法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้งและการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ณ วันที่ 15/02/2548)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
39
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

พ.ศ. ๒๕๔๕

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ มาตรา ๔๗ และมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ หากข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

“ก.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“เลขานุการ ก.ต.” หมายความว่า เลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล” หมายความว่า คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาล

“เลขานุการ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล” หมายความว่า เลขานุการคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาล

“จังหวัด” หมายความว่า พื้นที่ในเขตอำนาจศาล

“ภูมิลำเนา” หมายความว่า บ้านที่เกิดหรือเป็นพื้นเพเดิม ซึ่งอาจจะเป็นจังหวัดอื่นที่มิใช่บ้านเกิดก็ได้

“ปริมณฑล” หมายความว่า จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดปทุมธานีจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เลขานุการ ก.ต. เสนอเรื่องการแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง และการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลพิจารณาจัดทำความเห็นโดยเร็ว

ในกรณีการเลื่อนตำแหน่ง หากมีการเสนอชื่อข้ามลำดับอาวุโสให้ระบุเหตุผลของการดำเนินการเช่นว่านั้นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การพิจารณาของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลในเรื่องการแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง และการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลดำเนินการตามหมวด ๔ แห่งระเบียบนี้

การแต่งตั้งและการเลื่อนตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ให้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถพื้นฐาน ได้แก่ การพิจารณาพิพากษาคดี การเรียงคำพิพากษา การบริหารงานคดี ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต ความไว้วางใจได้ ความวิริยะอุตสาหะ ชื่อเสียงเกียรติคุณ ประวัติการศึกษาอบรมและการรับราชการ การดำรงตนของตนเองและคู่ครอง มารยาทสังคม และทัศนคติ ประกอบกับแบบการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการผู้นั้นว่ามีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่จะแต่งตั้งตามที่ระบุไว้ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารงานศาล นอกจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๗ แล้ว ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถในการบริหาร ความเป็นผู้นำ การแก้ปัญหา การตัดสินใจ มนุษยสัมพันธ์ ความเอาใจใส่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการและประชาชน ประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับคดีสำคัญ ความเสียสละ และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรมรวมทั้งผลงานของผู้นั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งในศาลชำนัญพิเศษตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค และผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา นอกจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๗ แล้ว ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานของศาลนั้นและความเหมาะสมกับตำแหน่งประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ให้เสนอแต่งตั้งจากข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี และผ่านการประเมินความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาล

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษาศาลฎีกา หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า ให้เลขานุการ ก.ต. จัดให้มีการสุ่มตัวอย่างผลงานการพิจารณาพิพากษาคดีหรืองานอื่นในหน้าที่รับผิดชอบของผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งย้อนหลังไปไม่เกินสามปีมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้เลขานุการ ก.ต. จัดให้มีการประเมินบุคคลตามแบบการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการท้ายระเบียบนี้เป็นประจำทุกปี โดยให้ผู้ที่รับผิดชอบการประเมินส่งผลการประเมินไปถึงสำนักงานศาลยุติธรรมภายในเดือนเมษายนของแต่ละปี

ผู้รับการประเมินมีสิทธิขอตรวจดูการประเมินและผลการประเมินได้ตามวิธีการที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด

การโยกย้ายแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการประจำปีมีสองวาระ ดังนี้

วาระปกติ พิจารณาดำเนินการประมาณเดือนสิงหาคมของแต่ละปี สำหรับข้าราชการตุลาการทุกตำแหน่ง ทั้งการโยกย้ายแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนผู้มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ในแต่ละปีงบประมาณ และการโยกย้ายแต่งตั้งเพื่อสับเปลี่ยนตำแหน่งโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของปีนั้นสำหรับผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนผู้มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ และให้มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ของปีถัดไปสำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

วาระพิเศษ พิจารณาดำเนินการประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปสำหรับการโยกย้ายแต่งตั้งเพิ่มเติมตามความจำเป็น ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการโยกย้ายแต่งตั้งตามวาระปกติ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๑) (ข) ได้แก่ รองประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า สามารถสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ทุกตำแหน่งโดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๑) (ข) ได้แก่ รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และผู้พิพากษาศาลฎีกา หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าสามารถสับเปลี่ยนกับตำแหน่งตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) ได้แก่ ประธานศาลอุทธรณ์ และประธานศาลอุทธรณ์ภาค ได้ทุกตำแหน่งโดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๒) (ข) ได้แก่ รองประธานศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า สามารถสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ทุกตำแหน่งโดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๓) (ก) ได้แก่ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า สามารถสับเปลี่ยนตำแหน่งกันได้ทุกตำแหน่งโดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๒] การพิจารณาโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งในศาลจังหวัด ศาลแขวง ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในจังหวัดใด ให้คำนึงถึงลำดับอาวุโสและความเหมาะสมในจังหวัดนั้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙[๓] การแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลหรือผู้พิพากษาศาลชั้นต้นไปดำรงตำแหน่งในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาของผู้นั้นหรือของคู่สมรสจะกระทำมิได้ เว้นแต่ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงศาลจังหวัดซึ่งศาลตั้งอยู่ที่อำเภอ หรือกรณีมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งเป็นพิเศษเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐[๔] ให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลรับราชการในจังหวัดที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้จังหวัดละไม่เกินสี่ปี สำหรับผู้พิพากษาศาลชั้นต้นให้รับราชการในจังหวัดที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้จังหวัดละไม่เกินห้าปี โดยให้นับระยะเวลารวมถึงการช่วยราชการในจังหวัดนั้นด้วย[๕]

กรณีผู้ที่รับราชการในศาลแขวง ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด และศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวครบสองปี หากมีตำแหน่งในศาลจังหวัดว่างลงอาจได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งในศาลจังหวัด

สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการประธานศาลฎีกา รองเลขาธิการประธานศาลฎีกา เลขานุการและรองเลขานุการศาลสูง เลขานุการศาลชั้นต้น และเลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาค ให้มีวาระในการดำรงตำแหน่งทุกตำแหน่งดังกล่าวรวมกันไม่เกินสี่ปี

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ดำรงตำแหน่งในศาลภูมิภาคต้องรับราชการในศาลนั้นอย่างน้อยสองปีจึงจะได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายได้ เว้นแต่กรณีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ออกไปดำรงตำแหน่งในศาลภูมิภาคเป็นครั้งแรกให้ได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายได้เมื่อรับราชการในศาลนั้นครบหนึ่งปี หรือกรณีผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว หรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดซึ่งศาลตั้งอยู่ที่อำเภอของจังหวัดนั้นประสงค์จะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด ให้ได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายได้[๖]

การแต่งตั้งให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลไปดำรงตำแหน่งในศาลชั้นต้นในจังหวัดที่ผู้นั้นเคยดำรงตำแหน่งหรือเคยช่วยทำงานในตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลมาก่อนจะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่รับราชการในศาลภูมิภาคยังไม่ครบระยะเวลาตามข้อ ๒๑ หากมีความจำเป็นอาจได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายมารับราชการที่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครได้ แต่จะขอโยกย้ายไปรับราชการในศาลภูมิภาคอีกไม่ได้จนกว่าจะครบสี่ปี หรือจนกว่าจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่มีความจำเป็นและประสงค์ไม่ออกไปดำรงตำแหน่งในศาลภูมิภาคอาจได้รับการพิจารณาให้รับราชการที่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครได้ แต่จะขอโยกย้ายไปรับราชการในศาลภูมิภาคอีกไม่ได้จนกว่าจะครบสี่ปี หรือจนกว่าจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔[๗] ให้ผู้พิพากษาประจำศาลรับราชการที่ศาลชั้นต้นยกเว้นศาลแขวงตามระยะเวลาที่ ก.ต. เห็นสมควรกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การแต่งตั้งผู้พิพากษาอาวุโสไปดำรงตำแหน่งในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาของผู้นั้นหรือของคู่สมรสจะกระทำมิได้ เว้นแต่ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค หรือกรณีมีเหตุจำเป็นอย่างยิ่งเป็นพิเศษเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้พิพากษาอาวุโสให้รับราชการในจังหวัดที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้จังหวัดละไม่เกินห้าปี โดยให้นับระยะเวลารวมถึงการช่วยราชการในจังหวัดนั้นด้วย

ผู้พิพากษาอาวุโสให้รับราชการที่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑลได้ศาลละไม่เกินห้าปี โดยให้นับระยะเวลารวมถึงการช่วยราชการในศาลนั้นด้วย เว้นแต่ในศาลชำนัญพิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้พิพากษาอาวุโสที่ดำรงตำแหน่งในศาลภูมิภาคต้องรับราชการในศาลนั้นอย่างน้อยสองปี จึงจะได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายได้ เว้นแต่ในศาลกลุ่มพิเศษตามบัญชีลำดับศาลที่ ก.ต. กำหนด ให้ได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายได้เมื่อรับราชการในศาลนั้นครบหนึ่งปี

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้พิพากษาอาวุโสที่รับราชการในศาลภูมิภาคยังไม่ครบระยะเวลาตามข้อ ๒๗ หากมีความจำเป็นอาจได้รับการพิจารณาให้โยกย้ายมารับราชการที่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครได้ แต่จะขอโยกย้ายไปรับราชการในศาลภูมิภาคอีกไม่ได้จนกว่าจะครบสี่ปี เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในกรณีที่มีความเหมาะสมและเพื่อประโยชน์อย่างยิ่งแก่ราชการ ศาลยุติธรรม ก.ต. อาจมีมติด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ยกเว้นหลักเกณฑ์ในการโยกย้ายแต่งตั้งตามระเบียบนี้ได้

วิธีดำเนินการของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การพิจารณาของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลในเรื่องการแต่งตั้งและการเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) การแต่งตั้งประธานศาลฎีกาและผู้พิพากษาอาวุโส หรือตำแหน่งอื่นตามที่ก.ต. เห็นสมควรให้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลทุกชั้นศาล โดยให้ประธาน อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลผู้มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้เรียกประชุม

(๒) การเลื่อนตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลชั้นอุทธรณ์ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลฎีกาและการแต่งตั้งประธานศาลอุทธรณ์และประธานศาลอุทธรณ์ภาค ให้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา โดยให้ประธาน อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลนั้นผู้มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้เรียกประชุม

(๓) การเลื่อนตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาในศาลชั้นอุทธรณ์ให้เป็นการประชุมร่วมกันระหว่าง อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นโดยให้ประธาน อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลนั้นผู้มีอาวุโสสูงสุดเป็นผู้เรียกประชุม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การประชุมของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล หากมีข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ไม่ชัดเจน ที่ประชุมอาจเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้

ในกรณีที่มีการอภิปรายไปในทางที่เป็นผลร้ายแก่บุคคลใดจะต้องดำเนินการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนั้น รวมทั้งให้โอกาสบุคคลนั้นชี้แจงก่อน เว้นแต่จะปรากฏพยานหลักฐานเป็นที่ชัดแจ้งอยู่แล้ว

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลมีสิทธิแสวงหาข้อมูลในด้านต่าง ๆ ของบุคคลที่เลขานุการ ก.ต. เสนอชื่อเพื่อประกอบการพิจารณาได้

ให้เลขานุการ ก.ต. อำนวยความสะดวกแก่ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลในการที่จะเข้าตรวจดูข้อมูลภายในศาลยุติธรรม และให้ความร่วมมือในการให้ได้มาซึ่งข้อมูลภายนอกศาลยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในการประชุม อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล ให้อนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาลทุกคนลงความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่กับบุคคลที่เลขานุการ ก.ต. เสนอชื่อให้พิจารณาพร้อมระบุเหตุผลเพื่อประกอบการพิจารณาของ ก.ต.

อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลอาจเสนอข้อมูลของบุคคลอื่นที่เห็นว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมกว่าบุคคลที่เลขานุการ ก.ต. เสนอชื่อเพื่อประกอบการพิจารณาของ ก.ต. ด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้เลขานุการ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลจัดทำรายงานสรุปผลการพิจารณาของ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล โดยมีสาระสำคัญครบถ้วนเสนอต่อ ก.ต.

การเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า เมื่ออยู่ในชั้น ๒ มาครบห้าปีนับแต่วันที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นต่ำ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือตำแหน่งอื่นที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเมื่ออยู่ในชั้น ๓ ขั้นต่ำมาครบสามปีนับแต่วันที่ได้รับการเลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นต่ำตามข้อ ๓๕ แล้ว ให้เลขานุการ ก.ต. เสนอให้เลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นสูงสุดต่อ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลเพื่อจัดทำความเห็นประกอบการพิจารณาของ ก.ต. โดยเร็ว

การพิจารณาของ ก.ต. ตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณารายงานการประเมินบุคคลและการปฏิบัติราชการประจำปีของข้าราชการตุลาการผู้นั้นประกอบด้วย หากจะพิจารณาไม่ให้ผู้ใดเลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นสูงสุด ให้เลขานุการ ก.ต. ดำเนินการให้มีการสุ่มตัวอย่างผลงานการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้นั้นย้อนหลังไปไม่เกินสามปีมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

การประเมินสมรรถภาพของผู้พิพากษาอาวุโส

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้เลขานุการ ก.ต. จัดให้มีการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ รวมทั้งการประเมินบุคคลและผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิพากษาอาวุโสว่ามีความเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสต่อไปหรือไม่ โดยให้เสนอรายชื่อบุคคลให้ ก.ต. แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประเมินจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน ซึ่งในจำนวนนี้ต้องเป็นคณะกรรมการแพทย์จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน แล้วเสนอผลการประเมินต่อ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลทุกชั้นศาลเพื่อจัดทำความเห็นประกอบการพิจารณาของ ก.ต. ให้แล้วเสร็จก่อนวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้พิพากษาอาวุโสผู้นั้นจะมีอายุครบหกสิบห้าปีบริบูรณ์ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลตามแบบการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการตามข้อ ๑๒ มาใช้แก่การประเมินบุคคลของผู้พิพากษาอาวุโสด้วยโดยอนุโลม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ มิให้นำความในข้อ ๑๑ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๕

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

สันติ ทักราล

ประธานศาลฎีกา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑. การประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการประจำปี พ.ศ. ....

๒. มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖[๘]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗[๙]

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘[๑๐]

วิมล/ผู้จัดทำ

๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๗๕ ก/หน้า ๔/๘ สิงหาคม ๒๕๔๕

[๒] ข้อ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

[๓] ข้อ ๑๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๔] ข้อ ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

[๕] ข้อ ๒๐ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๖] ข้อ ๒๑ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๗] ข้อ ๒๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

[๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๓๕ ก/หน้า ๗/๒๙ เมษายน ๒๕๔๖

[๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๕๒/๒๒ มกราคม ๒๕๔๗

[๑๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๔๘/๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

39 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้งและการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2545 (ฉบับ Update ณ วันที่ 15/02/2548) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e59d3aefadcd27ad

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com