ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกส. 13/2562
เรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ
ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ในสภาวะปัจจุบันระบบสถาบันการเงินมีการแข่งขันสูง และธุรกรรมต่าง ๆ ได้มีวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว มีความซับซ้อนและความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น กรรมการและผู้บริหารระดับสูงของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งมีการทําธุรกรรมทางด้านการเงินใกล้เคียงกับธนาคารพาณิชย์แต่อาจแตกต่างตามประเภทของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น จึงจําเป็นต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสมทั้งในด้านจริยธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และความรู้ความสามารถในการบริหารจัดการและควบคุมการดําเนินงาน ตลอดจนการกํากับดูแลให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่กําหนดไว้ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของสถาบันการเงินเฉพาะกิจและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders)
ในการออกประกาศฉบับนี้เพื่ออ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากหลักเกณฑ์เดิม ซึ่งกําหนดให้บุคคลที่ดํารงตําแหน่งกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน เหมาะสม และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดไว้ตามกฎหมายจัดตั้งของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น ๆ กฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการกํากับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดเพิ่มในประกาศฉบับนี้ตลอดระยะเวลาที่ดํารงตําแหน่ง
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 120/1 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามความในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ประกาศที่ยกเลิก
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส. 4/2559 เรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2559
อื่นๆ - 4. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"สถาบันการเงินเฉพาะกิจ" หมายความว่า สถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
"กรรมการที่เป็นผู้บริหาร" หมายความว่า
(1) กรรมการที่ทําหน้าที่บริหารงานในตําแหน่งผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการหรือผู้ซึ่งมีตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่น
(2) กรรมการที่ทําหน้าที่รับผิดชอบในการดําเนินการหรือมีส่วนร่วมในการบริหารงานใด ๆ เยี่ยงผู้บริหาร และให้หมายความรวมถึงกรรมการที่เป็นสมาชิกของคณะกรรมการบริหาร(Executive Committee)1
(3) กรรมการที่มีอํานาจลงนามผูกพัน เว้นแต่เป็นการลงนามผูกพันตามรายการที่คณะกรรมการมีมติอนุมัติไว้แล้วเป็นรายกรณี และเป็นการลงนามร่วมกับกรรมการรายอื่น
"ที่ปรึกษา" หมายความว่า บุคคลที่เป็นที่ปรึกษาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ หรือบุคคลที่อาจทําหน้าที่เปรียบเสมือนกรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ หรือผู้ช่วยผู้จัดการ แต่เพียงใช้ชื่อว่าเป็นที่ปรึกษาเท่านั้น รวมไปถึงบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว แต่เรียกชื่ออย่างอื่นด้วย อย่างไรก็ตามไม่รวมถึงบุคคลที่รับจ้างทํางานให้แก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยมีลักษณะของงานที่ใช้ความรู้ความสามารถพิเศษด้านเทคนิค หรือใช้ความชํานาญเฉพาะด้าน เช่น ที่ปรึกษางานบัญชี ที่ปรึกษากฎหมายที่ปรึกษาเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ปรึกษาด้านภาษี ที่ปรึกษาด้านภาษา ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารองค์กรที่ปรึกษาด้านประกันภัย ที่ปรึกษาด้านแบบจําลองเชิงปริมาณขั้นสูง เป็นต้น
"กรรมการโดยตําแหน่ง" หมายความว่า กรรมการที่เป็นผู้แทนจากหน่วยงานตามที่กฎหมายจัดตั้งของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่งกําหนด และให้หมายความรวมถึงกรรมการที่เป็นผู้แทนจากหน่วยงานราชการด้วย
5.2 คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่งผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องมีคุณสมบัติและความสามารถที่เหมาะสม (Fit and Proper) โดยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในกฎหมาย ดังต่อไปนี้
(1) กฎหมายจัดตั้งของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่ง
(2) กฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสําหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
(3) กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาการกํากับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ และ
(4) กฎหมายและหลักเกณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
รวมทั้งต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
5.2.1 ลักษณะต้องห้ามทั่วไป
(1) เป็นบุคคลล้มละลายหรือพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายมาแล้วไม่ถึงห้าปี
(2) เคยต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทําโดยทุจริต ไม่ว่าจะมีการรอการลงโทษหรือไม่ก็ตาม
(3) เคยถูกลงโทษไล่ออกหรือปลดออกจากราชการ องค์การ หรือหน่วยงานของรัฐฐานทุจริตต่อหน้าที่
