法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนด เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนด

ข้อกำหนด

เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๕๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๔ (๑) และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา

๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการการจัดสรรที่ดินจังหวัดเชียงใหม่

จึงออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดทำแผนผังโครงการ

และวิธีการในการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อกำหนดนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดเชียงใหม่

พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อกำหนด ระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดนี้ให้ใช้ข้อกำหนดนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ข้อกำหนดนี้ไม่ให้ใช้บังคับกับการจัดสรรที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมที่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกเป็นแปลงย่อยไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน

พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดเชียงใหม่

พิจารณาเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการเกษตรกรรมที่ส่งผลทางด้านเศรษฐกิจ

และสังคมของประเทศโดยรวมคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดเชียงใหม่

จะผ่อนผันการปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้เป็นการเฉพาะรายก็ได้

ทั้งนี้

การผ่อนผันตามวรรคหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง

เรื่อง กำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม

หลักเกณฑ์การจัดทำแผนผัง

โครงการ และวิธีการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ แผนผังการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ในการขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดินผู้ขอต้องจัดให้มีแผนผังการจัดสรรที่ดินดังนี้

๖.๑

แผนผังสังเขป ได้แก่ แผนผังที่แสดง

(๑)

ที่ตั้งบริเวณการจัดสรรที่ดิน

(๒)

ลักษณะบริเวณที่ดินโดยรอบ

(๓)

เส้นทางที่เข้า - ออกสู่บริเวณการจัดสรรที่ดิน ทางหลวง หรือทางสาธารณะภายนอก

(๔)

การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองโดยระบุข้อความต่อไปนี้

คือ “ที่ดินที่ขอทำการจัดสรรเพื่อการเกษตรกรรม

ตั้งอยู่ในบริเวณ......................

(ระบุรายละเอียดตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองแต่ละประเภท)”

๖.๒

แผนผังบริเวณรวม ได้แก่แผนผังที่แสดง

(๑)

รูปต่อแปลงเอกสารสิทธิที่นำมาทำการจัดสรรที่ดิน

(๒)

รายละเอียดของที่สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ

ที่อยู่ภายในบริเวณและบริเวณที่ติดต่อกับที่ดินที่ขอจัดสรร

(๓)

เงื่อนไขเกี่ยวกับที่ดิน ทั้งของราชการและส่วนบุคคล

(๔)

ในกรณีที่มีโครงการต่อเนื่องเป็นหลายโครงการ ให้แสดงการเชื่อมต่อโครงการทั้งหมดไว้ในแผนผังบริเวณรวมโดยให้แสดงรายละเอียดการจัดสรรที่ดินของโครงการต่อเนื่องไว้ด้วย

๖.๓

แผนผังการแบ่งแปลงที่ดิน ได้แก่ แผนผังที่แสดง

(๑)

การแบ่งแปลงที่ดินแปลงย่อยเพื่อการจัดจำหน่าย ให้ระบุประเภทของเกษตรกรรม

(๒)

การแบ่งแปลงที่ดินเพื่อจัดทำสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ เช่น ทางถนน และทางน้ำ

การแบ่งแปลงที่ดินเพื่อจัดทำระบบส่งน้ำ และระบบระบายน้ำ

๖.๔

แผนผังระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ

ได้แก่แผนผังที่แสดงรายละเอียดของสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่จะจัดให้มี เช่น

(๑)

ระบบไฟฟ้า

(๒)

ระบบประปา

(๓)

ระบบการระบายน้ำ

(๔)

ระบบบำบัดน้ำเสีย

(๕)

ระบบถนนหรือทางน้ำ

(๖)

ระบบการส่งน้ำ

(๗)

แหล่งน้ำ

(๘)

ระบบกำจัดปฏิกูลและขยะ

(๙)

ระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

แผนผังทุกรายการจะต้องแสดงรายละเอียดของสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสภาพปัจจุบัน

และสภาพหลังจากการปรับปรุงพัฒนาแล้ว

รายละเอียดของสิ่งที่ต้องแสดงในแผนผังแต่ละรายการ จะต้องจัดทำบนกระดาษขนาดมาตรฐาน A1 หรือ A2 โดยมุมด้านล่างข้างขวา จะต้องแสดงดัชนีแผนผังที่ต่อกัน (ในกรณีที่ต้องแสดงแผนผังเกินกว่า

๑ แผ่น) ชื่อโครงการ ชื่อเจ้าของที่ดิน ชื่อและที่ตั้งสำนักงานจัดสรร ชื่อและลายมือชื่อของผู้ออกแบบและวิศวกรผู้คำนวณระบบต่าง

ๆ พร้อมทั้งเลขทะเบียนใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

และหรือสถาปัตยกรรมด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ โครงการและวิธีการจัดสรรที่ดิน

ในการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน

นอกจากหลักฐานและรายละเอียดที่ต้องแสดงตามความในมาตรา ๒๓

แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ แล้ว

ผู้ขอต้องแสดงโครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นหลักฐานการดำเนินการในเรื่องต่าง

ๆ ดังรายการต่อไปนี้

๗.๑

หลักฐานการอนุญาตยินยอมจากหน่วยงานผู้ดูแลรับผิดชอบแหล่งรองรับน้ำทิ้ง (ในกรณีต้องได้รับอนุญาตหรือยินยอม)

๗.๒

หลักฐานผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(ในกรณีต้องจัดทำ)

๗.๓

วิธีการในการปรับปรุงพื้นที่ดิน การรวม

การปรับแต่งให้พื้นที่ดินเกิดความเหมาะสมในการทำเกษตรกรรม ทั้งบริเวณส่วนจำหน่าย

และส่วนสาธารณูปโภค

๗.๔

วิธีการในการจัดจำหน่ายที่ดิน

จะจำหน่ายโดยวิธีเงินสดหรือเงินผ่อนตามระยะเวลาที่ผู้ซื้อสามารถเลือกได้

๗.๕

วิธีการในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและหรือบริการสาธารณะ

๗.๖

การเรียกเก็บเงินค่าใช้บริการและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะ

๗.๗

สิทธิของผู้ซื้อในการใช้

หรือการได้รับบริการจากบริการสาธารณะที่ผู้จัดสรรจัดให้มีในบริเวณจัดสรรที่ดิน

๗.๘

ภาระผูกพันที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่ขอจัดสรรนั้น

๗.๙

สัญญาหรือเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ที่ดินในที่ดินแปลงย่อยที่ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนทางด้านความสงบสุข

ความปลอดภัย ความสวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความเพิ่มพูนมูลค่าในทรัพย์สิน

และขนบธรรมเนียมประเพณี

๗.๑๐

หลักฐานแสดงการอนุญาตหรือยินยอมของหน่วยงานอื่น ๆ (ถ้ามี)

ขนาดและเนื้อที่ดินที่ทำการจัดสรร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ขนาดของโครงการการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้พิจารณาจากจำนวนที่ดินที่ทำการรังวัดแบ่งเป็นแปลงย่อยหรือจำนวนเนื้อที่เพื่อจัดจำหน่ายทั้งโครงการ

โดยแบ่งเป็น ๒ ขนาด คือ

๘.๑

ขนาดเล็ก จำนวนแปลงย่อยไม่เกิน ๗๙ แปลง หรือเนื้อที่ทั้งโครงการไม่เกิน ๕๐๐ ไร่

๘.๒

ขนาดใหญ่ จำนวนแปลงย่อยตั้งแต่ ๘๐ แปลงขึ้นไป หรือเนื้อที่ทั้งโครงการเกินกว่า ๕๐๐

ไร่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ที่ดินแปลงย่อยเพื่อจัดจำหน่ายต้องมีเนื้อที่แต่ละแปลงไม่ต่ำกว่า ๒ ไร่

โดยมีเนื้อที่ใช้ในการทำเกษตรกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐ ของพื้นที่แปลงย่อย

และต้องติดถนนโดยมีความกว้างด้านติดถนนไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ห้ามแบ่งแปลงที่ดินเป็นแนวตะเข็บ

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการคมนาคม

การจราจรและความปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ระบบและมาตรฐานของถนนประเภทต่าง ๆ

ในที่ดินจัดสรรทั้งหมดรวมทั้งการเชื่อมต่อกับถนนหรือทางสายนอกที่ดินจัดสรร

๑๑.๑

ขนาดของถนนที่ต้องจัดให้มีในการจัดสรรที่ดินแต่ละโครงการให้มีความกว้างของเขตทางและผิวจราจร

ดังนี้

(๑)

ถนนที่ใช้ในโครงการขนาดเล็ก

ถนนสายหลัก ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๑๐.๐๐ เมตร โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า

๘.๐๐ เมตร

ถนนสายรอง ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๘.๐๐ เมตร

โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า ๖.๐๐ เมตร

ขนาดความกว้างดังกล่าวให้ใช้สำหรับรองรับที่ดินแปลงย่อยจำนวนไม่เกิน ๑๐ แปลง

ถ้าเกิน ๑๐ แปลง ให้ถือว่าเป็นถนนสายหลัก

(๒)

ถนนที่ใช้ในโครงการขนาดใหญ่

ถนนสายหลัก ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๑๒.๐๐ เมตร โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า

๘.๐๐ เมตร

ถนนสายรอง ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๘.๐๐ เมตร

โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า ๖.๐๐ เมตร

ขนาดความกว้างดังกล่าวให้ใช้สำหรับรองรับที่ดินแปลงย่อยจำนวนไม่เกิน ๑๐ แปลง

ถ้าเกิน ๑๐ แปลง ให้ถือว่าเป็นถนนสายหลัก

ทั้งนี้

ให้พิจารณาความเป็นไปได้ทางวิศวกรรมและต้องดำเนินการตามข้อ ๖ (๖.๔)

๑๑.๒

ถนนที่เป็นทางเข้า - ออกของโครงการจัดสรรที่ดินที่บรรจบกับทางหลวงแผ่นดิน

หรือทางสาธารณประโยชน์ ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่น้อยกว่าเกณฑ์กำหนด ตามข้อ ๑๑.๑

นอกจากจะมีเกณฑ์บังคับเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ถนนในโครงการที่เป็นถนนปลายตัน

ต้องจัดให้มีที่กลับรถ ดังนี้

๑๒.๑

ถนนที่มีระยะยาวเกินกว่า ๑๐๐ เมตร แต่ไม่เกิน ๕๐๐ เมตร

ให้จัดทำที่กลับรถที่บริเวณปลายตันของถนน

๑๒.๒

ถนนที่มีระยะยาวเกินกว่า ๕๐๐ เมตร ให้จัดทำที่กลับรถทุกระยะ ๕๐๐ เมตร แต่หากมีระยะเป็นเศษไม่ครบ

๕๐๐ เมตร ต้องจัดทำที่กลับรถ ตามเงื่อนไขต่อไปนี้

๑๒.๒.๑

หากระยะตั้งแต่จุดที่ครบ ๕๐๐ เมตร จุดสุดท้ายไปจนถึงจุดปลายตันของถนนมีระยะไม่เกิน

๒๕๐ เมตร ให้จัดทำที่กลับรถที่บริเวณปลายตันของถนน

โดยไม่ต้องจัดทำที่กลับรถในบริเวณที่ครบระยะ ๕๐๐ เมตร จุดสุดท้าย

๑๒.๒.๒

หากระยะตั้งแต่จุดที่ครบ ๕๐๐ เมตร จุดสุดท้ายไปจนถึงปลายตันของถนนมีระยะเกิน ๒๕๐

เมตร ให้จัดทำที่กลับรถที่บริเวณจุดปลายตันของถนนด้วย

๑๒.๓

ที่กลับรถ ต้องจัดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ดังนี้

๑๒.๓.๑

กรณีที่เป็นวงเวียน ต้องมีรัศมีความโค้ง วัดถึงกึ่งกลางถนนไม่ต่ำกว่า ๑๒.๐๐ เมตร

และผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่า ๖.๐๐ เมตร

๑๒.๓.๒

กรณีที่เป็นรูปตัวที (T) ต้องมีความยาวสุทธิของไหล่ตัวที ด้านละไม่ต่ำกว่า ๑๒.๐๐ เมตร ทั้งสองด้าน

ผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่า ๖.๐๐ เมตร และต้องปาดมุมถนนข้างละ ๓ เมตร

๑๒.๔

ระดับความสูงของหลังถนน

๑๒.๔.๑

ต้องให้มีความสอดคล้องกับระบบการระบายน้ำในบริเวณการจัดสรรที่ดิน

๑๒.๔.๒

ถนนที่เป็นทางแยกต้องปาดมุมถนนที่ทางแยกข้างละ ๓ เมตร

และต้องจัดทำให้ได้ระดับและมาตรฐานที่สอดคล้องกับถนนหรือทางสาธารณะที่ต่อเนื่อง

๑๒.๔.๓

ผิวจราจรอาจเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ราดด้วยแอสฟัลท์หรือปูทับด้วยวัสดุอื่น

หรือราดยางแอสฟัลท์รองด้วยชั้นวัสดุพื้นทาง หรือลูกรัง หรือวัสดุอื่นที่มีมาตรฐานวิศวกรรมรองรับ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ความลาดชันและทางเลี้ยว

ให้เป็นไปตามหลักวิศวกรรมจราจร

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สะพาน สะพานท่อ และท่อลอด

ให้จัดทำตามแบบการก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

โดยมีความกว้างผิวจราจรไม่น้อยกว่าผิวจราจรของถนนภายในโครงการที่ต่อเชื่อม

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ แหล่งน้ำและระบบขนส่งน้ำ

ผู้จัดสรรต้องจัดหาหรือจัดทำแหล่งน้ำที่คุณภาพเหมาะสมเพื่อใช้ในการจัดสรรที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมแต่ละประเภท

ให้เพียงพอต่อความจำเป็น ถ้าหากแหล่งน้ำจากธรรมชาติหรือแหล่งน้ำจากชลประทานไม่เพียงพอ

ให้จัดหาหรือจัดทำแหล่งน้ำสำรองเพื่อให้มีน้ำใช้เพื่อเกษตรกรรมตลอดปีและต้องจัดให้มีระบบการส่งน้ำผ่านที่ดินแปลงย่อยทุกแปลงและต้องแสดงรายละเอียดของระบบส่งน้ำให้คณะกรรมการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ถ้าผู้จัดสรรที่ดินจัดให้มีระบบไฟฟ้า

ให้ดำเนินการจัดทำตามแบบแปลนแผนผังที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่มีหน้าที่ควบคุมเรื่องไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีที่ดินจัดสรรตั้งอยู่ในเขตบริการการประปาส่วนภูมิภาค

หรือการประปาส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี หากผู้จัดสรรให้มีระบบประปา

ต้องใช้บริการของหน่วยงานนั้น โดยแสดงหลักฐานจากการประปา ว่าสามารถให้บริการได้

ในกรณีที่ไม่สามารถให้บริการได้

หรือที่ดินจัดสรรตั้งอยู่นอกบริเวณเช่นว่านั้นให้จัดทำระบบประปาสัมปทาน

และหรือในกรณีอื่นใดนอกเหนือไปจากนี้

โดยให้ผู้จัดสรรที่ดินเสนอแบบก่อสร้างระบบผลิตและจ่ายน้ำ

พร้อมทั้งรายละเอียดประกอบแบบรายการคำนวณ

โดยมีวิศวกรเป็นผู้ลงนามรับรองแบบและรายการคำนวณดังกล่าวเพื่อขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดเชียงใหม่

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการสาธารณสุข

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และข้อบัญญัติของท้องถิ่น

กรณีไม่มีข้อบัญญัติของท้องถิ่นใช้บังคับให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดเชียงใหม่

ที่จะพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพท้องที่

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ระบบการระบายน้ำ

๑๙.๑

การระบายน้ำที่ผ่านการใช้จากกิจกรรมต่าง ๆ

และน้ำฝนจากพื้นที่ภายในโครงการโดยใช้ท่อรางระบายน้ำหรือคูคลอง

ต้องได้รับการออกแบบอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

๑๙.๒

ปริมาณและคุณภาพของน้ำทิ้งที่ออกจากระบบการระบายน้ำ

และระบบบำบัดน้ำเสียไปสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง (คูคลอง หรือทางน้ำสาธารณะอื่นใด)

