法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 501/2560 เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ ขับไล่ รื้อถอน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
19
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 501/2560

เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ ขับไล่ รื้อถอน

ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 นั้น เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีเกี่ยวกับการยึดทรัพย์สิน ขับไล่ รื้อถอน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และเป็นไปในแนวทางเดียวกัน อาศัย อํานาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 แก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคําสั่งกรมบังคับคดีดังต่อไปนี้

1.1 คําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 452/2548 ลงวันที่ 8 กันยายน 2558 เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์

1.2 คําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 77/2554 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 เรื่อง การ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์

1.3 คําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 831/2555 ลงวันที่ 18 ธันวาคม 2555 เรื่อง การยึด ทรัพย์สินให้เป็นไปตามลําดับในหมายบังคับคดี

1.4 คําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 220/2556 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2556 เรื่อง การงดเว้น การยึดหรืออายัดทรัพย์สิน

1.5 คําสั่งกรมบังคับคดี ที่ 272/2556 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2556 เรื่อง การยึด อสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดิน น.ส. 3

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาตั้งเรื่องบังคับคดีให้เจ้าหนี้แถลงว่าได้รับชําระหนี้ตามคําพิพากษา ไปแล้วหรือไม่ เพียงใด พร้อมวางเงินทดรองค่าใช้จ่ายขั้นบังคับคดี ดังนี้

2.1 ยึดอสังหาริมทรัพย์สํานวนละ 2,500 บาท

2.2 ยึดสังหาริมทรัพย์ บังคับคดีขับไล่ รื้อถอน สํานวนละ 1,500 บาท

2.3 ขอให้บังคับคดีแทนไปยังศาลอื่นสํานวนละ 1,000 บาท

2.4 ในการบังคับคดี ณ สํานักงานบังคับคดีที่ทรัพย์ตั้งอยู่ โดยไม่ผ่านสํานักงานบังคับคดี ในเขตศาลที่ออกหมายบังคับคดี นอกจากวางเงินตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 แล้วแต่กรณีแล้ว ให้เจ้าหนี้ ตามคําพิพากษาวางเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 1,000 บาท เพื่อส่งเป็นค่าใช้จ่ายให้สํานักงานบังคับคดีที่ออกหมายบังคับคดี

ในระหว่างการบังคับคดีหากค่าใช้จ่ายในขั้นบังคับคดีเหลือน้อยหรือไม่เพียงพอ ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีหมายแจ้งเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาวางเงินค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามจํานวนที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ คดีเยาวชนและครอบครัวเฉพาะการบังคับคดีกับค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่าเลี้ยงชีพ และ คดีแรงงาน ไม่ต้องวางค่าใช้จ่ายและไม่ต้องชําระค่าธรรมเนียม ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี

การบังคับคดีผู้บริโภคซึ่งดําเนินการโดยผู้บริโภคหรือผู้มีอํานาจฟ้องคดีแทนผู้บริโภค การบังคับคดีนายประกัน การบังคับโทษปรับในคดีอาญา ไม่ต้องวางค่าใช้จ่าย แต่หากบังคับคดีได้เงินแล้ว จึงให้หักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการบังคับคดีจากเงินดังกล่าว รวมถึงกรณีที่ผู้ถูกบังคับคดีวางเงิน ชําระหนี้ด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การยึดอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ให้ดําเนินการยึด ณ ที่ทําการ โดยไม่ต้องออกไปดําเนินการยึด ณ ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เว้นแต่ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีมีคําสั่ง อนุญาตเนื่องจากสภาพทรัพย์มีรายละเอียดมาก มีโครงสร้างซับซ้อน เช่น โรงแรม โรงงาน ฯลฯ เป็นต้น หรือ มีเหตุอื่นอันสมควร

การยึดอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินมีเอกสารสิทธิ น.ส. 3 หรือ น.ส. 3 ช ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีออกไปดําเนินการยึด ณ ที่ตั้งทรัพย์ คดีที่ได้มีการยึดไว้แล้ว และยังมิได้มีการไปตรวจสภาพที่ดิน ที่เป็นปัจจุบัน ให้หมายแจ้งโจทก์หรือผู้แทนโจทก์มานําเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดําเนินการตรวจสอบสภาพ ที่ดินให้เป็นปัจจุบันเพื่อยืนยันตําแหน่งที่ดินก่อนดําเนินการบังคับคดีต่อไป อสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้

