法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 58 (พ.ศ. 2507) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

ฉบับที่ ๕๘ (พ.ศ. ๒๕๐๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบ

ข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่อง

แบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ นายกรัฐมนตรีออกกฎไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ ๕๑ (พ.ศ. ๒๕๐๓) ออกตาม

ความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการค้าพืช แต่งเครื่องแบบตาม

กฎนี้

เครื่องแบบพนักงานเจ้าหน้าที่ชาย

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เครื่องแบบมี ๒ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติ

(๒) เครื่องแบบทำงาน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เครื่องแบบปกติ ประกอบด้วย

(๑) หมวดทรงหม้อตาลสีขาว

(๒) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว

(๓) กางเกงขายาวสีขาว

(๔) รองเท้าหุ้มส้นสีขาวหรือสีดำ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เครื่องแบบทำงานมี ๒ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบสีกากี

(๒) เครื่องแบบสีขาว

(๑) เครื่องแบบสีกากี ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลหรือหมวกกันแดดสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กางเกงขายาวหรือขาสั้นสีกากี

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีกากี

(จ) รองเท้าหุ้มส้นสีน้ำตาล ถ้าใช้กางเกงขาสั้นให้ใช้ถุงเท้ายาวสีกากี

(๒) เครื่องแบบสีขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาล หรือหมวกกันแดดสีขาว

(ข) เสื้อคอพับสีขาว

(ค) กางเกงขายาว หรือขาสั้นสีขาว

(ง) เข็ดขัดด้ายถักสีขาว

(จ) รองเท้าหุ้มส้นสีขาวหรือสีดำ ถ้าใช้กางเกงขาสั้นให้ใช้ถุงเท้ายาวสีขาว

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ หมวกมี ๔ แบบ คือ

(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว มีเครื่องประกอบ คือ

(ก) กะบังทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(ข) สายรัดคางกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ทำด้วยดิ้นทอง ปลายสายมีดุมโลหะ

ตราครุฑสีทองขนาดเล็กติดอยู่ที่ริมขอบหมวกข้างละ ๑ ดุม

(ค) ผ้าพันหมวกสีน้ำเงินดำกว้าง ๔ เซนติเมตร

(ง) ตราหน้าหมวกรูปครุฑปักด้วยดิ้นทอง

(๒) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(๓) หมวกกันแดดสีขาว มีสายรัดคางทำด้วยหนัง หรือวัตถุเทียมหนังสีขาวกว้าง

๑ เซนติเมตร ด้านหน้ามีตราหน้าหมวกรูปครุฑโลหะสีทองขนาดใหญ่

(๔) หมวกกันแดดสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับหมวกกันแดดสีขาว เว้นแต่ใช้สาย

รัดคางสีน้ำตาล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เสื้อมี ๓ แบบ คือ

(๑) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ด้านหน้ามีกระเป๋าบนและ

ล่างข้างละ ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปกมุมและชายกลางแหลม กระเป๋าล่างไม่มี

ปกสาบที่หน้าอกมีดุมโลหะตราครุฑสีทองขนาดใหญ่ ๕ ดุมและมีอินทรธนูแข็งสีน้ำเงินดำ

(๒) เสื้อคอพับสีขาว แขนยาวรัดข้อมือ ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียง

ศอก ที่อกมีกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า ตรงกลางกระเป๋ามีรอยจีบตามทางดิ่ง มีปกรูปมนชาย

กลางแหลม ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมขนาดเล็กลักษณะกลมแบนทำด้วยวัตถุสีกลืนกับเสื้อ

และมีอินทรธนูแข็งสีน้ำเงินดำ

เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกางเกง

(๓) เสื้อคอพับสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อคอพับสีขาว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กางเกงมี ๔ แบบ คือ

(๑) กางเกงขายาวสีขาวไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม กว้างไม่น้อยกว่า

๒๓ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดทำด้วยผ้าสีเดียว

กับกางเกง กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ๕ ห่วง ด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า และจะมี

กระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปกก็ได้

(๒) กางเกงขายาวสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีขาว

(๓) กางเกงขาสั้นสีขาว ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวสีขาว แต่ขาสั้นเพียงเข่า

(๔) กางเกงขาสั้นสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขาสั้นสีขาว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เข็มขัดมี ๒ แบบ คือ

(๑) เข็มขัดด้วยถักสีขาว กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีเงิน ยาว

๕.๕ เซนติเมตร กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยง กึ่งกลางมีรูปพระพิรุณทรงนาคสีทอง ไม่มีเข็ม

