法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดกระบี่ พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวาง

และจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดกระบี่

พ.ศ. ๒๕๕๒

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม

ในท้องที่ ๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดกระบี่ด้วย

และเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง

โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการผังเมือง จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า

อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดกระบี่

แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึงบริเวณตามกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลกระบี่น้อย ตำบลทับปริก ตำบลไสไทย

ตำบลกระบี่ใหญ่ และตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒

ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง

ดัดแปลงใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง

(๒) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม

(๓) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลลำทับ อำเภอลำทับ

(๔) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลคลองท่อมใต้ อำเภอคลองท่อม

(๕) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม

(๖) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา

(๗) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก

(๘) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก

(๙) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา

(๑๐) ในท้องที่เขตตำบลเขาคราม อำเภอเมืองกระบี่

(๑๑) ในท้องที่เขตตำบลคลองหิน อำเภออ่าวลึก

(๑๒) ในท้องที่เขตตำบลบ้านกลาง อำเภออ่าวลึก

(๑๓) ในท้องที่เขตตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก

(๑๔) ในท้องที่เขตตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก

(๑๕) ในท้องที่เขตตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง

(๑๖) ในท้องที่เขตตำบลโคกยาง อำเภอเหนือคลอง

(๑๗) ในท้องที่เขตตำบลเพหลา อำเภอคลองท่อม

(๑๘) ในท้องที่เขตตำบลคลองท่อมใต้ อำเภอคลองท่อม

(๑๙) ในท้องที่เขตตำบลห้วยน้ำขาว อำเภอคลองท่อม

(๒๐) ในท้องที่เขตตำบลคลองพน อำเภอคลองท่อม

ทั้งนี้

ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๙)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ และในท้องที่ตาม (๑๐) ถึง (๒๐)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ หรือข้อ ๕ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่

๓๐๐ ตารางเมตรแต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘)

กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คู คลอง

ลำธารหรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ

ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐ เมตร

ต้องร่นแนวอาคารให้ห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่

๑๐ เมตรขึ้นไป ต้องร่นแนวอาคารให้ห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้นไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเล

ทะเลสาบ ต้องร่นแนวอาคารให้ห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้นไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

(๙)

อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๑๐)

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐

ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๑)

ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวันเกิน

๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

มีระยะห่างจากเขตเทศบาลไม่น้อยกว่า ๑๐ กิโลเมตร

(๒)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า

๔๐ เมตร

(๓)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๒

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๖)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๗)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๗๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๙)

กรณีอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะ เช่น แม่น้ำ คู คลอง

ลำธารหรือลำกระโดง ต้องมีที่ว่างอันปราศจากอาคารและสิ่งก่อสร้างใด ๆ

ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างน้อยกว่า ๑๐ เมตร

ต้องร่นแนวอาคารให้ห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้นไม่น้อยกว่า ๓ เมตร

แต่ถ้าแหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความกว้างตั้งแต่ ๑๐ เมตรขึ้นไป

ต้องร่นแนวอาคารให้ห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้นไม่น้อยกว่า ๖ เมตร

สำหรับอาคารที่ก่อสร้างหรือดัดแปลงใกล้แหล่งน้ำสาธารณะขนาดใหญ่ เช่น บึง ทะเล

ทะเลสาบ ต้องร่นแนวอาคารให้ห่างจากเขตแหล่งน้ำสาธารณะนั้นไม่น้อยกว่า ๑๒ เมตร

(๑๐)

อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๑๑)

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร สำหรับพื้นที่อาคาร

๑,๐๐๐ ตารางเมตรแรก ส่วนที่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

ให้คิดในอัตรา ๑ คันต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตรเศษของ ๔๐ ตารางเมตรให้คิดเป็น ๔๐

ตารางเมตร

(๑๒)

ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ

๔ (๖) ข้อ ๔ (๗) ข้อ ๔ (๙) หรือข้อ ๕ (๗) ข้อ ๕ (๘) และข้อ ๕ (๑๐)

ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๗ เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมได้

ทั้งนี้ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๖) มีที่ว่างด้านหน้าอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า

๕๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๔๐ เมตร

(๒)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๗) มีที่ว่างด้านข้าง และด้านหลังอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๑๕ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

(๓)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๙) และข้อ ๕ (๑๐) อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร มีระยะห่างจากอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษาน้อยกว่า ๕๐๐ เมตรได้ แต่จะต้องไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เมตร

(๔)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗) มีที่ว่างด้านหน้าอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า

๗๕ เมตรได้ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

(๕)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๘) มีที่ว่างด้านข้าง และด้านหลังอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า ๒๐ เมตรได้

แต่ทั้งนี้จะต้องไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตก่อสร้างอาคาร

หรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดกระบี่

ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๓๐

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

ศิวะ ศิริเสาวลักษณ์

ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่

ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๗ กันยายน ๒๕๕๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๒๔ ง/หน้า ๑/๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๒

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดกระบี่ พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dcbe2964673b04ce

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com