法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน 56 ราย (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป

ระบบสถาบันการเงิน

เรื่อง หลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภท

อสังหาริมทรัพย์

ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะ

หรือการดำเนินงานได้จำนวน

๕๖ ราย[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ (๓) แห่งพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๐ คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินจึงกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์

ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน ๕๖ ราย

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ คำนิยามในประกาศนี้

เว้นแต่ข้อความจะแสดงเป็นอย่างอื่น

“ปรส.” หมายความว่า องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า สถาบันการเงินที่คณะกรรมการ

ปรส. พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้

และได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการแทนสถาบันดังกล่าว

“พรก.” หมายความว่า พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๐ และพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ซึ่งแต่งตั้งโดย ปรส.

“คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐” หมายความว่า

คณะกรรมการที่คณะกรรมการ ปรส. ได้ตั้งขึ้นตามมาตรา ๓๐ แห่ง พรก.

เพื่อดำเนินการแทนสถาบันการเงินได้ทุกประการและทำการชำระบัญชีของสถาบันการเงิน

“ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐” หมายความว่า

ประธานของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๐

“อสังหาริมทรัพย์” หมายความว่า ที่ดิน

ทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน รวมทั้งสิทธิต่าง ๆ ในที่ดิน

ทรัพย์และสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว และให้หมายความรวมถึงอาคารชุดและสิทธิต่าง ๆ

ในอาคารชุดด้วย

“ประมูล” หมายความว่า

จัดให้มีการประมูลโดยวิธีขายทอดตลาดหรือแข่งขันราคาแบบยื่นซองประกวดราคา

“ขาย” หมายความว่า การขายตามวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

“ผู้ทำการ” หมายความว่า ผู้ดำเนินการจัดประมูลตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการในประกาศนี้

“ผู้ประมูล” หมายความว่า

ผู้เข้าร่วมการประมูลได้หรือแข่งขันราคาได้

“ผู้จะซื้อ” หมายความว่า ผู้ที่ประมูลได้หรือแข่งขันราคาได้

“ราคาจะขาย” หมายความว่า ราคาที่ตกลงขายให้แก่ผู้จะซื้อ

“ราคากลาง” หมายความว่า ราคาที่กำหนดโดย ปรส.

ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่แต่งตั้งโดย ปรส.

โดยคำนึงถึงราคาตามบัญชี ราคาทุน ราคาตลาด ราคาประเมินของทางราชการ

ราคาประเมินของผู้ประเมินอิสระ และมูลค่าในเชิงธุรกิจของทรัพย์สินนั้น ๆ

เป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณา และราคาดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ ก่อนทำการประมูล หรือเป็นราคาที่กำหนดขึ้นตามข้อ ๔.๑.๔, ๔.๒.๔ หรือ ๔.๓.๔

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ หลักเกณฑ์การขาย

การขายทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์

ของสถาบันการเงินจะกระทำได้โดยวิธีเปิดประมูลโดยเปิดเผย

หรือแข่งขันราคาแบบยื่นซองประกวดราคาและให้ ปรส. ได้รับค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละหนึ่งของราคาที่ขายได้

สถาบันการเงินที่จะขายทรัพย์สิน ต้องประกาศเกี่ยวกับการขายเพื่อแจ้ง

วัน เวลา สถานที่ วิธีประมูล

และรายละเอียดตามสมควรก่อนวันประมูลภายในระยะเวลาตามที่ พรก. กำหนด

ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

จะพิจารณาให้ความเห็นชอบรายการทรัพย์สินและราคากลางของทรัพย์สินที่จะทำการประมูลหรือแข้งขันราคาก่อนทำการประมูล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เงื่อนไขการขาย

เว้นแต่คณะอนุกรรมการจะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น

๓.๑ ผู้ทำการ

๓.๑.๑ ผู้ทำการจะต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพการขายทอดตลาดและค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่าและได้วางหลักประกันการประมูลตามเกณฑ์ที่

ปรส. กำหนด

(๒) เป็นสถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินโดยประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ มีสิทธิจะมอบหมายให้บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นผู้ทำการแทนสถาบันการเงินนั้น ทั้งนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย

๓.๑.๒ ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑) จะมีสิทธิได้รับค่าจ้าง

ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือค่าตอบแทนจากการทำการประมูลทรัพย์สินให้กับสถาบันการเงินตามที่ระบุในประกาศนี้

หรือตามที่ ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

จะได้กำหนดโดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าเท่านั้น

๓.๑.๓ การขายทรัพย์สินตามประกาศนี้ให้สถาบันการเงินเป็นผู้ว่าจ้างผู้ทำการโดยประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ เป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างหรือเป็นผู้มอบหมายผู้ทำการแทน

๓.๒ ผู้ประมูลและผู้จะซื้อ

๓.๒.๑ ผู้ประมูลจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้แต่ต้องมิใช่บุคคลดังต่อไปนี้

(๑) เป็นกรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงานของ ปรส.

รวมถึงผู้ปฏิบัติงานให้แก่ ปรส.

(๒) เป็นกรรมการตามมาตรา ๓๐ ของสถาบันการเงินนั้น

(๓) เป็นผู้จัดการเฉพาะกิจหรือที่ปรึกษาเฉพาะกิจของสถาบันการเงินนั้น

(๔) ผู้ทำการหรือตัวแทนของผู้ทำการในการขายทรัพย์สินนั้น

๓.๒.๒ ผู้ประมูลมีสิทธิตรวจสอบอสังหาริมทรัพย์ได้ตามที่

ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ เห็นสมควร

และการตรวจสอบดังกล่าวต้องไม่ทำให้อสังหาริมทรัพย์นั้นเสียหายหรือเสื่อมค่าลง

๓.๒.๓ ผู้ประมูลมีสิทธิได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ก่อนการประมูล

การประมูลจะเป็นไปตามสภาพของทรัพย์สินไม่ว่าจะเห็นประจักษ์หรือไม่

โดยสถาบันการเงินและผู้ทำการไม่รับรองและไม่รับผิดชอบต่อการรอนสิทธิ

สภาพของอสังหาริมทรัพย์ และข้อมูลที่ได้แสดงไว้

๓.๒.๔ ผู้ประมูลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์

ข้อบังคับ วิธีการ ข้อจำกัด และเงื่อนไขต่าง ๆ

ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ทำการประมูล และผู้ประมูลจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบว่าในกรณีประมูลได้ซึ่งจะต้องมีการรับโอนอสังหาริมทรัพย์แล้ว

ผู้ประมูลมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดในฐานะผู้มีสิทธิเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ/ผู้ทรงสิทธิหรือไม่

๓.๒.๕ ผู้จะซื้อต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียวซึ่งค่าธรรมเนียมอากร

และค่าใช้จ่ายอื่นใด ที่เกี่ยวข้องกับการโอนและการรับโอน ทั้งนี้ รวมถึงภาษีใด ๆ

ซึ่งผู้จะซื้อมีหน้าที่ต้องชำระตามกฎหมาย

๓.๒.๖[๒] ผู้จะซื้อต้องดำเนินการรับโอนอสังหาริมทรัพย์และชำระราคาส่วนที่เหลือให้เสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลาที่

ปรส. หรือ คณะอนุกรรมการ แล้วแต่กรณี กำหนดไว้สำหรับแต่ละรายการ

หากเกินกำหนดเวลาดังกล่าวยกเว้นกรณีตาม ข้อ ๓.๒.๗ ให้ผู้ทำการหรือสถาบันการเงิน

แล้วแต่กรณี มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการผิดนัด ในอัตราร้อยละ ๒๕ (ยี่สิบห้า)

ของราคาส่วนที่เหลือ ต่ออสังหาริมทรัพย์หนึ่งรายการต่อปีนับจากวันครบกำหนดดังกล่าว

จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นโดยผู้ทำการหรือสถาบันการเงินนั้นจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย

ความบกพร่อง หรือการรอนสิทธิใด ๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

หากผู้จะซื้อไม่มาดำเนินการรับโอนอสังหาริมทรัพย์

ไม่ว่าเหตุใด ๆ รวมทั้งเหตุสุดวิสัย โดยไม่ได้รับการผ่อนผันจากคณะอนุกรรมการ

ภายในกำหนดเวลาตามวรรคแรก ยกเว้นกรณีตามข้อ ๓.๒.๗

ให้ถือว่าผู้จะซื้อได้สละสิทธิการซื้อในอสังหาริมทรัพย์นั้น

และไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาคืนซึ่งเงินที่ชำระแล้วทั้งหมด