สำหรับสอดรูปลายสายหุ้มด้วยโลหะสีเงินกว้าง ๑ เซนติเมตร

(๒) เข็มขัดด้ายถักสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดด้ายถักสีขาว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ รองเท้ามี ๓ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นสีขาว

(๒) รองเท้าหุ้มส้นสีน้ำตาล

(๓) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ

รองเท้าทุกแบบ ใช้รองเท้าชนิดผูกเชือก

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ถุงเท้ามี ๒ แบบ คือ

(๑) ถุงเท้ายาวสีขาวหรือสีกากี สวมเสมอใต้เข่าและพับลง

(๒) ถุงเท้าสั้น ใช้สีดังนี้

(ก) เมื่อใช้รองเท้าหุ้มส้นสีขาว ใช้ถุงเท้าสีขาว

(ข) เมื่อใช้รองเท้าหุ้มส้นสีน้ำตาล ใช้ถุงเท้าสีขาว หรือสีกากี

(ค) เมื่อใช้รองเท้าหุ้มส้นสีดำ ใช้ถุงเท้าสีขาว หรือสีดำ

เครื่องแบบพนักงานเจ้าหน้าที่หญิง

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เครื่องแบบมี ๒ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติ

(๒) เครื่องแบบทำงาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เครื่องแบบปกติ ประกอบด้วย

(๑) หมวกพับปีก ตัวหมวกสีขาว ปีกหมวกสีน้ำเงินดำ

(๒) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีขาว

(๓) กระโปรงสีน้ำเงินดำ ถ้าไว้ทุกข์ให้ใช้กระโปรงสีดำ

(๔) เข็มขัดหนังสีน้ำเงินดำ ถ้าไว้ทุกข์ให้ใช้เข็มขัดหนังสีดำ

(๕) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ

(๖) ถุงเท้ายาวสีเนื้อ ถ้าไว้ทุกข์ให้ใช้ถุงเท้ายาวสีดำ

(๗) กระเป๋าถือ สีขาว สีน้ำเงินดำ หรือสีดำมีสายถือ ถ้าไว้ทุกข์ให้ใช้กระเป๋าสีดำ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เครื่องแบบทำงานมี ๒ แบบ คือ

(๑) เครื่องแบบสีกากี

(๒) เครื่องแบบลำลอง

(๑) เครื่องแบบสีกากี ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีกตัวหมวกสีกากีปีกหมวกสีน้ำเงินดำ

(ข) เสื้อคอพับสีกากี

(ค) กระโปรงสีกากี

(ง) เข็มขัดหนังสีน้ำตาล

(จ) รองเท้าหุ้มส้นสีน้ำตาล

(ฉ) ถุงเท้า ถ้าใช้ ให้ใช้สีเนื้อ

(ช) กระเป๋าถือสีน้ำตาล มีสายคล้องไหล่

(๒) เครื่องแบบลำลอง ประกอบด้วย

(ก) หมวกพับปีก ตัวหมวกสีขาว ปีกหมวกสีน้ำเงินดำ

(ข) เสื้อคอพับสีขาว

(ค) กระโปรงสีน้ำเงินดำ

(ง) เข็มขัดหนังสีน้ำเงินดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ

(ฉ) ถุงเท้า ถ้าใช้ให้ใช้สีเนื้อ

(ช) กระเป๋าถือสีน้ำเงินดำ หรือสีดำมีสายคล้องไหล่

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หมวกมี ๒ แบบ คือ

(๑) หมวกพับปีกตัวหมวกสีขาว ปีกหมวกสีน้ำเงินดำ มีผ้าพันหมวกสีน้ำเงินดำ

ห้อยชายหลัง ด้านหน้ามีตราหน้าหมวกรูปครุฑปักด้วยดิ้นทอง

(๒) หมวกพับปีก ตัวหมวกสีกากี ปีกหมวกสีน้ำเงินดำ ลักษณะเช่นเดียวกับ

หมวกพับปีก ตัวหมวกสีขาว ปีกหมวกสีน้ำเงินดำ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เสื้อมี ๓ แบบ คือ

(๑) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีขาว แบบคอป้าน มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ด้านหน้า

มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อยไม่มีปก สาบที่หน้าอกมีดุมโลหะตรา

ครุฑสีทองขนาดเล็ก ๓ ดุม และมีอินทรธนูแข็งสีน้ำเงินดำ

เสื้อแบบนี้ให้ใช้กับเสื้อเชิ้ตสีขาว แขนยาว และผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีประกอบ

ด้วย

(๒) เสื้อคอพับสีกากี แขนยาวรัดข้อมือ ขัดดุมข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียง

ศอก ที่มีอกกระเป๋าปะข้างละ ๑ กระเป๋า มีรอยจีบตามทางดิ่ง มีปกรูปมน ชายกลางแหลมขัดดุม

ข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมโลหะตราครุฑสีทองขนาดเล็ก และมีอินทรธนูแข็งสีน้ำเงินดำ

เมื่อสวมเสื้อนี้ให้สอดชายเสื้อไว้ภายในกระโปรง

(๓) เสื้อคอพับสีขาว ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อคอพับสีกากี เว้นแต่ใช้ดุมโลหะ

ตราครุฑสีน้ำเงินขนาดเล็ก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กระโปรงมี ๓ แบบ คือ

(๑) กระโปรงสีน้ำเงินดำ ขนาดยาวต่ำกว่าเข่าพองาม มีจีบข้างแบบธรรมดา

(๒) กระโปรงสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับกระโปรงสีน้ำเงินดำ

(๓) กระโปรงสีดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกระโปรงสีน้ำเงินดำ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เข็มขัดมี ๓ แบบ คือ

(๑) เข็มขัดหนังสีน้ำเงินดำกว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีเงิน ยาว

๕.๕ เซนติเมตร กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยง กึ่งกลางมีรูปพระพิรุณทรงนาคสีทองไม่มีเข็ม

สำหรับสอดรู

(๒) เข็มขัดหนังสีน้ำตาล ลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดหนังสีน้ำเงินดำ

(๓) เข็มขัดหนังสีดำ ลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดหนังสีน้ำเงินดำ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ รองเท้ามี ๒ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ

(๒) รองเท้าหุ้มส้นสีน้ำตาล

รองเท้าทุกแบบใช้รองเท้าชนิดไม่ผูกเชือก ส้นใหญ่พอควร สูงไม่เกิน ๕

เซนติเมตร ไม่มีริ้วและลวดลาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กระเป๋าถือมี ๔ แบบ คือ

(๑) กระเป๋าถือสีน้ำเงินดำ ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนัง สูงไม่เกิน ๒๕

เซนติเมตร ยาวไม่เกิน ๓๕ เซนติเมตร มีฝาปิดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน มีดุมโลหะตราครุฑสีทอง

ขนาดใหญ่ขัดฝากระเป๋า ๑ ดุม และมีสายถือ หรือสายคล้องไหล่

(๒) กระเป๋าถือสีน้ำตาล ลักษณะเช่นเดียวกับกระเป๋าถือสีน้ำเงินดำ

(๓) กระเป๋าถือสีขาว ลักษณะเช่นเดียวกับกระเป๋าถือสีน้ำเงินดำ

(๔) กระเป๋าถือสีดำ ลักษณะเช่นเดียวกับกระเป๋าถือสีน้ำเงินดำ

อินทรธนูและเครื่องหมาย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ อินทรธนูแข็งสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมยาวตาม

ขนาดของบ่า ปลายตัดมุมเป็นสามเหลี่ยมติดดุมโลหะตราครุฑสีทองขนาดเล็ก มีส่วนกว้างดังนี้

พนักงานเจ้าหน้าที่ชาย กว้าง ๕ เซนติเมตร

พนักงานเจ้าหน้าที่หญิง กว้าง ๔ เซนติเมตร

บนอินทรธนูแข็งสีน้ำเงินดำทั้งสองข้าง มีแถบดิ้นทองตรึงตามขวางของอินทรธนู

ห่างจากปลายอินทรธนูด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร มีขนาดดังนี้

(๑) แถบขนาดพิเศษ กว้าง ๕.๕ เซนติเมตร

(๒) แถบขนาดใหญ่ กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร

(๓) แถบขนาดเล็ก กว้าง ๐.๖ เซนติเมตร

บนอินทรธนูแข็งสีน้ำเงินดำทั้งสองข้าง มีจำนวนตามชั้นคือ

ชั้น ๑ แถบขนาดใหญ่ ๑ แถบ และแถบขนาดพิเศษ ๑ แถบ ให้แถบขนาดพิเศษ

อยู่ทางด้านไหล่

ชั้น ๒ แถบขนาดใหญ่ ๔ แถบ

ชั้น ๓ แถบขนาดใหญ่ ๓ แถบ

ชั้น ๔ แถบขนาดใหญ่ ๒ แถบ และแถบขนาดเล็ก ๑ แถบ แทรกอยู่ระหว่าง

กลาง

ชั้น ๕ แถบขนาดใหญ่ ๒ แถบ

ชั้น ๖ แถบขนาดใหญ่ ๑ แถบ และแถบขนาดเล็ก ๑ แถบ ให้แถบขนาดเล็กอยู่

ทางด้านไหล่

ชั้น ๗ แถบขนาดใหญ่ ๑ แถบ

ในกรณีมีแถบมากกว่า ๑ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใด จะใช้แถบอินทรธนูชั้นใดให้เป็นไปตามบัญชีท้ายกฎนี้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ตรานายตรวจพืช เป็นรูปอาร์ม ทำด้วยโลหะสีเงินลงยา กว้าง ๔

