法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. 39/2553 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับ Update ณ วันที่ 20/07/2559)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สช. ๓๙/๒๕๕๓

เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน[๑]

โดยที่มาตรา ๖๑ มาตรา ๘๙ มาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๙๙ และมาตรา ๒๑๗ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๑๔๐ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่เกี่ยวกับการออกและการเสนอขายหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่เกี่ยวกับการจัดตั้งและจัดการกองทุน และมาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดให้ผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อในรายงานการตรวจสอบงบการเงินของกิจการที่กำหนดตามบทบัญญัติหรือข้อกำหนดดังกล่าวต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการดังกล่าว สำนักงานออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นต้นไป เว้นแต่ข้อ ๑๐ (๓) ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๒๑/๒๕๔๖ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ลงวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศนี้ใช้บังคับกับการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของกิจการในตลาดทุนโดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานตามประกาศนี้สามารถสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีของกิจการ ดังต่อไปนี้

(๑) บริษัทที่ขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่

(๒) บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ที่มีหน้าที่จัดทำและส่งงบการเงิน และรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทต่อสำนักงาน

(๓) บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งมีผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน

(๔) บริษัทหลักทรัพย์

(๕) กองทุนรวม

(๖) กองทุนส่วนบุคคลที่สำนักงานประกาศกำหนดตามมาตรา ๑๔๐ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕

(๗) บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียน

(๘) บริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

(๙) กองทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่มีประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในเรื่องใดเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว มิให้นำประกาศนี้มาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ถือว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานในการสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีของกิจการตามข้อ ๓ โดยไม่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในประกาศนี้

(๑) “สำนักงานสอบบัญชี” หมายความว่า สำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัดและปฏิบัติงาน

(๒) “สถาบันการเงิน” หมายความว่า

(ก) ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(ข) บริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยหรือกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต

(ค) สถาบันการเงินอื่นตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

(๓) “จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี” หมายความว่า

(ก) จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี

(ข) จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีที่กำหนดโดย International Federation of Accountants (IFAC) ในกรณีที่สภาวิชาชีพบัญชียังไม่ได้กำหนดหรือปรับปรุงจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีที่กำหนดโดย International Federation of Accountants (IFAC)

(๔) “คณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชี” หมายความว่า คณะบุคคลที่สำนักงานแต่งตั้งเพื่อให้คำปรึกษาและเสนอแนะเกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

การขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

การยื่นคำขอความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้บุคคลที่ประสงค์จะเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน ยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงานตามแบบ ๖๑ - ๑ ที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงาน พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้

(๑) หนังสือรับรองและยินยอมของสำนักงานสอบบัญชีที่บุคคลที่ยื่นคำขอความเห็นชอบสังกัด ซึ่งรับรองและยินยอมในเรื่องดังนี้ ทั้งนี้ ตามแบบ ๖๑ - ๒ ที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงาน

(ก) รับรองว่าสำนักงานสอบบัญชีดังกล่าวมีระบบควบคุมคุณภาพงานตามข้อ ๑๑ (๑) และยินยอมให้ผู้แทนของสำนักงานเข้าตรวจระบบดังกล่าว

(ข) รับรองว่าหากผู้สอบบัญชีที่สังกัดสำนักงานสอบบัญชีนั้นได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานแล้ว สำนักงานสอบบัญชีจะดูแลและพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดตามข้อ ๑๑ (๑) และยินยอมให้ผู้แทนของสำนักงานเข้าตรวจระบบดังกล่าวเมื่อได้รับแจ้งจากสำนักงาน

(๒) เอกสารหลักฐานอื่นตามที่กำหนดไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงาน

ให้บุคคลที่ยื่นคำขอความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งชำระค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอความเห็นชอบตามอัตราที่กำหนดไว้ในประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคำขอต่าง ๆ เมื่อคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว[๒]

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๓]

เมื่อสำนักงานได้รับคำขอและเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสำหรับประชาชนแล้ว สำนักงานจะดำเนินการสอบทานข้อเท็จจริงตามขั้นตอนและวิธีการที่ระบุในคู่มือสำหรับประชาชนและแจ้งประเด็นข้อสังเกตที่ได้จากการสอบทานข้อเท็จจริงเพื่อให้ผู้ขอความเห็นชอบชี้แจงข้อสังเกตนั้น โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่สำนักงานได้รับเอกสารหลักฐานถูกต้องครบถ้วนตามคู่มือสำหรับประชาชน ทั้งนี้ สำนักงานจะกำหนดระยะเวลาเพื่อให้ผู้ขอความเห็นชอบชี้แจงข้อสังเกตไว้ในหนังสือแจ้ง โดยระยะเวลาดังกล่าวจะไม่น้อยกว่าสิบสี่วันแต่ไม่เกินยี่สิบเอ็ดวัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๔]