รวมทั้งตกลงให้สถาบันการเงินมีสิทธินำอสังหาริมทรัพย์นั้นออกประมูลใหม่

๓.๒.๗ กรณีที่อสังหาริมทรัพย์ใด

ได้รับการปฏิเสธการรับโอนโดยหน่วยงานของทางราชการที่เกี่ยวข้อง

โดยมิใช่ความผิดของผู้จะซื้อทั้งทางตรงและทางอ้อม

ผู้จะซื้อมีหน้าที่จะต้องแจ้งการปฏิเสธการรับโอนเป็นหนังสือพร้อมทั้งส่งหลักฐานการปฏิเสธแก่สถาบันการเงินผู้จะขายอสังหาริมทรัพย์นั้นภายใน

๗ (เจ็ด) วัน นับจากวันที่ปฏิเสธการรับโอนนั้น

เมื่อสถาบันการเงินผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวได้พิจารณาหลักฐานการปฏิเสธแล้ว

และเห็นสมควรให้คืนเงินที่ได้รับชำระแก่ผู้จะซื้อ

ผู้จะซื้อจะได้รับคืนเงินที่ชำระยกเว้นค่าซองประกวดราคาตามข้อ ๔.๒.๑

และภาษีที่ชำระให้แก่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้จะซื้อไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใด

ๆ จากผู้ทำการ หรือ สถาบันการเงินนั้น หรือ ปรส.

และผู้จะซื้อมีหน้าที่ส่งคืนเอกสารทุกอย่างที่ได้รับจากผู้ทำการหรือสถาบันการเงินภายในระยะเวลาที่สถาบันการเงินนั้นจะกำหนด

๓.๒.๘ กรณีมีเหตุอันควรที่ผู้จะซื้อไม่สามารถดำเนินการตามข้อ

๓.๒.๖ ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้ผู้จะซื้อทำหนังสือขอผ่อนผันต่อคณะอนุกรรมการ ทั้งนี้ สถาบันการเงินคงไว้ซึ่งสิทธิในการเรียกค่าเสียหายจากการผิดนัดตามข้อ

๓.๒.๖ แม้ว่าคณะอนุกรรมการพิจารณาเห็นสมควรให้ผ่อนผันก็ตาม

๓.๓ ราคาที่ประมูลขายจะต้องไม่ต่ำกว่าราคากลาง

๓.๔ ค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือ ค่าตอบแทน

๓.๔.๑ ยกเว้นกรณีตามข้อ ๓.๒.๗ ปรส.

มีสิทธิได้รับค่าธรรมเนียมจากการขาย โดยสถาบันการเงินเจ้าของอสังหาริมทรัพย์จะต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ

๑ (หนึ่ง) ของราคาที่ขายได้เข้าบัญชีธนาคารของ ปรส. ภายใน ๗ (เจ็ด) วัน

นับแต่วันที่สถาบันการเงินได้รับเงินจากผู้จะซื้อครบถ้วน

๓.๔.๒ สถาบันการเงินเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องชำระค่าจ้าง

ค่าธรรมเนียม ค่านายจ้าง

หรือค่าตอบแทนการดำเนินการประมูลอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑)

ตามอัตราที่ได้รับความเห็นชอบของ ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

ทั้งนี้ ปรส./ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

มีสิทธิจะกำหนดให้ผู้ทำการได้รับค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า

หรือค่าตอบแทนโดยวิธีการอื่น ซึ่งประกาศวิธีการดังกล่าวก่อนวันประมูล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วิธีการขาย

เว้นแต่คณะอนุกรรมการจะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น

๔.๑ วิธีการขายโดยขายทอดตลาด

๔.๑.๑

ผู้ทำการจะเปิดทำการประมูลตามวันและเวลาประมูลของผู้ทำการ และ/หรือ ตามวันและเวลาประมูลที่

ปรส. กำหนด แล้วแต่กรณี โดยผู้ทำการจะประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประมูลอสังหาริมทรัพย์ของสถาบันการเงินในที่เปิดเผย

ณ สถานที่ทำการประมูลให้ผู้ประมูลทุกรายทราบก่อนเริ่มการประมูลและให้ถือว่าผู้ประมูลทุกรายรับทราบและตกลงยินยอมกับหลักเกณฑ์

เงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดในประกาศนี้ทุกประการ

๔.๑.๒ การประมูลจะเริ่มจากราคากลาง โดยที่คณะอนุกรรมการมีสิทธิจะกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลวางหลักประกันการประมูลได้ตามที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร

๔.๑.๓ กรณีที่มีผู้ประมูลเสนอราคามากกว่า ๑ ราย

ผู้ทำการจะปรับราคาขึ้นในอัตราครั้งละไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ (ห้า)

ของราคากลางหรือตามอัตราที่ได้รับความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐/คณะอนุกรรมการ/ปรส. จนกว่าจะมีผู้ประมูลเสนอราคาสูงสุดรายสุดท้าย และเมื่อผู้ทำการแสดงความตกลงด้วยการเคาะขายหรือให้สัญญาณหรือด้วยกิริยาอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดตามจารีตประเพณีในการประมูลให้ถือว่าผู้ประมูลที่เสนอราคาสูงสุดรายสุดท้ายเป็นผู้จะซื้อ

๔.๑.๔ กรณีที่ไม่มีผู้ประมูลเสนอราคา

หรือไม่มีผู้ประมูลเสนอราคาในการขายอสังหาริมทรัพย์ซ้ำตามข้อ ๔.๓.๔

เป็นเหตุให้ผู้ทำการไม่สามารถแสดงความตกลงด้วยการเคาะขายหรือให้สัญญาณหรือด้วยกิริยาอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดตามจารีตประเพณีในการประมูล

ให้ผู้ทำการนำอสังหาริมทรัพย์นั้นเสนอ ต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากำหนดราคากลางขึ้นใหม่โดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ และให้ผู้ทำการนำอสังหาริมทรัพย์นั้นออกประมูลใหม่ ตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไขและวิธีการในประกาศนี้

๔.๒ วิธีการขายโดยยื่นซองประกวดราคา

๔.๒.๑ ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลสามารถรับซองประมูลและรับทราบหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการประมูลได้ตาม วัน เวลา และสถานที่ที่สถาบันการเงิน/ปรส.

จะประกาศให้ทราบตาม พรก. ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการอาจกำหนดให้มีราคาซองและ/หรือหลักประกันการประมูลสำหรับซองประมูลตามที่เห็นสมควร

๔.๒.๒ คณะอนุกรรมการ หรือผู้ที่คณะอนุกรรมการมอบหมายหรือผู้ทำการตามข้อ

๓.๑.๑ (๒) จะเป็นผู้เปิดซองประมูลและเปรียบเทียบราคาที่ผู้ประมูลเสนอมาทั้งหมด

ผู้ประมูลที่ได้เสนอราคาสูงสุดจะเป็นผู้ที่ประมูลได้ ทั้งนี้

ราคาที่เสนอต้องไม่ต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้

๔.๒.๓ กรณีที่มีผู้ประมูลมากกว่าหนึ่งรายเสนอราคาสูงสุดเท่ากัน

ให้ผู้ทำการเรียกให้ผู้ประมูลรายดังกล่าวมาเสนอราคาใหม่

โดยราคาที่เสนอใหม่นี้ต้องไม่ต่ำกว่าราคาที่เสนอในครั้งก่อน ผู้ที่เสนอราคาสูงสุดในครั้งใหม่นี้จะเป็นผู้ที่ประมูลได้

๔.๒.๔ กรณีที่ไม่มีผู้ประมูลเสนอราคาสูงกว่าหรือเท่ากับราคากลางให้ผู้ทำการตามข้อ

๓.๑.๑ (๒) นำอสังหาริมทรัพย์นั้นเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณากำหนดราคากลางขึ้นใหม่

โดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

และให้ผู้ทำการนำอสังหาริมทรัพย์นั้นออกประมูลใหม่ ตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการในประกาศนี้

๔.๓ วิธีการชำระราคา

๔.๓.๑ ผู้จะซื้อจะต้องทำสัญญาจะซื้อจะขายในวันประมูลและวางเงินมัดจำโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์

หรือวิธีการอื่นตามที่ ปรส./คณะอนุกรรมการจะอนุญาตเป็นรายกรณีไป

ซึ่งมีมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ (สิบ) ของราคาจะขายภายใน ๕ วันทำการ