เซนติเมตร ยาว ๕.๕ เซนติเมตร ตรงกลางมีรูปพระพิรุณทรงนาคและลายกระหนกด้านบนมีคำว่า

นายตรวจพืชด้านล่าง มีคำว่า Plant Inspector และใต้คำว่า Plant Inspector มีเลขประจำตัวเป็น

เลขอาราบิค ระหว่างคำว่านายตรวจพืช และ Plant Inspector มีลายกระหนกทั้งสองข้าง

ในขณะทำหน้าที่ตรวจพืช ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดตรานี้กึ่งกลางกระเป๋าที่อก

ด้านซ้าย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ตราหน้าหมวกมี ๒ แบบ คือ

(๑) ตราหน้าหมวกรูปครุฑปักด้วยดิ้นทองบนหมอนสักหลาดสีน้ำเงินดำ อยู่ใน

วงฐานแป้นปลายแหลมรูปใบโพธิ์ด้านข้างตัวครุฑที่ช่อชัยพฤกษ์ดิ้นทองตวัดขึ้นไปทางด้านบน มี

๒ ขนาด คือ

(ก) สำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ชาย กว้าง ๗ เซนติเมตร สูง ๗ เซนติเมตร

(ข) สำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่หญิง กว้าง ๖ เซนติเมตร สูง ๖ เซนติเมตร

(๒) ตราหน้าหมวกรูปครุฑโลหะสีทอง ลักษณะและขนาดเช่นเดียวกับตราหน้า

หมวกรูปครุฑปักด้วยดิ้นทอง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ดุมโลหะมี ๒ แบบ คือ

(๑) ดุมโลหะสีทอง ลักษณะกลมนูนเล็กน้อย มีลายเส้นเกลียวเชือกเป็นขอบโดย

รอบ ภายในเส้นขอบมีลายดุนรูปครุฑ มี ๒ ขนาด คือ

(ก) ขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร

(ข) ขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร

(๒) ดุมโลหะสีเงิน ลักษณะและขนาดเช่นเดียวกับดุมโลหะสีทอง

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งแต่งเครื่องแบบตามกฎนี้ ผู้ใดได้รับพระราชทาน

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือได้รับพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่าง

ประเทศได้ ให้ใช้แพรแถบอย่างเดียวกับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ทำเป็นแถบกว้าง ๑.๕

เซนติเมตร ยาว ๓ เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือกระเป๋าบน เว้นแต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์

ใด ซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้ประดับที่อกเสื้อข้างขวา ก็ให้ติดแพรแถบที่อกเสื้อข้างขวา และสำหรับ

แพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใดมีกฎหมายกำหนดให้มีเครื่องหมายสำหรับแพรแถบ ให้ประดับ

เครื่องหมายสำหรับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นด้วย

ในกรณีมีแพรแถบหลายแถบ ให้ติดเรียงกันเป็นแถวตามยาว แถวละไม่เกิน ๕

แถบ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เครื่องแบบตามกฎนี้จะต้องแต่งในโอกาสใด ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรม

กสิกรรมกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้กรมกสิกรรมสร้างหรือเขียนรูปเครื่องแบบตัวอย่างขึ้นไว้เป็นมาตร

ฐาน และสอดส่องควบคุมการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามกฎนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๗

จอมพล ถ. กิตติขจร

นายกรัฐมนตรี

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

+-----------------------------------------------------------------------------------------------------+

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติ

กักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้ประกาศใช้แทนพระราชบัญญัติป้องกันโรคและศัตรูพืช พ.ศ. ๒๔๙๕ แล้ว

แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติกักพืช ไม่มีเครื่องแบบเช่นเจ้าหน้าที่อื่น

จึงไม่สะดวกที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามด่านตรวจพืชซึ่งถือเขตตามด่านศุลกากร และห้ามบุคคลภายนอก

เข้า เว้นแต่ผู้นั้นจะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงสมควรกำหนดเครื่องแบบของพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้

[รก.๒๕๐๗/๑๑๖/๗๑๙/๘ ธันวาคม ๒๕๐๗]

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 58 (พ.ศ. 2507) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e40fecabdfe1d362

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com