法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2547

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม

ว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี

ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์

ใกล้ชิดกับพยานในคดีอาญา

พ.ศ. ๒๕๔๗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“คำขอ” หมายความว่า คำขอรับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคุ้มครองพยาน และหมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการคุ้มครองพยานตามคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยานในคดีอาญาและผู้ใกล้ชิด

“ผู้มีสิทธิยื่นคำขอ” หมายความว่า พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ทายาทโดยธรรมของพยานที่พยานเกิดความเสียหายแก่ชีวิต และหมายความรวมถึง พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญาพนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา

“บุคคลอื่นยื่นคำขอแทน” หมายความว่า ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล ในกรณีผู้มีสิทธิยื่นคำขอเป็นผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถแล้วแต่กรณี ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามี ภริยา หรือบุคคลอื่นที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นหนังสือจากผู้มีสิทธิยื่นคำขอ

“พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา” หมายความว่า เจ้าพนักงานตำรวจ หรือเจ้าพนักงานอื่นที่มีกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสืบสวนคดีอาญา

“พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา” หมายความว่า พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานอื่นที่มีกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวนคดีอาญา

“พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา” หมายความว่า พนักงานอัยการ หรือเจ้าพนักงานอื่นที่มีกฎหมายกำหนดให้มีอำนาจและหน้าที่ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามระเบียบนี้

ค่าตอบแทน

ค่าตอบแทนแก่พยานที่มาให้ข้อเท็จจริง หรือเบิกความในคดีอาญา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ พยานที่ได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หรือเบิกความต่อศาลแล้วมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนที่จำเป็นและสมควร ตามอัตราที่กำหนดในระเบียบนี้

ในส่วนของพยานที่ได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาและพนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา จะมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเฉพาะพยานที่ระบุไว้ในสำนวนการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในคดีความผิดต่อส่วนตัวซึ่งผู้เสียหายเป็นโจทก์ พยานโจทก์หรือพยานจำเลยอาจได้รับค่าตอบแทนตามอัตราที่กำหนดในระเบียบนี้ ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลพินิจของศาล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ค่าตอบแทนตามข้อ ๖ และ ข้อ ๗ ให้จ่ายในอัตรา ดังต่อไปนี้

(๑) พยานผู้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตจังหวัดที่มาให้ข้อเท็จจริงยังที่ทำการพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หรือศาลได้รับค่าตอบแทนครั้งละสองร้อยบาท

(๒) พยานผู้ที่มีที่พักอาศัยอยู่นอกเขตจังหวัดที่เดินทางมาให้ข้อเท็จจริงยังที่ทำการพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาหรือศาล ได้รับค่าตอบแทนครั้งละห้าร้อยบาท

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ พยานที่พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หรือศาล เห็นว่าสามารถให้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่คดี ให้หัวหน้าส่วนราชการของพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนหรือสอบสวนคดีอาญาหรือพนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายหรือศาล แล้วแต่กรณี เป็นผู้ใช้ดุลพินิจสั่งจ่ายค่าตอบแทน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามอัตราที่กำหนดไว้ใน ข้อ ๘

การจ่ายเงินต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินตามระเบียบของทางราชการไว้ เพื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ

ค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี

ผู้สืบสันดานของพยาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีเกิดความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ชื่อเสียง ทรัพย์สินหรือสิทธิ อย่างหนึ่งอย่างใดของพยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน เพราะมีการกระทำผิดอาญาโดยเจตนา เนื่องจากการที่พยานจะมา หรือได้มาเป็นพยาน บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนที่จำเป็นและสมควร ทั้งนี้ ตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่ง ไม่ให้ความยินยอมในการรับความคุ้มครองพยานตามมาตรการที่สำนักงานกำหนด ตามมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๙ หรือมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ แล้วแต่กรณี บุคคลดังกล่าวไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น นับแต่การไม่ให้ความยินยอม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้มีสิทธิยื่นคำขอต้องยื่นคำขอตามแบบพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่สำนักงานคุ้มครองพยานกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอไม่สามารถมายื่นคำขอได้ด้วยตนเองอาจให้บุคคลอื่นยื่นคำขอแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการพิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยานในคดีอาญาและผู้ใกล้ชิด” ประกอบด้วย อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพหรือรองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพที่อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพมอบหมายเป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกระทรวงกลาโหม ผู้แทนกรมการปกครอง เป็นกรรมการ และผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองพยาน เป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่พิจารณาการจ่ายค่าตอบแทนความเสียหายแก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สุดและให้มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อได้รับคำร้องแล้ว ให้สำนักงานคุ้มครองพยานตรวจสอบคำขอและข้อเท็จจริงให้เสร็จสิ้นโดยเร็วและส่งให้คณะกรรมการพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การพิจารณาของคณะกรรมการ อาจให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอมาให้ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหรือให้มีการสอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้สำนักงานคุ้มครองพยานแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้แก่ผู้ยื่นคำขอทราบโดยเร็ว

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิยื่นคำขอไม่พอใจในคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ผู้มีสิทธิยื่นคำขออาจใช้สิทธิอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ในหมวด ๕ ว่าด้วยการอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการพิจารณาจ่ายค่าตอบแทน ให้คำนึงถึงพฤติการณ์ และความร้ายแรงของการกระทำความผิดและสภาพความเสียหายที่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานได้รับ รวมถึงโอกาสที่จะได้รับการบรรเทาความเสียหายโดยทางอื่นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้สำนักงานคุ้มครองพยานจ่ายค่าตอบแทนให้แก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานในอัตรา ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีเกิดความเสียหายแก่ชีวิต

(ก) ค่าตอบแทนตั้งแต่สามหมื่นบาทแต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท

(ข) ค่าจัดการศพ สองหมื่นบาท

(ค) ค่าขาดอุปการะเลี้ยงดูตามพฤติการณ์ในขณะที่เสียชีวิต ไม่เกินสามหมื่นบาท

(ง) ค่าอุปการะด้านการศึกษาแก่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของพยานให้จ่ายเป็นรายเดือน ๆ ละไม่เกินสามพันบาทจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ เว้นแต่เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษา หรือเทียบเท่าจนถึงระดับปริญญาตรีในประเทศ ให้ได้รับการอุปการะต่อไปจนถึงอายุไม่เกินยี่สิบห้าปีบริบูรณ์

(๒) กรณีเกิดความเสียหายแก่ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ

(ก) ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินสามหมื่นบาท

(ข) ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ ให้จ่ายเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินห้าหมื่นบาท

(ค) ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างการรักษาพยาบาลให้จ่ายในอัตราวันละไม่เกินสองร้อยบาท นับแต่วันที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ

(ง) ค่าเสียหายอื่นนอกจากที่กล่าวข้างต้น ให้จ่ายตามจำนวนที่สมควรแต่ไม่เกินสามหมื่นบาท

(๓) กรณีเกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดให้จ่ายตามที่สามารถประเมินหรือเทียบเคียงได้แต่ไม่เกินห้าหมื่นบาท หากความเสียหายนั้นเป็นผลโดยตรงจากการกระทำผิดอาญาโดยเจตนา

การจ่ายเงินต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินตามระเบียบของทางราชการไว้เพื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ

ค่าใช้จ่าย

ค่าใช้จ่ายตามมาตรการทั่วไปในการคุ้มครองพยาน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา ศาล หรือสำนักงานคุ้มครองพยาน ได้จัดให้พยานอยู่ในความคุ้มครองตามที่เห็นเป็นการสมควร หรือเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจหรือเจ้าหน้าที่อื่นช่วยให้ความคุ้มครองแก่พยานตามที่บุคคลดังกล่าวได้ร้องขอแล้วมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานเบิกจ่ายได้ตามอัตรา ดังต่อไปนี้

(ก) พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน

(๑) ค่าที่พักอาศัยอันเนื่องมาจากการคุ้มครองพยาน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินห้องละแปดร้อยบาทต่อวัน

(๒) ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ให้เบิกจ่ายได้ในอัตราคนละสองร้อยบาทต่อวัน

(๓) ค่าเลี้ยงชีพที่สมควรอันเนื่องมาจากการขาดประโยชน์ทำมาหาได้ ให้เบิกจ่ายได้ในอัตราคนละสองร้อยบาทต่อวัน

(ข) เจ้าหน้าที่ที่คุ้มครองความปลอดภัย

(๑) ค่าที่พักอาศัยอันเนื่องมาจากการคุ้มครองพยาน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินห้องละแปดร้อยบาทต่อวัน

(๒) ค่าดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่คุ้มครองความปลอดภัยที่ต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่าสิบสองชั่วโมง ให้เบิกจ่ายในอัตราเหมาจ่ายคนละสองร้อยบาทต่อวัน

(๓) ค่าใช้จ่ายในกรณีที่ต้องจัดให้มีการปกปิดมิให้เปิดเผยชื่อตัว ชื่อสกุล ที่อยู่ ภาพหรือข้อมูลอย่างอื่นที่สามารถระบุตัวพยานได้ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้หัวหน้าส่วนราชการของหน่วยงานที่ดำเนินการคุ้มครองพยานตามมาตรการทั่วไปหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการสั่งจ่ายค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้โดยต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินตามระเบียบของทางราชการไว้ เพื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ เว้นแต่ กรณีที่เป็นความลับให้สำนักงานเจรจาเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินต่อไป

ค่าใช้จ่ายตามมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อสำนักงานคุ้มครองพยานดำเนินการเพื่อคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษให้เบิกค่าใช้จ่ายในการคุ้มครองพยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยาน หรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานได้ตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ค่าใช้จ่ายตามมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยาน เบิกจ่ายได้ตามอัตรา ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าใช้จ่ายในการย้ายที่อยู่ หรือจัดหาที่พักอันเหมาะสม ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

(๒) ค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าเลี้ยงชีพที่สมควรแก่พยานหรือบุคคลที่อยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของพยาน ให้เบิกจ่ายได้ไม่เกินคนละสองร้อยบาทต่อวัน

(๓) ค่าใช้จ่ายในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุลและหลักฐานทางทะเบียนที่สามารถระบุตัวพยาน รวมทั้งการดำเนินการเพื่อกลับคืนสู่ฐานะเดิมตามคำขอของพยาน ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

(๔) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อให้มีอาชีพ หรือให้มีการศึกษาอบรม หรือดำเนินการใดเพื่อให้พยานสามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามที่เหมาะสม ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

(๕) ค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือเรียกร้องสิทธิที่พยานพึงได้รับ ให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

(๖) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยในระยะเวลาไม่ต่ำกว่าสิบสองชั่วโมง ให้เบิกจ่ายให้เจ้าหน้าที่ที่ช่วยให้ความคุ้มครองตามจำเป็นในอัตราเหมาจ่าย แต่ไม่เกินคนละสองร้อยบาทต่อวัน

(๗) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอื่นใดให้พยานได้รับความช่วยเหลือ หรือได้รับความคุ้มครองตามที่เห็นสมควร เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้หัวหน้าส่วนราชการของหน่วยงานที่ดำเนินการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ใช้ดุลพินิจในการสั่งจ่ายค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้โดยมีหลักฐานการจ่ายเงินตามระเบียบของทางราชการไว้ เพื่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบเว้นแต่ กรณีที่เป็นความลับให้สำนักงานเจรจาเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินต่อไป

การตรวจสอบการเบิกจ่าย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้การดำเนินการอันเกี่ยวกับการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายตามระเบียบนี้เป็นความลับและให้การตรวจสอบการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายดังกล่าวกระทำได้แต่โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สามารถเข้าถึงชั้นความลับได้เท่านั้น

ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗

พงศ์เทพ เทพกาญจนา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ศุภกรณ/ผู้จัดทำ

๓ ธันวาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๑๒๑ ง/หน้า ๑๔/๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๗

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยาน สามี ภริยา ผู้บุพการี ผู้สืบสันดานของพยานหรือบุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2547 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e65dbbc9f7532da6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com