法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ว่าด้วยการตรวจพิสูจน์ การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด การควบคุมตัว และการปฏิบัติต่อผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ และผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2546 (ฉบับ Update ล่าสุด)ฃ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
124
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ว่าด้วยการตรวจพิสูจน์

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

การควบคุมตัว

และการปฏิบัติต่อผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

และผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๔๖

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๗ (๔) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๒) (๑๓) (๑๔) และ (๑๕) มาตรา ๑๓ (๑) (๓) (๖) และ (๘)

มาตรา ๒๑ วรรคสามและมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ คณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ว่าด้วยการตรวจพิสูจน์ การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด การควบคุมตัว

และการปฏิบัติต่อผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์และผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“การตรวจพิสูจน์”

หมายความว่า

การแสวงหาข้อมูลจากการบันทึกประวัติพฤติกรรมในการกระทำความผิดตลอดจนสภาพแวดล้อมทั้งปวงของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

รวมทั้งการตรวจร่างกายและจิตใจ การตรวจหายาเสพติดทางห้องปฏิบัติการหรือการกระทำใด

ๆ เพื่อนำข้อเท็จจริงมาประมวลและวิเคราะห์ว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์เป็นผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติดหรือไม่

“ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์”

หมายความว่า ผู้ต้องหาที่ถูกส่งตัวเข้ารับการตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติด

“ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด”

หมายความว่า ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ที่คณะอนุกรรมการมีคำวินิจฉัยให้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

“ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด”

หมายความว่า ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในสังกัดกรมคุมประพฤติ

กระทรวงยุติธรรม

“สถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์”

หมายความว่า สถานที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นสถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์

ตามมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕

“สถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด”

หมายความว่า สถานที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตามมาตรา ๑๘

แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕

“สถานที่เพื่อการควบคุมตัว”

หมายความว่า สถานที่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้เป็นสถานที่เพื่อการควบคุมตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ในระหว่างการตรวจพิสูจน์ ตามมาตรา ๑๘

แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕

“สำนักงานคุมประพฤติ”

หมายความว่า สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดหรือสำนักงานคุมประพฤติประจำศาล

“ผู้อำนวยการ”

หมายความว่า ผู้อำนวยการศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

“ผู้ควบคุมสถานที่”

หมายความว่า

ผู้ควบคุมสถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการควบคุมตัว

“ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ”

หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดหรือผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติประจำศาล

“คณะอนุกรรมการ”

หมายความว่า คณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในเขตพื้นที่ต่าง ๆ

“เจ้าหน้าที่”

หมายความว่า

เจ้าหน้าที่และพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์ หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการควบคุมตัว

“อธิบดี”

หมายความว่า อธิบดีกรมคุมประพฤติ

“การเยี่ยมและการติดต่อ”

หมายความว่า การพบปะ พูดคุยกันระหว่างผู้เยี่ยมหรือผู้ติดต่อกับผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดและให้หมายความรวมถึงการติดต่อพูดคุยผ่านการสื่อสารทางอื่นใด

“ผู้เยี่ยม”

หมายความว่า บุคคลซึ่งขอเข้าเยี่ยมเยียน พบปะ พูดคุย

ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

“ผู้ติดต่อ”

หมายความว่า บุคคลภายนอกซึ่งขอเข้าติดต่อกิจธุระกับผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดด้วยตัวเองหรือการสื่อสารในทางอื่นใดแต่ไม่รวมถึงการติดต่อของผู้ได้รับอนุญาต

“ผู้ได้รับอนุญาต”

หมายความว่า ทนายความหรือเจ้าพนักงานของรัฐหรือผู้เกี่ยวข้องซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าพบหรือติดต่อสื่อสารกับผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

“ผู้ฝ่าฝืน”

หมายความว่า

ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบและเงื่อนไขที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการกำหนด

หรือผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หรือสถานที่เพื่อการควบคุมตัว

“โทษ”

หมายความว่า โทษตามที่บัญญัติในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๔๕

“จัดให้อยู่เดี่ยว”

หมายความว่า จัดแยกให้ทำกิจกรรมประจำวันในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการควบคุมตัวโดยลำพัง

เพื่อให้ใช้ความความคิดทบทวนและสำนึกในความผิดที่ฝ่าฝืน

จะได้มีแนวทางในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ประธานกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดรักษาการตามระเบียบนี้

ลักษณะ

การตรวจพิสูจน์

หลักเกณฑ์

วิธีการตรวจพิสูจน์

การบันทึกประวัติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อได้รับตัวผู้ต้องหาที่ศาลมีคำสั่งให้ตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติด

ตามมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกประวัติดังนี้

(๑) สอบปากคำผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

โดยให้บันทึกถ้อยคำเกี่ยวกับประวัติ ภูมิหลังทางสังคม พฤติกรรมการกระทำความผิดและสภาพแวดล้อมทั้งปวงของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

(๒)

ในกรณีจำเป็นต้องใช้เอกสาร หลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

เช่น สูติบัตร สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน ใบสุทธิ ใบประกาศนียบัตร

หรือหลักฐานอื่น ๆ ให้ขอข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือเรียกจากผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์และจัดทำสำเนาเอกสารไว้

พร้อมทั้งรับรองเอกสารแล้วคืนต้นฉบับ

(๓)

ถ่ายภาพหรือขอภาพถ่ายผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์จัดเก็บไว้ในแฟ้มบันทึกประวัติ

(๔)

ในกรณีที่มีความจำเป็น ให้มีหนังสือสอบถามถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง

หรือหนังสือเรียกพยานบุคคล พยานวัตถุ พยานเอกสาร แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ได้รับพยานวัตถุหรือพยานเอกสาร

ให้บันทึกรูปพรรณหรือจัดทำสำเนาไว้พร้อมทั้งรับรองเอกสาร

แล้วให้ส่งพยานวัตถุหรือพยานเอกสารต้นฉบับคืน

ในการบันทึกถ้อยคำพยานที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ให้ใช้แบบบันทึกถ้อยคำพยานตามที่อธิบดีกำหนด

(๕)

เมื่อสอบถามและบันทึกถ้อยคำของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือพยานเสร็จแล้วให้ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือพยานอ่านข้อความที่บันทึกไว้จากการสอบปากคำ

กรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือพยานไม่สามารถอ่านได้

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่อ่านให้ฟังและให้ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือพยานลงลายมือชื่อไว้ด้วยหากผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือพยานลงลายมือชื่อไม่ได้ ให้พิมพ์ลายนิ้วมือแทนการลงลายมือชื่อ หรือกรณีไม่ยอมลงลายมือชื่อให้จดบันทึกแจ้งเหตุแห่งการไม่ลงลายมือชื่อนั้นไว้

การตรวจด้านร่างกายและจิตใจ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการสังเกตสภาพร่างกายและจิตใจของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ในเบื้องต้นโดยไม่ชักช้า

หากพบความผิดปกติให้ส่งไปรับการตรวจวินิจฉัย โดยพยาบาล นักจิตวิทยา แพทย์

หรือจิตแพทย์

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการประเมินทางกายและจิตใจตามแบบที่อธิบดีกำหนด

การตรวจหายาเสพติดทางห้องปฏิบัติการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อตรวจหายาเสพติด ด้วยวิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการดังนี้

(๑)

ควบคุมการเก็บตัวอย่างปัสสาวะในระหว่างการตรวจพิสูจน์โดยให้ทำบันทึกการเก็บตัวอย่างไว้เป็นหลักฐานตามแบบที่อธิบดีกำหนด

(๒)

เก็บตัวอย่างปัสสาวะให้ได้ปริมาณเพียงพอต่อการตรวจพิสูจน์และใช้ภาชนะสำหรับการบรรจุตัวอย่างปัสสาวะที่มีปริมาณบรรจุตามที่อธิบดีกำหนด

ภาชนะบรรจุตัวอย่างปัสสาวะให้ปิดผนึกไว้ พร้อมทั้งปิดฉลากแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับลำดับที่การเก็บตัวอย่างปัสสาวะ

ชื่อและชื่อสกุลของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์และของเจ้าหน้าที่ผู้ทำการเก็บปัสสาวะพร้อมทั้งคำปฏิญาณของเจ้าหน้าที่นั้น