สำนักงานจะพิจารณาคำขอความเห็นชอบให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สำนักงานได้รับคำชี้แจงต่อข้อสังเกตจากการสอบทานข้อเท็จจริงจากผู้ขอความเห็นชอบ หรือนับแต่วันครบกำหนดระยะเวลาให้ผู้ขอความเห็นชอบชี้แจงในกรณีที่ผู้ขอความเห็นชอบไม่ชี้แจงภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนดตามข้อ ๘

หลักเกณฑ์และระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๕]

ผู้ที่จะได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตซึ่งใบอนุญาตยังไม่สิ้นผล

(๒) เป็นหัวหน้าสำนักงานสอบบัญชีหรือเทียบเท่า หรือเป็นหุ้นส่วนในสำนักงานสอบบัญชีหรือเทียบเท่า

(๓) ปฏิบัติงานสอบบัญชีมาแล้วเป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี ทั้งนี้ การปฏิบัติงานสอบบัญชีครอบคลุมถึงการเป็นผู้ช่วยผู้สอบบัญชี ผู้สอบทานการควบคุมคุณภาพงาน (Engagement Quality Control Reviewer) และผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชี

(๔) ปฏิบัติงานเป็นผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปีในช่วงห้าปีก่อนวันที่ยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน เว้นแต่มีระยะเวลาการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสอบบัญชีในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้

(ก) เป็นผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปีในช่วงห้าปีก่อนวันที่ยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน และได้ปฏิบัติงานในฐานะผู้ควบคุมงานสอบบัญชี หรือผู้สอบทานงานขั้นสุดท้ายก่อนที่ผู้สอบบัญชีจะลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสี่ปี รวมเป็นหกปี

(ข) เป็นผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในช่วงห้าปีก่อนวันที่ยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน และได้ปฏิบัติงานในฐานะผู้ควบคุมงานสอบบัญชี หรือผู้สอบทานงานขั้นสุดท้ายก่อนที่ผู้สอบบัญชีจะลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี รวมเป็นหกปี

(๕) แสดงได้ว่าได้ลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีของกิจการไม่น้อยกว่าสามกิจการ ในปีล่าสุดก่อนปีที่ยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน โดยกิจการดังกล่าวต้องไม่มีการประกอบธุรกิจในลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกันทั้งหมด และมีปริมาณและความซับซ้อนของธุรกรรมในระดับที่เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความรู้และความสามารถของผู้สอบบัญชี และคุณภาพงานสอบบัญชี

(๖) สังกัดสำนักงานสอบบัญชีเพียงหนึ่งแห่ง โดยสำนักงานสอบบัญชีที่สังกัดต้องมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๑

(๗) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในส่วนที่ ๓

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สำนักงานสอบบัญชีที่มีผู้สอบบัญชีในตลาดทุนสังกัดอยู่ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(๑) มีระบบควบคุมคุณภาพงานที่เพียงพอและน่าเชื่อถือว่าจะสามารถดูแลให้ผู้สอบบัญชีในสังกัดปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพบัญชีได้อย่างต่อเนื่อง โดยระบบควบคุมคุณภาพงานดังกล่าวต้องเป็นไปตามมาตรฐานเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพงานที่กำหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี เว้นแต่มาตรฐานใดที่สภาวิชาชีพบัญชียังไม่ได้กำหนดหรือปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพระหว่างประเทศให้ใช้มาตรฐานวิชาชีพระหว่างประเทศที่กำหนดโดย International Federation of Accountants (IFAC) ที่ใช้บังคับในขณะนั้น

(๒) มีจำนวนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นผลหรือไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีและผู้ช่วยผู้สอบบัญชีที่มีคุณวุฒิด้านบัญชีไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี รวมกันไม่น้อยกว่าห้าคน ซึ่งต้องปฏิบัติงานเต็มเวลาให้กับสำนักงานสอบบัญชี ทั้งนี้ ในส่วนของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ด้วย

(ก) ในกรณีที่สำนักงานสอบบัญชีมีผู้สอบบัญชีที่ได้หรือจะได้รับความเห็นชอบให้เป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนปฏิบัติงานเต็มเวลาให้กับสำนักงานสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชีนั้นต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่น้อยกว่าสองคน