4.1 ให้ผู้นํายึดนําส่งเอกสารประกอบการยึด

4.1.1 เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทําประโยชน์ (น.ส.3 ก/น.ส. 3 บ/น.ส. 3) หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือเอกสารสําคัญที่ดินอื่นๆ หรือในกรณีไม่มี ต้นฉบับเอกสารสิทธิอยู่ในความครอบครอง ให้คัดสําเนาที่เป็นปัจจุบันซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือสัญญาจํานอง สัญญาเช่า เป็นต้น

4.1.2 สําเนาแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของ ลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทายาท คู่สมรส ผู้รับจํานอง ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ที่ยึดที่เป็น ปัจจุบันซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน พร้อมหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (หากมี)

4.1.3 หนังสือสําคัญการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่รับรองไม่เกิน 1 เดือน หนังสือสําคัญการจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (หากมี) ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ รับรองไม่เกิน 1 เดือน หากไม่มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้ผู้นํายึดแถลงยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร

4.1.4 แผนที่การไปที่ตั้งทรัพย์ที่ยึดซึ่งมีรายละเอียดชัดเจนเพียงพอที่จะทราบได้ว่า ทรัพย์ที่ยึดตั้งอยู่ที่ใด โดยระบุสถานที่สําคัญซึ่งอยู่ใกล้เคียง พร้อมสําเนา

4.1.5 ภาพถ่ายปัจจุบันของทรัพย์ที่จะยึด พร้อมแถลงรายละเอียดของทรัพย์ที่ยึด เช่น สภาพ ขนาด พื้นที่ ลักษณะของสิ่งปลูกสร้าง เลขที่สิ่งปลูกสร้าง ส่วนต่อเติม เป็นต้น

4.1.6 ราคาประเมินที่ดินหรือห้องชุดของทางราชการซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองหรือผู้นํายึดแถลงรับรอง

4.1.7 เอกสารอื่นๆ ที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณาคําขอยึดทรัพย์ตามความจําเป็นแก่กรณี เช่น สําเนาคําฟ้อง หรือสําเนาคําพิพากษา สําเนาบัญชีค่าฤชาธรรมเนียม เป็นต้น

4.2 เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาส่งเอกสารประกอบการยึดทรัพย์ ณ ที่ทําการครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบันทึกรายละเอียดแห่งทรัพย์สิน และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีนั้น ๆ ลงในระบบ สารสนเทศให้ครบถ้วน โดยให้จัดทํารายงานการยืดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทําการ ประกาศยึดทรัพย์ หมายแจ้ง การยึดพร้อมราคาประเมินและสําเนาหมายบังคับคดีให้แก่ลูกหนี้ตามคําพิพากษา ผู้มีส่วนได้เสียทราบ และ แจ้งเจ้าพนักงานที่ดินโดยให้ขอราคาประเมินไปในคราวเดียวกัน

ในกรณียึดห้องชุด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งการยึดให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ และแจ้งการยึดให้นิติบุคคลอาคารชุดทราบพร้อมนําส่งรายการหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางภายใน 30 วัน นับแต่ ได้รับคําบอกกล่าว

ในกรณียึดที่ดินจัดสรร ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งการยึดให้เจ้าพนักงานที่ดิน ทราบ และแจ้งการยึดให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทราบ พร้อมนําส่งรายการหนี้ค่าบํารุงรักษาและการจัดการ สาธารณูปโภคพร้อมค่าปรับตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับคําบอกกล่าว

4.3 การยึดทรัพย์สินซึ่งติดจํานองบุคคลภายนอก ในการแจ้งการยึดให้ผู้รับจํานองทราบ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระบุในหนังสือแจ้งการยึดให้ผู้รับจํานองแถลงวิธีการขายต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโดย กําหนดวันนัดตามวัน เดือน ปี ปฏิทิน ทั้งนี้ ให้มีระยะเวลาไม่เกิน 45 วันนับแต่วันออกหนังสือว่า มีความประสงค์จะขายโดยปลอดการจํานองหรือขายโดยการจํานองติดไป

ในกรณีที่ผู้รับจํานองไม่แถลงวิธีการขายต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในกําหนดเพื่อให้การขายทอดตลาดไม่กระทบกระทั่งถึงบุริมสิทธิของผู้รับจํานอง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศ ขายทอดตลาดโดยการจํานองติดไป

4.4 การยึดตามสําเนาเอกสารสิทธิที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้นําส่งในกรณีที่เอกสาร สิทธิไม่อยู่ในความครอบครอง ก่อนประกาศขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้ผู้ที่ยึดถือเอกสารสิทธิ ส่งมอบต้นฉบับเอกสารสิทธิดังกล่าวหรือแจ้งเหตุขัดข้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อตรวจสอบสารบัญการจด ทะเบียนของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกยึดเพื่อทราบถึงสิทธิโดยชอบของลูกหนี้ตามคําพิพากษาในอันที่เจ้าพนักงาน บังคับคดีจะดําเนินการบังคับคดีตามอํานาจหน้าที่ต่อไป หากผู้ยึดถือหรือครอบครองยังไม่นําส่งต้นฉบับ เอกสารสิทธิ์หรือไม่แจ้งเหตุขัดข้องภายในกําหนดเวลา ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อผู้อํานวยการ สํานักงานบังคับคดีเพื่อมีคําสั่งให้ขายทอดตลาดตามสําเนาเอกสารสิทธิดังกล่าวต่อไป นี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้นํายึดนําส่งเอกสารประกอบการยึดสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไป

5.1 สําเนาแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของลูกหนี้ ตามคําพิพากษา ที่เป็นปัจจุบันซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน

5.2 หากสังหาริมทรัพย์ที่ยึดเป็นสิ่งปลูกสร้างหรือทรัพย์มีทะเบียน เช่น เครื่องจักร รถยนต์ ให้ผู้นํายึดนําส่งเอกสารหลักฐานอื่นๆ ประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม เช่น สําเนาคําขอปลูกสร้างอาคาร ทะเบียนเครื่องจักร คู่มือจดทะเบียนรถยนต์ เป็นต้น

5.3 เอกสารอื่นๆ เช่น สําเนาบัญชีค่าฤชาธรรมเนียม สําเนาคําฟ้อง หรือสําเนาคําพิพากษา ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีพิจารณาตามความจําเป็นแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีขับไล่ รื้อถอน ให้ผู้ขอบังคับคดีนําส่งเอกสาร ดังต่อไปนี้

6.1 สําเนาแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของลูกหนี้ ตามคําพิพากษาที่เป็นปัจจุบันซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน

6.2 เอกสารอื่นๆ เช่น สําเนาบัญชีค่าฤชาธรรมเนียม สําเนาคําฟ้อง สําเนาคําพิพากษา สําเนาเอกสารท้ายฟ้อง สําเนาโฉนด ภาพถ่าย แผนผังของทรัพย์พิพาท เป็นต้น ทั้งนี้ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี พิจารณาตามความจําเป็นแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีขอบังคับคดีแทน ให้ผู้ขอบังคับคดีแทนนําส่งเอกสารต่อสํานักงานบังคับคดีของศาลที่ออกหมายบังคับคดี ดังต่อไปนี้

7.1 สําเนาแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของลูกหนี้ ตามคําพิพากษา

7.2 สาเนาเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ขอบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ก่อนออกไปทําการยึดสังหาริมทรัพย์ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งผู้นํายึดให้จัดเตรียม ยานพาหนะที่จะขนย้ายทรัพย์ด้วย และบรรดาสังหาริมทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้ให้นํามาเก็บรักษา ไว้ที่สถานรักษาและจําหน่ายทรัพย์สินของกรมบังคับคดีหรือสํานักงานบังคับคดี แล้วแต่กรณีเว้นแต่

8.1 ทรัพย์ซึ่งมีลักษณะอาจทําให้เกิดสกปรก เลอะเทอะ หรือมีกลิ่น ซึ่งอาจรบกวนหรือก่อความรําคาญ

8.2 ทรัพย์ซึ่งมีน้ําหนักมากหรือไม่สะดวกที่จะเคลื่อนย้ายหรือมีความสูง หรือมีความ กว้างมาก หรือเปลืองเนื้อที่ในการเก็บรักษา

