ข้อ ๓
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่จะได้สิทธิเสียภาษีในอัตราตาม
(ข) และ (ง) ของ (๓) ของประเภทที่ ๐๖.๐๑ และ ๐๖.๐๒ รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน
๑๐ คน ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้
๓.๑ ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุน
ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
๓.๒
ต้องยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ขอรับสิทธิเสียภาษีในอัตราตาม (ข) และ (ง) ของ (๓)
ของประเภทที่ ๐๖.๐๑ และ ๐๖.๐๒ รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน ๑๐
คน ในบัญชีท้ายกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ และทำข้อตกลงกับกรมสรรพสามิตตามแบบแนบท้ายประกาศนี้
ก่อนเริ่มการผลิตรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid
Electric
Vehicle)
หรือรถยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า (Electric
Powered
Vehicle)
ในรุ่นที่ขอรับสิทธิ ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่
และให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สำเนาหนังสือแจ้งความประสงค์และข้อตกลงดังกล่าวให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี
๒ ทราบ
๓.๓ ตั้งแต่ปีที่ ๕
นับแต่วันที่ลงนามในข้อตกลงกับกรมสรรพสามิตจนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
รถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า (Hybrid Electric Vehicle)
หรือรถยนต์แบบพลังงานไฟฟ้า (Electric
Powered
Vehicle)
ที่ผลิตทุกคัน
ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตหรือประกอบจากผู้ที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนประเภทลิเธียมไอออน
หรือนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ หรือแบตเตอรี่ประเภทอื่นที่ให้พลังงานจำเพาะโดยน้ำหนัก (Wh/kg)
ที่สูงกว่าประเภทลิเธียมไอออน หรือนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์