法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
47
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์

และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง

การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๖) (๘) และ (๒๔) และมาตรา ๓๓

ประกอบมาตรา ๘๑ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๗ มาตรา ๖๑ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

และตามมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๙

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

จึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า

“ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

เรื่อง การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

(๒) ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง

อัตราค่าธรรมเนียม

ค่าใช้จ่ายและค่าป่วยการในการดำเนินกระบวนพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท

(๓) ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาความเป็นไปได้ทางเทคนิคของจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๔) ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง

หลักเกณฑ์การแจ้ง

การเก็บรักษาและการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมสำหรับผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๕๑

(๕) ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการยอมรับคำพิพากษาของศาล หรือคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ

กรณีมีข้อพิพาทตามสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาประกาศ

ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีกำหนดไว้แล้วในประกาศนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในประกาศนี้

“โครงข่ายโทรคมนาคม” หมายความว่า

กลุ่มของเครื่องโทรคมนาคมที่ต่อถึงกันโดยตรงหรือโดยผ่านเครื่องชุมสายหรือเครื่องอื่นใด

เพื่อการโทรคมนาคมระหว่างจุดหมายปลายทางที่กำหนดด้วยระบบสาย ระบบคลื่นความถี่

ระบบแสง ระบบแม่เหล็กไฟฟ้าอื่น ระบบใดระบบหนึ่งหรือหลายระบบรวมกัน

“ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม” หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเองตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม

และให้หมายความรวมถึงผู้ได้รับอนุญาตสัมปทาน

หรือสัญญาให้ประกอบกิจการโทรคมนาคมตามขอบเขตและสิทธิที่มีอยู่เดิมตามที่ได้รับอนุญาตสัมปทาน

หรือสัญญา จากองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

หรือการสื่อสารแห่งประเทศไทยอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๔ ใช้บังคับ

“เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม” หมายความว่า

การเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายโทรคมนาคมภายใต้ความตกลงทางเทคนิคและทางพาณิชย์เพื่อให้ผู้ใช้บริการของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมฝ่ายหนึ่งสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้บริการหรือใช้บริการโทรคมนาคมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอีกฝ่ายหนึ่งได้

“ใช้โครงข่ายโทรคมนาคม” หมายความว่า

การเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมโดยผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมภายใต้ความตกลงทางเทคนิคและทางพาณิชย์เพื่อใช้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมหรือให้บริการโทรคมนาคมผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมได้

“สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น” หมายความว่า

สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น อาคาร สถานที่ หรือพื้นที่ สาธารณูปโภค และอุปกรณ์

รวมถึงการทำงาน กระบวนการ หรือบริการของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม

ซึ่งจำเป็นต้องใช้สำหรับการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม โดยพิจารณาจากเงื่อนไข

ดังนี้

(๑)

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นเจ้าของหรือมีอำนาจควบคุมการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกนั้น

(๒) ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจำเป็นต้องใช้สิ่งอำ

นวยความสะดวกนั้นในการให้บริการโทรคมนาคมของตน และ

(๓) ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่สามารถทำหรือจัดให้มีได้

หากพิจารณาในทางเศรษฐศาสตร์หรือทางเทคนิค

“ผู้ร้อง” หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามประกาศนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองและเสนอความเห็นเกี่ยวกับการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

“เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

การเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

หลักการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่นเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของตนกับของผู้รับใบอนุญาตรายอื่น

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดในประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้อง

(๑) เสนอและจัดให้มีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ณ

จุดเชื่อมต่อที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิค

และต้องไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่นที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเกินสมควร

ทั้งนี้

ให้ถือว่าจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมดังต่อไปนี้เป็นจุดเชื่อมต่อที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิค

(ก) ชุมสายต่อผ่าน (tandem or transit switches)

(ข) ชุมสายโทรศัพท์ทางไกล (toll switches)

(ค) ชุมสายโทรศัพท์เคลื่อนที่เกตเวย์ (gateway mobile switches)

(ง) ชุมสายโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ (international switches)

(จ) จุดส่งผ่านสัญญาณ (signaling transfer points)

