法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สช. 39/2553 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
31
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สช. 39/2553

โดยที่มาตรา 61 มาตรา 89 มาตรา 106 มาตรา 199 และมาตรา 217 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่เกี่ยวกับการออกและการเสนอขายหลักทรัพย์ ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนที่เกี่ยวกับการจัดตั้งและจัดการกองทุน และมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน พ.ศ. 2550 กําหนดให้ผู้สอบบัญชีที่ลงลายมือชื่อในรายงานการตรวจสอบงบการเงินของกิจการที่กําหนดตามบทบัญญัติหรือข้อกําหนดดังกล่าวต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการดังกล่าว สํานักงานออกข้อกําหนดเกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป เว้นแต่ข้อ 10(3) ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. 21/2546 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ลงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2546

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประกาศนี้ใช้บังคับกับการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีของกิจการในตลาดทุน โดยผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศนี้สามารถสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีของกิจการดังต่อไปนี้

(1) บริษัทที่ขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่

(2) บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ที่มีหน้าที่จัดทําและส่งงบการเงิน และรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงินและผลการดําเนินงานของบริษัทต่อสํานักงาน

(3) บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ซึ่งมีผู้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวน

(4) บริษัทหลักทรัพย์

(5) กองทุนรวม

(6) กองทุนส่วนบุคคลที่สํานักงานประกาศกําหนดตามมาตรา 140 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

(7) บริษัทที่ออกหลักทรัพย์จดทะเบียน

(8) บริษัทที่มีหลักทรัพย์ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์

(9) กองทรัสต์ตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมในตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่มีประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในเรื่องใดเป็นการเฉพาะอยู่แล้ว มิให้นําประกาศนี้มาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ถือว่าสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานในการสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีของกิจการตามข้อ 3 โดยไม่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในประกาศนี้

(1) “สํานักงานสอบบัญชี” หมายความว่า สํานักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัดและปฏิบัติงาน

(2) “สถาบันการเงิน” หมายความว่า

(ก) ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน

(ข) บริษัทประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัยหรือกฎหมายว่าด้วยการประกันชีวิต

(ค) สถาบันการเงินอื่นตามที่สํานักงานประกาศกําหนด

(3) “จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี” หมายความว่า

(ก) จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีที่กําหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี

(ข) จรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีที่กําหนดโดย International Federation of Accountants (IFAC) ในกรณีที่สภาวิชาชีพบัญชียังไม่ได้กําหนดหรือปรับปรุงจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีให้สอดคล้อง

กับจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชีที่กําหนดโดย International Federation of Accountants (IFAC)

(4) “คณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชี” หมายความว่า คณะบุคคลที่สํานักงานแต่งตั้งเพื่อให้คําปรึกษาและเสนอแนะเกี่ยวกับการกํากับดูแลผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

ส่วน ๑ การยื่นคําขอความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้บุคคลที่ประสงค์จะเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน ยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงานตามแบบ 61-1 ที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงาน พร้อมทั้งเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้

(1) หนังสือรับรองและยินยอมของสํานักงานสอบบัญชีที่บุคคลที่ยื่นคําขอความเห็นชอบสังกัด ซึ่งรับรองและยินยอมในเรื่องดังนี้ ทั้งนี้ ตามแบบ 61-2 ที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงาน

(ก) รับรองว่าสํานักงานสอบบัญชีดังกล่าวมีระบบควบคุมคุณภาพงานตามข้อ 11(1) และยินยอมให้ผู้แทนของสํานักงานเข้าตรวจระบบดังกล่าว

(ข) รับรองว่าหากผู้สอบบัญชีที่สังกัดสํานักงานสอบบัญชีนั้นได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานแล้ว สํานักงานสอบบัญชีจะดูแลและพัฒนาระบบควบคุมคุณภาพงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กําหนดตามข้อ 11(1) และยินยอมให้ผู้แทนของสํานักงานเข้าตรวจระบบดังกล่าวเมื่อได้รับแจ้งจากสํานักงาน

