法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2556 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช.

เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม

พ.ศ. 2556

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ประกอบกับข้อ 16 ของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2555 ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 498 - 63/2556 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2556 จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2556”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรมตามประกาศฉบับนี้ หมายถึง ตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรมที่กําหนดไว้ในข้อ 9 ของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของสํานักงาน ป.ป.ช. พ.ศ. 2555

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม แบ่งเป็น 3 กรณี ดังนี้

(1) กรณีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหารงานยุติธรรม

(2) กรณีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการยุติธรรม

(3) กรณีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้และให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นผู้มีอํานาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่จะเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสําหรับตําแหน่งที่จะแต่งตั้งตามที่กําหนดไว้ในมาตรฐานกําหนดตําแหน่ง

(2) มีประสบการณ์ในการไต่สวนและวินิจฉัยคดี หรือการให้ความเห็นทางกฎหมายโดยได้รับการรับรองจากผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานในระดับไม่ต่ํากว่าผู้อํานวยการ ว่าเป็นผู้มีความรู้ ความชํานาญ หรือความเชี่ยวชาญ และปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกําหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประสบการณ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 6 (2) ต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) งานด้านการไต่สวน ได้แก่ งานทําสํานวนการไต่สวน สํานวนการสอบสวนหรือสํานวนการสืบสวน การรับเรื่องร้องเรียนหรือเรื่องร้องทุกข์ การตรวจสอบหรือไต่สวน การสืบสวนและการสอบสวนที่ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ที่กฎหมายระดับพระราชบัญญัติได้บัญญัติไว้

(2) งานด้านวินิจฉัยคดี ได้แก่ การดําเนินคดีอาญา ซึ่งเป็นงานที่ผู้ปฏิบัติต้องดําเนินการแทนรัฐและหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นโจทก์และจําเลยในคดีอาญา โดยเป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พยานหลักฐานเพื่อดําเนินคดีเองหรือเพื่อประสานงานกับพนักงานอัยการการดําเนินคดีแพ่งที่ได้รับมอบหมายให้มีอํานาจหน้าที่ในการดําเนินคดีในศาลแทนรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งเป็นโจทก์หรือจําเลยเนื่องจากกระทําไปตามอํานาจหน้าที่ หรือเป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย พยานหลักฐาน เพื่อทําคําฟ้อง คําให้การ คําอุทธรณ์ หรือฎีกาเองหรือเพื่อประสานงานกับพนักงานอัยการหรือทนายความเพื่อดําเนินการดังกล่าว และหมายรวมถึงการดําเนินคดีปกครองในศาลปกครองคดีในศาลรัฐธรรมนูญ และศาลอื่นตามกฎหมายวิธีพิจารณาความของศาลนั้น ๆ

(3) งานด้านการให้ความเห็นทางกฎหมาย ได้แก่ งานที่ผู้ปฏิบัติงานต้องดําเนินการศึกษาวิเคราะห์ข้อเท็จจริง วินิจฉัยข้อกฎหมายเพื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับการตรากฎหมาย การตีความบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การยกร่าง ปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย หรือการอื่นใดในทํานองเดียวกัน ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้ทางวิชาการด้านกฎหมาย มีความสําคัญต่อการปฏิบัติราชการ และมีผลกระทบต่อสิทธิ หน้าที่ และเสรีภาพของเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชน รวมถึงงานสรุป วิเคราะห์และเสนอความเห็นทางกฎหมายหรือความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมาย กฎ ประกาศระเบียบ ข้อบังคับ สนธิสัญญา ข้อตกลง หรือความร่วมมือระหว่างประเทศต่อคณะรัฐมนตรีคณะกรรมการ หรือผู้มีอํานาจตัดสินใจหรือวินิจฉัยชี้ขาดทางกฎหมาย

(4) งานอย่างอื่นที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพิจารณาเป็นรายกรณีแล้วเห็นว่าเป็นงานลักษณะเดียวกับ (1) (2) หรือ (3)

ส่วน ๑ การคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหารงานยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อดําเนินการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหารงานยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการคัดเลือกดําเนินการ ดังนี้

(1) กําหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกและประเมินข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ให้เหมาะสมกับตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง โดยหลักเกณฑ์การคัดเลือกและประเมินข้าราชการดังกล่าวต้องประกาศให้ทราบทั่วกันก่อนการดําเนินการคัดเลือก ทั้งนี้ การกําหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกและประเมินให้พิจารณาถึงคุณลักษณะที่จําเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานในตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง และให้คํานึงถึงเรื่อง ดังต่อไปนี้