วัน เวลา และหน่วยงานที่เก็บตัวอย่าง พร้อมทั้งลายมือชื่อของเจ้าของปัสสาวะและลายมือชื่อของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการเก็บตัวอย่างปัสสาวะ

นั้น

(๓)

จัดให้มีการนำส่งตัวอย่างปัสสาวะ ไปยังหน่วยงานที่ทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

การนำส่งตัวอย่างปัสสาวะให้ทำบันทึกการนำส่งพร้อมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อเจ้าของตัวอย่างปัสสาวะและจำนวนตัวอย่างปัสสาวะ

และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมการนำส่งและเจ้าหน้าที่ที่รับตัวอย่างปัสสาวะเพื่อตรวจทางห้องปฏิบัติการลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานการนำส่งและรับนั้น ทั้งนี้

การเก็บรักษาตัวอย่างปัสสาวะระหว่างรอการนำส่ง

และระหว่างการนำส่งไปยังหน่วยงานที่ทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ให้กระทำโดยรัดกุมและปลอดภัยต่อคุณภาพของตัวอย่างปัสสาวะ

โดยให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด

(๔)

ตรวจหายาเสพติด ตามลักษณะ ชนิด ประเภทและปริมาณที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

โดยใช้วิธีการทางห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหายาเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ด้วยการตรวจเบื้องต้น

(Screening Test) หรือการตรวจเบื้องต้นและการตรวจยืนยันผล (Confirmatory Test) ในกรณีที่จำเป็น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงานกับหน่วนงานที่ทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อขอข้อมูลการรายงานผลการตรวจหายาเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์แต่ละรายว่าพบยาเสพติดในตัวอย่างปัสสาวะหรือไม่

พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการลงลายมือชื่อกำกับไว้ตามแบบรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงานกับพนักงานสอบสวนเพื่อขอผลการตรวจปัสสาวะ

หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องในชั้นพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบการดำเนินการ

การตรวจสภาพแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาข้อมูลที่ได้จากการสอบถามและบันทึกประวัติของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

ตลอดจนข้อมูลจากการแสวงหาข้อเท็จจริงทางสังคมจากพยานผู้เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่ายังมีเหตุจำเป็นที่พนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตรวจพิสูจน์จากบุคคลในชุมชนที่ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์พักอาศัยหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของที่พักอาศัย

หรือสถานที่ศึกษา หรือสถานที่ประกอบอาชีพ

หรือสถานที่อื่นใดที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์เพิ่มเติมให้สมบูรณ์ขึ้น

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาในการที่จะออกไปตรวจสอบสภาพแวดล้อม

การตรวจสอบสภาพแวดล้อมให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกสภาพแวดล้อมของสถานที่ที่ทำการตรวจสภาพแวดล้อมนั้นไว้

ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ถ้าปรากฏว่าสถานที่ที่จะออกไปตรวจสอบสภาพแวดล้อมค่อนข้างจะอันตรายหรือเป็นแหล่งมั่วสุมเสพและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษหรือมีปัญหาด้านอาชญากรรม

ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาของพนักงานเจ้าหน้าที่นั้นในการดำเนินการ

การประเมินผลและรายงาน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ให้ประเมินผลทางด้านร่างกาย จิตใจ และสภาพทางสังคมของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานผลการตรวจพิสูจน์

ตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อผู้อำนวยการหรือผู้ควบคุมสถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์

เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณา

ในการดำเนินการตามวรรคแรกให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการรายงานไปยังคณะอนุกรรมการก่อนครบกำหนดระยะเวลาการตรวจพิสูจน์อย่างน้อยสามวันทำการ

การพิจารณาผลการตรวจพิสูจน์

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาผลการตรวจพิสูจน์จากรายงานผลการตรวจพิสูจน์และความเห็นของผู้อำนวยการหรือผู้ควบคุมสถานที่เพื่อการตรวจพิสูจน์

โดยให้คำนึงถึงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

(๑)

ผลการตรวจทางด้านร่างกายและจิตใจ

(๒)

ผลการตรวจหายาเสพติดทางห้องปฏิบัติการ

(๓)

ผลการตรวจสภาพทางสังคมและสภาพแวดล้อมของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

ในการดำเนินการตามวรรคแรกให้คณะอนุกรรมการดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็วก่อนครบกำหนดระยะเวลาการตรวจพิสูจน์