(ฉ) สถานีสื่อสัญญาณโทรคมนาคม (transmission stations) ซึ่งรวมถึงสถานีเคเบิ้ลใต้น้ำ (submarine cable landing stations) และสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน

(satellite earth stations) ด้วย

(ช) ชุมสายอินเทอร์เน็ต (National Internet Exchange) และชุมสายอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ระหว่างประเทศ

(International Internet Gateway)

(ซ)

จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมปัจจุบันหรือที่เคยให้มีการเชื่อมต่อไว้แล้ว

(๒)

แจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและจำเป็นในการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่นที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทราบ

เพื่อให้สามารถดำเนินการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้

และหากมีการร้องขอข้อมูลที่จำเป็นเพิ่มเติม

ต้องจัดให้มีและแจ้งข้อมูลดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับการร้องขอ ทั้งนี้

อาจกำหนดให้มีมาตรการเก็บรักษาความลับได้เท่าที่จำเป็นและสมเหตุสมผลอันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในทางธุรกิจ

(๓)

ต้องจัดให้มีจุดติดต่ออย่างเพียงพอและเหมาะสมตามแนวปฏิบัติทางการค้า

เพื่อให้บริการสอบถามข้อมูลและติดต่อเจรจาสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๔) ดำเนินการเจรจาทำความตกลงในเงื่อนไขต่าง ๆ

ของสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อยุติภายในเวลาอันสมควร

(๕)

เสนอและจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นของโครงข่ายโทรคมนาคมของตน

เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่นที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้

(๖) จัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณการเรียกเข้า -

ออกหรือปริมาณทราฟฟิคอย่างเพียงพอเพื่อบันทึกการให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

พร้อมจัดให้มีการบำรุงรักษาและตรวจสอบความถูกต้องของอุปกรณ์ดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ

และต้องแจ้งบันทึกปริมาณดังกล่าวแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมอีกฝ่ายหนึ่งที่เชื่อมต่อกันตามเงื่อนไขและวิธีการที่ตกลงกันไว้ในสัญญา

ทั้งนี้

บันทึกการให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องมีรายละเอียดเพียงพอที่จะให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมอีกฝ่ายดังกล่าวสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้

(๗) จัดให้มีวงจรรับ -

ส่งสัญญาณและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอย่างเพียงพอ ณ

จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมสามารถให้บริการด้วยคุณภาพที่ดีได้

(๘)

ต้องอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่นเข้าถึงและใช้ข้อกำหนดทางเทคนิคเกี่ยวกับการใช้โครงข่ายอินเทอร์เฟส

(interface) และโปรโตคอล (protocol) หรือเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างโครงข่ายเพื่อให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้

(๙) ไม่กระทำการใด ๆ

อันเป็นเหตุให้การเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่นที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติและต้องไม่ก่อให้เกิดการรบกวนกิจการโทรคมนาคมหรือที่อาจก่อให้เกิดเหตุขัดขวางการโทรคมนาคม

(๑๐) แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแก่คณะกรรมการทุกไตรมาสโดยให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดตามแนบท้ายประกาศนี้

โดยการแจ้งข้อมูลของไตรมาสใด

ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่สามสิบของเดือนถัดไป ทั้งนี้

หากผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมประสงค์จะขอแก้ไขข้อมูลดังกล่าว

ให้ยื่นข้อมูลที่แก้ไขแล้วพร้อมเหตุผลการแก้ไขภายในสี่สิบห้าวันนับจากวันที่ยื่นข้อมูลในครั้งแรก

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อให้การเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อได้รับการร้องขอโดยผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่น

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องจัดให้มีบริการดังต่อไปนี้

(๑)

บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อให้สามารถเรียกจากจุดเริ่มต้น (call origination) และเรียกถึงจุดปลายทาง (call termination) ภายในโครงข่ายโทรคมนาคมของตนและเรียกผ่าน

(call transit) รวมทั้งการสลับสายหรือสลับเส้นทางบนโครงข่ายโทรคมนาคมของตนได้

(๒) บริการของผู้ประกอบการ (operator services) ซึ่งรวมถึงบริการสอบถามเลขหมายโทรคมนาคม บริการทดสอบเลขหมายโทรคมนาคม