(ข) ในกรณีที่สำนักงานสอบบัญชีมีผู้สอบบัญชีที่ได้หรือจะได้รับความเห็นชอบให้เป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนมิได้ปฏิบัติงานเต็มเวลาให้กับสำนักงานสอบบัญชี สำนักงานสอบบัญชีนั้นต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่น้อยกว่าสี่คน

ในการพิจารณาความเพียงพอและความน่าเชื่อถือของระบบควบคุมคุณภาพงานตาม (๑) ของวรรคหนึ่ง สำนักงานจะเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นที่ได้จากการตรวจให้คณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชีพิจารณาให้ความเห็นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของสำนักงานด้วย เว้นแต่เป็นกรณีการขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนที่สังกัดสำนักงานสอบบัญชีที่มีผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความเห็นชอบตามประกาศนี้อยู่แล้ว และไม่มีประเด็นที่สำนักงานเห็นว่าจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนมีกำหนดระยะเวลาคราวละไม่เกินห้าปีตามที่สำนักงานกำหนดไว้ในหนังสือให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามประกาศนี้ เมื่อสำนักงานร้องขอ ให้ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานชี้แจง ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการ หรือไม่ดำเนินการใด ๆ ตามที่ร้องขอนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๖]

ในการยื่นคำขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน สำนักงานจะดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ ๘ และข้อ ๙

ในระหว่างการยื่นขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้สอบบัญชีที่ได้ดำเนินการดังต่อไปนี้สามารถลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีของกิจการตามข้อ ๓ ต่อไปได้ แต่ไม่เกินสามเดือนนับแต่วันสิ้นสุดอายุการให้ความเห็นชอบตามข้อ ๑๒

(๑) ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายจากกิจการตามข้อ ๓ ก่อนระยะเวลาการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีตามข้อ ๑๒ จะสิ้นสุดลง

(๒) ได้ยื่นคำขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีต่อสำนักงานล่วงหน้าอย่างน้อยสองเดือนก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ และยังไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาคำขอความเห็นชอบจากสำนักงาน

ลักษณะต้องห้ามของผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้สอบบัญชีในตลาดทุนต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ บุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๒)[๗] เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตซึ่งเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้

(ก) อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี

(ข) เคยมีประวัติถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตครั้งใหม่มาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสามปี ก่อนวันที่ยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน

(ค) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีในช่วงสามปีก่อนวันที่ยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน เว้นแต่เหตุที่ทำให้คณะกรรมการจรรยาบรรณดังกล่าวสั่งพักใช้ใบอนุญาตเป็นเหตุเดียวกับที่สำนักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกิจการในตลาดทุน

(๓) อยู่ระหว่างถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกิจการในตลาดทุน หรืออยู่ระหว่างระยะเวลาที่กำหนดว่าสำนักงานจะไม่รับพิจารณาคำขอ

(๔) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสำนักงาน หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สำนักงานกล่าวโทษ หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเนื่องจากการกล่าวโทษของสำนักงานไม่ว่าศาลจะมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่จะได้พ้นโทษหรือพ้นจากการรอลงโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันที่ยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน ทั้งนี้ เฉพาะความผิดดังต่อไปนี้

(ก) ความผิดเกี่ยวกับการกระทำโดยทุจริต หรือการสนับสนุนการกระทำผิดของบุคคลอื่น ทั้งนี้ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพบัญชี

(ข) ความผิดเกี่ยวกับเอกสารหรือบัญชี เช่น ปลอมเอกสาร ใช้หรืออ้างเอกสารปลอมหรือเท็จแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสาร หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิดเกี่ยวกับบัญชีหรือเอกสารตามมาตรา ๓๑๒ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ หรือมาตรา ๑๔๘ แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้น

(ค) ความผิดเกี่ยวกับการสอบบัญชีซึ่งไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือทำรายงานการสอบบัญชีเท็จ เช่น ความผิดตามมาตรา ๒๘๗ แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้น

(ง) ความผิดเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(๕) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันการเงิน ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่หน่วยงานดังกล่าวกล่าวโทษ หรือเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเนื่องจากการกล่าวโทษของหน่วยงานดังกล่าว ไม่ว่าศาลจะมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่จะได้พ้นโทษหรือพ้นจากการรอลงโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันที่ยื่นคำขอความเห็นชอบต่อสำนักงาน ทั้งนี้ เฉพาะความผิดตาม (๔)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้สอบบัญชีในตลาดทุนต้องไม่มีพฤติกรรม ดังต่อไปนี้