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

เมื่อคณะอนุกรรมการมีคำวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์เป็นผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติดหรือไม่

แล้วให้รายงานผลการตรวจพิสูจน์ไปยังพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในลักษณะ ๓

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หลักเกณฑ์

วิธีการในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์เป็นผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติด

ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาจัดทำแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

โดยคำนึงถึงข้อมูลที่ได้จากการตรวจพิสูจน์

ทั้งนี้ การกำหนดสถานที่และวิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามที่กฎหมายกำหนด

ให้พิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

การกำหนดแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในวรรคแรก

คณะอนุกรรมการสามารถกำหนดวิธีการใดวิธีการหนึ่ง หรือหลายวิธีการตามที่กำหนดในมาตรา

๒๓ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕

ในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หากปรากฏว่าผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีพฤติการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากการกำหนดแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในสองวรรคก่อน

ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามที่เห็นสมควร[๒]

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ในกรณีที่คณะอนุกรรมการกำหนดให้ใช้วิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในกรณีที่จำเป็นต้องควบคุมตัวอย่างเข้มงวด

หรือในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องควบคุมตัวอย่างเข้มงวด

ให้คณะอนุกรรมการแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุมประพฤติดำเนินการจัดทำทะเบียนและรวบรวมข้อมูลการบันทึกประวัติของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดโดยดำเนินการจัดส่งข้อมูลการบันทึกประวัติพร้อมตัวผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไปยังศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามที่คณะอนุกรรมการกำหนด

ในกรณีที่คณะอนุกรรมการกำหนดให้ใช้วิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องควบคุมตัว

อาจกำหนดให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดต้องปฏิบัติด้วยวิธีการอื่นใดภายใต้การดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่[๓]

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามที่กำหนดในสองวรรคก่อน

ให้คณะอนุกรรมการกำหนดระยะเวลาในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามสมควร

โดยพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

แต่ไม่เกินหกเดือนนับแต่วันถูกส่งตัวเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแบบควบคุมตัว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในกรณีที่จำเป็นต้องควบคุมตัวอย่างเข้มงวดหรือในกรณีไม่จำเป็นต้องควบคุมตัวอย่างเข้มงวด

ให้ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ปฏิบัติดังนี้

(๑)

จัดให้มีการปฐมนิเทศผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

(๒)

ดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดโดยฟื้นฟูทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม

ตลอดจนการให้การศึกษาและการฝึกอาชีพ

ตามแผนการฟื้นฟูที่เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

(๓)

ในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ต้องจัดให้ครอบครัวของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

เข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

(๔)

ในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

อาจกำหนดให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดทำงานบริการสังคมหรือให้ดำเนินการอื่นใดตามความเหมาะสมเพื่อให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตโดยห่างไกลจากยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการดำเนินการตามข้อ ๑๘

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดประเมินพฤติกรรมระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหลังจากผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไปแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

หรือไม่น้อยกว่าสองในสามของระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ในกรณีที่คณะอนุกรรมการได้กำหนดเวลาไว้น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันเว้นแต่ในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีพฤติกรรมหรือสภาพร่างกาย หรือจิตใจ

ที่มีผลกระทบจนไม่อาจใช้วิธีการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดต่อไปได้อีก

ให้รายงานผลการปฏิบัติตามแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ผ่านมาต่อผู้อำนวยการหรือผู้ควบคุมสถานที่เพื่อรายงานคณะอนุกรรมการโดยพลัน

เพื่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณาปรับแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

แบบการประเมินผลผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในวรรคแรกให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามข้อ ๑๘

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุมประพฤติประสานงานศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเพื่อติดตามผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดรายงานต่อคณะอนุกรรมการ

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแบบไม่ควบคุมตัว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ในกรณีที่ไม่จำเป็นต้องควบคุมตัว ให้คณะอนุกรรมการกำหนดแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

โดยกำหนดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติข้อหนึ่งข้อใดหรือหลายข้อดังนี้[๔]

(๑)

จัดให้มีการปฐมนิเทศผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

(๒)

กำหนดเงื่อนไขให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดปฏิบัติข้อหนึ่งข้อใดหรือหลายข้อดังนี้

(๒.๑)

[๕] ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร

(๒.๒)

ห้ามเกี่ยวข้องกับยาหรือสารเสพติดให้โทษ

(๒.๓)

ให้ละเว้นการคบหาสมาคมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาหรือสารเสพติดให้โทษ

(๒.๔)[๖]

เข้ารับการฟื้นฟูตามแผนการที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้เหมาะสมกับสภาพของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

(๒.๕)

ให้เข้ารับการศึกษาหรือการฝึกอาชีพ

หรือทำงานบริการสังคมตามความเหมาะสมกับผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

(๒.๖)

ให้ดำเนินการอื่นใดตามความเหมาะสมเพื่อให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิตโดยห่างไกลจากยาเสพติด

(๓)

ส่งผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไปเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพในสถานพยาบาลหรือสถานฟื้นฟูของทางราชการหรือเอกชน

ทั้งแบบผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก

โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการของสถานพยาบาลหรือสถานฟื้นฟูโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ ให้พนักงานคุมประพฤติประสานงานเพื่อติดตามผลเป็นระยะ

(๔)

ในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดต้องจัดให้ครอบครัวของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดด้วย

(๕)

ในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ต้องมีการเยี่ยมเยียนหรือติดตามผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดยังที่พักอาศัยของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเป็นระยะ

ๆ ตามความเหมาะสมตลอดระยะเวลาของการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ทั้งนี้ ให้มีการประสานงานกับศูนย์

หน่วยงาน หรือเครือข่ายชุมชน รวมทั้งอาสาสมัครในชุมชน

หรือผู้นำชุมชนในการเฝ้าระวังดูแลผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

การประเมินพฤติกรรมระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแบบไม่ควบคุมตัวให้ดำเนินการตามข้อ

๑๙ โดยอนุโลม

การลดและการขยายระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การลดระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแบบควบคุมตัว

และไม่ควบคุมตัวให้คณะอนุกรรมการพิจารณาจากรายงานและความเห็นของผู้อำนวยการ

หรือผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ หรือผู้ควบคุมสถานที่

ภายใต้องค์ประกอบดังต่อไปนี้

(๑)

ไม่พบสารเสพติดจากผลการตรวจปัสสาวะของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

และไม่มีพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

(๒)

ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ได้คะแนนจากผลการประเมินพฤติกรรมระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระดับดี

(๓)

หากผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเคยรับการขยายระยะเวลาก่อนการพิจารณาลดระยะเวลาในครั้งหลัง

ต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในช่วงขยายระยะเวลาดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าหกสิบวัน

การลดระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดกรณีผลการฟื้นฟูสมรรถภาพอยู่ในระดับดี

ให้ลดระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในแต่ละครั้งได้ไม่เกินสามสิบวัน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

การขยายระยะเวลาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแบบควบคุมตัวและแบบไม่ควบคุมตัวให้คณะอนุกรรมการพิจารณาจากรายงานและความเห็นของผู้อำนวยการหรือผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ

หรือผู้ควบคุมสถานที่ ภายใต้องค์ประกอบดังต่อไปนี้

(๑)

ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือตรวจพบสารเสพติดจากผลการตรวจปัสสาวะในระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

(๒)

ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ได้คะแนนจากผลการประเมินพฤติกรรมระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระดับต้องปรับปรุง

หรือไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน

(๓)

ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจงใจไม่ปฏิบัติตามแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

การพิจารณาคะแนนจากผลการประเมินพฤติกรรมระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ให้พิจารณาจากการประเมินผลข้อ ๑๙ หรือข้อ ๒๒ แล้วแต่กรณี

การพิจารณาผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดปฏิบัติตามแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของคณะอนุกรรมการทั้งกรณีครบระยะเวลา

หรือกรณีลดและขยายระยะเวลาแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หรือพนักงานคุมประพฤติของสำนักงานคุมประพฤติ

แล้วแต่กรณี

รวบรวมข้อมูลผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดรายงานต่อผู้อำนวยการ

หรือผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติหรือผู้ควบคุมสถานที่ แล้วแต่กรณี

เพื่อรายงานให้คณะอนุกรรมการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจากรายงานและความเห็นของผู้อำนวยการ

หรือผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติ

หรือผู้ควบคุมสถานที่โดยให้คำนึงถึงข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

(๑)

การปฏิบัติตามแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

(๒)

การประเมินพฤติกรรมระหว่างการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

(๓)

ผลการตรวจปัสสาวะและพฤติการณ์การเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

การพิจารณาผลในวรรคแรกให้คณะอนุกรรมการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในห้าวันนับแต่วันที่ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการ

หรือผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติหรือผู้ควบคุมสถานที่

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘[๗] ในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแล้วมีความเห็นว่า

ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเป็นที่พอใจ

ให้คณะอนุกรรมการมีคำสั่งให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดพ้นจากการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

กรณีมีประกันหรือมีประกันและหลักประกัน ให้สัญญาประกันสิ้นสุดลงและคืนหลักประกันแก่ผู้ที่ควรรับไป

หากผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดถูกควบคุมตัวอยู่

ก็ให้มีคำสั่งปล่อยตัวไป

พร้อมทั้งจัดทำหนังสือรับรองผลการฟื้นฟูสมรรถภาพให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหนึ่งชุดตามแบบที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ในกรณีที่คณะอนุกรรมการพิจารณาผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแล้วมีความเห็นว่า

ผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไม่เป็นที่พอใจให้คณะอนุกรรมการพิจารณาส่งตัวผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้พนักงานสอบสวน

หรือพนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในลักษณะ ๖

หลักเกณฑ์

วิธีการในการตรวจสอบและติดตามผล

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระหว่างการปล่อยชั่วคราว

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตรวจสอบและติดตามผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในระหว่างการปล่อยชั่วคราว

ดังต่อไปนี้

(๑)

เรียกให้ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวมาให้ถ้อยคำเกี่ยวกับความประพฤติ

และการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะอนุกรรมการได้กำหนดในการปล่อยชั่วคราว

พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างปัสสาวะ เพื่อตรวจพิสูจน์หาสารเสพติด

(๒)

มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวมาให้ถ้อยคำ

ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือส่งเอกสารหลักฐานใดมาเพื่อตรวจสอบ

หรือเพื่อประกอบการพิจารณาในการติดตามผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ในระหว่างการปล่อยชั่วคราว

(๓)

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบและติดตามผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ณ

ที่พักอาศัยของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้ผู้อำนวยการหรือผู้ควบคุมสถานที่มีหน้าที่รายงานผลการตรวจสอบและติดตามผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดของผู้ได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวต่อคณะอนุกรรมการตามที่คณะอนุกรรมการกำหนดโดยเร็ว

การรายงานผล

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เมื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยผลการตรวจพิสูจน์แล้วให้แจ้งผลการตรวจพิสูจน์และผลการวินิจฉัยต่อพนักงานสอบสวน

หรือพนักงานอัยการโดยเร็ว ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑)

เมื่อปรากฏว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์เสพยาเสพติดก่อน

ขณะหรือภายหลังที่ถูกจับกุมเพื่อให้ตนเองได้รับการส่งตัวไปฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ซึ่งถือว่าผู้นั้นไม่มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ตามมาตรา ๒๐

แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้แจ้งพนักงานสอบสวน

หรือพนักงานอัยการทราบเพื่อพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

(๒)

เมื่อปรากฏว่า ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์เป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด และได้จัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพแล้ว

ตามมาตรา ๒๒ วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้แจ้งให้พนักงานอัยการทราบ

(๓)

เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด ตามมาตรา ๒๒ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้แจ้งให้พนักงานสอบสวน

หรือพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

เมื่อคณะอนุกรรมการพิจารณาผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแล้วให้แจ้งผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดต่อพนักงานสอบสวน

หรือพนักงานอัยการโดยเร็ว ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑)

เมื่อผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเป็นที่พอใจและคณะอนุกรรมการมีคำวินิจฉัยว่า

ผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจนครบถ้วนตามที่กำหนดในแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแล้วตามมาตรา

๓๓ วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้แจ้งพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการทราบ

(๒)

เมื่อผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดยังไม่เป็นที่พอใจ ตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้รายงานความเห็นไปยังพนักงานสอบสวน

หรือพนักงานอัยการเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ กรณีมีข้อเท็จจริงปรากฏตามมาตรา ๒๔

แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้ประธานอนุกรรมการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแจ้งให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ

แล้วแต่กรณี ร้องขอต่อศาลภายในสามวันนับแต่ทราบข้อเท็จจริง

เพื่อให้ศาลพิจารณามีคำสั่งให้ส่งตัวผู้นั้นไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

การแจ้งผลการวินิจฉัยของคณะอนุกรรมการต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการตามข้อ

๓๒ และข้อ ๓๓ ให้ทำเป็นหนังสือตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้ประธานคณะอนุกรรมการ

หรือผู้ที่ประธานมอบหมายเป็นผู้ลงนาม

การส่งตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้แก่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ในกรณีผู้นั้นไม่มีสิทธิได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หรือไม่เป็นผู้เสพหรือผู้ติดยาเสพติด

หรือผลการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ไม่เป็นที่พอใจให้เป็นไปตามลักษณะ ๖

การควบคุมดูแลผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

และผู้เข้ารับการ

ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หลักการควบคุมดูแลผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับ

ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การควบคุมดูแลผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการควบคุมตัวหรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ต้องคำนึงถึงหลักศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์และอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชน

รวมถึงสิทธิสตรีและสิทธิเด็กและเยาวชน

โดยให้ผู้อำนวยการหรือผู้ควบคุมสถานที่ปฏิบัติดังนี้

(๑)

ในกรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเป็นเด็กและเยาวชน

ต้องแยกหน่วยควบคุมดูแลเด็กและเยาวชนชายและหญิงออกจากกัน

สำหรับการควบคุมดูแลเด็กและเยาวชนหญิง

ห้ามมิให้ผู้ชายเข้าไปในเขตควบคุมผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหญิงนั้น เว้นแต่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีราชการจำเป็น นอกจากนี้

ให้แยกการควบคุมดูแลเด็กและเยาวชนจากการควบคุมดูแลผู้ใหญ่เท่าที่จะสามารถกระทำได้

(๒)

กรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเป็นหญิงให้จัดเจ้าหน้าที่หญิงเป็นผู้ควบคุมดูแล

ห้ามมิให้ผู้ชายหรือเจ้าหน้าที่ชายเข้าไปในเขตควบคุมของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหญิง

เว้นแต่มีเหตุฉุกเฉินหรือมีราชการจำเป็น

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

การควบคุมตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

นอกเหนือจากที่กำหนดในลักษณะนี้ ให้คณะอนุกรรมการกำหนดให้สถานที่ควบคุมตัวหรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ออกข้อบังคับภายใน เพื่อกำหนดรายละเอียดการปฏิบัติเพิ่มเติมให้ชัดเจน

และเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการควบคุมดูแลผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดด้วยก็ได้

การรับตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการควบคุมตัวหรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

โดยตรวจสอบเอกสารหลักฐานในการส่งตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือเอกสารคำวินิจฉัยให้ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด โดยวิธีการควบคุมตัวตามมาตรา ๒๓ วรรคสาม (๑) และ (๒)

แห่งพระราชบัญญัติฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๔๕

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่รับตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไว้แล้ว

ให้ตรวจค้นตัวและทรัพย์สินของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ที่รับตัวเข้าใหม่ทุกรายในสถานที่ที่จัดไว้เป็นการเฉพาะ

โดยให้เจ้าหน้าที่ชายตรวจค้นผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่เป็นชาย

และให้เจ้าหน้าที่หญิงตรวจค้นผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่เป็นหญิง

การตรวจค้นทุกขั้นตอนให้กระทำด้วยความสุภาพ

กรณีตรวจพบสิ่งของต้องห้ามให้ยึดไว้แล้วรายงานให้ผู้อำนวยการ

หรือผู้ควบคุมสถานที่ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดเก็บทรัพย์สินส่วนตัวของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ที่ติดตัวมา เช่น เครื่องแต่งกาย ของมีค่า เงินสด หรือทรัพย์สินอื่น ๆ

โดยจัดทำเป็นบัญชีรับฝาก ทรัพย์สิน และให้ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดได้อ่านแล้วลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

กรณีมีญาติมาด้วยในวันรับตัว

หรือติดตามมาในภายหลัง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่คืนทรัพย์สินมีค่า