ต้องไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสภาพแวดล้อม

๑๙.๓

การระบายน้ำออกจากโครงการจะต้องได้รับอนุญาต

หรือยินยอมจากผู้ดูแลรับผิดชอบแหล่งรองรับน้ำทิ้งนั้น ๆ

๑๙.๔

ความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำของระบบการระบายน้ำ

(๑)

ปริมาณน้ำฝน ใช้เกณฑ์ปริมาณฝนตกปกติโดยเฉลี่ยในคาบอุบัติไม่น้อยกว่า ๕ ปี

ของจังหวัดเชียงใหม่

และสัมประสิทธิ์การไหลนองของน้ำฝนเฉลี่ยของที่ดินแปลงย่อยต้องมีค่าไม่ต่ำกว่า ๐.๖

(๒)

ปริมาณไหลซึมเข้าระบบท่อระบายน้ำต่อวัน ต้องไม่ต่ำกว่า ๒๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อความยาวท่อระบายน้ำ

๑ กิโลเมตร

หรือค่าอื่นตามข้อมูลที่อ้างอิงซึ่งต้องเชื่อถือได้ในทางวิชาการโดยต้องสอดคล้องกับประเภทวัสดุของท่อ

รางระบายน้ำหรือคูคลอง

๑๙.๕

ระบบการระบายน้ำประกอบด้วย

(๑)

ท่อระบายน้ำ และบ่อพัก (พร้อมฝา) หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

(๒)

บ่อสูบหรือสถานีสูบ (ถ้ามี) ภายในต้องมีเครื่องสูบน้ำ

ตะแกรงดักขยะและบริเวณดักเศษดิน หิน กรวดทราย

(๓)

บ่อตรวจคุณภาพน้ำทิ้งรวมของโครงการ ต้องจัดให้มีตะแกรงดักขยะ

(๔)

แหล่งรองรับน้ำทิ้งจากการระบายน้ำและจากระบบบำบัดน้ำเสีย (ถ้ามี)

(๕)

กรณีที่ระดับน้ำสูงสุดของแหล่งรองรับน้ำทิ้งสูงกว่าระดับท่อน้ำ

บ่อสูบหรือสถานีสูบน้ำให้ก่อสร้างบานประตูระบายน้ำ เปิด - ปิด

๑๙.๖

การคำนวณ (ที่ต้องประกอบกับแผนผังระบบการระบายน้ำ)

(๑)

พื้นที่รองรับน้ำฝน หรือพื้นที่ระบายน้ำฝนลงสู่ท่อหรือรางระบายน้ำหรือคูคลอง

(ในหน่วยตารางเมตร)

(๒)

ปริมาณน้ำที่เข้าสู่ท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

(ในหน่วยลูกบาศก์เมตรต่อวินาที)

(๓)

ขนาดของท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลองแต่ละบริเวณ

(๔)

ระดับความลาดเอียงของท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

(๕)

ความเร็วของการไหลของน้ำในท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

(๖)

ความลึกของท้องท่อ หรือรางระบายน้ำ หรือคูคลอง

รายการทั้งหมดนี้ต้องจัดทำขึ้นตามมาตรฐานทางวิศวกรรม

และสอดคล้องกับรายการคำนวณทางวิชาการที่สามารถตรวจสอบความเพียงพอ

และความมั่นคงแข็งแรงของวัสดุที่ใช้ในระบบได้โดยผู้คำนวณออกแบบต้องลงนามพร้อมแสดงใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

๑๙.๗

กรณีการใช้ระบบท่อระบายน้ำจะต้องจัดทำแผนผังระบบท่อระบายน้ำและการจัดทำรายการการคำนวณทางวิชาการ

ดังนี้

(๑)

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของท่อระบายน้ำขนาดเล็กที่สุดไม่ต่ำกว่า ๐.๖๐ เมตร

ยกเว้นในกรณีเลือกใช้ระบบระบายน้ำเสียแยกจากระบบระบายน้ำฝน

(๒)

วัสดุที่เป็นท่อระบายน้ำ ต้อง

ก.

เป็นวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำเสียและน้ำฝนได้

ข.

รับน้ำหนักจากพื้นที่ด้านบน และยานพาหนะที่สัญจรผ่านได้โดยไม่เสียหาย

(๓)

ระดับความลาดเอียงของท่อระบายน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๖๐ เมตร ต้องลาดเอียงไม่ต่ำกว่า

๑ : ๕๐๐ และของท่อระบายน้ำที่มีขนาดใหญ่กว่าต้องลาดเอียงไม่ต่ำกว่า ๑ : ๑๐๐๐

ระดับความลาดเอียงนี้ต้องต่อเนื่องกันไปตลอดทั้งระบบการระบายน้ำ

(๔)

การกำหนดประเภทเครื่องสูบน้ำ ปริมาตรบ่อสูบ

หรือสถานีสูบน้ำและระดับน้ำที่เครื่องสูบน้ำ เริ่มหรือหยุดทำงานให้เป็นไปตามหลักวิชาการ

โดยระดับน้ำสูงสุดที่เครื่องสูบน้ำเริ่มทำงานต้องไม่เกินระดับกึ่งหนึ่งของท่อน้ำเข้า

(๕)

แนวระบบระบายน้ำต้องไม่พาดผ่านหรือกีดขวางทางน้ำ และหรือแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์

นอกจากจะมีระบบพิเศษเพื่อการส่งน้ำไปได้โดยไม่ปนเปื้อนกับน้ำในทางน้ำหรือแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์

(๖)

บ่อพักท่อระบายน้ำ

ต้องจัดให้มีประจำทุกแปลงย่อยและต้องแยกท่อระบายน้ำเข้าบ่อพักออกจากกัน

และระยะห่างระหว่างบ่อพักต้องไม่เกิน ๑๕.๐๐ เมตร

โดยต้องมีทุกจุดที่มีการเปลี่ยนขนาดท่อ และจุดบรรจบของท่อหรือรางระบายน้ำ

(๗)

กรณีพื้นที่ทำการจัดสรรที่ดินมีระดับสูงต่ำต่างกัน ให้แสดง

ก.

เส้นชั้นความสูงต่ำของพื้นที่ลงในแผนผังแสดงแนวเส้นท่อระบายน้ำ โดยมีช่วงห่างกันทุกระดับความสูง

๑.๐๐ เมตร หรือน้อยกว่า

ข.

ระดับของพื้นที่ที่จะปรับแต่ง โดยการขุดหรือถมจากระดับเดิม

(๘)

ต้องแสดงแหล่งรองรับน้ำทิ้งให้ชัดเจนในแผนผัง

หากใช้ลำรางสาธารณะเป็นทางระบายน้ำให้แสดงภาพความกว้าง

ความลึกของลำรางจากบริเวณที่จัดสรรไปจนถึงแหล่งรองรับน้ำทิ้ง

ตลอดจนวิเคราะห์ผลกระทบว่าแหล่งรองรับน้ำทิ้งนั้น ๆ

มีความสามารถรองรับปริมาณและอัตราการระบายน้ำทิ้งได้

โดยไม่ก่อความเสียหายต่อสภาพแวดล้อมของแหล่งรองรับน้ำทิ้งนั้น

ในกรณีแยกระบบระบายน้ำเสียออกจากระบบระบายน้ำฝนให้แสดงแบบรายละเอียดต่าง

ๆ ตามข้อต้นทั้งหมดรวมทั้งระดับและรูปตัดของทุกจุดที่มีการตัดผ่าน

หรือบรรจบกันของระบบทั้งสอง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ระบบบำบัดน้ำเสีย

๒๐.๑

น้ำที่ผ่านการใช้จากทุกกิจกรรมในแปลงที่ดินจัดสรร

ถือเป็นน้ำเสียที่จะต้องได้รับการบำบัดให้ได้มาตรฐานที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาสิ่งแวดล้อม

หรือกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับ จึงจะระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งได้

๒๐.๒

ระบบบำบัดน้ำเสียจะเป็นประเภทระบบบำบัดอิสระเฉพาะแต่ละที่ดินแปลงย่อยหรือประเภทระบบบำบัดกลางที่รวบรวมน้ำเสียมาบำบัดเป็นจุดเดียวหรือหลายจุดก็ได้

