法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 26 (พ.ศ. 2529) เรื่อง กำหนดทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก

ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

เรื่อง กำหนดทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

โดยปรากฏว่า ในขณะนี้ มีการจำหน่ายสินค้าประเภทหนึ่งในท้องตลาดใช้ชื่อว่าทินเนอร์ ซึ่งมิใช่ทินเนอร์ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้ควบคุมทินเนอร์อยู่แล้ว บางส่วนสินค้าที่เรียกว่าทินเนอร์นี้ ยังไม่มีการควบคุมโดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ผู้บริโภคมักจะนำสินค้าที่ใช้ชื่อว่าทินเนอร์นี้ ไปใช้ในการผสมสี ใช้ผสมกับแลคเกอร์ หรือใช้ล้าง หรือทำความสะอาดสิ่งต่าง ๆ และมีการนำไปใช้สูดดม โดยเฉพาะในหมู่เยาวชน อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง สมควรกำหนดทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อควบคุมให้ทำฉลาก โดยระบุวัตถุประสงค์ของการใช้ ส่วนประกอบ ปริมาตรสุทธิ คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ และคำเตือนเกี่ยวกับอันตราย ไว้ในฉลาก ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงการไม่ปฏิบัติ ให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และเพื่อคุ้มครองให้ผู้บริโภคใช้สินค้านี้ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในฉลาก

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการว่าด้วยฉลากออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้ “ทินเนอร์” หมายความว่า สารอินทรีย์ที่เป็นตัวทำละลายซึ่งใช้ผสมกับสิ่งอื่นเพื่อช่วยลดความหนืดหรือความข้นเหลว และตามปกติในการใช้ไม่มุ่งหมายให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีต่อสิ่งของนั้น

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่ทินเนอร์ ดังต่อไปนี้

(๑) ทินเนอร์ที่ไม่ได้ขายปลีกแก่ผู้บริโภคโดยตรง เช่น ผู้ประกอบธุรกิจที่ซื้อเพื่อนำไปผลิตสินค้าอื่น

(๒) ทินเนอร์ที่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวัตถุมีพิษ กฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทหรือกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง

(๓) ทินเนอร์ที่มีการกำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ทินเนอร์ที่จะนำออกขาย ต้องจัดให้มีฉลาก ปิด หรือติดไว้ที่ภาชนะบรรจุ หรือหีบห่อบรรจุ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ฉลากนั้น ต้องใช้ข้อความเป็นภาษาไทยให้เห็นและอ่านได้ชัดเจน ข้อความในฉลากอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ระบุชื่อผู้ผลิตและสถานที่ประกอบการของผู้ผลิต

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ให้ระบุชื่อผู้นำเข้าและสถานที่ประกอบการของผู้นำเข้า

ในกรณีที่เป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นตามความต้องการหรือเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น หรือเป็นสินค้าที่นำเข้าเพื่อการขายของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่น คู่กรณีจะตกลงกันให้ระบุเฉพาะชื่อผู้ประกอบธุรกิจและสถานที่ประกอบการของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งแต่เพียงรายเดียวแทนก็ได้ แต่ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าดังกล่าวจะต้องส่งสำเนาข้อตกลงดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทราบก่อนจะนำสินค้านั้นออกขาย

ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใดมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จะระบุเครื่องหมายการค้าแทนชื่อและสถานที่ประกอบการของตนก็ได้

(๒) คำว่า “ทินเนอร์”

(๓) วัตถุประสงค์ของการใช้

(๔) ส่วนประกอบที่สำคัญ

(๕) ปริมาตรสุทธิเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร หรือลูกบาศก์เดซิเมตร

(๖) คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้งาน

(๗) คำเตือนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น “ไวไฟ” “ห้ามใช้สูดดม” “เก็บให้พ้นมือเด็ก”

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ทินเนอร์ที่ควบคุมฉลากที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อขาย ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดให้มีฉลากในขณะนำเข้าที่ด่านศุลกากร แต่ต้องจัดให้มีฉลากตามประกาศนี้ก่อนที่จะนำออกขาย

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป๑

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๒๙

มาลดี วสีนนท์

ประธานกรรมการว่าด้วยฉลาก

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๑๙ มกราคม ๒๕๕๔

๑ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๓๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 26 (พ.ศ. 2529) เรื่อง กำหนดทินเนอร์เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e381bbb4556fbd44

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com