(๑) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการขาดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี หรือมีหรือเคยมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีและข้อกำหนดเพิ่มเติมตามประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าวของบุคคลอื่น

(๒) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่เป็นการจงใจแสดงข้อความอันเป็นเท็จในสาระสำคัญหรือปกปิดข้อความจริงที่เป็นสาระสำคัญอันควรแจ้งในเอกสารใด ๆ ที่ต้องเปิดเผยต่อประชาชนหรือยื่นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกำกับตลาดทุน หรือสำนักงาน รวมทั้งมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าวของบุคคลอื่น

(๓) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางไม่สุจริตหรือหลอกลวงผู้อื่น และมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าวของบุคคลอื่น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลใดมีพฤติกรรมตามข้อ ๑๖ มาแล้วเกินกว่าสิบปีหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวมิได้มีลักษณะร้ายแรงถึงขนาดที่ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจหรือความน่าเชื่อถือให้ปฏิบัติงานเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน สำนักงานอาจไม่ยกข้อเท็จจริงในกรณีนั้นมาเป็นเหตุในการพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามของผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการพิจารณาความร้ายแรงตามข้อ ๑๗ สำนักงานจะคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมหรือการกระทำของผู้สอบบัญชีเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ปัจจัยที่สำนักงานนำมาใช้ประกอบการพิจารณาจะรวมถึง

(๑) บทบาทความเกี่ยวข้อง และนัยสำคัญของพฤติกรรม เช่น จำนวนเงินที่เกี่ยวข้อง ปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ผู้รับประโยชน์จากผลของพฤติกรรม เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน จงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นต้น

(๒) การลงโทษอื่นที่ผู้สอบบัญชีนั้นได้รับไปแล้ว

(๓) ผลกระทบหรือความเสียหายต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้น เช่น กระทบต่อตลาดเงินหรือตลาดทุน กระทบต่อประชาชนโดยรวม หรือกระทบต่อบุคคลเฉพาะราย เป็นต้น

(๔) การแก้ไขหรือดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์ เพื่อแก้ไข เยียวยา หรือป้องกันมิให้เกิดข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมทำนองเดียวกันนั้นซ้ำอีก

(๕) พฤติกรรมของผู้สอบบัญชีที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของสำนักงาน เช่น การให้ข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาหรือการดำเนินการการปิดบังอำพรางหรือทำลายหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ เป็นต้น

(๖) ความซับซ้อนของลักษณะการกระทำหรือเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำ เช่น การใช้ชื่อบุคคลอื่น หรือการตั้งบริษัทอำพราง เป็นต้น

(๗) ประวัติพฤติกรรมในช่วงสิบปีก่อนที่สำนักงานจะพิจารณาการมีลักษณะต้องห้าม ในแต่ละกรณี เช่น เป็นพฤติกรรมครั้งแรก หรือเป็นพฤติกรรมที่เกิดซ้ำหรือต่อเนื่อง เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการพิจารณาพฤติกรรมตามข้อ ๑๖ สำนักงานจะดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) เปิดโอกาสให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง

(๒) เสนอข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหา และข้อโต้แย้ง รวมทั้งคำชี้แจงของผู้ถูกพิจารณา (ถ้ามี) ให้คณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชีพิจารณาเพื่อให้ความเห็นหรือข้อแนะนำ และหากคณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชีประสงค์จะให้ผู้ถูกพิจารณาชี้แจงเพิ่มเติม สำนักงานจะจัดให้มีการชี้แจงเช่นนั้น

คณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชีตามวรรคหนึ่ง (๒) ต้องประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งที่ไม่ได้ปฏิบัติงานด้านการสอบบัญชีในช่วงสามปีก่อนวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่ปรึกษาดังกล่าว[๘]

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่คณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชีได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่สำนักงานรวบรวมและนำเสนอตามข้อ ๑๙ และมีความเห็นว่าผู้ถูกพิจารณามีพฤติกรรมตามข้อ ๑๖ ด้วยมติไม่ถึงสามในสี่ของจำนวนที่ปรึกษาที่เข้าร่วมประชุม สำนักงานจะไม่นำข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวมาเป็นเหตุในการพิจารณาลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๖

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลใดมีพฤติกรรมตามข้อ ๑๖ สำนักงานอาจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิเสธการให้ความเห็นชอบผู้ถูกพิจารณาที่ยื่นขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