(ก) ความรู้เกี่ยวกับระบบกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตและความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่จําเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ

(ข) ความรู้ทางทฤษฎีหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับหลักการดําเนินคดีอาญา ระบบไต่สวน การให้ความเห็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง การชั่งน้ําหนักพยานหลักฐาน การดําเนินคดีในศาล การตีความกฎหมาย และระบบการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ

(ค) ความสามารถในการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน

(ง) ความสามารถและทักษะในด้านกฎหมาย การไต่สวน และวินิจฉัยคดี

(จ) ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการไต่สวนและการสรุปสํานวน พร้อมทั้งความเห็นประกอบเหตุผลในสํานวน

(ฉ) ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในศาลแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเกี่ยวกับการว่าความและดําเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาล

(2) คัดเลือกและประเมินข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่มีความเหมาะสมกับตําแหน่งโดยพิจารณาเทียบข้อมูลบุคคลของผู้เข้ารับการคัดเลือกทุกคน เช่น คุณสมบัติ ผลงานสมรรถนะทางการบริหาร ความประพฤติ ประวัติการรับราชการของแต่ละคนกับหน้าที่ความรับผิดชอบและความรู้ความสามารถที่ต้องการของตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง และอาจกําหนดให้มีวิธีการอื่นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกด้วยก็ได้ เช่น การสัมภาษณ์ การประเมินผลงาน หรือข้อเสนอวิสัยทัศน์ในการพัฒนางาน เป็นต้น รวมทั้งอาจตั้งกรรมการหรือเจ้าหน้าที่เพื่อดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตามความจําเป็น สํานักงานคณะกรรมการ

(3) เสนอผลการคัดเลือกพร้อมทั้งเหตุผลในการพิจารณาต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อรับทราบและให้ความเห็นประกอบ จากนั้น เสนอผลการคัดเลือกดังกล่าวต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม

(4) การพิจารณาให้ความเห็นชอบและแต่งตั้ง ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาความเห็นของคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ประกอบด้วย หากเห็นว่ายังมีเหตุผลหรือข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการคัดเลือกควรพิจารณาอีก ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งเรื่องกลับไปให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาใหม่อีกครั้ง โดยผลการคัดเลือกครั้งใหม่ให้ดําเนินการตาม (3)

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหารงานยุติธรรมที่ว่างลง ให้คณะกรรมการคัดเลือกดําเนินการตามข้อ 9

ส่วน ๒ การคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อดําเนินการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการคัดเลือกดําเนินการ ดังนี้

(1) กําหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกและประเมินข้าราชการให้เหมาะสมกับตําแหน่งที่จะแต่งตั้งโดยหลักเกณฑ์การคัดเลือกและประเมินดังกล่าวต้องประกาศให้ทราบทั่วกันก่อนการดําเนินการคัดเลือก ทั้งนี้ การกําหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกและประเมินให้พิจารณาถึงคุณลักษณะที่จําเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติงานในตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง และให้คํานึงถึงเรื่อง ดังต่อไปนี้

(ก) ความรู้เกี่ยวกับระบบกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตและความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่จําเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ

(ข) ความรู้ทางทฤษฎีหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับหลักการดําเนินคดีอาญา ระบบไต่สวนการให้ความเห็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง การชั่งน้ําหนักพยานหลักฐาน การดําเนินคดีในศาล การตีความกฎหมาย และระบบการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ

(ค) ความสามารถในการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน

(ง) ความสามารถและทักษะในด้านกฎหมาย การไต่สวน และวินิจฉัยคดี

(จ) ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการไต่สวนและการสรุปสํานวน พร้อมทั้งความเห็นประกอบเหตุผลในสํานวน

(ฉ) ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในศาลแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเกี่ยวกับการว่าความและดําเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาล

(2) คัดเลือกและประเมินข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่มีความเหมาะสมกับตําแหน่งโดยพิจารณาเทียบข้อมูลบุคคลของผู้เข้ารับการคัดเลือกทุกคน เช่น คุณสมบัติ ผลงานสมรรถนะทางการบริหาร ความประพฤติ ประวัติการรับราชการของแต่ละคนกับหน้าที่ความรับผิดชอบและความรู้ความสามารถที่ต้องการของตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง และอาจกําหนดให้มีวิธีการอื่นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกด้วยก็ได้ เช่น การสัมภาษณ์ การประเมินผลงาน หรือข้อเสนอ วิสัยทัศน์ในการพัฒนางาน เป็นต้น รวมทั้งอาจตั้งกรรมการหรือเจ้าหน้าที่เพื่อดําเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ตามความจําเป็น