(2) เอกสารหลักฐานอื่นตามที่กําหนดไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงาน

ให้บุคคลที่ยื่นคําขอความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งชําระค่าธรรมเนียมการยื่นคําขอความเห็นชอบตามอัตราที่กําหนดไว้ในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ พร้อมกับการยื่นคําขอดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการพิจารณาคําขอความเห็นชอบ สํานักงานอาจแจ้งให้ผู้ขอความเห็นชอบชี้แจง ดําเนินการ หรือส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่สํานักงานกําหนด

ในกรณีที่ผู้ขอความเห็นชอบไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง สํานักงานจะถือว่าบุคคลนั้นไม่ประสงค์จะยื่นขอความเห็นชอบอีกต่อไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ สํานักงานจะแจ้งผลการพิจารณาคําขอความเห็นชอบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่สํานักงานได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วน

ส่วน ๒ หลักเกณฑ์และระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ที่จะได้รับความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1.เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตซึ่งใบอนุญาตยังไม่สิ้นผล

(2) เป็นหัวหน้าสํานักงานสอบบัญชีหรือเทียบเท่า หรือเป็นหุ้นส่วนในสํานักงานสอบบัญชีหรือเทียบเท่า

(3) สังกัดสํานักงานสอบบัญชีเพียงหนึ่งแห่ง โดยสํานักงานสอบบัญชีที่สังกัดต้องมีลักษณะตามที่กําหนดไว้ในข้อ 11

(4) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในส่วนที่ 3

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สํานักงานสอบบัญชีที่มีผู้สอบบัญชีในตลาดทุนสังกัดอยู่ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) มีระบบควบคุมคุณภาพงานที่เพียงพอและน่าเชื่อถือว่าจะสามารถดูแลให้ผู้สอบบัญชีในสังกัดปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพบัญชีได้อย่างต่อเนื่อง โดยระบบควบคุมคุณภาพงานดังกล่าวต้องเป็นไปตามมาตรฐานเกี่ยวกับการควบคุมคุณภาพงานที่กําหนดโดยสภาวิชาชีพบัญชี เว้นแต่มาตรฐานใดที่สภาวิชาชีพบัญชียังไม่ได้กําหนดหรือปรับปรุงให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพระหว่างประเทศ ให้ใช้มาตรฐานวิชาชีพระหว่างประเทศที่กําหนดโดย International Federation of Accountants (IFAC) ที่ใช้บังคับในขณะนั้น

(2) มีจํานวนผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ใบอนุญาตยังไม่สิ้นผลหรือไม่อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต หรือไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี และผู้ช่วยผู้สอบบัญชีที่มีคุณวุฒิด้านบัญชีไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีและเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชี รวมกันไม่น้อยกว่าห้าคน ซึ่งต้องปฏิบัติงานเต็มเวลาให้กับสํานักงานสอบบัญชี ทั้งนี้ ในส่วนของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องเป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ด้วย

(ก) ในกรณีที่สํานักงานสอบบัญชีมีผู้สอบบัญชีที่ได้หรือจะได้รับความเห็นชอบให้เป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนปฏิบัติงานเต็มเวลาให้กับสํานักงานสอบบัญชี สํานักงานสอบบัญชีนั้นต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่น้อยกว่าสองคน

(ข) ในกรณีที่สํานักงานสอบบัญชีมีผู้สอบบัญชีที่ได้หรือจะได้รับความเห็นชอบให้เป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนมิได้ปฏิบัติงานเต็มเวลาให้กับสํานักงานสอบบัญชี สํานักงานสอบบัญชีนั้นต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตไม่น้อยกว่าสี่คน

