ข้อ ๔ การยึดอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หรือห้องชุด ให้ดําเนินการยึด ณ ที่ทําการ โดยไม่ต้องออกไปดําเนินการยึด ณ ที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เว้นแต่ผู้อํานวยการสํานักงานบังคับคดีมีคําสั่ง อนุญาตเนื่องจากสภาพทรัพย์มีรายละเอียดมาก มีโครงสร้างซับซ้อน เช่น โรงแรม โรงงาน ฯลฯ เป็นต้น หรือ มีเหตุอื่นอันสมควร
การยึดอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ดินมีเอกสารสิทธิ น.ส. 3 หรือ น.ส. 3 ช ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีออกไปดําเนินการยึด ณ ที่ตั้งทรัพย์ คดีที่ได้มีการยึดไว้แล้ว และยังมิได้มีการไปตรวจสภาพที่ดิน ที่เป็นปัจจุบัน ให้หมายแจ้งโจทก์หรือผู้แทนโจทก์มานําเจ้าพนักงานบังคับคดีไปดําเนินการตรวจสอบสภาพ ที่ดินให้เป็นปัจจุบันเพื่อยืนยันตําแหน่งที่ดินก่อนดําเนินการบังคับคดีต่อไป อสังหาริมทรัพย์ ดังต่อไปนี้
4.1 ให้ผู้นํายึดนําส่งเอกสารประกอบการยึด
4.1.1 เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทําประโยชน์ (น.ส.3 ก/น.ส. 3 บ/น.ส. 3) หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือเอกสารสําคัญที่ดินอื่นๆ หรือในกรณีไม่มี ต้นฉบับเอกสารสิทธิอยู่ในความครอบครอง ให้คัดสําเนาที่เป็นปัจจุบันซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองไม่เกิน 1 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือสัญญาจํานอง สัญญาเช่า เป็นต้น
4.1.2 สําเนาแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร หรือหนังสือรับรองนิติบุคคลของ ลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทายาท คู่สมรส ผู้รับจํานอง ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์ที่ยึดที่เป็น ปัจจุบันซึ่งนายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน พร้อมหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-ชื่อสกุล (หากมี)
4.1.3 หนังสือสําคัญการจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่รับรองไม่เกิน 1 เดือน หนังสือสําคัญการจดทะเบียนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร (หากมี) ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ รับรองไม่เกิน 1 เดือน หากไม่มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ให้ผู้นํายึดแถลงยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร
4.1.4 แผนที่การไปที่ตั้งทรัพย์ที่ยึดซึ่งมีรายละเอียดชัดเจนเพียงพอที่จะทราบได้ว่า ทรัพย์ที่ยึดตั้งอยู่ที่ใด โดยระบุสถานที่สําคัญซึ่งอยู่ใกล้เคียง พร้อมสําเนา
4.1.5 ภาพถ่ายปัจจุบันของทรัพย์ที่จะยึด พร้อมแถลงรายละเอียดของทรัพย์ที่ยึด เช่น สภาพ ขนาด พื้นที่ ลักษณะของสิ่งปลูกสร้าง เลขที่สิ่งปลูกสร้าง ส่วนต่อเติม เป็นต้น
4.1.6 ราคาประเมินที่ดินหรือห้องชุดของทางราชการซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรองหรือผู้นํายึดแถลงรับรอง
4.1.7 เอกสารอื่นๆ ที่ต้องใช้ประกอบการพิจารณาคําขอยึดทรัพย์ตามความจําเป็นแก่กรณี เช่น สําเนาคําฟ้อง หรือสําเนาคําพิพากษา สําเนาบัญชีค่าฤชาธรรมเนียม เป็นต้น
4.2 เมื่อเจ้าหนี้ตามคําพิพากษาส่งเอกสารประกอบการยึดทรัพย์ ณ ที่ทําการครบถ้วนแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบันทึกรายละเอียดแห่งทรัพย์สิน และข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับคดีนั้น ๆ ลงในระบบ สารสนเทศให้ครบถ้วน โดยให้จัดทํารายงานการยืดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทําการ ประกาศยึดทรัพย์ หมายแจ้ง การยึดพร้อมราคาประเมินและสําเนาหมายบังคับคดีให้แก่ลูกหนี้ตามคําพิพากษา ผู้มีส่วนได้เสียทราบ และ แจ้งเจ้าพนักงานที่ดินโดยให้ขอราคาประเมินไปในคราวเดียวกัน
ในกรณียึดห้องชุด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งการยึดให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ และแจ้งการยึดให้นิติบุคคลอาคารชุดทราบพร้อมนําส่งรายการหนี้ค่าใช้จ่ายส่วนกลางภายใน 30 วัน นับแต่ ได้รับคําบอกกล่าว
ในกรณียึดที่ดินจัดสรร ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งการยึดให้เจ้าพนักงานที่ดิน ทราบ และแจ้งการยึดให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรทราบ พร้อมนําส่งรายการหนี้ค่าบํารุงรักษาและการจัดการ สาธารณูปโภคพร้อมค่าปรับตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินภายใน 30 วัน นับแต่ได้รับคําบอกกล่าว
4.3 การยึดทรัพย์สินซึ่งติดจํานองบุคคลภายนอก ในการแจ้งการยึดให้ผู้รับจํานองทราบ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีระบุในหนังสือแจ้งการยึดให้ผู้รับจํานองแถลงวิธีการขายต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโดย กําหนดวันนัดตามวัน เดือน ปี ปฏิทิน ทั้งนี้ ให้มีระยะเวลาไม่เกิน 45 วันนับแต่วันออกหนังสือว่า มีความประสงค์จะขายโดยปลอดการจํานองหรือขายโดยการจํานองติดไป
ในกรณีที่ผู้รับจํานองไม่แถลงวิธีการขายต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีภายในกําหนดเพื่อให้การขายทอดตลาดไม่กระทบกระทั่งถึงบุริมสิทธิของผู้รับจํานอง ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศ ขายทอดตลาดโดยการจํานองติดไป
4.4 การยึดตามสําเนาเอกสารสิทธิที่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาได้นําส่งในกรณีที่เอกสาร สิทธิไม่อยู่ในความครอบครอง ก่อนประกาศขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งให้ผู้ที่ยึดถือเอกสารสิทธิ ส่งมอบต้นฉบับเอกสารสิทธิดังกล่าวหรือแจ้งเหตุขัดข้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อตรวจสอบสารบัญการจด ทะเบียนของอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกยึดเพื่อทราบถึงสิทธิโดยชอบของลูกหนี้ตามคําพิพากษาในอันที่เจ้าพนักงาน บังคับคดีจะดําเนินการบังคับคดีตามอํานาจหน้าที่ต่อไป หากผู้ยึดถือหรือครอบครองยังไม่นําส่งต้นฉบับ เอกสารสิทธิ์หรือไม่แจ้งเหตุขัดข้องภายในกําหนดเวลา ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อผู้อํานวยการ สํานักงานบังคับคดีเพื่อมีคําสั่งให้ขายทอดตลาดตามสําเนาเอกสารสิทธิดังกล่าวต่อไป นี้