8.3 ทรัพย์ซึ่งโดยสภาพอาจเกิดอันตรายได้ง่าย เช่น สารวัตถุเคมี หรือสิ่งที่เป็นเชื้อเพลิง

8.4 ทรัพย์ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่โดยเฉพาะเพื่อรักษาคุณภาพของตัวทรัพย์

8.5 ทรัพย์ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลานาน เช่น ทรัพย์ที่ถูกยึดตามคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา

8.6 ทรัพย์ซึ่งมีสภาพชํารุดทรุดโทรมใช้ประโยชน์ไม่ได้ หรือไม่อยู่ในความสนใจของ บุคคลที่จะซื้อ เช่น เครื่องจักรที่ใช้การไม่ได้โดยสภาพ หรือเครื่องจักรที่เมื่อขนย้ายแล้วจะทําให้ใช้การไม่ได้ รถยนต์ที่มีสภาพชํารุดทรุดโทรมไม่สามารถขับเคลื่อนใต้ โต๊ะ เก้าอี้ ที่มีสภาพชํารุด เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสภาพใช้ การไม่ได้ หรือเครื่องนุ่งห่มหลับนอนที่ผ่านการใช้มาแล้ว เป็นต้น

8.7 ทรัพย์ซึ่งเจ้าหนี้ตามคําพิพากษามีความประสงค์หรือยินยอมมิให้นํามาเก็บรักษา ไว้ที่สถานรักษาและจําหน่ายทรัพย์สิน หรือสถานที่เก็บรักษาทรัพย์ของสํานักงานบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การยึดทรัพย์สินมีค่า เช่น อัญมณีต่าง ๆ ทองรูปพรรณ หรือทรัพย์มีค่าอื่น ๆ ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีนํามาเก็บรักษาไว้ในห้องมั่นคงของกรมบังคับคดีหรือตู้นิรภัยของสํานักงานบังคับคดีนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในส่วนกลางหากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการเก็บรักษาทรัพย์ระหว่างเจ้าพนักงานบังคับคดีกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาทรัพย์ให้เสนออธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเสนอรายงานการยึดทรัพย์

11.1 เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีทําการยึดทรัพย์แล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการ แจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษา ผู้ครอบครองหรือผู้ดูแลทรัพย์ บุคคลอื่นซึ่งมีชื่อในทะเบียน ว่าเป็นเจ้าของทรัพย์ และเจ้าพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้นทราบ แล้วแต่กรณี รวมทั้งปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ตั้งทรัพย์ เพื่อให้การยึดมีผล ตามกฎหมายแล้วจึงเสนอรายงานการยึดทรัพย์ต่อผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีภายในวันนั้นหรือในวันทํา การถัดไป หากมีเหตุขัดข้องจําเป็นไม่อาจเสนอได้ภายในกําหนดเวลาดังกล่าว ให้รายงานเหตุขัดข้องไปพร้อมด้วย

ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีเสนอรายงานการยึดทรัพย์ให้ศาลทราบด้วย