ในการพิจารณาความเพียงพอและความน่าเชื่อถือของระบบควบคุมคุณภาพงานตาม (1) ของวรรคหนึ่ง สํานักงานจะเสนอข้อเท็จจริงและความเห็นที่ได้จากการตรวจให้คณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชีพิจารณาให้ความเห็นเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของสํานักงานด้วย เว้นแต่เป็นกรณีการขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนที่สังกัดสํานักงานสอบบัญชีที่มีผู้สอบบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบตามประกาศนี้อยู่แล้ว และไม่มีประเด็นที่สํานักงานเห็นว่าจําเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนมีกําหนดระยะเวลาคราวละไม่เกินห้าปีตามที่สํานักงานกําหนดไว้ในหนังสือให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามประกาศนี้ เมื่อสํานักงานร้องขอ ให้ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานชี้แจง ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ดําเนินการ หรือไม่ดําเนินการใด ๆ ตามที่ร้องขอนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในระหว่างการยื่นขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน ให้ผู้สอบบัญชีที่ได้ดําเนินการต่อไปนี้สามารถลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีของ

กิจการตามข้อ 3 ต่อไปได้ แต่ไม่เกินสามเดือนนับแต่วันสิ้นสุดอายุการให้ความเห็นชอบตามข้อ 12

(1) ได้รับการแต่งตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายจากกิจการตามข้อ 3 ก่อนระยะเวลาการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีตามข้อ 12 จะสิ้นสุดลง และ

(2) ได้ยื่นคําขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีต่อสํานักงานล่วงหน้าอย่างน้อยสี่เดือนก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ และยังไม่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาคําขอความเห็นชอบตามข้อ 9

ส่วน ๓ ลักษณะต้องห้ามของผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้สอบบัญชีในตลาดทุนต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(1) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ บุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(2) เป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตซึ่ง

(ก) อยู่ระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี หรือ

(ข) เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี ในช่วงสามปีก่อนวันที่ยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงาน หรือเคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตโดยคณะกรรมการจรรยาบรรณตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชี

(3) อยู่ระหว่างถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกิจการในตลาดทุน หรืออยู่ระหว่างระยะเวลาที่กําหนดว่าสํานักงานจะไม่รับพิจารณาคําขอ

(4) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสํานักงาน หรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สํานักงานกล่าวโทษ หรือเคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเนื่องจากการกล่าวโทษของสํานักงาน ไม่ว่าศาลจะมีคําพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่จะได้พ้นโทษหรือพ้นจากการรอลงโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันที่ยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงาน ทั้งนี้ เฉพาะความผิดดังต่อไปนี้

(ก) ความผิดเกี่ยวกับการกระทําโดยทุจริต หรือการสนับสนุนการกระทําผิดของบุคคลอื่น ทั้งนี้ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพบัญชี

(ข) ความผิดเกี่ยวกับเอกสารหรือบัญชี เช่น ปลอมเอกสาร ใช้หรืออ้างเอกสารปลอมหรือเท็จ แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสาร หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทําความผิดเกี่ยวกับบัญชีหรือเอกสารตามมาตรา 312 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือมาตรา 148 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 เป็นต้น

(ค) ความผิดเกี่ยวกับการสอบบัญชีซึ่งไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนดหรือทํารายงานการสอบบัญชีเท็จ เช่น ความผิดตามมาตรา 287 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เป็นต้น

(ง) ความผิดเกี่ยวกับการกระทําอันไม่เป็นธรรมในการซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(5) อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยหน่วยงานที่กํากับดูแลสถาบันการเงิน ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ หรืออยู่ระหว่างถูกดําเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่หน่วยงานดังกล่าวกล่าวโทษ หรือเคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกเนื่องจากการกล่าวโทษของหน่วยงานดังกล่าว ไม่ว่าศาลจะมีคําพิพากษาให้รอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม เว้นแต่จะได้พ้นโทษหรือพ้นจากการรอลงโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันที่ยื่นคําขอความเห็นชอบต่อสํานักงาน ทั้งนี้ เฉพาะความผิดตาม (4)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้สอบบัญชีในตลาดทุนต้องไม่มีพฤติกรรมดังต่อไปนี้

(1) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการขาดจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี หรือมีหรือเคยมีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกําหนดของกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีและข้อกําหนดเพิ่มเติมตามประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

