法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์

ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๕ ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์

พ.ศ. ๒๕๐๕ พ.ศ. ๒๕๒๘ ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกข้อกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงการคลัง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ภายใต้บังคับข้อ ๑๖ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้

ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศฉบับนี้

(๑) สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง สินทรัพย์จัดชั้นสูญ

(๒) สินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง

(ก) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ

(ข) สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย

(ค) สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน

(ง) สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ

(จ) สินทรัพย์จัดชั้นปกติ

(๓) เงินสำรอง หมายถึง เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ

ค่าเผื่อการลดราคา ค่าเผื่อการด้อยค่า ค่าเผื่อการปรับมูลค่า สำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคา

หรือเรียกคืนไม่ได้ ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์จะต้องกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภท

ตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ สินทรัพย์จัดชั้นสูญดังต่อไปนี้ให้ตัดออกจากบัญชี

(๑) สิทธิเรียกร้องซึ่งได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แต่ไม่มีทาง

ที่จะได้รับชำระหนี้แล้ว โดยให้พิจารณาตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไป

และไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะชำระหนี้ได้

(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมด

ของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้

(ค) ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูก

เจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง และในกรณีนั้น ๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้วแต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สิน

ใด ๆ จะชำระหนี้ได้

(ง) ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดี

ที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย และในกรณีนั้น ๆได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้ โดย

ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้นหรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย

และได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว

(๒) สิทธิเรียกร้องซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้

(๓) สินทรัพย์อื่นซึ่งชำรุด เสียหาย หรือหมดราคา

(๔) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กัน

เงินสำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐

(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๑๒ เดือน

นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา หรือวันที่ธนาคาร

พาณิชย์ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญแล้ว

(๒) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้ หรือซื้อจากการขายทอดตลาด

เฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคาไว้

ไม่เกิน ๑๒ เดือน โดยมูลค่าที่กล่าวให้หักด้วยประมาณการค่าใช้จ่ายในการขายก่อนนำไป

เปรียบเทียบกับราคาตามบัญชี ทั้งนี้ ในการประเมินราคาหรือตีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าว ให้ถือ

ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

กำหนด ยกเว้นเกณฑ์การเลือกใช้การประเมินราคาหรือการตีราคา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์

ดังกล่าว มิให้นำมาใช้บังคับในเรื่องนี้ และให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาด

แต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีตั้งแต่ ๕ ล้านบาท ขึ้นไป ให้ใช้การประเมินราคา

(ข) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาด

แต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีต่ำกว่า ๕ ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์จะใช้การตีราคา หรือการประเมิน

ราคาก็ได้

(ค) อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาด

หลายแปลง ที่ไม่สามารถแยกจำหน่ายจากกันได้ หากมีราคาตามบัญชีรวมกันตั้งแต่ ๕ ล้านบาทขึ้นไป

ให้ใช้การประเมินราคาเช่นเดียวกับข้อ (๒) (ก)

(๓) สินทรัพย์อื่นเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรม

หรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องกำหนดมูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่า

จะได้รับคืนตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในมาตรฐานการบัญชี

(๔) สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวน

(๕) ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

(๖) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะเรียกคืนไม่ได้

ทั้งจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กันเงินสำรอง

ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐

(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๖ เดือน

นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญาหรือวันที่ธนาคาร

พาณิชย์ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อนยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญหรือสงสัย

จะสูญแล้ว

(๒) ลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว

(๓) ลูกหนี้ที่หยุดดำเนินกิจการหรือเลิกกิจการ หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่าง

ชำระบัญชี

(๔) ลูกหนี้ที่ประวิงการชำระหนี้ หรือกระทำการใด ๆ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับ

ชำระหนี้ เช่น ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน

(๕) ลูกหนี้ที่มีฐานะการเงินไม่มั่นคง หรือความสามารถในการหารายได้ต่ำ

อันแสดงถึงความสามารถในการชำระหนี้อ่อน

(๖) ลูกหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์ติดต่อไม่ได้ หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบ หรือลูกหนี้

ไปเสียจากภูมิลำเนาที่ปรากฏตามสัญญาโดยไม่แจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ทราบ

(๗) ผู้ค้ำประกันที่เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งใน (๑) - (๖) ดังกล่าวข้างต้น

(๘) ลูกหนี้ที่ไม่ปรากฏธุรกิจแน่ชัด หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจัง หรือนำเงิน

ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

(๙) ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องลูกหนี้ หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้

ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง

(๑๐) ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลาย หรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้

ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย

(๑๑) ลูกหนี้ที่ดำเนินธุรกิจขาดทุนเป็นเวลาตั้งแต่สามปีติดต่อกันขึ้นไป หรือลูกหนี้

ที่มียอดขาดทุนสะสมจนทำให้สินทรัพย์ต่ำกว่าหนี้สินที่มีอยู่ เว้นแต่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ากิจการ

ของลูกหนี้มีโอกาสทำกำไรพอชดเชยผลขาดทุน

(๑๒) ลูกหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์มิได้มีการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้

ตามหลักการการให้สินเชื่อที่ดี หรือมีเอกสารประกอบการให้สินเชื่อไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย หรือ

มิได้มีการติดตามฐานะการเงิน ตลอดจนคุณภาพลูกหนี้ตามวิธีปฏิบัติปกติ

(๑๓) ลูกหนี้ที่ได้ขอผ่อนเวลาการชำระหนี้ไว้ แต่ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามกำหนด

เวลาที่ตกลงกัน

(๑๔) สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกให้ชำระคืนไม่ได้ครบถ้วน

(๑๕) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียกคืน

ไม่ได้ครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กัน

เงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐

(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๓ เดือน

นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญาหรือวันที่ธนาคาร

พาณิชย์ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อนยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ

หรือสงสัยแล้ว

(๒) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันไม่เกิน ๓ เดือน

แต่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีปัจจัยบางอย่างที่อาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ เช่น ภาวะของภาคอุตสาหกรรมของลูกหนี้เสื่อมถอยลงหรือหลักประกันที่เป็นปัจจัยในการชำระหนี้

เสื่อมค่าลง

(๓) ลูกหนี้ที่ดำเนินธุรกิจขาดทุนเป็นเวลาตั้งแต่สองปีติดต่อกันขึ้นไป หรือลูกหนี้

ที่มียอดขาดทุนสะสมจนทำให้สินทรัพย์หลังหักหนี้สินต่ำกว่ากึ่งหนึ่งของทุนซึ่งชำระแล้ว เว้นแต่

มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นได้ว่ากิจการของลูกหนี้มีโอกาสทำกำไรพอชดเชยผลขาดทุน

(๔) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีปัญหาในการเรียก

ให้ชำระคืน หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามปกติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ให้

กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒

(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๑ เดือน

นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญาหรือวันที่ธนาคาร

พาณิชย์ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อนยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ

สงสัย หรือต่ำกว่ามาตรฐานแล้ว โดยให้ใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับในการ

กันเงินสำรอง

(๒) ลูกหนี้ที่ไม่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยแต่มีหลักฐานที่แสดงว่ามีปัจจัย

บางอย่างที่อาจมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้คืน หรือมีความไม่สมบูรณ์ของ

หลักประกัน

(๓) มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีค่าเสื่อมถอยลง

หรือลูกหนี้มีฐานะหรือผลการดำเนินงานอ่อนลงตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สินทรัพย์จัดชั้นปกติตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กันเงินสำรอง

ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑

(๑) ลูกหนี้ที่ไม่ผิดนัดชำระหนี้และไม่มีสัญญาณใด ๆ แสดงว่าจะมีการผิดนัด

ชำระหนี้อันจะเป็นเหตุให้ธนาคารพาณิชย์ได้รับความเสียหาย แต่มีความเสี่ยงต่อความเสียหาย

ตามปกติ

(๒) ลูกหนี้อื่นที่ไม่เข้าข่ายเป็นลูกหนี้จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย ต่ำกว่า

มาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ โดยให้ใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับ

ในการกันเงินสำรอง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีที่ลูกหนี้รายใดรายหนึ่งมีหนี้หลายประเภท และหนี้แต่ละประเภท

จัดเป็นสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ต่างประเภทกัน ธนาคารพาณิชย์ต้อง

จัดชั้นหนี้ทุกประเภทของลูกหนี้รายนั้นเป็นสินทรัพย์จัดชั้นในระดับคุณภาพที่ต่ำสุดของลูกหนี้รายนั้น ยกเว้นในกรณีที่

(๑) ธนาคารพาณิชย์สามารถแบ่งแยกการใช้เงินตามโครงการใดโครงการหนึ่ง

ของลูกหนี้ออกจากหนี้ประเภทอื่นที่มีอยู่ได้อย่างชัดเจน โดยให้จัดเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

ซึ่งต้องเป็นไปตามเกณฑ์ทุกข้อ ดังนี้

(ก) ธนาคารพาณิชย์ได้มีการวิเคราะห์การให้สินเชื่ออย่างดี มีการวิเคราะห์

ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ทางการเงิน ตลอดจนวิเคราะห์กระแสเงินสดจนมั่นใจในความสำเร็จของ

โครงการนั้น และเชื่อมั่นได้ในแหล่งที่มาหลักของกระแสเงินสดที่จะนำมาเพื่อการชำระหนี้ และ

พิจารณาแล้วว่าลูกหนี้จะมีความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างแน่นอน

(ข) ธนาคารพาณิชย์มีเอกสารหลักฐานประกอบการวิเคราะห์การให้สินเชื่อ

อย่างเพียงพอและพร้อมให้ตรวจสอบได้

(ค) ธนาคารพาณิชย์สามารถติดตามควบคุมการใช้เงินของลูกหนี้ได้อย่างใกล้

ชิดสม่ำเสมอให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการให้สินเชื่อ และมีเอกสารการติดตามหนี้ชัดเจน

(ง) ธนาคารพาณิชย์มีการจัดทำตารางเวลาการจ่ายชำระหนี้อย่างชัดเจนและ

สอดคล้องกับรายได้หรือกระแสเงินสดของลูกหนี้

(๒) ลูกหนี้มีหนี้ที่เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติมากกว่าร้อยละ ๙๐ ของราคา

ตามบัญชีรวมดอกเบี้ยค้างรับของลูกหนี้รายนั้น ธนาคารพาณิชย์สามารถจัดชั้นหนี้ส่วนนี้เป็น

สินทรัพย์จัดชั้นปกติ หากต่อมาอัตราดังกล่าวลดต่ำกว่าร้อยละ ๙๐ เนื่องจากการจ่ายชำระหนี้ ให้

ธนาคารพาณิชย์ ยังคงจัดชั้นหนี้ส่วนนี้เป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ลูกหนี้ที่มีหนังสือยืนยันการตรวจรับงานจากหน่วยราชการตามระเบียบ

ของหน่วยราชการนั้นที่มีระยะเวลาไม่เกิน ๖ เดือนนับแต่วันตรวจรับงาน เงินให้สินเชื่อส่วนที่มี

หนังสือยืนยันนั้นให้ถือเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้

ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชี หรือกันเงินสำรองดังต่อไปนี้

(ก) ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อน

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชำระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ตราสารการเงิน

หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน ให้ธนาคารพาณิชย์ตัดจำหน่ายบัญชีลูกหนี้

และบันทึกส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมกลับโอนกลับรายการเงินสำรองส่วนเกินที่กันไว้เฉพาะสำหรับ

ลูกหนี้รายนั้นทั้งจำนวนได้

(ข) ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้

โดยลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอัตราตลาด แต่ไม่ลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุง

โครงสร้างหนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์บันทึกเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการคำนวณราคา

ตามบัญชีใหม่ของลูกหนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดทั้งจำนวน เว้นแต่

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของ

ปี ๒๕๔๓ ธนาคารพาณิชย์สามารถทยอยกันเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียดังกล่าวได้ในทำนองเดียว

กับข้อ ๑๓ แต่ต้องไม่เกินอายุของสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์สามารถ

โอนกลับรายการเงินสำรองที่กันไว้แล้วเดิมก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายนั้นได้

เฉพาะจำนวนที่กันไว้แล้วสูงกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องทยอยกัน และหากเงินสำรองที่กันไว้แล้ว

ต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องทยอยกันก็ให้กันเงินสำรองเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้อง

ทยอยกันดังกล่าว

(ค) ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อน

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือรับชำระหนี้บางส่วนโดยการรับโอนสินทรัพย์ตราสาร

การเงิน หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน และผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้

ในส่วนที่เหลือให้แก่ลูกหนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตาม (ก) สำหรับกรณีการลดต้นเงินหรือ

ดอกเบี้ย หรือการรับชำระหนี้ดังกล่าวและปฏิบัติตาม (ข) ในส่วนการลดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า

อัตราตลาด

(๒) ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งลูกหนี้

ต้องชำระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ เดือน หรือ ๓ งวด

การชำระเงิน แล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่า ให้ดำเนินการดังนี้

(ก) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญ หรือสงสัย ให้จัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน

(ข) ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษให้คงจัดชั้น

เช่นเดิม

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์จะต้องกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้น

หลังการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ หากเงินสำรองตาม (๒) นี้มีจำนวนสูงกว่าเงินสำรองสำหรับ

ส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตาม (๑) (ข) และ (ค)

เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้โดยชำระเงิน

ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ เดือนหรือ ๓ งวดการชำระเงินแล้ว

ให้ถือเป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ

ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่ ให้นับระยะเวลา

การค้างชำระรวมกับระยะเวลาการค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วพิจารณาจัดชั้น

ตามหลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินสำรองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป

(๓) สำหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้าง

หนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

ให้ธนาคารพาณิชย์จัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตาม

เงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

(ก) ลูกหนี้ที่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด

(Market interest rate) โดยไม่มีช่วงปลอดการชำระดอกเบี้ย แต่อาจมีช่วงปลอดชำระเงินต้นได้

(ข) ลูกหนี้ที่มีส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐

ของยอดหนี้ตามบัญชีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้มีการตัดออกจากบัญชีแล้ว หรือได้มีการ

กันเงินสำรองในอัตราดังกล่าวครบถ้วนแล้ว โดยหนี้ส่วนที่เหลือได้มีการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของ

ลูกหนี้ ตลอดจนกระแสเงินสด อย่างมีหลักเกณฑ์สมเหตุสมผล และมีหลักฐานประกอบจนเชื่อได้

แน่นอนว่าลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(ค) ลูกหนี้ในลักษณะ Loan Syndication หรือมีเจ้าหนี้หลายรายซึ่งบรรดาเจ้าหนี้

ได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ร่วมกันได้ และสามารถแสดงหลักฐานการวิเคราะห์ฐานะและกิจการ

ของลูกหนี้ ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์สมเหตุสมผล และมีความเป็นไปได้แน่นอนที่

ลูกหนี้จะปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้

(ง) กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องร้องลูกหนี้ ต่อมาได้มีการตกลงทำสัญญา

ประนีประนอมยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว และกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้

ฟ้องร้องลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย และศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบตามคำขอประนอมหนี้หรือ

แผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว

(๔) กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยได้รับความเห็นชอบ

จากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้ธนาคาร

พาณิชย์จัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไข

การปรับปรุงโครงสร้างหนี้

(๕) ในกรณีที่เห็นว่ามีข้อผิดสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ธนาคาร

แห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไข หรือให้ธนาคารพาณิชย์หาผู้เชี่ยวชาญอิสระมาประเมิน

หรือทบทวนปรับปรุงโครงสร้างหนี้แต่ละรายได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นทุกประเภท เว้นแต่สินทรัพย์

จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔ (๒) (๓) และ (๕) ให้นำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคา

ตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

กำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง มูลค่าของหลักประกัน

ที่นำมาหักได้จะต้องไม่สูงเกินกว่ามูลค่าที่ได้มีการจดจำนำ จำนอง หรือมูลค่าที่ธนาคารพาณิชย์

มีบุริมสิทธิ์เหนือหลักประกันนั้น ดังนี้

(๑) หลักประกันที่เป็นสิทธิในเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์นั้น นำมาหักได้

ร้อยละ ๑๐๐

(๒) หลักประกันที่ใกล้เคียงเงินสด เช่น หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด

นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๕ ของราคาตลาด

(๓) หลักประกันอื่นนอกจาก (๑) และ (๒) ที่ได้มีการประเมินราคาหรือมีการ

ตีราคาไว้ไม่เกิน ๑๒ เดือน ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคา

หรือการตีราคา หากมีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้เกินกว่า ๑๒ เดือน ให้นำมาหักได้

ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา

(๔) หลักประกันอื่นนอกจาก (๑) และ (๒) สำหรับลูกหนี้รายย่อยที่มียอดคงค้าง

ต่ำกว่า ๕ ล้านบาท ที่ได้มีการประเมินราคาหรือมีการตีราคาไว้ไม่เกิน ๓๖ เดือน ให้นำมาหักได้ไม่เกิน

ร้อยละ ๙๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา หากมีการประเมินราคาหรือมีการ

ตีราคาไว้เกินกว่า ๓๖ เดือน ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคา

หรือการตีราคา

(๕) ลูกหนี้จัดชั้นรายใดที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรือที่รัฐบาลจะจัดสรร

เงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้ หรือที่มีหลักฐานว่าจะได้รับชำระเงินจากหน่วยราชการใดอย่าง

แน่นอนให้นำวงเงินที่ได้รับการค้ำประกันหรือที่จะได้รับชำระนั้นมาหักออกจากราคาตามบัญชีของ

ลูกหนี้ก่อนคำนวณเงินสำรอง

สำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษตามข้อ ๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติ

ตามข้อ ๘ ธนาคารพาณิชย์จะนำมูลค่าของหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้

ก่อนการกันเงินสำรองหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔ (๒) และ (๓) ซึ่งให้กัน

เงินสำรองให้ครบตามจำนวนที่ต้องกันในทันที ให้ธนาคารพาณิชย์ทยอยกันเงินสำรองให้ครบถ้วน

ทั้งในกรณีสินทรัพย์จัดชั้นและกรณีส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามข้อ ๑๑ ภายใน

สิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๓ โดยต้องดำเนินการตามเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๑

ให้กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๒) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี ๒๕๔๒

ให้กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๔๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๓) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๒

ให้กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๖๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๔) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนแรกของปี ๒๕๔๓

ให้กันเงินสำรองไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของจำนวนที่ต้องกันเงินสำรองดังกล่าว

(๕) ภายในวันสิ้นงวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี ๒๕๔๓

ให้กันเงินสำรองให้ครบถ้วน

ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ต้องลดทุนเพราะเหตุที่ทางการใช้อำนาจสั่งการ

ตามกฎหมาย จำนวนเงินสำรองที่ต้องกันซึ่งจะนำมาใช้ในการพิจารณาลดทุนนั้นคือเงินสำรองที่ต้อง

กันเต็มทั้งจำนวน โดยจะไม่นำการทยอยกันตามวรรคแรกมาใช้บังคับ

อนึ่ง หากธนาคารพาณิชย์ได้กันเงินสำรองไว้แล้วมากกว่าจำนวนเงินที่ต้องทยอย

กันเงินสำรองในแต่ละงวด ธนาคารพาณิชย์จะต้องคงจำนวนเงินสำรองดังกล่าวไว้ในบัญชีต่อไป

จนกว่าจะกันเงินสำรองได้ครบถ้วนแล้ว เว้นแต่เป็นการลดลงของเงินสำรองอันเนื่องจากการปรับปรุง

โครงสร้างหนี้ตามข้อ ๑๑ หรืออันเนื่องมาจากการตัดจำหน่ายลูกหนี้ อย่างไรก็ดี ไม่ว่ากรณีใด

จำนวนเงินสำรองคงเหลือต้องไม่ต่ำกว่าอัตราที่ให้ทยอยกันตามวรรคแรก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ลูกหนี้จัดชั้นสงสัยจะสูญรายใดที่ได้กันเงินสำรองครบถ้วนแล้วให้

ธนาคารพาณิชย์ตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีทันที ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) กรณีลูกหนี้ที่มีหลักประกัน ให้ธนาคารพาณิชย์ตัดจำหน่ายลูกหนี้ออกจาก

บัญชีเท่ากับจำนวนที่ได้กันเงินสำรองไว้แล้ว ยอดหนี้ส่วนที่มีหลักประกันให้คงอยู่ในบัญชีลูกหนี้ต่อไป

(๒) กรณีลูกหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ให้ธนาคารพาณิชย์ตัดจำหน่ายลูกหนี้ออกจาก

บัญชีเต็มจำนวนหนี้ที่คงค้าง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในระหว่างเวลาที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่ได้ตัดสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือ

เรียกคืนไม่ได้ออกจากบัญชี หรือยังกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือ

เรียกคืนไม่ได้ครบจำนวน ธนาคารพาณิชย์จะจ่ายเงินปันผลหรือเงินตอบแทนอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้นมิได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ และ

ที่แก้ไขเพิ่มเติม ยังมีผลใช้บังคับเฉพาะสำหรับธนาคารพาณิชย์ที่งวดการบัญชีในรอบระยะเวลา

หกเดือนแรกของปี ๒๕๔๒ สิ้นสุดลงภายหลังวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๒ จนกว่าจะสิ้นสุดงวด

การบัญชีดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำรายงานการสอบทานเงินให้สินเชื่อและภาระ

ผูกพันส่งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และแบบรายงานที่รัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๓ เป็นต้นไป อนึ่ง

ในงวดการบัญชีรอบระยะเวลา ๖ เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๔๒ หากปรากฏว่าธนาคาร

พาณิชย์ได้ปฏิบัติตามข้อ ๔ (๓) ของประกาศนี้ ให้ถือว่าได้ปฏิบัติตามข้อ ๔ (๒) ของประกาศ

ธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่า

จะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ลงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๒ แล้ว

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

[รก.๒๕๔๓/พ๒๖ง/๙/๒๒ มีนาคม ๒๕๔๓]

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e9e45378e2124209

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com