นับจากวันที่ประมูลได้พร้อมนำส่งต้นฉบับหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินและผู้ทำการโดยไม่ชักช้า

ในกรณีนี้ ให้ถือว่าหลักประกันการประมูลที่ได้วางไว้ (หากมี)

เป็นส่วนหนึ่งของเงินมัดจำนี้

๔.๓.๒ ภายใน ๑๕ (สิบห้า) วัน นับจากวันที่ประมูลได้ ผู้จะซื้อต้องชำระเงินมัดจำอีกส่วนหนึ่งซึ่งเมื่อรวมกับเงินมัดจำงวดแรกตามข้อ

๔.๓.๑ ที่ได้ชำระแล้ว เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๕ (ยี่สิบห้า) ของราคาจะขาย

โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ทำการได้แจ้งให้พร้อมนำส่งต้นฉบับหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินและผู้ทำการพร้อมทั้งนัดหมายวันและเวลากับผู้ทำการเพื่อดำเนินการจดทะเบียนนิติกรรมโอนสิทธิและชำระราคาส่วนที่เหลือ

๔.๓.๓ กรณีที่ผู้จะซื้อมิได้ปฏิบัติตามข้อ ๔.๓.๑ หรือ

มิได้ชำระเงินมัดจำตามข้อ ๔.๓.๒ และมิได้แจ้งเหตุขัดข้องอันเป็นกรณีสุดวิสัยแก่สถาบันการเงินและผู้ทำการภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ

๔.๓.๒ ให้สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกค่าปรับจากการผิดนัดในอัตราร้อยละ ๒๕

(ยี่สิบห้า) ต่อปีของเงินที่ต้องชำระตามข้อ ๔.๓.๑ หรือ ๔.๓.๒ แล้วแต่กรณี

ต่ออสังหาริมทรัพย์หนึ่งรายการ นับจากวันครบกำหนดตามข้อ ๔.๓.๑ หรือ ๔.๓.๒ แล้วแต่กรณี

จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น

หากผู้จะซื้อมิได้ชำระเงินมัดจำตามข้อ ๔.๓.๒

และมิได้แจ้งเหตุขัดข้องพร้อมเหตุผลอันสมควรเป็นหนังสือแก่สถาบันการเงินและผู้ทำการภายในระยะเวลาดังกล่าว

สถาบันการเงินมีสิทธิริบเงินมัดจำได้โดยชำระค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า

หรือค่าตอบแทนในการประมูล ตามที่ระบุไว้ในข้อ ๓.๔.๒ แก่ผู้ทำการ

คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาคำขอผ่อนผันดังกล่าว

คำตัดสินของคณะอนุกรรมการถือเป็นที่สุด

๔.๓.๔ ในกรณีที่ผู้จะซื้อไม่ปฏิบัติตามข้อ ๔.๓.๑ หรือ ๔.๓.๒

ให้ถือว่าผู้จะซื้อได้สละสิทธิในการซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นและตกลงให้ผู้ทำการนำอสังหาริมทรัพย์นั้นออกขายซ้ำอีก

รวมทั้งตกลงให้สถาบันการเงินมีสิทธิริบหลักประกันการประมูลด้วย (หากมี)

๔.๓.๕[๓]

ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมการประมูลประสงค์จะชำระราคาด้วยวิธีการอื่น ให้เสนอต่อคณะกรรมการ

ปรส. พิจารณาเป็นรายกรณีไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การอื่นใดที่มิได้ระบุไว้ในประกาศนี้

ให้สถาบันการเงินเสนอต่อคณะกรรมการ ปรส. เพื่อพิจารณา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๑

อมเรศ ศิลาอ่อน

ประธานกรรมการ

องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์

ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน ๕๖ ราย

ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม[๔]

พัสสน/จัดทำ

๒๒ ตุลาคม ๒๕๒๒

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนพิเศษ ๙๒ ง/หน้า ๑๔๓/๙ ตุลาคม ๒๕๔๑

[๒] ข้อ ๓.๒.๖

แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง

หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์

ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน ๕๖ ราย

ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

[๓] ข้อ ๔.๓.๕

เพิ่มโดยประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์

ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน ๕๖ ราย

ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๘ ง/หน้า ๖๘/๒๗ มกราคม ๒๕๔๒

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน 56 ราย (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e10076f2617ae235

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com