(๒) สั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในหมวด ๓

(๓) กำหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบของบุคคลนั้นในคราวต่อไป โดยกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจะไม่เกินสิบปี สำหรับพฤติกรรมในแต่ละกรณี ทั้งนี้ สำนักงานอาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงระยะเวลาหรือเงื่อนไขที่กำหนดไปแล้วนั้นได้หากปรากฏภายหลังว่ามีกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมตามข้อ ๑๖ เพิ่มเติม

หน้าที่ภายหลังได้รับความเห็นชอบ

หน้าที่ของผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒[๙]

ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินด้วยความรับผิดชอบตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี และตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีและข้อกำหนดเพิ่มเติมตามประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(๒) ดำเนินการให้งบการเงินของบริษัทที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนและบริษัทที่ขออนุญาตเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ผ่านการพิจารณาของผู้สอบทานการควบคุมคุณภาพงาน (Engagement Quality Control Reviewer) ก่อนลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินนั้น

(๓) ในการสอบบัญชีของบริษัทตามข้อ ๓ (๒) หรือ (๗) ให้ผู้สอบบัญชีจัดทำบทสรุปประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีจากการตรวจสอบหรือการสอบทานงบการเงิน แล้วแต่กรณี ตามแบบ ๖๑ – ๔ ที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงานจำนวนหนึ่งฉบับสำหรับงบการเงินของแต่ละบริษัท และจัดส่งให้แก่บริษัทพร้อมกับรายงานของผู้สอบบัญชี

(๔) จัดทำคำชี้แจงหรือนำส่งข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานสอบบัญชี หรือดำเนินการอื่นใดในการให้ความร่วมมือกับสำนักงานเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีในตลาดทุน ตามที่สำนักงานร้องขอ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓[๑๐]

ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีรายใดสังกัดสำนักงานสอบบัญชีมากกว่าหนึ่งแห่งโดยไม่เป็นไปตามข้อ ๑๐ (๖) หรือสังกัดสำนักงานสอบบัญชีที่มิได้มีลักษณะตามข้อ ๑๑ (๒) ให้ผู้สอบบัญชีรายนั้นดำเนินการแก้ไขเพื่อให้มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กำหนดภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ไม่สามารถดำรงคุณสมบัติให้ถูกต้องนั้น เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันในเรื่องระยะเวลาจากสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔[๑๑]

ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งการเปลี่ยนแปลงสำนักงานสอบบัญชีที่สังกัดตามแบบ ๖๑ - ๓ ที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของการปฏิบัติงานในสำนักงานสอบบัญชีเดิม

หน้าที่เพิ่มเติมของผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

ที่เป็นหัวหน้าสำนักงานสอบบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ นอกเหนือจากหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามส่วนที่ ๑ ของหมวดนี้แล้ว ผู้สอบบัญชีที่เป็นหัวหน้าสำนักงานสอบบัญชีต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) จัดให้มีระบบควบคุมคุณภาพงานที่เป็นไปตามข้อ ๑๑ (๑)

(๒) ดูแลให้ผู้สอบบัญชีในสังกัดปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินด้วยความรับผิดชอบตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี และตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีและข้อกำหนดเพิ่มเติมตามประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(๓) ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้แทนของสำนักงานที่เข้าตรวจระบบควบคุมคุณภาพงาน

(๔) จัดทำคำชี้แจงหรือนำส่งข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานสอบบัญชี หรือดำเนินการอื่นใดในการให้ความร่วมมือกับสำนักงานเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีในตลาดทุน ตามที่สำนักงานร้องขอ

การสิ้นสุดการให้ความเห็นชอบและบทบังคับอื่น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖[๑๒]

ให้การให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนสิ้นสุดลงเมื่อ

(๑) ผู้สอบบัญชีได้แจ้งต่อสำนักงานเป็นหนังสือถึงความประสงค์ที่จะยุติการปฏิบัติงานเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน

(๒) ผู้สอบบัญชีมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๑๐ (๑) หรือ (๒)

(๓) ผู้สอบบัญชีมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๕ (๑) (๒) (ก) หรือ (ข) (๔) หรือ (๕)

(๔) สำนักงานสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบหรือสั่งพักการให้ความเห็นชอบตลอดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบที่เหลืออยู่

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีเหตุดังต่อไปนี้ สำนักงานอาจสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนตามสมควรแก่กรณี

(๑) ผู้สอบบัญชีไม่ดำเนินการตามข้อ ๑๓

(๒) ผู้สอบบัญชีมีพฤติกรรมตามข้อ ๑๖

(๓) ผู้สอบบัญชีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๒๒ หรือข้อ ๒๕

