ข้อ ๕ ให้ธนาคารซึ่งได้รับเงินภาษีและรายการตามข้อ 4 ออกหลักฐานแสดงการรับชําระเงินภาษีให้แก่ผู้มีหน้าที่นําส่งเงินภาษีและผู้รับเงินหรือผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และสามารถระบุได้ว่าหลักฐานดังกล่าวนั้นธนาคารเป็นผู้ออก โดยต้องมีรายการอย่างน้อยดังต่อไปนี้
(1) เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้มีหน้าที่นําส่งเงินภาษี
(2) เลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (สําหรับธุรกรรมในประเทศ)
(3) ประเภทของเงินได้พึงประเมิน
(4) จํานวนเงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ถ้ามี)
(5) จํานวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ถ้ามี)
(6) หมายเลขอ้างอิง (ธนาคารกําหนดเอง)
(7) ชื่อผู้รับเงินภาษาอังกฤษ (สําหรับเฉพาะธุรกรรมระหว่างประเทศ)
(8) นามสกุลผู้รับเงินภาษาอังกฤษ (สําหรับเฉพาะธุรกรรมระหว่างประเทศ)
เพื่อประโยชน์ในการส่งหลักฐานตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีหน้าที่นําส่งเงินภาษีแจ้งช่องทางการติดต่อของตนและผู้รับเงินหรือผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่ธนาคาร
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ธนาคารส่งหลักฐานให้แก่ผู้มีหน้าที่นําส่งเงินภาษีและผู้รับเงินหรือผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ผ่าน Short Message Service (SMS) แต่ธนาคารต้องระบุรายการอย่างน้อยตาม (1) (2) (4) สําหรับธุรกรรมในประเทศ หรือ (1) (4) (7) (8) สําหรับธุรกรรมระหว่างประเทศ เพื่อเป็นหลักฐานที่ส่งให้ผ่านช่องทางดังกล่าว
ให้หลักฐานแสดงการรับชําระเงินภาษีที่ธนาคารได้ออกให้แก่ผู้มีหน้าที่นําส่งเงินภาษีและผู้รับเงินหรือผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามวรรคหนึ่ง เป็นหลักฐานการหักภาษี ณ ที่จ่าย และให้ยกเว้นการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย แก่ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 ทวิ วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร