法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีเป็นไปด้วยความถูกต้อง

เหมาะสม และแนวทางเดียวกันอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓๘ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่

๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ อธิบดีกรมสรรพสามิต จึงวางระเบียบไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑๖ กันยายน ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้อธิบดีกรมสรรพสามิตเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

และเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดกรณีปัญหาเกี่ยวกับทางปฏิบัติหรือกรณีที่ระเบียบนี้มิได้กำหนดทางปฏิบัติไว้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“กฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต” หมายความว่า

พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

“ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมสรรพสามิต ตามมาตรา ๑๓๗ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐

“คณะกรรมการเปรียบเทียบคดี” หมายความว่า

คณะกรรมการเปรียบเทียบคดี ตามมาตรา ๑๓๗ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐

“เจ้าหน้าที่ดำเนินคดี” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนสังกัดกรมสรรพสามิต

ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีมอบหมายเป็นหนังสือให้มีหน้าที่สั่งคดีไปก่อน

“เจ้าพนักงานผู้จับกุม” หมายความว่า

เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจและหน้าที่ในการจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

และให้หมายความรวมถึงพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

“การเปรียบเทียบคดี” หมายความว่า

การเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

และให้หมายความรวมถึงการอนุมัติเปรียบเทียบคดีของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีกรณีมีการสั่งคดีไปก่อน

เพื่อให้คดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

“การสั่งคดีไปก่อน” หมายความว่า

การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

“ที่ทำการเปรียบเทียบคดี” ให้หมายความรวมถึง

สถานที่ที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีใช้ในการทำการเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่

และสถานที่ที่เป็นที่ทำการเปรียบเทียบคดีเขตพิเศษด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

และไม่เกินกว่าความจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี เกี่ยวกับการจับกุมการควบคุมตัวผู้ต้องหาให้เสร็จสิ้น

ก่อนที่จะนำ คดีส่งให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เปรียบเทียบคดีทำการเปรียบเทียบคดี

เว้นแต่เป็นคดีที่สามารถเปรียบเทียบคดีได้

และมีอัตราโทษปรับอย่างสูงตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓๘ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในส่วนของการนำตัวผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการรับเงิน

การหักจ่ายเป็นเงินสินบนและหรือเงินรางวัลให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับการเก็บรักษาเงิน

และการนำเงินค่าปรับในการเปรียบเทียบคดีส่งคลัง ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

หมวด

การเปรียบเทียบคดี

ส่วนที่

หน่วยงานที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้

มีหน้าที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

๗.๑ สำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต

มีหน้าที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีในหน้าที่ของกรมสรรพสามิตได้ทั่วราชอาณาจักร

๗.๒ บรรดาความผิดตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตที่เกิดขึ้น อ้าง

หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในท้องที่กรุงเทพมหานคร

ถ้าเกิดในท้องที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานครใดให้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ๆ เว้นแต่

๗.๒.๑ คดีที่จับกุมโดยเจ้าหน้าที่ของสำนักตรวจสอบ

ป้องกันและปราบปรามหรือเจ้าหน้าที่ของสำนักตรวจสอบ

ป้องกันและปราบปรามจับกุมร่วมกับหน่วยงานอื่นซึ่งมิใช่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

หรือสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ ๑๐ และมีอัตราโทษปรับอย่างสูงเกินกว่าหนึ่งแสนบาท

๗.๒.๒ คดีที่โอนมาทำการดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีตามข้อ ๗.๕

๗.๒.๓

คดีที่ส่งมาทำการเปรียบเทียบคดีโดยการจับกุมของหน่วยงานอื่นซึ่งมีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมและปราบปราม

ให้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีที่ส่วนคดี สำนักกฎหมายกรมสรรพสามิต

๗.๓ บรรดาความผิดตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตที่เกิดขึ้น

อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในท้องที่จังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

๗.๓.๑

ถ้าเกิดในท้องที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ไม่มีสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

ให้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นั้น ๆ

๗.๓.๒

ถ้าเกิดในท้องที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่มีสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

ให้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขานั้น ๆ

๗.๔

กรณีอำนาจในการเปรียบเทียบคดีเกินกว่าอำนาจของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ให้หน้าที่ดำเนินคดีเป็นไปตาม ๗.๒ หรือ ๗.๓ แล้วแต่กรณี โดยให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานครดำเนินการดังนี้

๗.๔.๑ แจ้งให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีทราบเพื่อดำเนินการเปรียบเทียบคดีหรือ

๗.๔.๒ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทำการสั่งคดีไปก่อน

๗.๕

กรณีที่มีการโอนคดีมาดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี ณ ส่วนคดี สำนักกฎหมายกรมสรรพสามิต

เนื่องจากตามลักษณะของความผิด ฐานะของผู้กระทำผิด จำนวนผู้กระทำผิด ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่

ความรู้สึกของประชาชนส่วนมากแห่งท้องที่นั้น

หรือมีเหตุผลอย่างอื่นซึ่งไม่อาจจะส่งดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดียังหน่วยงาน ตาม ๗.๒ หรือ ๗.๓ ได้

ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมขออนุมัติเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีให้ทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักกฎหมาย

เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงจะโอนคดีมาดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีได้

กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน หรือมีเหตุอันไม่อาจขออนุมัติเป็นหนังสือได้ตามวรรคหนึ่ง

ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมขออนุมัติทางโทรศัพท์ โทรสาร

หรือช่องทางการสื่อสารอื่นต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ

ก่อนทำการโอนคดีมาทำการดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

และให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมจัดทำบันทึกเพื่อขออนุมัติเสนอต่อผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันที่ทำการเปรียบเทียบคดีนั้น

หากวันทำการเปรียบเทียบคดีตรงกับวันหยุด

ให้ยื่นหนังสือเพื่อขออนุมัติในวันที่เปิดทำการวันแรก

ส่วนที่

สถานที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสถานที่ตั้งปกติของสำนักงาน

ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องเปรียบเทียบคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด

ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมร้องขอต่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีในคดีนั้น ๆ

ไปดำเนินการเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติของสำนักงานได้

โดยใช้สถานที่ของหน่วยงานราชการอื่น หรือสถานที่อื่นเป็นสถานที่เปรียบเทียบคดี ทั้งนี้

ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมของสถานที่ด้วย

ให้อาคารสถานที่ขนส่งสาธารณะทุกชนิด

ที่ใช้ขนส่งผู้โดยสารภายในประเทศ หรือผู้เดินทางระหว่างประเทศ

ถือเป็นสถานที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีเขตพิเศษ

สำหรับการดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีตามวรรคสองและวรรคสาม

ให้เป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติที่ระบุไว้ในหมวด ๒ ส่วนที่ ๓ และส่วนที่ ๔ โดยอนุโลม

ส่วนที่

ขั้นตอนก่อนการเปรียบเทียบคดี

การปฏิบัติตามขั้นตอนก่อนการเปรียบเทียบคดี

ให้ใช้กับกรณีที่เปรียบเทียบคดีโดยผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี เฉพาะการเปรียบเทียบคดีในสถานที่ตั้งปกติ ในส่วนของการเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติ ให้ใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ขั้นตอนก่อนการเปรียบเทียบคดี

๙.๑

ตรวจสอบว่าเจ้าพนักงานผู้จับกุมได้ปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

โดยเฉพาะบทบัญญัติในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่

เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามที่กำหนดในข้อ ๕

หากยังปฏิบัติไม่ครบถ้วนให้แจ้งเจ้าพนักงานผู้จับกุมปฏิบัติให้ครบถ้วน

๙.๒ ตรวจสอบบันทึกการจับกุม หรือบันทึกการตรวจค้น หรือบันทึกอายัดของกลางรวมทั้งเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม

และจำนวนของกลาง (ถ้ามี) โดยเจ้าพนักงานผู้จับกุมมีหน้าที่ในการชี้แจงข้อเท็จจริงโดยละเอียด

๙.๓ กรณีต่อไปนี้

ให้แจ้งเจ้าพนักงานผู้จับกุมส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี

๙.๓.๑ เป็นคดีที่ไม่อาจเปรียบเทียบคดี

เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจที่จะทำการเปรียบเทียบคดีได้

๙.๓.๒ เป็นคดีที่สามารถเปรียบเทียบคดีได้

แต่ผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบคดี

๙.๓.๓ เป็นคดีที่ผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบคดี

แต่ไม่ยินยอมชำระค่าปรับ

๙.๓.๔ เป็นคดีที่ไม่สมควรเปรียบเทียบคดี โดยพิจารณาเงื่อนไขประกอบดังนี้

(๑)

เป็นคดีที่เข้าเงื่อนไขเป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

มาตรา ๒๑

(๒) เป็นกระบวนการมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก

มีการจัดตั้งนิติบุคคลหรือบุคคลเข้ามาดำเนินการในกิจการที่มีการหลีกเลี่ยงภาษี

(๓) มีผู้ทรงอิทธิพลเป็นตัวการ ผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน

(๔) กระทำผิดบ่อยครั้งหรือกระทำผิดอยู่เป็นประจำ

(๕) มีผลหรืออาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการจัดเก็บภาษี

(๖)

พฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นว่าผู้กระทำผิดจงใจปฏิบัติอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

ส่วนที่

ขั้นตอนการเปรียบเทียบคดี

ตอนที่

เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีและผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การเปรียบเทียบคดีกรณีที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้จับกุมให้ปฏิบัติตามขั้นตอน

ดังต่อไปนี้

๑๐.๑ ลงรับคดีในสมุดรับคำกล่าวโทษ

๑๐.๒ ส่งของกลางให้กับผู้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจพิสูจน์ของกลาง

(ถ้ามี)

และตรวจสอบผลการพิสูจน์ของกลางเพื่อใช้ประกอบในการกำหนดค่าปรับเปรียบเทียบคดี

๑๐.๓

ชี้แจงให้ผู้ต้องหาเข้าใจถึงความผิดที่เกิดขึ้นว่าเป็นคดีที่ทำการเปรียบเทียบคดีได้พร้อมกำหนดจำนวนเงินค่าปรับเปรียบเทียบคดี

๑๐.๓.๑ กรณีผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบคดี

ให้ผู้ต้องหาจัดทำคำร้องขอให้เปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต (คด. ๑) ตามแบบที่กรมสรรพสามิตกำหนดท้ายระเบียบนี้

๑๐.๓.๒ กรณีผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้ทำการเปรียบเทียบคดี

หรือยินยอมให้เปรียบเทียบคดีแต่ไม่ชำระค่าปรับ ให้แจ้งผู้จับเพื่อนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

โดยไม่ต้องจัดทำหนังสือนำส่งไปยังพนักงานสอบสวน

๑๐.๔ จัดทำสำนวนคดี ตามลำดับดังนี้

๑๐.๔.๑ จัดทำบันทึกคำให้การของผู้กล่าวโทษ

ตามแบบบันทึกคำให้การของผู้กล่าวโทษ (ส.ส. ๒/๕๔) ที่กรมสรรพสามิตกำหนดท้ายระเบียบนี้

๑๐.๔.๒ จัดทำบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา

ตามแบบบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา (ส.ส. ๒/๕๓) ที่กรมสรรพสามิตกำหนดท้ายระเบียบนี้

๑๐.๔.๓ จัดทำบันทึกการเปรียบเทียบคดี (ส.ส. ๒/๕๒) ที่กรมสรรพสามิตกำหนดท้ายระเบียบนี้ โดยให้นับเลขคดีที่ทำการเปรียบเทียบคดีดังนี้

(๑) ให้เริ่มนับคดีเปรียบเทียบตามปีปฏิทิน

(๒) คดีที่ทำการเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติ

และคดีที่ทำการเปรียบเทียบในสถานที่ตั้งปกติ ให้แยกนับเรียงตามลำดับ

ไม่นับต่อเนื่องกัน

(๓) คดีที่ทำการเปรียบเทียบนอกสถานที่ตั้งปกติ

ให้ใช้อักษร “น.” นำหน้าเลขคดีที่ทำการเปรียบเทียบคดีด้วย

(๔) กรณีเลขคดีที่ทำการเปรียบเทียบคดีในบันทึกการเปรียบเทียบคดี (ส.ส. ๒/๕๒) ให้นับต่อเนื่องกัน ไม่มีการข้าม

และให้กำหนดเฉพาะคดีที่มีการเปรียบเทียบคดีเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใดทำหน้าที่จับกุม

ซึ่งเลขคดีที่เปรียบเทียบจะต้องเท่าหรือน้อยกว่าเลขที่รับคดีในสมุดรับคำกล่าวโทษ (ส.ส.

๑/๕๕) เสมอ

๑๐.๕ การรับชำระเงินค่าปรับเปรียบเทียบคดี

๑๐.๕.๑ การเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติ

และการเปรียบเทียบคดีในสถานที่ตั้งปกติ ให้แยกเล่มใบเสร็จรับเงินออกจากกัน

๑๐.๕.๒ เมื่อผู้ต้องหาชำระเงินค่าปรับ

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี เจ้าหน้าที่การเงินหรือบัญชี

หรือข้าราชการในหน่วยงานที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีได้มอบหมายหน้าที่เป็นหนังสือให้มีหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงินแล้วแต่กรณี

ออกใบเสร็จรับเงิน

โดยให้ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญที่ตอนล่างของใบเสร็จรับเงินและที่สำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นด้วยเพื่อแสดงว่าผู้ต้องหาได้รับทราบและตรวจความถูกต้องแล้ว

พร้อมทั้งส่งมอบใบเสร็จรับเงินต้นฉบับให้แก่ผู้ต้องหารับไป

๑๐.๖ การบันทึกรับคดีในสมุดรับคำกล่าวโทษ

๑๐.๖.๑ ต้องบันทึกในสมุดรับคำกล่าวโทษทุกคดี ได้แก่

คดีที่ส่งพนักงานสอบสวน คดีที่ยังมิได้ตัวผู้กระทำผิด

และคดีที่ทำการเปรียบเทียบคดี

โดยเรียงตามลำดับก่อนหลังของการส่งคดีมายังที่ทำการเปรียบเทียบคดี

ไม่มีการข้ามลำดับ โดยลำดับในสมุดรับคำกล่าวโทษให้นับตามปีปฏิทิน

๑๐.๖.๒ การเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติ

และการเปรียบเทียบคดีในสถานที่ตั้งปกติ ให้แยกเล่มสมุดรับคำกล่าวโทษออกจากกัน

๑๐.๖.๓ กรณีที่เป็นการบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับคดี ได้แก่

ชื่อและตำแหน่งเจ้าพนักงานผู้จับกุม ชื่อผู้ต้องหารวมทั้งอายุและภูมิลำเนา

จำนวนของกลาง ข้อกล่าวหาพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด วันเวลาที่จับกุม

สถานที่เกิดเหตุ และลงลายมือชื่อของผู้กล่าวหาผู้ต้องหา

เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในฐานะผู้บันทึก ตามลำดับ

หากผู้ต้องหาเป็นผู้ได้รับอนุญาตหรือจดทะเบียนตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

ให้ลงรายการดังกล่าวในสมุดรับคำกล่าวโทษ

และหากมีรายละเอียดอื่นใดที่จำเป็นเกี่ยวกับคดี ก็ให้บันทึกเพิ่มเติมไว้ด้วย โดยสมุดรับคำกล่าวโทษจะต้องไม่มีการขูด

ลบ หรือฉีกหน้าใดหน้าหนึ่ง

หากมีข้อผิดพลาดให้ขีดฆ่าและลงลายมือชื่อของผู้บันทึกและผู้ต้องหากำกับไว้หน้าแถวที่มีการแก้ไข

๑๐.๖.๔ กรณีคดีที่ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีเพื่อฟ้องต่อศาล

หรือคดีที่ยังไม่ได้ตัวผู้กระทำความผิด และเป็นการจับกุมหรือยึด

อายัดโดยเจ้าพนักงานผู้จับกุมของกรมสรรพสามิตให้บันทึกในสมุดรับคำกล่าวโทษทุกคดี

โดยเจ้าพนักงานผู้จับกุมต้องส่งเอกสารดังนี้

(๑) สำเนาบันทึกการจับกุม หรือสำเนาการยึดอายัดของกลาง

แล้วแต่กรณี

(๒)

สำเนาบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวนโดยให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี

จัดทำบันทึกคำให้การของผู้กล่าวโทษ (ส.ส. ๒/๕๔) หากของกลางนั้นจะต้องทำการพิสูจน์

ให้ส่งของกลางไปยังเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการตรวจพิสูจน์ของกลาง

พร้อมแนบสำเนาบัญชีของกลาง (ส.ส. ๒/๔) ไว้กับสำนวนคดีด้วย

๑๐.๖.๕ การบันทึกเพิ่มเติมในสมุดรับคำกล่าวโทษ

(๑)

กรณีที่ทำการเปรียบเทียบคดีโดยผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีและเป็นคดี

(๑.๑) ต้องมีการคืนของกลาง

เนื่องจากเป็นของกลางที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้บันทึกไว้ท้ายสมุดรับคำกล่าวโทษว่า “ผู้ต้องหาได้รับของกลางในคดีคืนไปแล้ว” พร้อมกับให้ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อรับไว้

(๑.๒) ต้องคืนของกลาง

กรณีที่ต้องชำระภาษีให้ครบถ้วนก่อนรับของกลางคืน

ให้บันทึกข้อความไว้ท้ายสมุดรับคำกล่าวโทษว่า “ผู้ต้องหาได้ชำระภาษีสรรพสามิตครบถ้วนแล้ว

เมื่อวันที่.............ตามใบเสร็จรับเงิน เล่มที่.......เลขที่.........ลงวันที่................และผู้ต้องหาได้รับของกลางในคดีคืนไปแล้ว”

(๒) กรณีที่เป็นคดีที่ส่งให้พนักงานสอบสวน

ให้บันทึกไว้ท้ายสมุดรับคำกล่าวโทษ ว่า “ส่งพนักงานสอบสวน” และให้บันทึกเพิ่มเติมดังนี้

(๒.๑)

กรณีพนักงานสอบสวนส่งตัวผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

ให้บันทึกเพิ่มเติมท้ายสมุดรับคำกล่าวโทษเดิมซึ่งเคยได้บันทึกลงรับคดีนั้นไว้แล้วว่า

“พนักงานสอบสวนได้มีหนังสือสถานีตำรวจ.............ที่............ลงวันที่.............ส่งตัวผู้ต้องหามาทำการเปรียบเทียบคดี

โดยผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีได้ดำเนินการเปรียบเทียบคดี

ตามคดีเปรียบเทียบที่.................. ลงวันที่................เป็นเงินจำนวน...............บาท”

(๒.๒) กรณีพนักงานสอบสวนส่งตัวผู้ต้องหาฟ้องคดีต่อศาล

๑) กรณีพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง

ให้บันทึก “พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องตามหนังสือ

ที่........................เมื่อวันที่.................................”

๒) กรณีศาลมีคำพิพากษา ให้บันทึก “ศาลจังหวัด/แขวง…………………..ได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ ที่.................คดีหมายเลขแดงที่..............เมื่อวันที่............................ให้ลงโทษปรับ.....................บาท จำคุก......................หรือ

ให้ยกฟ้อง” แล้วแต่กรณี

(๓) กรณีเป็นคดีที่ยังไม่ได้ตัวผู้กระทำความผิด

ให้บันทึกไว้ท้ายสมุดรับคำกล่าวโทษว่า “อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิด” หากต่อมาคดีนั้นขาดอายุความให้บันทึกเพิ่มเติมว่า “คดีขาดอายุความ”

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติ

ให้ปฏิบัติตามข้อ ๙ และข้อ ๑๐ โดยอนุโลม โดยการเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติ

ให้เป็นหน้าที่ของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเท่านั้น ไม่อาจให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีสั่งคดีไปก่อนได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การขอความเห็นชอบและอนุมัติการเปรียบเทียบคดี

๑๒.๑ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีจัดทำรายงานขออนุมัติการเปรียบเทียบคดี

(คด. ๒) ประกอบกับแบบขออนุมัติ ๑ - ๔ (คด. ๓ - คด. ๖) แล้วแต่กรณี

ตามแบบที่กรมสรรพสามิตกำหนดท้ายระเบียบนี้

พร้อมเสนอสำนวนคดีผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

เพื่อให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีพิจารณาอนุมัติโดยไม่ชักช้า

ก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติ

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเสนอขอความเห็นชอบไปยังผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งชั้น

๑๒.๑.๑ กรณีนักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการหรือเจ้าพนักงานสรรพสามิตอาวุโส หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ไม่มีสาขา หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขา เป็นผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

ให้ใช้แบบขออนุมัติ ๑ (คด. ๓)

๑๒.๑.๒ กรณีผู้อำนวยการส่วนคดี

หรือสรรพสามิตพื้นที่เป็นผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี ให้ใช้แบบขออนุมัติ ๒ (คด. ๔)

๑๒.๑.๓ กรณีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดี สำนักกฎหมาย

เป็นผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี ให้ใช้แบบขออนุมัติ ๓ (คด. ๕)

๑๒.๑.๔ กรณีผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย

หรือผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค เป็นผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

ให้ใช้แบบขออนุมัติ ๔ (คด. ๖)

๑๒.๒ ในกรณีที่จะต้องเสนอขอความเห็นชอบจากอธิบดี

ให้หน่วยงานที่สั่งคดีไปก่อนส่งรายงานขออนุมัติการเปรียบเทียบคดีและสำนวนคดีผ่านส่วนคดี

สำนักกฎหมาย โดยเร็ว และให้ส่วนคดีมีหน้าที่เสนอขอความเห็นชอบพร้อมทั้งแจ้งผลให้หน่วยงานที่สั่งคดีไปก่อนดำเนินการอนุมัติการเปรียบเทียบคดีต่อไป

๑๒.๓

เมื่อได้รับคำสั่งอนุมัติให้เปรียบเทียบคดีแล้ว ให้ดำเนินการตามคำสั่งและนำเงินค่าปรับส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระเบียบว่าด้วยการนั้นต่อไป

และให้ถือว่าวันที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีอนุมัติการเปรียบเทียบคดี

เป็นวันที่คดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ตอนที่

คณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ขั้นตอนการเปรียบเทียบคดีของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

๑๓.๑ เมื่อหน่วยงานที่มีหน้าที่เปรียบเทียบคดีได้รับคดีที่อยู่ในอำนาจการเปรียบเทียบคดีของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

และผู้ต้องหาร้องขอให้เปรียบเทียบคดีซึ่งผู้ต้องหาอาจถูกควบคุมตัว

หรือได้รับการปล่อยชั่วคราวตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

ให้ดำเนินการตามขั้นตอนการลงรับคดีของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีโดยอนุโลม

และส่งของกลาง (ถ้ามี) ไปทำการตรวจพิสูจน์ตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

๑๓.๒ การลงมติของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

ให้หน่วยงานดังกล่าวจัดทำหนังสือเชิญคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี เพื่อประชุม

ลงมติให้แล้วเสร็จโดยไม่ชักช้า เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีมติอย่างไร

ให้มีหนังสือแจ้งผลการลงมติดังกล่าวให้ผู้ต้องหาทราบโดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

๑๓.๓ การชำระเงินค่าปรับ

เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีมติให้เปรียบเทียบคดีโดยกำหนดจำนวนเงินค่าปรับแล้ว

ให้ผู้ต้องหาชำระเงินค่าปรับแก่หน่วยงานดังกล่าวข้างต้น ตามจำนวนที่กำหนด ภายใน ๓๐

วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการลงมติ และให้ถือว่าคดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในวันที่ผู้ต้องหาชำระเงินค่าปรับ

หากผู้ต้องหาไม่ชำระเงินค่าปรับภายในกำหนดเวลา

หรือกรณีคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีเห็นว่า

ไม่สมควรเปรียบเทียบคดีให้หน่วยงานที่รับคดีส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ส่วนที่

การเปรียบเทียบคดีกรณีอื่น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คดีที่ต้องทำการเปรียบเทียบคดี

กรณีที่เป็นการจับกุมโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหน่วยงานที่มีอำนาจอื่น

ให้พนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนมีหนังสือนำส่งจากที่ทำการของพนักงานสอบสวนถึงหน่วยงานซึ่งมีอำนาจทำการเปรียบเทียบคดีตามข้อ

๗ และให้ดำเนินการเปรียบเทียบคดีเช่นเดียวกับการจับกุมโดยเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตโดยอนุโลม

หมวด

การจัดการของกลางในคดี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

กรณีของกลางที่เป็นของที่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องคืนให้กับผู้ต้องหา ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี

คืนของกลางนั้นให้กับผู้ต้องหาเมื่อผู้ต้องหาชำระค่าปรับเปรียบเทียบคดีครบถ้วน

และบันทึกการคืนของกลางดังกล่าวไว้ในท้ายสมุดรับคำกล่าวโทษ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สำหรับของกลางที่ต้องคืนแก่ผู้ต้องหาหรือเจ้าของ

และจะต้องชำระภาษีสรรพสามิตให้ครบถ้วนก่อนการคืน

๑๖.๑ ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแจ้งกำหนดเวลาให้ผู้ต้องหาเสียภาษี

โดยบันทึกไว้ท้ายบันทึกการเปรียบเทียบคดี (ส.ส. ๒/๕๒) ให้ผู้ต้องหารับทราบและลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ว่า “พนักงานเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบแล้ว

ว่ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตให้ครบถ้วนตามมาตรา ๒๐๖ วรรคแรก

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ภายในวันที่ ...........

ผู้ต้องหารับทราบแล้ว และลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน” โดยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานผู้จับกุมที่จะดำเนินการให้ผู้ต้องหาเสียภาษีให้ครบถ้วน

เมื่อผู้ต้องหาชำระภาษีสรรพสามิตครบถ้วนแล้ว

ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมส่งหลักฐานการเสียภาษีดังกล่าวให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี เพื่อมีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เก็บรักษาของกลางคืนของกลางแก่ผู้ต้องหา

๑๖.๒ ถ้าการคืนของกลางนั้นจะต้องมีการนำเครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใดมาปิดไว้กับของกลาง

เพื่อแสดงเป็นหลักฐานว่าได้เสียภาษีโดยถูกต้องให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เก็บรักษาของกลางดำเนินการให้ครบถ้วนก่อนคืนของกลางนั้นให้กับผู้ต้องหาหรือเจ้าของ

๑๖.๓ หากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับของกลางไม่ยอมชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีแจ้งให้ผู้เก็บรักษาของกลางทราบ

เพื่อดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีคดีที่ไม่สามารถเปรียบเทียบคดีได้

หรือเป็นกรณีที่สามารถเปรียบเทียบคดีได้แต่ผู้ต้องหาไม่ยินยอมชำระค่าปรับตามคำเปรียบเทียบของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี

๑๗.๑ กรณีของกลางที่เป็นของที่ชอบด้วยกฎหมาย

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี

คืนของกลางดังกล่าวให้กับเจ้าพนักงานผู้จับกุม

พร้อมด้วยตัวผู้ต้องหาเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

๑๗.๒ กรณีของกลางที่เป็นของที่มิชอบด้วยกฎหมาย

และได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจพิสูจน์เพื่อทำการตรวจพิสูจน์

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจพิสูจน์ส่งของกลางมายังผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี

เพื่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีจะได้คืนของกลางดังกล่าวให้กับเจ้าพนักงานผู้จับกุม

พร้อมด้วยตัวผู้ต้องหาเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

หมวด

การควบคุม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้สำนักกฎหมาย

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แล้วแต่กรณี

รับผิดชอบในการเก็บรักษาสำนวนการเปรียบเทียบคดีที่เสร็จคดีไว้ภายในอายุความ

เมื่อพ้นกำหนดอายุความให้ขออนุญาตทำลายตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้สรรพสามิตพื้นที่ควบคุม

กำกับดูแลการเปรียบเทียบคดีของฝ่ายกฎหมายสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ไม่มีสาขา

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่รับผิดชอบแล้วแต่กรณี ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง

โดยให้ตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่รับผิดชอบปีละสองครั้งและบันทึกการตรวจไว้เป็นหลักฐานแล้วรายงานผลการตรวจให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคควบคุม

กำกับดูแลการเปรียบเทียบคดีของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่รับผิดชอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง

โดยให้ตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีของหน่วยงานนั้น ๆ

ปีละหนึ่งครั้ง (โดยการสุ่มตรวจ)

และบันทึกการตรวจไว้เป็นหลักฐานแล้วรายงานผลการตรวจให้อธิบดีเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้สำนักกฎหมาย

มีอำนาจหน้าที่ในการให้คำแนะนำ และออกตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีของหน่วยงานที่ทำการเปรียบเทียบคดีทุกแห่ง

โดยให้สุ่มตรวจพื้นที่อย่างน้อยภาคละหนึ่งครั้งในแต่ละปี

พร้อมทั้งสรุปผลการตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่และสำนักงานสรรพสามิตภาค

แล้วรายงานผลการตรวจให้อธิบดีเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ กรณีหน่วยงานที่มีหน้าที่เปรียบเทียบคดีได้ดำเนินคดีหรือเปรียบเทียบคดี

เฉพาะคดีสำคัญ เช่น คดีที่มีของกลางจำนวนมาก

มูลค่าของกลางตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป

หรือคดีที่มีการต่อสู้คดีหรือคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนจำนวนมาก เป็นต้น

ให้หน่วยงานดังกล่าวรายงานสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับคดีให้กรมสรรพสามิตทราบโดยเร็ว

และให้ส่วนคดี สำนักกฎหมาย มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวการตรวจสอบข้อเท็จจริง

พร้อมทั้งติดตามคดีอย่างใกล้ชิด โดยให้คำแนะนำปรึกษาหรือดำเนินการเกี่ยวกับคดี

เพื่อให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพต่อไป

หมวด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ บรรดาคดีที่ได้มีการยึด อายัด จับกุม

ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาของพนักงานอัยการ

หากเป็นคดีที่สามารถเปรียบเทียบคดีและผู้ต้องหายินยอมให้ทำการเปรียบเทียบคดี

ให้ดำเนินการเปรียบเทียบคดีตามระเบียบว่าด้วยการเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ไปจนกว่าคดีดังกล่าวจะเสร็จสิ้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ คดีที่ต้องทำการเปรียบเทียบคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่มีอำนาจเปรียบเทียบคดีตามข้อ

๗.๒ ให้ส่งดำเนินคดีเพื่อทำการเปรียบเทียบคดีที่สำนักกฎหมายไปจนถึงวันที่

๓๐ กันยายน ๒๕๖๐

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

เอกสารแนบท้าย

๑. คำร้องขอให้เปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต (คด. ๑)

๒. รายงานขออนุมัติการเปรียบเทียบคดี (คด. ๒)

๓. คำอธิบายแบบขออนุมัติ

๔. แบบขออนุมัติ ๑ (คด. ๓)

๕. แบบขออนุมัติ ๒ (คด. ๔)

๖. แบบขออนุมัติ ๓ (คด. ๕)

๗. แบบขออนุมัติ ๔ (คด. ๖)

๘. บันทึกการเปรียบเทียบคดีพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ (ส.ส. ๒/๕๒)

๙. บันทึกคำให้การของผู้ต้องหา (ส.ส. ๒/๕๓)

๑๐. คำให้การของผู้กล่าวโทษ (ส.ส. ๒/๕๔)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พัชรภรณ์/จัดทำ

๒๘

กันยายน ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ

๑๑๙ ง/หน้า ๑๑๗ (เล่มที่ ๑)/๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_dff4e8961974fa1a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com