(2) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่เป็นการจงใจแสดงข้อความอันเป็นเท็จในสาระสําคัญหรือปกปิดข้อความจริงที่เป็นสาระสําคัญอันควรแจ้งในเอกสารใด ๆ ที่ต้องเปิดเผยต่อประชาชนหรือยื่นต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. คณะกรรมการกํากับตลาดทุน หรือสํานักงาน รวมทั้งมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

(3) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางไม่สุจริตหรือหลอกลวงผู้อื่น และมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลใดมีพฤติกรรมตามข้อ 16 มาแล้วเกินกว่าสิบปี หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าวมิได้มีลักษณะร้ายแรงถึงขนาดที่ไม่สมควรได้รับความไว้วางใจหรือความน่าเชื่อถือให้ปฏิบัติงานเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน สํานักงานอาจไม่ยกข้อเท็จจริงในกรณีนั้นมาเป็นเหตุในการพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามของผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการพิจารณาความร้ายแรงตามข้อ 17 สํานักงานจะคํานึงถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมหรือการกระทําของผู้สอบบัญชีเป็นรายกรณี ทั้งนี้ ปัจจัยที่สํานักงานนํามาใช้ประกอบการพิจารณาจะรวมถึง

(1) บทบาทความเกี่ยวข้อง และนัยสําคัญของพฤติกรรม เช่น จํานวนเงินที่เกี่ยวข้อง ปริมาณธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ผู้รับประโยชน์จากผลของพฤติกรรม เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน จงใจ หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เป็นต้น

(2) การลงโทษอื่นที่ผู้สอบบัญชีนั้นได้รับไปแล้ว

(3) ผลกระทบหรือความเสียหายต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมที่เกิดขึ้น เช่น กระทบต่อตลาดเงินหรือตลาดทุน กระทบต่อประชาชนโดยรวม หรือกระทบต่อบุคคลเฉพาะราย เป็นต้น

(4) การแก้ไขหรือดําเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์ เพื่อแก้ไข เยียวยา หรือป้องกันมิให้เกิดข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมทํานองเดียวกันนั้นซ้ําอีก

(5) พฤติกรรมของผู้สอบบัญชีที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของสํานักงาน เช่น การให้ข้อเท็จจริงหรือหลักฐานที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาหรือการดําเนินการ การปิดบังอําพรางหรือทําลายหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หรือการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ เป็นต้น

(6) ความซับซ้อนของลักษณะการกระทําหรือเครื่องมือที่ใช้ในการกระทํา เช่น การใช้ชื่อบุคคลอื่น หรือการตั้งบริษัทอําพราง เป็นต้น

(7) ประวัติพฤติกรรมในช่วงสิบปีก่อนที่สํานักงานจะพิจารณาการมีลักษณะต้องห้าม ในแต่ละกรณี เช่น เป็นพฤติกรรมครั้งแรก หรือเป็นพฤติกรรมที่เกิดซ้ําหรือต่อเนื่อง เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการพิจารณาพฤติกรรมตามข้อ 16 สํานักงานจะดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) เปิดโอกาสให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง

(2) เสนอข้อเท็จจริง ข้อกล่าวหา และข้อโต้แย้ง รวมทั้งคําชี้แจงของผู้ถูกพิจารณา (ถ้ามี) ให้คณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชีพิจารณาเพื่อให้ความเห็นหรือข้อแนะนํา และหากคณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชีประสงค์จะให้ผู้ถูกพิจารณาชี้แจงเพิ่มเติม สํานักงานจะจัดให้มีการชี้แจงเช่นนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่คณะที่ปรึกษาด้านการสอบบัญชีได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่สํานักงานรวบรวมและนําเสนอตามข้อ 19 และมีความเห็นว่าผู้ถูกพิจารณามีพฤติกรรมตามข้อ 16 ด้วยมติไม่ถึงสามในสี่ของจํานวนที่ปรึกษาที่เข้าร่วมประชุม สํานักงานจะไม่นําข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวมาเป็นเหตุในการพิจารณาลักษณะต้องห้ามตามข้อ 16

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลใดมีพฤติกรรมตามข้อ 16 สํานักงานอาจดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้

(1) ปฏิเสธการให้ความเห็นชอบผู้ถูกพิจารณาที่ยื่นขอความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

(2) สั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ตามที่กําหนดในหมวด 3

(3) กําหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคําขอความเห็นชอบของบุคคลนั้นในคราวต่อไป โดยกําหนดระยะเวลาดังกล่าวจะไม่เกินสิบปี สําหรับพฤติกรรมในแต่ละกรณี ทั้งนี้ สํานักงานอาจแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงระยะเวลาหรือเงื่อนไขที่กําหนดไปแล้วนั้นได้ หากปรากฏภายหลังว่ามีกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมตามข้อ 16 เพิ่มเติม

ส่วน ๑ หน้าที่ของผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินด้วยความรับผิดชอบตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี และตามข้อกําหนดของกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีและข้อกําหนดเพิ่มเติมตามประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(2) ในการสอบบัญชีของบริษัทตามข้อ 3(2) หรือ (7) ให้ผู้สอบบัญชีจัดทําบทสรุปประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีจากการตรวจสอบหรือการสอบทานงบการเงิน แล้วแต่กรณี ตามแบบ 61-4 ที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงานจํานวนหนึ่งฉบับสําหรับงบการเงินของแต่ละบริษัท และจัดส่งให้แก่บริษัทพร้อมกับรายงานของผู้สอบบัญชี

(3) จัดทําคําชี้แจงหรือนําส่งข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานสอบบัญชี หรือดําเนินการอื่นใดในการให้ความร่วมมือกับสํานักงานเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีในตลาดทุน ตามที่สํานักงานร้องขอ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีรายใดสังกัดสํานักงานสอบบัญชีมากกว่าหนึ่งแห่งโดยไม่เป็นไปตามข้อ 10(3) หรือสังกัดสํานักงานสอบบัญชีที่มิได้มีลักษณะตามข้อ 11(2) ให้ผู้สอบบัญชีรายนั้นดําเนินการแก้ไขเพื่อให้มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กําหนดภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ไม่สามารถดํารงคุณสมบัติให้ถูกต้องนั้น เว้นแต่จะได้รับการผ่อนผันในเรื่องระยะเวลาจากสํานักงาน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้ผู้สอบบัญชีแจ้งการเปลี่ยนแปลงสํานักงานสอบบัญชีที่สังกัดตามแบบ 61-3ที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสํานักงานภายในเจ็ดวันนับแต่วันสุดท้ายของการปฏิบัติงานในสํานักงานสอบบัญชีเดิม

ส่วน ๒ หน้าที่เพิ่มเติมของผู้สอบบัญชีในตลาดทุน

ที่เป็นหัวหน้าสํานักงานสอบบัญชี

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ นอกเหนือจากหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามส่วนที่ 1 ของหมวดนี้แล้ว ผู้สอบบัญชีที่เป็นหัวหน้าสํานักงานสอบบัญชีต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ด้วย

(1) จัดให้มีระบบควบคุมคุณภาพงานที่เป็นไปตามข้อ 11(1)

(2) ดูแลให้ผู้สอบบัญชีในสังกัดปฏิบัติงานสอบบัญชีเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินด้วยความรับผิดชอบตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี และตามข้อกําหนดของกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพบัญชีและข้อกําหนดเพิ่มเติมตามประกาศที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(3) ให้ความร่วมมือและอํานวยความสะดวกแก่ผู้แทนของสํานักงานที่เข้าตรวจระบบควบคุมคุณภาพงาน

(4) จัดทําคําชี้แจงหรือนําส่งข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานสอบบัญชี หรือดําเนินการอื่นใดในการให้ความร่วมมือกับสํานักงานเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีในตลาดทุน ตามที่สํานักงานร้องขอ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนจะสิ้นสุดลงเมื่อ