11.2 ในกรณีที่ยึดทรัพย์สินซึ่งมีราคาตั้งแต่ 50,000,000 บาท ขึ้นไป หรือยึดทรัพย์ ฐานะในทางสังคม หรือเป็นที่สนใจของประชาชน เมื่อได้ดําเนินการยึดทรัพย์ของบุคคลสําคัญ หรือบุคคลที่มีเสร็จแล้ว ให้รายงานอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายทราบ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีติดตามผลการแจ้งรายการทรัพย์ที่ยึดให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษา ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง และเจ้าพนักงานที่ดินหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจหน้าที่จดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้น กับทั้งดําเนินการเรียกต้นฉบับเอกสารสิทธิจากผู้ครอบครองหรือการอื่นใด เพื่อให้การยึดมีผลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แล้วให้จัดทําแบบรายงานการตรวจสอบผล การยึดทรัพย์สินเสนอผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีเพื่อมีคําสั่งอนุญาตให้ขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดไว้ต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อดําเนินการยึดทรัพย์แล้วมีกรณีที่จะต้องแก้ไขราคาประเมินขณะยึดใหม่ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งราคาประเมินใหม่ดังกล่าวแก่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีโดยระบุในหมายแจ้ง ด้วยว่าหากไม่เห็นชอบด้วยกับราคาประเมินดังกล่าวให้โต้แย้งคัดค้านภายในกําหนด 15 วันนับจากวันที่ ได้รับแจ้ง มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับแจ้งเห็นชอบด้วยกับราคาประเมิน และเจ้าพนักงานบังคับคดีจะถือราคา ประเมินดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขายหรือจําหน่าย โดยให้รายงานศาล ทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาขอให้ยึดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษา ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถดําเนินการยึดทรัพย์สินนั้นได้ แต่มีเหตุขัดข้องอย่างหนึ่ง อย่างใดที่ทําให้ไม่อาจยึดได้ทันทีในขณะนั้น เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นเองหรือเจ้าหนี้ตามคําพิพากษา ร้องขอให้มีคําสั่งห้ามโอน ขาย ยักย้าย หรือจําหน่ายซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีพิจารณาเสนอความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงอธิบดีหรือรองอธิบดีที่ได้รับมอบหมาย เพื่อพิจารณามีคําสั่ง หากมีคําสั่งห้ามโอน ขาย ยักย้าย หรือจําหน่ายซึ่งทรัพย์สินดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว ให้แจ้งคําสั่งห้ามให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษา ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นทราบ ตลอดจนนายทะเบียนหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายเพื่อให้บันทึกคําสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ใน ทะเบียน ในกรณีเหตุขัดข้องสิ้นสุดลงหรือไม่มีความจําเป็นต้องบังคับคดีต่อไป หรือเจ้าหนี้ตามคําพิพากษา เพิกเฉยไม่ดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกําหนด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งยกเลิก คําสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ทรัพย์สินที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาอ้างว่าเป็นของลูกหนี้ตามคําพิพากษามีชื่อ บุคคลอื่นเป็นเจ้าของในทะเบียนหรือปรากฏตามหลักฐานอย่างอื่นว่าเป็นของบุคคลอื่น หากเจ้าพนักงาน บังคับคดีสงสัยว่าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่เป็นของลูกหนี้ตามคําพิพากษาและไม่ยอมทําการยึด ถ้าเจ้าหนี้ตาม คําพิพากษายืนยันให้ยึด เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทําการยึดทรัพย์สินนั้น หรือจะสั่งงดการยึดก็ได้ โดยให้เสนอ ความเห็นพร้อมเหตุผลต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงอธิบดีหรือรองอธิบดีที่ได้รับมอบหมายเพื่อ พิจารณามีคําสั่ง ในกรณีที่สั่งงอ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคําสั่งห้ามการโอน ขาย ยักย้าย จําหน่าย ทําลาย ทําให้ เสื่อมค่าหรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินนั้น แล้วแจ้งคําสั่งห้ามให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษา และบุคคล ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นทราบโดยเร็ว ในกรณีที่ทรัพย์สิน ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้ง คําสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่า ด้วยการนั้นทราบด้วย

ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษามิได้ยื่นคําร้องเพื่อขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทําการ ยึดทรัพย์สินภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคําสั่งงดการยืด หรือศาลมีคําสั่งยกคําร้อง หรือ ในกรณีที่ศาลมีคําสั่งอนุญาตตามคําร้อง แต่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาไม่ดําเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลมีคําสั่ง ให้คําสั่งห้ามตามวรรคหนึ่งเป็นอันยกเลิกไป และให้แจ้งการยกเลิก คําสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลตามวรรคหนึ่งทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคําสั่งห้ามตามข้อ 15 บุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินจะร้องขอต่อเจ้าพนักงาน บังคับคดีให้เพิกถอนคําสั่งห้าม และเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควรที่จะรับเงินหรือหลักประกันไว้แทน ทรัพย์สินให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้บุคคลดังกล่าววางเงินหรือหาประกันมาให้แทนทรัพย์สิน ดังนี้