(4) เคยเป็นผู้มีอํานาจในการจัดการซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในขณะที่สถาบันการเงินหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(5) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงิน ตามมาตรา 89 (3) หรือมาตรา 90 (4) แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 หรือเคยถูกถอดถอนจากการเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือบริษัทหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(6) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ พนักงาน หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยในเวลาเดียวกัน เว้นแต่ได้รับยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(7) เป็นผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการ นอกเหนือจากตําแหน่งกรรมการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น เว้นแต่เป็นกรณีที่ได้รับยกเว้นตามข้อ 5.3
(8) เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่นใดตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนดในข้อ 5.2.2 (2) (2.1)
(9) เป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย หรือเป็นผู้ที่พ้นจากการเป็นพนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่ครบ 1 ปี ในตําแหน่งผู้ช่วยผู้ว่าการขึ้นไปหรือตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นของส่วนงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใด หรือในตําแหน่งผู้อํานวยการอาวุโสหรือตําแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นในสายงานที่มีอํานาจในการตัดสินใจกําหนดนโยบายกํากับดูแลหรือการกํากับตรวจสอบสถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
5.2.2 ลักษณะต้องห้ามเพิ่มเติม ที่กําหนดตามหลักการ 3 ด้านหลัก ได้แก่ (1) ด้านความซื่อสัตย์ สุจริต และชื่อเสียง (2) ด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ และ (3) ด้านสถานะทางการเงิน ดังต่อไปนี้
(1) ด้านความซื่อสัตย์ สุจริต และชื่อเสียง (Honesty, Integrity and Reputation)
กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการและที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวกับประเด็นความซื่อสัตย์สุจริต และชื่อเสียง ดังต่อไปนี้
(1.1) เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือผู้มีอํานาจตามกฎหมายจัดตั้ง สั่งถอดถอนจากการเป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือบริษัทหลักทรัพย์ใดมาก่อน เว้นแต่จะพ้นระยะเวลาที่กําหนดห้ามดํารงตําแหน่งดังกล่าวแล้ว หรือได้รับการยกเว้นจากธนาคารแห่งประเทศไทย
(1.2) เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ผู้มีอํานาจตามกฎหมายจัดตั้ง หรือหน่วยงานของรัฐ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่กํากับและควบคุมสถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวโทษ ร้องทุกข์ หรือกําลังถูกดําเนินคดี ในความผิดฐานฉ้อโกงหรือทุจริต ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของสถาบันการเงิน หลักทรัพย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และกฎหมายอื่น ๆ เว้นแต่ปรากฏว่าคดีถึงที่สุดโดยไม่มีความผิด
(1.3) เคยถูกหน่วยงานอื่นของรัฐ ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากที่ระบุใน (1.2) กล่าวโทษ ร้องทุกข์ หรือกําลังถูกดําเนินคดี ในความผิดฐานฉ้อโกง หรือทุจริตทางการเงินเว้นแต่ปรากฎว่าคดีถึงที่สุดโดยไม่มีความผิด
(1.4) มีหรือเคยมีส่วนร่วมในการประกอบธุรกิจหรือการดําเนินการใด ๆที่ผิดกฎหมาย หรือที่มีลักษณะเป็นการหลอกลวงผู้อื่นหรือประชาชน
(1.5) มีหรือเคยมีประวัติส่วนตัวหรือพฤติกรรมที่เป็นการกระทําอันไม่เป็นธรรมหรือเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น
(1.6) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการทํางานอันส่อไปในทางไม่สุจริตหรือฉ้อฉล หรือมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนให้เกิดการกระทําดังกล่าวของบุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงการเลือกปฏิบัติการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง หรือการเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งของผลประโยชน์ (Conflict of Interest)
(1.7) มีหรือเคยมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการละเลยการตรวจสอบดูแลหรือการปฏิบัติงานที่พึงกระทําตามสมควรเยี่ยงกรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งทําให้สถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจอื่น รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ฝ่าฝืนกฎหมายกฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ คู่มือการปฏิบัติงานภายใน ตลอดจนมติของคณะกรรมการ หรือมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพิจารณาสินเชื่อหรือการตัดสินใจลงทุน หรือมีการดําเนินการอื่นใดอันเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในธุรกิจสถาบันการเงิน หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ความเสียหายต่อชื่อเสียง ฐานะ หรือการดําเนินธุรกิจของสถาบันการเงินหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสําคัญ เช่น ทําให้การดํารงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง ( BIS Ratio ต่ํากว่าที่กฎหมายกําหนด หรือทําให้ไม่สามารถดํารงสินทรัพย์สภาพคล่องได้ตามที่กฎหมายกําหนด ซึ่งรวมถึงความเสียหายต่อลูกค้าของสถาบันการเงินหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย อย่างมีนัยสําคัญ
(2) ด้านความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ (Competence, Capability and Experiences)
กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการและที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่จําเป็นและเหมาะสมกับตําแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบในระดับที่ผู้ประกอบวิชาชีพการเงินการธนาคารพึงมีและต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(2.1) เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอื่น ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต นอกเหนือจากตําแหน่งที่กําหนดในข้อ 5.2.1 (8) ทั้งนี้ ให้รวมถึงตําแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี หรือผู้ช่วยรัฐมนตรี ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี
(2.2) มีหรือเคยมีการทํางานที่แสดงถึงการขาดมาตรฐานทางบัญชีมาตรฐานการบริหารความเสี่ยง หรือมาตรฐานทางวิชาชีพอื่น ๆ ในการดําเนินธุรกิจ ซึ่งกําหนดโดยหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานกําหนดมาตรฐานอื่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น การอําพรางฐานะทางการเงินหรือผลการดําเนินงานที่แท้จริง การจงใจหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลในประเด็นอันเป็นสาระสําคัญ การถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
(3) ด้านสถานะทางการเงิน (Financial Soundness)
กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการและที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวกับประเด็นด้านสถานะทางการเงิน กล่าวคือ ต้องไม่มีปัญหาในการชําระเงินต้น ดอกเบี้ย หรือรายได้ทางการเงินอื่นที่เทียบเท่าดอกเบี้ย หรือเข้าข่ายจัดชั้นเป็นลูกหนี้ชั้นต่ํากว่ามาตรฐาน ชั้นสงสัย ชั้นสงสัยจะสูญ หรือสูญ กับสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ รวมทั้งธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือบริษัทที่ให้สินเชื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ
5.3 ข้อยกเว้นเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในข้อ 5.2.1 (7)
ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดข้อยกเว้นเกี่ยวกับลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5.2.1 (7) ดังนี้
5.3.1 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ผู้จัดการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพ้นอยู่กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นกรรมการและที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ แต่การดํารงตําแหน่งดังกล่าวต้องไม่ใช่กรรมการที่เป็นผู้บริหาร
5.3.2 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ผู้จัดการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพ้นอยู่กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และเป็นบริษัทลูกของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น หรือบริษัทที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือหุ้นเพื่อการดําเนินการตามวัตถุประสงค์ตามพันธกิจ สามารถเป็นหรือทําหน้าที่กรรมการ ผู้จัดการผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นได้
5.3.3 โดยอาจมีกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความจําเป็นจะต้องส่งกรรมการผู้จัดการ หรือผู้มีอํานาจในการจัดการ เข้าไปกํากับดูแลบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่อยู่ในระหว่างการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ จึงสมควรอนุญาตให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถส่งกรรมการ ผู้จัดการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการ ไปเป็นผู้จัดการหรือผู้มีอํานาจในการจัดการ ของบริษัทที่ได้รับสินเชื่อหรือได้รับการค้ําประกันหรืออาวัลหรือมีภาระผูกพันอยู่กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจนั้นและเป็นบริษัทที่อยู่ในระหว่างปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ เพราะเหตุแห่งความจําเป็นที่จะต้องกํากับดูแลลูกหนี้ดังกล่าวตามที่กล่าวมาข้างต้น
5.4 การแจ้งการเปลี่ยนแปลงกรรมการ กรรมการที่เป็นผู้บริหาร ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ในกรณีที่ประธานกรรมการ กรรมการโดยตําแหน่ง กรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ พ้นจากตําแหน่งตามวาระ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ลาออก ตาย หรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ในตําแหน่งงานระดับเดียวกัน สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นหนังสือให้ฝ่ายกํากับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ สายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ตามแบบรายงานการเปลี่ยนแปลงตามเอกสารแนบ
อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล
สําหรับกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการและที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่ดํารงตําแหน่งอยู่ในปัจจุบันก่อนวันที่ 1 มกราคม 2560 ให้ยังคงดํารงตําแหน่งต่อไปได้จนครบวาระ อย่างไรก็ตาม หากปรากฎในภายหลังว่าบุคคลดังกล่าวขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการที่ไม่ใช่กรรมการโดยตําแหน่ง ผู้จัดการ ผู้มีอํานาจในการจัดการ และที่ปรึกษา ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้บุคคลดังกล่าวรายงานต่อประธานกรรมการ หน่วยงานที่ทําหน้าที่เจ้าของ และธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ทราบ และให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจดําเนินการถอดถอนบุคคลดังกล่าวออกจากตําแหน่ง
อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน 2562
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย