอกสารหลักฐานต่าง

ๆ ตาม (๕) พร้อมด้วยบันทึกรายงานรับซองประกวดราคาต่อคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

คณะกรรมการรับซองประกวดราคา มีหน้าที่ดังนี้

(๑) รับซองประกวดราคา ลงทะเบียนรับซองไว้เป็นหลักฐาน

ลงชื่อกำกับซอง กับบันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นของผู้ใด

(๒) ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินเมื่อถูกต้องแล้วให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน

(๓) รับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแจ้งความประกวดราคา พร้อมทั้งพัสดุตัวอย่าง แคตตาล็อค

หรือแบบรูปและรายการละเอียด (ถ้ามี)

(๔) เมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองประกวดราคาแล้วให้ส่งมอบซองประกวดราคาทั้งหมดและเอกสารหลักฐานต่าง

ๆ ตาม (๓) พร้อมด้วยบันทึกรายงานการรับซองประกวดราคาต่อคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

เมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองประกวดราคาแล้ว ห้ามรับซองประกวดราคา และหรือเอกสารหลักฐานต่าง

ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแจ้งความประกวดราคาอีก การรับซองประกวดราคาที่ส่งมาทางไปรษณีย์จะกระทำมิได้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

คณะกรรมการเปิดซองประกวดราคา มีหน้าที่ดังนี้

(๑) เปิดซองประกวดราคาโดยเปิดเผยต่อหน้าผู้เข้าประกวดราคาหรือผู้แทนซึ่งมีอยู่ในขณะถึงเวลาเปิดซอง

แล้วจดราคาจากใบเสนอราคาทุกฉบับลงไว้ในบัญชีเปรียบเทียบราคา และให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคา

บัญชีเปรียบเทียบราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาที่เป็นเอกสารสำคัญ

(๒) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาใบเสนอราคา แคตตาล็อค

หรือแบบรูปและรายการละเอียด

แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในแจ้งความประกวดราคา

(๓) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างของผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตาม

(๒) ที่มีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อ ททท.

แล้วเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้วซึ่งเสนอราคาต่ำสุด และอยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการที่จะต่อรองราคาหรือไม่ก็ได้

โดยคำนึงถึงราคาที่เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอตามข้อ ๑๗ หรือข้อ ๑๘ เป็นเครื่องประกอบการพิจารณา

ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย

ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคาใหม่พร้อมกัน

ด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาหรือโดยวาจา

ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้าง

สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการเปิดซองประกวดราคาดำเนินการตามข้อ ๒๘

โดยอนุโลม

(๔) เมื่อได้ดำเนินการไปแล้วได้ผลประการใด

ให้เสนอความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

เมื่อคณะกรรมการเปิดซองประกวดราคาได้ดำเนินการตามข้อ ๓๖ (๑) และ (๒) แล้ว ปรากฏว่ามีผู้เสนอราคาถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแจ้งความประกวดราคาเพียงรายเดียว

ถ้าคณะกรรมการเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น

ให้ดำเนินการตามข้อ ๓๖ (๓) โดยอนุโลม

กรณีไม่มีผู้เสนอราคา หรือมีผู้เสนอราคาแต่ไม่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนด

หรือกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการตามผลการประกวดราคา

ให้เสนอผู้ว่าการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น หรือดำเนินการประกวดราคาใหม่

หากผู้ว่าการเห็นว่าจะประกวดราคาใหม่ไม่ได้ผลดีจะสั่งให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ

๑๓ (๗) หรือข้อ ๑๔ (๕) แล้วแต่กรณี ก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

หลังจากการประกวดราคาแล้วแต่ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือตกลงซื้อหรือจ้างกับผู้ประกวดราคารายใด

ถ้ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของ ททท.

เป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในรายการละเอียดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในแจ้งความประกวดราคา

ให้ผู้ว่าการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น

เมื่อจะมีการประกวดราคาใหม่

ผู้เข้าประกวดราคาครั้งก่อนมีสิทธิ์ได้รับแบบรูปและรายการใหม่ โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อแบบรูปและรายการ

(ถ้ามี) อีก

วิธีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

การซื้อโดยวิธีพิเศษ

ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษขึ้น เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีเป็นพัสดุขายทอดตลาด

ให้ดำเนินการซื้อโดยวิธีการขายทอดตลาด ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

(๒) ในกรณีเป็นพัสดุจะขายทอดตลาด ให้ดำเนินการซื้อโดยวิธีตกลงราคา

(๓) ในกรณีเป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจเสียหายแก่การปฏิบัติงาน ให้เชิญผู้มีอาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรงมาเสนอราคา

หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาด หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

(๔) ในกรณีเป็นพัสดุเพื่อใช้ในกิจการลับ

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ (๓)

(๕) ในกรณีเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ

ให้เสนอผู้ว่าการเพื่อติดต่อสั่งซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือสืบราคาจากต่างประเทศ

แล้วเปรียบเทียบราคาในประเทศ (ถ้ามี) ส่วนการซื้อโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศให้ติดต่อกับสำนักงานขององค์การระหว่างประเทศที่มีอยู่ในประเทศโดยตรง

เว้นแต่กรณีที่ไม่มีสำนักงานในประเทศ ให้ติดต่อกับสำนักงานในต่างประเทศได้

(๖) ในกรณีเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง

ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ (๓)

(๗) ในกรณีเป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

ให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรง

เปรียบเทียบกับราคาของรายที่เสนอในการสอบราคาหรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป

(ถ้ามี) หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรซื้อเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาด

หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

(๘) ในกรณีพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้าง

ซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่งให้เชิญเจ้าของที่ดินโดยตรงมาเสนอราคา

หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาด หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อ

ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ สำหรับการซื้อที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศ

ในกรณีจำเป็นจะติดต่อกับนายหน้าแทนเจ้าของที่ดินก็ได้

เมื่อได้ดำเนินการไปแล้วได้ผลประการใด

ให้คณะกรรมการเสนอรายงานพร้อมด้วยความเห็นต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

การจ้างโดยวิธีพิเศษ

ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษขึ้นเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๔ (๑) (๒) (๓) และ (๔)

ให้เชิญผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงมาเสนอราคา

หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องถิ่นหรือราคาที่ประมาณได้หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรจ้างให้ต่อรองราคาเท่าที่จะทำได้

(๒) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๔ (๕)

ให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง

เปรียบเทียบกับราคาของรายที่เสนอในการสอบราคาหรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป

(ถ้ามี) หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรจ้าง เสนอราคาสูงกว่าในท้องถิ่น

หรือราคาที่ประมาณได้ หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรจ้างให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้

เมื่อได้ดำเนินการไปแล้วได้ผลประการใด

ให้คณะกรรมการเสนอรายงานพร้อมด้วยความเห็นต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการต่อไป

วิธีกรณีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ การดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ

ให้ผู้ว่าการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างจากส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น

หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

หรือรัฐวิสาหกิจตามข้อ ๑๖ ได้โดยตรง เว้นแต่การซื้อหรือจ้างซึ่งมีราคาไม่เกิน ๒๐,๐๐๐

บาท

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าการตามข้อ

๑๙

การตรวจรับพัสดุ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุที่ซื้อมีหน้าที่ดังนี้

(๑) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของ ททท. หรือที่ใช้พัสดุนั้น

หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญา

การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น

ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ซื้อก่อน

(๒) ตรวจนับพัสดุที่ซื้อว่าถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้หรือไม่

ในกรณีที่มีการทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์

จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้นมาให้คำปรึกษา

หรือส่งพัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้น

ๆ ก็ได้

(๓) โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายนำพัสดุมาส่ง

และให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

(๔) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว

ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายนำพัสดุนั้นมาส่งแล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมกับทำใบตรวจรับ

โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อยสองฉบับ มอบแก่ผู้ขาย ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ

๑ ฉบับ เพื่อทำการเบิกจ่ายเงินและรายงานให้ผู้ซื้อทราบ

(๕) ในกรณีที่ผู้ขายส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน

หรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้อง โดยถือปฏิบัติตาม (๔) และให้รีบรายงานผู้ซื้อเพื่อแจ้งให้ผู้ขายทราบภายใน

๓ วันทำการ นับแต่วันที่ตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์ของ

ททท. ที่จะปรับผู้ขายในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น

(๖) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือเป็นหน่วย

ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ให้ถือว่าผู้ขายมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น

และให้รีบรายงานผู้ซื้อเพื่อแจ้งให้ผู้ขายทรายภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันที่ตรวจพบ

(๗)

ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้เสนอผู้ซื้อเพื่อพิจารณาสั่งการ

ถ้าผู้ซื้อสั่งการให้รับพัสดุนั้นได้ จึงดำเนินการตาม (๔) หรือ ๕ แล้วแต่กรณี

การตรวจการจ้าง

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

คณะกรรมการตรวจการจ้างมีหน้าที่ดังนี้

(๑) ตรวจและควบคุมงานให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา

ถ้าผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตามก็สั่งให้หยุดงานนั้นเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด

แล้วแต่กรณี ไว้ก่อนจนกว่าผู้รับจ้างจะยอมปฏิบัติให้ถูกต้อง

หากมีปัญหาเกิดขึ้นในกรณีที่แบบรูปรายการละเอียดหรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความขัดกันหรือเป็นที่คาดหมายได้ว่า

ถึงแม้งานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดหรือข้อกำหนดในสัญญา แต่เมื่อสำเร็จลงแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรง

จะสั่งให้พักงานนั้นไว้ก่อน แล้วรายงานผู้ว่าจ้างเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

ให้จดบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวัน

บันทึกดังกล่าวต้องเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้แก่ผู้ว่าจ้างเมื่อเสร็จงานแต่ละงวด

โดยถือว่าเป็นเอกสารสำคัญเพื่อประกอบการตรวจสอบของผู้มีหน้าที่

(๒) ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้ควบคุมงาน

(๓) ตรวจผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างตามสัญญา

เช่นวันกำหนดลงมือทำงาน วันถึงกำหนดส่งมอบงานแต่ละงวด แล้วรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบ

(๔) โดยปกติให้ตรวจผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบภายใน ๓

วันทำการ นับแต่วันที่ประธานกรรมการตรวจการจ้างได้รับทราบการส่งมอบงาน

และให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

(๕) เมื่อตรวจเห็นเป็นการถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาแล้ว

ให้ถือว่าผู้รับจ้างได้ส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานจ้างนั้น

และให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานทั้งหมดหรือเฉพาะงวด แล้วแต่กรณี

โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย ๒ ฉบับ มอบให้แก่ผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ

และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ แล้วรายงานให้ผู้ว่าจ้างทราบ

ในกรณีที่เห็นว่าผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตามไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา

ให้รายงานผู้ว่าจ้างเพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี

(๖) ในกรณีที่กรรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้

ให้เสนอผู้ว่าจ้างเพื่อพิจารณาสั่งการ

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

งานจ้างใดที่ผู้ว่าการเห็นความจำเป็นต้องมีผู้ควบคุมงานโดยเฉพาะ

หรือในกรณีที่คณะกรรมการตรวจการจ้างรายงานว่า ไม่สามารถจะไปควบคุมงานโดยใกล้ชิดได้

ให้แต่งตั้งผู้ควบคุมงานขึ้นจากพนักงานซึ่งผู้ว่าการเห็นสมควร

หรือจะแต่งตั้งจากข้าราชการของหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบนั้น

ตามที่ได้รับความยินยอมจากหัวหน้าส่วนราชการของข้าราชการผู้นั้นแล้วก็ได้

การจ้างเอกชนเป็นผู้ควบคุมงาน

จะต้องถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการที่เกี่ยวข้องด้วย

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕

ให้ผู้ควบคุมงานรับหน้าที่แทนคณะกรรมการตรวจการจ้างตามข้อ ๔๓ (๑)

และให้รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการตรวจการจ้างทุกสัปดาห์

อำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างครั้งหนึ่ง นอกจากวิธีพิเศษและวิธีกรณีพิเศษ

ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ว่าการ ไม่เกิน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) ประธานกรรมการ ททท. เกินกว่า ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๓๒,๐๐๐,๐๐๐

บาท

(๓) คณะกรรมการ ททท. เกินกว่า ๓๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีพิเศษครั้งหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ว่าการ ไม่เกิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) ประธานกรรมการ ททท. เกินกว่า ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑๖,๐๐๐,๐๐๐

บาท

(๓) คณะกรรมการ ททท. เกินกว่า ๑๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ

ให้ผู้ว่าการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยไม่จำกัดวงเงิน

หลักประกัน

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙

หลักประกันซองหรือหลักประกันสัญญา

ให้ใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด

(๒) เช็คที่ธนาคารรับรอง หรือเช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย

ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓

วันทำการ

(๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ

(๔) พันธบัตรรัฐบาลไทย

89 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 34 (พ.ศ. 2531) ว่าด้วยการพัสดุ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dc6ad328f72cf439

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com