บริการเพื่อสาธารณะ บริการเลขหมายฉุกเฉินหรือบริการอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

(๓) การเข้าถึงเพื่อใช้ทรัพยากรโทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานโครงข่าย

และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม อาทิ

อุปกรณ์ชุมสาย ระบบสนับสนุนการทำงานหรือระบบจัดการบริการ เป็นต้น ทั้งนี้

คณะกรรมการอาจกำหนดเป็นรายกรณีไปก็ได้

(๔) บริการหรือข้อกำหนดลักษณะการใช้ทางเทคนิคที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างโครงข่ายโทรคมนาคม

(interoperability)

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการพิจารณาว่าจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมใดเป็นจุดเชื่อมต่อที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิค

ให้พิจารณาจากหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) การเชื่อมต่อ ณ จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมนั้น

จะต้องไม่ก่อให้เกิดการรบกวนกิจการโทรคมนาคม หรือเป็นเหตุขัดขวางการโทรคมนาคม

(๒) การเชื่อมต่อ ณ จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมนั้น

จะต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางเทคนิคต่อความปลอดภัยของโครงข่ายโทรคมนาคม (Network Security) หรือเสถียรภาพและความมั่นคง (Network Stability and Reliability) ต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๓) ห้ามมิให้ใช้ข้อจำกัดเกี่ยวกับจำนวนอุปกรณ์วัดปริมาณการเรียกเข้า

– ออกหรือปริมาณการใช้วงจรบนโครงข่ายโทรคมนาคม หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องอื่น

สาธารณูปโภค พื้นที่ อาคารสถานที่และความคุ้มค่าหรือค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อ ณ

จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

เป็นข้ออ้างว่าจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิค

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่พิสูจน์ถึงความเป็นไปได้ทางเทคนิคของจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามหลักเกณฑ์ในวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเรียกเก็บค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมในอัตราที่สะท้อนต้นทุน

โดยใช้หลักการคำนวณแบบต้นทุนส่วนเพิ่มระยะยาว (long run incremental cost) ทั้งนี้

คณะกรรมการอาจพิจารณากำหนดวิธีการคำนวณต้นทุนและอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่เหมาะสมสำหรับบางประเภทบริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมอาจเรียกเก็บอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมโดยใช้อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่คณะกรรมการกำหนดตามวรรคหนึ่งก็ได้

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมในอัตราที่สะท้อนต้นทุน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องพิจารณาทบทวนอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมใหม่ทุกปี

และรายงานให้คณะกรรมการทราบ

หากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม จะต้องแจ้งแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและคณะกรรมการทราบล่วงหน้าอย่างน้อยเก้าสิบวัน

พร้อมแสดงหลักฐานหรือสาเหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงอัตราค่าตอบแทน

และรายละเอียดของหลักการและวิธีการคำนวณอัตราค่าตอบแทนดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องปฏิบัติต่อผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทุกรายอย่างเป็นธรรม

สมเหตุสมผล และไม่เลือกปฏิบัติ

ในกรณีปรากฏหลักฐานโดยมีเหตุอันสมควรหรือมีกรณีการกล่าวหาว่าผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายใดไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่งให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายดังกล่าวมีหน้าที่ชี้แจงหรือแสดงเหตุว่าตนได้ปฏิบัติโดยชอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามวรรคหนึ่งแล้ว

ข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ขอรับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่จัดทำและส่งข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

พร้อมทั้งเอกสารประกอบข้อเสนอดังกล่าวที่แสดงหลักการและวิธีการคำนวณอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต่อสำนักงานเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณา

โดยให้นำส่งเป็นเอกสารประกอบการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม

ในระหว่างที่ข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

หรือการคำนวณอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมยังไม่แล้วเสร็จ

คณะกรรมการอาจกำหนดให้ใช้อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ

๑๐ เป็นการชั่วคราวได้

ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเรียกเก็บอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมโดยใช้อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ

๑๐ ในข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ให้ยกเว้นมิต้องส่งเอกสารประกอบข้อเสนอที่แสดงหลักการและวิธีการคำนวณอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมให้คณะกรรมการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นเอกสารแสดงเจตนาเสนอให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีเงื่อนไขในเชิงพาณิชย์และเทคนิคที่ชัดเจนและเพียงพอ

โดยต้องประกอบด้วยรายละเอียดต่าง ๆ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) รายละเอียดของบริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

รวมถึงคุณภาพการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งเป็นมาตรฐานระดับเดียวกับของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเอง

(๒)

รายละเอียดของสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๓) กระบวนการและวิธีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

รวมทั้งจุดเชื่อมต่อที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคที่เสนอให้มีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๔)

หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับการรักษาความลับ การเปิดเผยข้อมูล และมาตรการด้านความปลอดภัย

(๕) อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

และอัตราค่าตอบแทนการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

(๖) หลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการเรียกเก็บ การแบ่ง

และการชำระค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๗) กระบวนการและระยะเวลาเจรจาข้อตกลงการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๘)

เงื่อนไขและขั้นตอนการร้องขอใช้บริการใหม่และการเปลี่ยนแปลงการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๙) ขั้นตอน วิธีการ

และระยะเวลาดำเนินการต่อข้อร้องเรียนและข้อโต้แย้งที่มีกับผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๑๐) บทลงโทษหรือค่าปรับกรณีผิดเงื่อนไขของสัญญา

(๑๑) บุคคลและสถานที่ที่ติดต่อได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามข้อ

๑๔ ต้องไม่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(๑) มีเงื่อนไขอันเป็นการเลือกปฏิบัติ แบ่งแยก

หรือกีดกันผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่น

(๒) มีเงื่อนไขที่ไม่สมเหตุสมผลที่อาจเป็นเหตุให้เกิดการผูกขาด

หรือลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการโทรคมนาคม

(๓) มีอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่สมเหตุสมผล

หรือมีอัตราสูงเกินส่วนจนอาจเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อค่าบริการของผู้ใช้บริการ

หรือเป็นการกีดกันการเข้าตลาดหรือไม่เอื้ออำนวยต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

(๔) มีเงื่อนไขที่ทำให้ผู้ใช้บริการเสียประโยชน์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

ให้คณะกรรมการมีคำสั่งเห็นชอบข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมดังกล่าว

หากคณะกรรมการเห็นว่าข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

คณะกรรมการอาจเรียกให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเข้าชี้แจง

ปรับปรุงข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

หรือปรับอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมโดยอาจกำหนดให้ใช้อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ

๑๐ ไปก่อนเป็นการชั่วคราวก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การพิจารณาข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของคณะกรรมการต้องกระทำให้เสร็จสิ้นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ครบถ้วนสมบูรณ์หรือนับแต่วันที่ได้รับการชี้แจง

หรือได้รับข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ได้ปรับปรุงหรือปรับอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแล้วตามข้อ

๑๖ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเปิดเผยข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่คณะกรรมการเห็นชอบแล้วเป็นการทั่วไป

โดยผ่านทางเว็บไซต์ของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ปรับปรุงหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) มีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

เมื่อได้พิจารณาทบทวนอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมใหม่ตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๑

(๒)

มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีผลกระทบต่อการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

รวมถึงการเพิ่ม ลด

หรือเปลี่ยนแปลงจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๘

(๓) มีการทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขแตกต่างไปจากข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมในสาระสำคัญ

(๔) กรณีอื่นที่คณะกรรมการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การปรับปรุงหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน

โดยให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องชี้แจงถึงความจำเป็นและเหตุผลในการขอปรับปรุงหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้

ในการพิจารณาข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ได้ปรับปรุงหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้ว

รวมทั้งการเปิดเผยข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมดังกล่าว ให้นำข้อ ๑๔ ข้อ

๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ และข้อ ๑๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

กระบวนการเจรจาและการทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีสิทธิและเสรีภาพในการเจรจาเงื่อนไขสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้อย่างอิสระภายใต้แนวทางในข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายและหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ประสงค์จะขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ว่าต้องการขอทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามข้อเสนอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

โดยต้องระบุรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) บริการที่ต้องการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม รวมทั้งคุณภาพและปริมาณที่ต้องการของบริการและรายละเอียดทางเทคนิคอื่น

ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๒) รูปแบบการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ต้องการ

และสถานที่ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๓) สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๔) วัน ระยะเวลา และสถานที่ที่ต้องการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๕)

ข้อเสนอหรือเงื่อนไขที่ต้องการเจรจาเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนจากข้อเสนอของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๖) ข้อมูลอื่นที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๗) บุคคลและสถานที่ที่ติดต่อได้

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งการขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

พร้อมส่งสำเนาหนังสือขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแก่คณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ส่งหนังสือขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดหาสถานที่หรือพื้นที่สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อตามที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อร้องขอโดยมิชักช้า

และต้องมีเงื่อนไขที่เป็นธรรม สมเหตุสมผล

ไม่เลือกปฏิบัติและเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือค่าบริการที่สะท้อนต้นทุน

หากผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่สามารถจัดหาสถานที่หรือพื้นที่ตามที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมร้องขอตามวรรคหนึ่งได้

เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิคหรือข้อจำกัดด้านพื้นที่

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดหาพื้นที่ใกล้เคียงหรือจัดให้มีมาตรการอื่น

เพื่อให้ติดตั้งอุปกรณ์และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้โดยมิชักช้า ทั้งนี้

จะต้องไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเกินสมควร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมประสงค์จะขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ณ จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอื่นเพิ่มเติม

หรือประสงค์จะใช้สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นเพิ่มเติม

นอกเหนือจากที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเสนอไว้ในข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งความประสงค์ดังกล่าวเป็นหนังสือพร้อมเอกสารแสดงรายละเอียดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำหรือจัดให้มีจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเพิ่มเติม

หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมนั้นเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ร้องขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ณ จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอื่นเพิ่มเติม

หรือประสงค์จะใช้สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นเพิ่มเติม

นอกเหนือจากที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเสนอไว้ในข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

แต่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมนั้นไม่สามารถทำหรือจัดให้มีจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเพิ่มเติม

หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมนั้นตามที่ร้องขอได้

โดยให้เหตุผลว่าจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมดังกล่าวไม่ใช่จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิค

หรือสิ่งอำนวยความสะดวกดังกล่าวไม่สามารถทำหรือจัดให้มีได้หากพิจารณาในทางเทคนิค

แล้วแต่กรณี ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นหนังสือภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ

พร้อมเหตุผลในการปฏิเสธโดยละเอียด

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งถูกปฏิเสธมีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในหมวด

๔ ว่าด้วยกระบวนการระงับข้อพิพาท

และให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ซึ่งปฏิเสธมีหน้าที่พิสูจน์ถึงเหตุแห่งการปฏิเสธนั้น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมทั้งสองฝ่ายยังมีข้อที่ตกลงกันไม่ได้ในการเจรจาทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมภายหลังเก้าสิบวันนับแต่วันเริ่มต้นของการเจรจาให้ถือว่ามีข้อพิพาทเกิดขึ้น

และคู่กรณีมีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทดังกล่าวได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในหมวด

๔ ว่าด้วยกระบวนการระงับข้อพิพาท ทั้งนี้

ให้ถือว่าวันที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้รับหนังสือขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นวันเริ่มต้นของการเจรจา

ในระหว่างที่ไม่สามารถตกลงกันได้ระหว่างผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมตามวรรคหนึ่ง

คณะกรรมการอาจกำหนดให้ใช้อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ

๑๐ เป็นการชั่วคราวได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ สัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจะต้องมีข้อกำหนดในลักษณะ

ดังนี้

(๑) ไม่ทำให้ผู้ใช้บริการเสียประโยชน์

(๒) ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติ แบ่งแยก

หรือกีดกันผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่น

(๓) ข้อกำหนดทางเทคนิค ณ

จุดที่มีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องชัดเจน มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคและไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเกินสมควร

(๔)

มีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่เป็นคู่สัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ชัดเจน

(๕) การกำหนดอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลและเป็นธรรมต่อผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและต้องให้มีความเท่าเทียมกันในระหว่างผู้ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทุกราย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดส่งสำเนาสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมให้กับคณะกรรมการ

พร้อมแจ้งรายละเอียดของเงื่อนไขในสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่แตกต่างหรือเพิ่มเติมจากข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมภายในสิบวันนับแต่วันที่คู่สัญญาทุกฝ่ายได้มีการลงนามในสัญญา

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจเรียกให้คู่สัญญาจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมหรือมาให้ถ้อยคำก็ได้

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเปิดเผยสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามวรรคหนึ่งเป็นการทั่วไป

โดยผ่านทางเว็บไซต์ของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่คู่สัญญาทุกฝ่ายได้มีการลงนามในสัญญา

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ หากคณะกรรมการเห็นว่าข้อกำหนดในสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมดังกล่าวไม่เป็นไปตามลักษณะที่กำหนดในข้อ

๒๗ ให้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดส่งสำเนาสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลง

พร้อมแจ้งรายละเอียดและเหตุผลในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา

รวมถึงรายละเอียดของเงื่อนไขในสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้

ในการพิจารณาสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้วให้นำข้อ

๒๗ ข้อ ๒๘ และข้อ ๒๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องใช้ข้อมูลที่ได้รับจากผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมอีกฝ่ายหนึ่งในระหว่างการเจรจาสัญญาเพื่อประโยชน์ในการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเท่านั้น

และต้องไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้เกิดความได้เปรียบอันจะทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

รวมทั้งต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวแก่บุคคลอื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมอีกฝ่ายดังกล่าว

เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาต

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้าที่ได้รับจากผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมอีกฝ่ายหนึ่งอย่างเพียงพอและเหมาะสม

การปฏิบัติตามสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เมื่อสามารถตกลงทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแล้ว

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดให้มีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมโดยมิชักช้าตามที่ตกลงไว้ในสัญญา

โดยต้องไม่เลือกปฏิบัติแก่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายใดรายหนึ่ง

หากผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่สามารถดำเนินการจัดให้มีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมภายในระยะเวลาที่คู่สัญญาตกลงกันไว้

ให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายมีหน้าที่แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทราบโดยมิชักช้า

พร้อมทั้งแจ้งเหตุผลของความล่าช้าดังกล่าวด้วย

หากเหตุที่อ้างความล่าช้านั้นไม่สมเหตุสมผล

ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมผิดสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและไม่ปฏิบัติตามมาตรา

๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องประกันคุณภาพการให้บริการและให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามที่กำหนดไว้ในสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเข้าไปซ่อมแซม

หรือบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกในสถานที่หรือพื้นที่ร่วมได้ตามความเหมาะสมตลอดเวลา

โดยอาจกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยหรือการเก็บรักษาความลับสำหรับการเข้าใช้สถานที่หรือพื้นที่ร่วมนั้นก็ได้

แต่มาตรการดังกล่าวต้องสมเหตุสมผล เหมาะสม และไม่เลือกปฏิบัติ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องบำรุงรักษาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจากโครงข่ายโทรคมนาคมของตนไปยังจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

เว้นแต่จะมีการตกลงไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ หลักเกณฑ์

เงื่อนไข

และวิธีการจัดเก็บค่าบริการและการแบ่งค่าบริการสำหรับกรณีที่มีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมให้เป็นไปตามที่คู่สัญญาเจรจาตกลง

เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในประกาศนี้

ยกเว้นบริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศและกิจการอื่นที่คณะกรรมการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่เป็นเจ้าของโครงข่ายโทรคมนาคมของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมต้นทางเป็นผู้จัดเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการ

และให้รับผิดชอบหนี้สูญของผู้ใช้บริการต้นทาง

โดยไม่สามารถยกขึ้นกล่าวอ้างเพื่อยกเว้นการชำระค่าตอบแทนเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้รับอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่นได้

กรณีบริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศและกิจการอื่นที่คณะกรรมการกำหนด

การเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการต้นทางให้เป็นไปตามที่คู่สัญญาเจรจาตกลง

โดยผู้ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศไม่สามารถยกหนี้สูญของผู้ใช้บริการต้นทางขึ้นกล่าวอ้างเพื่อยกเว้นการชำระค่าตอบแทนเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้รับอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายอื่นได้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การผิดนัดชำระหนี้ค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่ถือเป็นเหตุให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมีสิทธิยกเลิกสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

หรือระงับการให้บริการหรือลดคุณภาพของการให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการก่อน

การยกเลิกสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

หรือระงับการให้บริการหรือลดคุณภาพของการให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน

โดยให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องยื่นคำขอเป็นหนังสือ

พร้อมทั้งรายละเอียดและเหตุผลในการขอยกเลิกสัญญา

หรือระงับการให้บริการหรือลดคุณภาพของการให้บริการเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา

ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการอาจกำหนดมาตรการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีผลกระทบต่อการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

รวมถึงการเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนแปลงจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจะต้องแจ้งแก่คณะกรรมการ

และต้องประกาศให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงแก้ไขดังกล่าวเป็นการทั่วไปและล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามเดือน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๓๐

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งเป็นคู่สัญญาจะขอปรับปรุงอัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต่อคณะกรรมการก็ได้

ในการอนุญาตให้คณะกรรมการคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อผู้ใช้บริการประกอบด้วย

การใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

หลักการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมทั่วไป

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของตน

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดในประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้อง

(๑)

แจ้งข้อมูลที่ถูกต้องและจำเป็นในการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมทราบ

เพื่อให้สามารถดำเนินการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมได้

และหากมีการร้องขอข้อมูลที่จำเป็นเพิ่มเติม

ต้องจัดให้มีและแจ้งข้อมูลดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับการร้องขอ ทั้งนี้

อาจกำหนดให้มีมาตรการเก็บรักษาความลับได้เท่าที่จำเป็นและสมเหตุสมผลอันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในทางธุรกิจ

(๒)

ต้องจัดให้มีจุดติดต่ออย่างเพียงพอและเหมาะสมตามแนวปฏิบัติทางการค้า

เพื่อให้บริการสอบถามข้อมูลและติดต่อเจรจาสัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๓) ดำเนินการเจรจาทำความตกลงในเงื่อนไขต่าง ๆ ของสัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อยุติภายในเวลาอันสมควร

(๔)

เสนอและจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นของโครงข่ายโทรคมนาคมของตน

เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมสามารถใช้โครงข่ายโทรคมนาคมได้

(๕) ต้องอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นเข้าถึงและใช้ข้อกำหนดทางเทคนิคเกี่ยวกับการใช้โครงข่ายอินเทอร์เฟส

(interface) และโปรโตคอล (protocol) หรือเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างโครงข่ายเพื่อให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมได้

(๖) ไม่กระทำการใด ๆ

อันเป็นเหตุให้การใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

และต้องไม่ก่อให้เกิดการรบกวนกิจการโทรคมนาคมหรือที่อาจก่อให้เกิดเหตุขัดขวางการโทรคมนาคม

(๗)

แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมแก่คณะกรรมการทุกไตรมาสโดยให้เป็นไปตามแบบที่กำหนดตามแนบท้ายประกาศนี้

โดยการแจ้งข้อมูลของไตรมาสใด

ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่สามสิบของเดือนถัดไป ทั้งนี้

หากผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมประสงค์จะขอแก้ไขข้อมูลดังกล่าว

ให้ยื่นข้อมูลที่แก้ไขแล้วพร้อมเหตุผลการแก้ไขภายในสี่สิบห้าวันนับจากวันที่ยื่นข้อมูลในครั้งแรก

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมและค่าตอบแทนการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างผู้รับใบอนุญาตซึ่งได้ตกลงร่วมกัน โดยค่าตอบแทนดังกล่าวต้องเป็นอัตราที่เป็นธรรม

สมเหตุสมผล และไม่เลือกปฏิบัติ ทั้งนี้

คณะกรรมการอาจพิจารณากำหนดวิธีการคำนวณต้นทุนและอัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่เหมาะสมสำหรับบางประเภทบริการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมได้

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมอาจเรียกเก็บอัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

โดยใช้อัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่คณะกรรมการกำหนดตามวรรคหนึ่งก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องปฏิบัติต่อผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมทุกรายอย่างเป็นธรรม

สมเหตุสมผล และไม่เลือกปฏิบัติ

ในกรณีปรากฏหลักฐานโดยมีเหตุอันสมควรหรือมีกรณีการกล่าวหาว่าผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายใดไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายดังกล่าวมีหน้าที่ชี้แจงหรือแสดงเหตุว่าตนได้ปฏิบัติโดยชอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามวรรคหนึ่งแล้ว

ข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ผู้ขอรับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่จัดทำและส่งข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

พร้อมทั้งเอกสารประกอบข้อเสนอดังกล่าวที่แสดงหลักการและวิธีการคำนวณอัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมต่อสำนักงานเพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณา

โดยให้นำส่งเป็นเอกสารประกอบการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม

ในระหว่างที่ข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

หรือการคำนวณอัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมยังไม่แล้วเสร็จ

คณะกรรมการอาจกำหนดให้ใช้อัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ

๔๒ เป็นการชั่วคราวได้

ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเรียกเก็บอัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมโดยใช้อัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมอ้างอิงที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ

๔๒ ในข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ให้ยกเว้นมิต้องส่งเอกสารประกอบข้อเสนอที่แสดงหลักการและวิธีการคำนวณอัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมให้คณะกรรมการพิจารณาตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นเอกสารแสดงเจตนาเสนอให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมที่มีเงื่อนไขในเชิงพาณิชย์และเทคนิคที่ชัดเจนและเพียงพอ

โดยต้องประกอบด้วยรายละเอียดต่าง ๆ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) รายละเอียดของโครงข่ายโทรคมนาคม

และบริการที่จะอนุญาตให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมรวมถึงคุณภาพการให้บริการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งเป็นมาตรฐานระดับเดียวกับของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมเอง

(๒)

รายละเอียดของสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๓) กระบวนการและวิธีการเข้าถึงเพื่อใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

รวมถึงความสามารถของโครงข่ายโทรคมนาคมในการรองรับปริมาณทราฟฟิคของโครงข่ายโทรคมนาคม

(๔)

หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมและผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมที่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับการรักษาความลับ การเปิดเผยข้อมูล

และมาตรการด้านความปลอดภัย

(๕) อัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

และอัตราค่าตอบแทนการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

(๖)

หลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการเรียกเก็บและการชำระค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๗) กระบวนการและระยะเวลาเจรจาข้อตกลงการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๘) เงื่อนไขและขั้นตอนการร้องขอใช้บริการใหม่และการเปลี่ยนแปลงการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๙) ขั้นตอน วิธีการ

และระยะเวลาดำเนินการต่อข้อร้องเรียนและข้อโต้แย้งที่มีกับผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๑๐) บทลงโทษหรือค่าปรับกรณีผิดเงื่อนไขของสัญญา

(๑๑) บุคคลและสถานที่ที่ติดต่อได้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในการพิจารณาข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

การเปิดเผยข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องปรับปรุงหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

และการพิจารณาข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมที่มีการปรับปรุง หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้ว

รวมทั้งการเปิดเผยข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมดังกล่าวให้นำข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ ข้อ

๑๗ ข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ ในหมวด ๑ ส่วนที่ ๒

เกี่ยวกับข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

กระบวนการเจรจาและการทำสัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อ ๒๑

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ ข้อ ๒๗ ข้อ ๒๘ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ และข้อ ๓๑ ในหมวด ๑ ส่วนที่ ๓

เกี่ยวกับกระบวนการเจรจาและการทำสัญญาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมาใช้บังคับกับการเจรจาสัญญาการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมอาจปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของตนเองได้เฉพาะในกรณี

ดังต่อไปนี้

(๑)

โครงข่ายโทรคมนาคมที่มีอยู่ไม่เพียงพอแก่การให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๒) การใช้โครงข่ายโทรคมนาคมมีปัญหาทางเทคนิคที่อาจก่อให้เกิดการรบกวนกิจการโทรคมนาคมหรือเป็นเหตุขัดขวางการโทรคมนาคม

(๓) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ในการปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมตามวรรคหนึ่งนั้น

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมเป็นหนังสือ

ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ พร้อมเหตุผลแห่งการปฏิเสธอย่างละเอียด

ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งถูกปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมตามวรรคหนึ่ง

มีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในหมวด

๔ ว่าด้วยกระบวนการระงับข้อพิพาท

และให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่พิสูจน์ถึงเหตุแห่งการปฏิเสธนั้น

47 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง การใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e929a67d92dc48b4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com