(1) ผู้สอบบัญชีได้แจ้งต่อสํานักงานเป็นหนังสือถึงความประสงค์ที่จะยุติการปฏิบัติงานเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

(2) ผู้สอบบัญชีมิได้สอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชีของกิจการตามข้อ 3 ติดต่อกันเกินสองปีใด ๆ

(3) ผู้สอบบัญชีมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ 10(1) หรือ (2

(4) ผู้สอบบัญชีมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 15(1) (2) (4) หรือ (5)

(5) สํานักงานสั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบหรือสั่งพักการให้ความเห็นชอบ

ตลอดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบที่เหลืออยู่

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีเหตุดังต่อไปนี้ สํานักงานอาจสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีในตลาดทุนตามสมควรแก่กรณี

(1) ผู้สอบบัญชีไม่ดําเนินการตามข้อ 13

(2) ผู้สอบบัญชีมีพฤติกรรมตามข้อ 16

(3) ผู้สอบบัญชีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ 22 หรือข้อ 25

(4) ผู้สอบบัญชีไม่สามารถแก้ไขให้ตนเองดํารงคุณสมบัติตามข้อ 23 ได้ภายในระยะเวลาที่กําหนดไว้ในข้อดังกล่าว

(5) ในกรณีที่ผู้สอบบัญชีรายใดสังกัดสํานักงานสอบบัญชีที่มีระบบควบคุมคุณภาพงานไม่เป็นไปตามข้อ 11(1) หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าระบบควบคุมคุณภาพงานจะบกพร่องและสํานักงานสอบบัญชีไม่ให้ความร่วมมือหรือยินยอมให้ผู้แทนของสํานักงานเข้าตรวจระบบดังกล่าว

ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้นําข้อ 17 ข้อ 18 ข้อ 19(1) และข้อ 21(3) มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้สอบบัญชีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 22(1) หรือข้อ 25(1) หรือ (2) ให้นําข้อ 19(2) และข้อ 20 มาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม

การสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ไม่มีผลกระทบต่องบการเงินที่มีการสอบบัญชีและลงลายมือชื่อเพื่อแสดงความเห็นในการสอบบัญชี และงบการเงินนั้นได้ยื่นต่อสํานักงานก่อนวันที่สํานักงานสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบนั้น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้ผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. 21/2546 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ลงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ เป็นผู้สอบบัญชีที่สํานักงานให้ความเห็นชอบตามประกาศนี้ ตามระยะเวลาการให้ความเห็นชอบที่เหลืออยู่ และให้ผู้สอบบัญชีดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับของประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ คําขอความเห็นชอบหรือคําขอต่ออายุการให้ความเห็นชอบเป็นผู้สอบบัญชีของกิจการในตลาดทุนที่ได้ยื่นต่อสํานักงาน แต่ยังมิได้มีการแจ้งผลการพิจารณาตามคําขอดังกล่าวก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ให้การพิจารณาคําขอนั้นอยู่ภายใต้บังคับของประกาศนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้บรรดาคําสั่งและหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. 21/2546 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ลงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ จนกว่าจะได้มีคําสั่งและหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สช. 21/2546 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ลงวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2546 หรือประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงประกาศฉบับนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ - \_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_

เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชี โดยกําหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สอบบัญชีเพิ่มเติมซึ่งรวมถึงการกําหนดให้ผู้สอบบัญชีที่จะได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานต้องสังกัดสํานักงานสอบบัญชีที่มีระบบควบคุมคุณภาพงานสอบบัญชีตามมาตรฐานที่กําหนดเพื่อเป็นการยกระดับความน่าเชื่อถือของรายงานทางการเงินของกิจการในตลาดทุน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพที่สภาวิชาชีพบัญชีกําหนดและแนวทางปฏิบัติระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นการอํานวยความสะดวกให้บริษัทไทยสามารถระดมทุนในต่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

31 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สช. 39/2553 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้สอบบัญชีในตลาดทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e0cd658036bcee02

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com