หรือเงินสดทั้งหมดให้แก่ญาติ

พร้อมทั้งให้บุคคลดังกล่าวลงลายมือชื่อการรับของไว้เป็นหลักฐาน

และแจ้งให้ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดทราบ

กรณีผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไม่มีญาติหรือมีแต่ไม่ประสงค์รับทรัพย์สินของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดคืน

ให้ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือสถานที่เพื่อการควบคุมตัว

หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจัดเก็บทรัพย์สินตามรายการบัญชีแต่ละรายไว้แล้วคืนให้แก่ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เมื่อได้รับการปล่อยตัว

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด มีโรคประจำตัวต้องใช้ยา

หรืออยู่ระหว่างการบำบัดรักษาอย่างต่อเนื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่รีบดำเนินการติดต่อกับญาติให้ทราบว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดถูกควบคุมตัวอยู่ที่ใด

เพื่อดำเนินการรับยาจากญาติไว้ดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

ให้เจ้าหน้าที่จัดให้ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่รับตัวเข้าใหม่

ทำความสะอาดร่ากาย และจัดให้ได้รับเครื่องแต่งกาย

เครื่องนอนและของใช้ชีวิตประจำวันตามที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่ควบคุมตัวหรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดกำหนด

โดยให้ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับเสื้อผ้าที่ใส่มาให้ซักให้เรียบร้อยก่อนนำเข้าเก็บรักษา

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสอบถามและบันทึกรายละเอียดประวัติเบื้องต้นรวมถึงการดำเนินการอื่นใดกับผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดดังนี้

(๑)

ในกรณีเป็นผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ให้บันทึกรายละเอียดของประวัติเบื้องต้นเท่าที่จำเป็น

รวมทั้งรูปถ่าย และพิมพ์ลายนิ้วมือ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบบุคคลเท่านั้น

(๒)

ในกรณีเป็นผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

ให้ใช้ข้อมูลในชั้นตรวจพิสูจน์ของผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

เป็นข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบบุคคล

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ให้เจ้าหน้าที่จัดให้ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดรับการตรวจด้านอนามัยจากแพทย์

หรือพยาบาลของศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด หรือสถานที่ควบคุมตัว

หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หากผลการตรวจอนามัยปรากฏว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีโรคติดต่อซึ่งอาจลุกลามไปติดผู้อื่นได้

ให้เจ้าหน้าที่สอบถามแพทย์ หรือพยาบาลในการขอคำแนะนำเพื่อดูแลบุคคลดังกล่าวต่อไป

ระบบทะเบียนของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ให้ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่ควบคุมตัว หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

จัดทำทะเบียนผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่รับตัวไว้ตามลำดับวันและเวลาที่รับตัว

รวมทั้งทะเบียนคุมยอดจำนวนที่คงเหลือและยอดเคลื่อนไหวประจำวันของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖

ในการจัดทำทะเบียนที่รับตัวผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

อย่างน้อยต้องมีข้อความระบุถึงชื่อ ชื่อสกุล อายุ วันเดือนปีที่ถูกจับกุม

ข้อหาว่ากระทำการที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด วันเดือนปีที่รับตัวไว้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗

เจ้าหน้าที่ต้องเก็บรักษาประวัติของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดไว้เป็นความลับจะเปิดเผยได้เฉพาะผู้เกี่ยวข้องเท่านั้น

การควบคุมผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ให้ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

หรือสถานที่เพื่อการควบคุมตัว หรือสถานที่เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด

จัดที่อยู่อาศัยและดูแลความเป็นอยู่ของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดให้เหมาะสมตามเพศ อายุ

และลักษณะพฤติกรรม ตลอดจนความรุนแรงของการกระทำผิด

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดทำระบบตรวจสอบยอดจำนวนของผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์

หรือผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ที่เข้าพักอาศัยในเรือนนอน

เพื่อตรวจสอบการย้ายเข้า-ออกจากเรือนนอน

124 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ว่าด้วยการตรวจพิสูจน์ การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด การควบคุมตัว และการปฏิบัติต่อผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ และผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ. 2546 (ฉบับ Update ล่าสุด)ฃ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dc6e40b2bb0a0640

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com