法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ 6)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต

(ฉบับที่ ๖)[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๓ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศข้อกำหนดเป็นคำสั่งซึ่งนิติบุคคลรับอนุญาตจะต้องปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต

(ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๐

(๒) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต

(ฉบับที่ ๔) ลงวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๕๐

(๓) ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต

(ฉบับที่ ๕) ลงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๐

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ยกเลิกความในข้อ ๙ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

และให้ใช้ความดังต่อไปนี้

“ข้อ ๙ เมื่อได้รับเงินตราต่างประเทศในนามของบุคคลใด

นิติบุคคลรับอนุญาตต้องแจ้งให้บุคคลนั้นทราบว่าต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้น

หรือดำเนินการอื่นใด กับนิติบุคคลรับอนุญาตรายหนึ่งรายใด

ตามหลักเกณฑ์ที่นิติบุคคลรับอนุญาตต้องประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไปและในที่เปิดเผย”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

และให้ใช้ความดังต่อไปนี้

“ข้อ ๑๒ ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนได้ไม่เกินวงเงินที่เจ้าพนักงานกำหนดซึ่งต้องไม่เกินวงเงิน

ดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ ดังนี้

(ก)

การส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศโดยจัดตั้งกิจการในต่างประเทศหรือเข้าร่วมลงทุนกับบุคคลในต่างประเทศและมีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการที่ต่างประเทศดังกล่าวไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๑๐ ของทุนทั้งหมดของกิจการนั้น

เป็นจำนวนไม่เกินปีละห้าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ข) การส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศโดยจัดตั้งกิจการในต่างประเทศหรือเข้าร่วมลงทุนกับบุคคลในต่างประเทศ

โดยกิจการที่ต่างประเทศมีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการของผู้ลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๑๐ ของทุนทั้งหมด

เป็นจำนวนไม่เกินปีละยี่สิบล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ค) การส่งเงินไปลงทุนในกิจการในต่างประเทศตาม (ก) หรือ (ข)

กรณีผู้ขอเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ซึ่งมีมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นตามงบการเงินล่าสุดเป็นบวก

และไม่อยู่ในกลุ่มนิติบุคคลจดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หรือที่เจ้าพนักงานกำหนดคุณสมบัติเป็นอย่างอื่น เป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

ทั้งนี้

กิจการที่ต่างประเทศจะต้องไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ

และสัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

(๒) เพื่อให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศ ดังนี้

(ก)

การส่งเงินไปให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่เป็นสำนักงานสาขาหรือตัวแทนที่อยู่นอกประเทศของนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

ห้างหุ้นส่วนในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้เป็นหุ้นส่วนรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐

ของทุนทั้งหมดของห้างนั้น

บริษัทจำกัดในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้ถือหุ้นรวมกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐

ของทุนทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น

และกิจการในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้มีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐

ของทุนทั้งหมดของกิจการนั้น เป็นจำนวนไม่เกินปีละห้าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ข)

การส่งเงินไปให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่เป็นห้างหุ้นส่วนในต่างประเทศบริษัทจำกัดในต่างประเทศ

และกิจการในต่างประเทศ ที่เป็นหุ้นส่วน ถือหุ้น

หรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการของผู้ให้กู้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของทุนทั้งหมด

เป็นจำนวนไม่เกินปีละยี่สิบล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

ทั้งนี้

กิจการในเครือที่ต่างประเทศจะต้องไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ และสัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

(๓) เพื่อส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวรเป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๔)

เพื่อส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๕)

เพื่อส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๖)

เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

(๗)

เพื่อบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์เป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๓ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้

“ข้อ ๑๓ ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อซื้อหลักทรัพย์ในต่างประเทศ

(๒) เพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๒ หรือเพื่อฝากตามข้อ ๑๔

แต่เกินวงเงินที่กำหนดหรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

(๓) เพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่เจ้าพนักงานกำหนดให้ต้องขออนุญาตต่อเจ้าพนักงาน

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานโดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานกำหนด”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้เพิ่มข้อความดังต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๓ ทวิ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

“ข้อ ๑๓ ทวิ ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑)

กรณีลงทุนในหลักทรัพย์ไทยในต่างประเทศโดยผู้ลงทุนตามที่เจ้าพนักงานกำหนดให้ทำได้โดยไม่จำกัดจำนวน

กรณีลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยผู้ลงทุนตามที่เจ้าพนักงานกำหนดให้ทำได้โดยมียอดคงค้างการลงทุนตามราคาทุน

ขณะใดขณะหนึ่งไม่เกินวงเงินที่เจ้าพนักงานกำหนดซึ่งต้องไม่เกินห้าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่หน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ลงทุนและคณะกรรมการหรือผู้มีอำนาจบริหารของผู้ลงทุนกำหนด

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานกำหนด

(๒)

กรณีซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงานไม่เกินจำนวนที่เจ้าพนักงานกำหนดซึ่งต้องไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

และให้ใช้ความดังต่อไปนี้

“ข้อ ๑๔ นอกจากเจ้าพนักงานมีคำสั่งยกเว้นไว้หรือประกาศกำหนดวงเงินในแต่ละกรณีไว้เป็นอย่างอื่น

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

ดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบจนเป็นที่พอใจว่าเงินตราต่างประเทศที่จะรับเข้าบัญชีนั้นเป็นเงินที่ได้รับมาจากต่างประเทศ

หรือเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน

หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

และเรียกให้ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศยื่นเอกสารที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศภายใน

๑๒ เดือน นับแต่วันที่รับฝากเงินตราต่างประเทศนั้น

โดยนิติบุคคลรับอนุญาตจะรับฝากได้ไม่เกินจำนวนที่ผู้ฝากมีภาระผูกพันที่ต้องชำระเป็นเงินตราต่างประเทศภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ ยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

รวมทุกบัญชีและทุกสกุลของผู้ฝากรายนั้นต้องไม่เกินจำนวนที่กำหนด ดังนี้

(ก) กรณีเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

ไม่เกินหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา

และไม่เกินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

(ข) กรณีเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน

หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

ไม่เกินห้าแสนดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา

และไม่เกินห้าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

(๒) รับฝากเงินตราต่างประเทศที่ผู้ฝากไม่สามารถแสดงว่ามีภาระผูกพัน

โดยยอดเงินฝากรวมทุกบัญชีและทุกสกุลของผู้ฝากต้องมีจำนวนไม่เกินจำนวนที่กำหนด ดังนี้

(ก) กรณีเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ไม่เกินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา

และไม่เกินห้าล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

(ข) กรณีเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน

หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

ไม่เกินห้าหมื่นดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา

และไม่เกินสองแสนดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

การรับฝากเงินตราต่างประเทศตาม

(๑) และ (๒) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานกำหนด”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

และให้ใช้ความดังต่อไปนี้

“ข้อ ๑๘ การให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศในกรณีอื่น ๆ

นอกจากที่ระบุในข้อ ๑๗ ให้นำความในภาค ๓ และภาค ๔ มาบังคับใช้โดยอนุโลม”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ฉลองภพ

สุสังกร์กาญจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

โสรศ/ผู้จัดทำ

๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๐

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๙๖ ง/หน้า ๔/๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๐

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ 6) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e32500a269846af1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com