16.1 กรณีวางเงิน ให้วางเป็นเงินสด หรือใช้วิธีทํารายการผ่านระบบ EDC (Electronic Data Capture) เท่าราคาประมาณของทรัพย์สิน แต่ไม่เกินหนี้ตามคําพิพากษาพร้อมดอกเบี้ย (ถ้ามี) เป็น ระยะเวลา 1 ปี หากมีการบังคับคดีไว้บ้างแล้วให้หักราคาประเมินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นออกด้วย

16.2 กรณีวางประกัน ให้วางสมุดบัญชีเงินฝากประเภทประจํา สลากออมสิน สลากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร พันธบัตรรัฐบาล มูลค่าเท่าราคาประมาณของทรัพย์สิน แต่ไม่เกินหนี้ตามคําพิพากษาพร้อมดอกเบี้ย(ถ้ามี) เป็นระยะเวลา 1 ปี หากมีการยึดทรัพย์ไว้บ้างแล้วให้ หักราคาประเมินทรัพย์นั้นออกด้วย และให้บุคคลดังกล่าวทําหนังสือยินยอมวางประกันไว้

กรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควรเป็นอย่างอื่นนอกจากที่กําหนดมานี้ให้เสนอความเห็น พร้อมเหตุผลต่อผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นจนถึงอธิบดีหรือรองอธิบดีผู้ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณามีคําสั่ง

หากเจ้าพนักงานบังคับคดีรับเงินสดแทนทรัพย์สินให้เพิกถอนคําสั่งห้ามทันที แต่หาก เจ้าพนักงานบังคับคดีรับหลักประกันแทนทรัพย์สินให้เพิกถอนคําสั่งห้ามได้ต่อเมื่อได้แจ้งนายทะเบียนหรือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับหลักประกันดังกล่าวโดยชอบแล้ว

ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษามิได้ยื่นคําร้องเพื่อขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทําการ ยึดทรัพย์สินภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคําสั่งงดการยึด หรือศาลมีคําสั่งยกคําร้องให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีคืนเงินหรือหลักประกันที่รับไว้แก่ผู้วางเงินหรือหลักประกันนั้น พร้อมแจ้งนายทะเบียน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับหลักประกันดังกล่าวทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่หมายบังคับคดีระบุให้ยึดทรัพย์จํานองออกขายทอดตลาด หากขายได้ไม่พอ ชําระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของลูกหนี้ตามคําพิพากษานั้น ห้ามมิให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินอื่นของ ลูกหนี้ตามคําพิพากษาหากยังขายทอดตลาดทรัพย์จํานองไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่จะต้องบังคับคดีนอกเขตศาลที่มีคําพิพากษาและออกหมายบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการดังนี้

18.1 เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี สํานักงาน บังคับคดีในเขตศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานศาลที่จะมีการบังคับคดีแทน เพื่อตั้ง เจ้าพนักงานบังคับคดีในเขตศาลนั้นดําเนินการบังคับคดีแทนต่อไป

18.2 ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษายื่นคําแถลงต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้ตั้งศาลอื่นบังคับคดีแทนหรือยื่นคําแถลงต่อศาลที่จะมีการบังคับคดีแทน เมื่อศาลที่จะบังคับคดีแทนมีคําสั่ง อนุญาต และเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้มาตั้งเรื่องบังคับคดีแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดําเนินการบังคับคดี ต่อไป

กรณีหากมีการบังคับคดีแทนให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานผลการบังคับคดีแทนไปยัง สํานักงานบังคับคดีในเขตศาลที่ออกหมายบังคับคดีทราบเป็นระยะ และให้ส่งเงินที่ได้จากการบังคับคดีแทน พร้อมเอกสารที่จําเป็นต้องใช้ในการบังคับคดีต่อไปที่ได้รับมาในระหว่างการบังคับคดีไปยังเจ้าพนักงาน บังคับคดี สํานักงานบังคับคดีในเขตศาลที่ออกหมายบังคับคดี เพื่อดําเนินการไปตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถือปฏิบัติโดยอนุโลม

คําสั่งกรมบังคับคดี หรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ทั้งนี้ ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับ เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ.2560

(ลงชื่อ) รื่นวดี สุวรรณมงคล

(นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล)

อธิบดีกรมบังคับคดี

19 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 501/2560 เรื่อง การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการยึดทรัพย์ ขับไล่ รื้อถอน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e550f72faa4c8e35

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com