(๔) ผู้สอบบัญชีไม่สามารถแก้ไขให้ตนเองดำรงคุณสมบัติตามข้อ ๒๓ ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อดังกล่าว

(๕) ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีรายใดสังกัดสำนักงานสอบบัญชีที่มีระบบควบคุมคุณภาพงานไม่เป็นไปตามข้อ ๑๑ (๑) หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าระบบควบคุมคุณภาพงานจะบกพร่องและสำนักงานสอบบัญชีไม่ให้ความร่วมมือหรือยินยอมให้ผู้แทนของสำนักงานเข้าตรวจระบบดังกล่าว

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้นำข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๑๙ (๑) และข้อ ๒๑ (๓) มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้สอบบัญชีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ ๒๒ (๑) หรือข้อ ๒๕ (๑) หรือ (๒) ให้นำข้อ ๑๙ (๒) และข้อ ๒๐ มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม

การสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ไม่มีผลกระทบต่องบการเงินที่มีการสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชี และงบการเงินนั้นได้ยื่นต่อสำนักงานก่อนวันที่สำนักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบนั้น

มาตรา ข้อ ๒๗/๑

ข้อ ๒๗/๑[๑๓]

ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุตามที่กำหนดในข้อ ๒๗ วรรคหนึ่ง สำนักงานอาจไม่ยกกรณีดังกล่าวขึ้นเป็นเหตุในการสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบได้ หากเป็นไปตามเงื่อนไขอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้สอบบัญชีปฏิบัติตามบทลงโทษที่เสนอโดยผู้สอบบัญชีนั้นเอง (Enforceable Undertaking) ซึ่งสำนักงานเห็นชอบด้วยตามที่เสนอนั้น

(๒) ผู้สอบบัญชีกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่สำนักงานสั่ง ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่เหตุดังกล่าวมีลักษณะไม่ร้ายแรง หรือมิได้ส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๒๑/๒๕๔๖ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ลงวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ เป็นผู้สอบบัญชีที่สำนักงานให้ความเห็นชอบตามประกาศนี้ ตามระยะเวลาการให้ความเห็นชอบที่เหลืออยู่ และให้ผู้สอบบัญชีดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับของประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ คำขอความเห็นชอบหรือคำขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกิจการในตลาดทุนที่ได้ยื่นต่อสำนักงาน แต่ยังมิได้มีการแจ้งผลการพิจารณาตามคำขอดังกล่าวก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้การพิจารณาคำขอนั้นอยู่ภายใต้บังคับของประกาศนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้บรรดาคำสั่งและหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๒๑/๒๕๔๖ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ลงวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดแห่งประกาศนี้ จนกว่าจะได้มีคำสั่งและหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๒๑/๒๕๔๖ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ลงวันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงประกาศฉบับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓

ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล

เลขาธิการ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ :- เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี โดยกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สอบบัญชีเพิ่มเติมซึ่งรวมถึงการกำหนดให้ผู้สอบบัญชีที่จะได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานต้องสังกัดสำนักงานสอบบัญชีที่มีระบบควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีตามมาตรฐานที่กำหนดเพื่อเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินของกิจการในตลาดทุน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดและแนวทางปฏิบัติระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกให้บริษัทไทยสามารถระดมทุนในต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกประกาศนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๒)[๑๔]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๓)[๑๕]

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป

ปริญสินีย์/ปรับปรุง

๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘

วริญา/เพิ่มเติม

๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๑๕ ง/หน้า ๓๙/๑ ตุลาคม ๒๕๕๓

[๒] ข้อ ๗ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๓)

[๓] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๓)

[๔] ข้อ ๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๓)

[๕] ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๒)

[๖] ข้อ ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๔๔/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๓)

[๗] ข้อ ๑๕ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๒)

[๘] ข้อ ๑๙ วรรคสอง เพิ่มโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๒)

[๙] ข้อ ๒๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๒)

[๑๐] ข้อ ๒๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๒)

[๑๑] ข้อ ๒๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๒)

[๑๒] ข้อ ๒๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๒)

[๑๓] ข้อ ๒๗/๑ เพิ่มโดยประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. ๙/๒๕๕๘ เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับที่ ๒)

[๑๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๘๙ ง/หน้า ๑๒/๒๐ เมษายน ๒๕๕๘

[๑๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๑๖๗ ง/หน้า ๑๖/๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. 39/2553 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (ฉบับ Update ณ วันที่ 20/07/2559) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_df437a46163f58c5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com