และแต่ละระบบเหล่านั้นจะใช้วิธีหรือกระบวนการบำบัดแบบใด วิธีใด

ให้แสดงหรือระบุในแผนผังและรายการคำนวณทางวิชาการ

โดยผู้คำนวณออกแบบต้องลงนามพร้อมแสดงใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

๒๐.๓

ระบบบำบัดน้ำเสียทุกประเภทจะต้องมีบ่อตรวจคุณภาพน้ำทิ้งที่สามารถเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งได้ตลอดเวลา

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับผังเมือง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองให้อยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการส่งเสริมบริหารจัดการโครงการ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้จัดสรรที่ดินจะต้องกันพื้นที่ไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน

เช่น พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการจัดจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร หรือการสันทนาการ ฯลฯ

โดยคำนวณจากพื้นที่จัดจำหน่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒ ทั้งนี้ ไม่ให้แบ่งแยกเป็นแปลงย่อยหลายแห่ง

เว้นแต่เป็นการกันพื้นที่แต่ละแห่งไว้ไม่ต่ำกว่า ๔ ไร่

โดยจะต้องมีความกว้างของด้านใดด้านหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๒๐ เมตร

กรณีมีสิ่งปลูกสร้างให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

และต้องจัดให้มีระบบการป้องกันอัคคีภัยพร้อมแสดงแผนผังภูมิทัศน์การจัดทำให้ชัดเจน

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้จัดสรรที่ดินรายใดมีความประสงค์จะให้มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

ผู้จัดสรรที่ดินจะต้องจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

๒๓.๑

ที่ดินเปล่าต้องจัดให้มีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๒๐ ตารางวา และมีความกว้างไม่น้อยกว่า

๘.๐๐ เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร โดยตำแหน่งที่ดินให้มีเขตติดต่อกับสาธารณูปโภคอื่น

ๆ เช่น ถนน พื้นที่ส่วนกลางสำหรับการจัดจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร หรือการสันทนาการ

และหรือสาธารณูปโภคอื่นที่ใช้ประโยชน์ลักษณะเดียวกัน

๒๓.๒

ที่ดินพร้อมอาคาร ต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๑๖ ตารางวา มีความกว้างไม่น้อยกว่า

๔.๐๐ เมตร และพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า ๖๔ ตารางเมตร

๒๓.๓

พื้นที่ส่วนอื่นซึ่งผู้จัดสรรได้จัดไว้เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว

เช่น สำนักงาน สโมสร เป็นต้น

ต้องจัดให้มีพื้นที่ใช้สอยสำหรับสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นในอาคารดังกล่าวไม่น้อยกว่า

๖๔ ตารางเมตร

อาคารดังกล่าวจะต้องอยู่บนที่ดินแปลงบริการสาธารณะในโครงการจัดสรรที่ดินและจะเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นไม่ได้ ทั้งนี้ ไม่นับรวมถึงค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสิ้นเปลือง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว

ให้ถือว่าที่ดินดังกล่าวตามข้อ ๒๓.๑ หรือที่ดินพร้อมอาคารตามข้อ ๒๓.๒

เป็นสาธารณูปโภค สำหรับที่ดินที่เป็นที่ตั้งพื้นที่ส่วนอื่นซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดไว้

เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงานนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น เช่น

สำนักงาน สโมสร ฯลฯ ตามข้อ ๒๓.๓

ผู้จัดสรรที่ดินต้องให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินเนื้อที่ไม่น้อยกว่า

๒๐ ตารางวาและให้เป็นสาธารณูปโภคด้วย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในการประชุมตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นผู้จัดสรรที่ดินต้องอำนวยความสะดวกในด้านเอกสาร

บัญชีรายชื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและสถานที่ประชุมตามสมควร

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐

กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

วิบูลย์ สงวนพงศ์

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

ประธานกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดเชียงใหม่

ปริยานุช/จัดทำ

๔ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ศิรวัชร์/ปรับปรุง

๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๖๑ ง/หน้า ๑๑๒/๒๔ เมษายน ๒๕๕๒

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนด เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อเกษตรกรรมจังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e0445d4922cb5e5b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com