(3) เสนอผลการคัดเลือกพร้อมทั้งเหตุผลในการพิจารณาต่อคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อรับทราบและให้ความเห็นประกอบ จากนั้น เสนอผลการคัดเลือกดังกล่าวต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม

(4) การพิจารณาให้ความเห็นชอบและแต่งตั้ง ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาความเห็นของคณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ประกอบด้วย หากเห็นว่ายังมีเหตุผลหรือข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการคัดเลือกควรพิจารณาอีก ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งเรื่องกลับไปให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาใหม่อีกครั้ง โดยผลการคัดเลือกครั้งใหม่ให้ดําเนินการตามข้อ (3)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการยุติธรรมที่ว่างลง ให้คณะกรรมการคัดเลือกดําเนินการตามข้อ 12

ส่วน ๓ การคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อดําเนินการคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้คณะกรรมการคัดเลือก ดําเนินการ ดังนี้

(1) กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกโดยต้องประกาศให้ทราบทั่วกันก่อนการดําเนินการคัดเลือก การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกให้กําหนดให้เหมาะสมกับตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง เช่น วิธีการทดสอบความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจกฎหมาย ขอบเขตเนื้อหาวิชาที่สอบลักษณะของข้อสอบ จํานวนข้อสอบ เกณฑ์การผ่านและไม่ผ่าน กรรมการออกข้อสอบ กรรมการตรวจคะแนนกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ดําเนินการในเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง วางแผนการดําเนินการคัดเลือกรวมทั้งการให้คําปรึกษาแนะนําและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการดําเนินการดังกล่าว และดําเนินการใด ๆ เพื่อให้การดําเนินการคัดเลือกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เหมาะสม และตรงตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กําหนด

(2) คัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่มีความเหมาะสมกับตําแหน่ง โดยการทดสอบความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจกฎหมายตามลักษณะงานและหน้าที่ความรับผิดชอบที่กําหนดไว้ในมาตรฐานกําหนดตําแหน่ง ด้วยวิธีการสอบข้อเขียน การอบรมและการทดสอบความรู้ในหลักสูตรการศึกษาสําหรับตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม และอาจกําหนดให้มีวิธีการอื่นเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือกด้วยก็ได้ เช่น การสัมภาษณ์ การทดสอบการปฏิบัติงาน เป็นต้น ทั้งนี้ การทดสอบดังกล่าวต้องคํานึงถึงเรื่อง ดังต่อไปนี้

(ก) ความรู้เกี่ยวกับระบบกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตและความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่จําเป็นต้องใช้ในการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ

(ข) ความรู้ทางทฤษฎีหรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวกับหลักการดําเนินคดีอาญา ระบบไต่สวน การให้ความเห็นกฎหมายที่เกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง การชั่งน้ําหนักพยานหลักฐาน การดําเนินคดีในศาล การตีความกฎหมาย และระบบการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ

(ค) ความสามารถในการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน

(ง) ความสามารถและทักษะในด้านกฎหมาย การไต่สวนและวินิจฉัยคดี

(จ) ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการไต่สวนและการสรุปสํานวนพร้อมทั้งความเห็นประกอบเหตุผลในสํานวน

(ฉ) ประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในศาลแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเกี่ยวกับการว่าความและดําเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาล

(3) คณะกรรมการคัดเลือกเสนอผลการทดสอบต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กรณีที่มีตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรมว่าง ให้คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณาวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรมที่ว่างอยู่ดังกล่าว โดยกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดําเนินการแยกตามวิธีการสรรหาได้ ดังนี้

(1) การคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรมที่ว่างลงนั้น ให้คณะกรรมการคัดเลือกดําเนินการตามข้อ 15 โดยให้คณะกรรมการคัดเลือกประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเรียงตามลําดับที่ที่ได้รับการคัดเลือก และให้ถือประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นการขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือก โดยบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกดังกล่าวให้ใช้ได้ไม่เกินสี่ปีนับจากวันที่ประกาศผลการคัดเลือก ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการคัดเลือกกําหนด

(2) การสรรหาบุคคลซึ่งมิใช่ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรมที่ว่างลงจะกระทํามิได้ เว้นแต่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจะกําหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหารงานยุติธรรม ตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการยุติธรรม

และตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การแต่งตั้งข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม ตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหารงานยุติธรรม ตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการยุติธรรม และตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรม จําแนกเป็น 4 กรณี ดังนี้

(1) กรณีข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหารงานยุติธรรม ตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการยุติธรรม ซึ่งมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดให้แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรมตามที่ได้รับการคัดเลือกได้

(2) กรณีข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรม ให้แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ดังนี้

(ก) ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ตําแหน่งระดับปฏิบัติการ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งผู้ช่วยพนักงานไต่สวน ในสายงานนักกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือตําแหน่งผู้ช่วยพนักงานไต่สวน สายงานปราบปรามการทุจริต หรือตําแหน่งผู้ช่วยพนักงานไต่สวน สายงานนิติการตามที่ได้รับการคัดเลือก

(ข) ข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ตําแหน่งตั้งแต่ระดับชํานาญการขึ้นไป แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในระดับเดิม ในตําแหน่งพนักงานไต่สวน สายงานนักกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือตําแหน่งพนักงานไต่สวน สายงานปราบปรามการทุจริต หรือตําแหน่งพนักงานไต่สวน สายงานนิติการตามที่ได้รับการคัดเลือก

(3) กรณีข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดให้ดํารงตําแหน่งทั่วไปในสายงานเดิมไปพลางก่อน หากมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดภายในระยะเวลาสี่ปีนับจากวันที่ได้รับการคัดเลือกให้เสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรมโดยให้แต่งตั้งได้ไม่ก่อนวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดและวันที่ได้รับการคัดเลือกแต่หากครบกําหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วยังมีคุณสมบัติไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดให้ถือว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติและผลการสอบนั้นเป็นอันยกเลิก และให้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตามข้อ 4 อีกครั้ง

(4) กรณีข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรมตามข้อ 16 (1) การแต่งตั้งจะพิจารณาจากบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกเรียงไปตามลําดับที่ที่ขึ้นบัญชีไว้ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กรณีที่มีข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรมมากกว่าจํานวนตําแหน่งที่จะแต่งตั้ง และภายหลังมีตําแหน่งว่างเพิ่มขึ้นอีกก็อาจบรรจุและแต่งตั้งผู้ได้รับการคัดเลือกตามข้อ 19 (4) หรือจะดําเนินการคัดเลือกใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. กําหนด

ตําแหน่งพนักงานไต่สวน สายงานพนักงานไต่สวน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การคัดเลือกข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งพนักงานไต่สวนสายงานพนักงานไต่สวน รวมถึงวันที่มีผลในการแต่งตั้ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกําหนด

บทเฉพาะกาล - -------------------

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ข้อยกเว้นสําหรับข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหารตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการ และตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการ ในสายงานนักกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สายงานปราบปรามการทุจริต และสายงานนิติการที่มีคุณสมบัติไม่ตรงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดตามข้อ 6 และข้อ 7 ให้เป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรมได้ แต่การแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งดังกล่าวจะกระทําได้เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กําหนด ทั้งนี้ ภายในสี่ปีนับจากวันที่ได้รับการคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ สําหรับข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหารตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการ และตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการ ในสายงานอื่นนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในข้อ 20 ซึ่งเป็นผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 6 และข้อ 7 ให้เป็นผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรมได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ข้อยกเว้นสําหรับข้าราชการสํานักงาน ป.ป.ช. ที่มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในการเข้ารับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม ซึ่งดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งบริหาร ตําแหน่งประเภทตําแหน่งอํานวยการ และตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการสําหรับสายงานนักกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สายงานปราบปรามการทุจริตและสายงานนิติการ หากไม่ได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรมให้ผู้นั้นยังคงดํารงตําแหน่งทั่วไปในสายงานเดิมจนกว่าจะได้รับการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรมหรือพ้นจากตําแหน่ง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทตําแหน่งวิชาการยุติธรรมด้วยวิธีการอบรมและการทดสอบความรู้ในหลักสูตรการศึกษาสําหรับตําแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม ตามข้อ 15 (2) มิให้ใช้บังคับกับการดําเนินการตามประกาศนี้ในครั้งแรก ทั้งนี้ ให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเข้ารับการอบรมในหลักสูตรดังกล่าวภายในระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสาขากระบวนการยุติธรรม พ.ศ. 2556 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e8a689007557ed53

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com