ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกส. 30 /2562
เรื่อง หลักเกณฑ์การประกอบกิจการสาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
เนื่องด้วยบทบาทหน้าที่และพันธกิจที่สําคัญของสถาบันการเงินเฉพาะกิจมุ่งเน้นส่งเสริมให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินพื้นฐานได้อย่างสะดวกและทั่วถึงปัจจุบันสถาบันการเงินเฉพาะกิจจึงได้ขยายช่องทางการให้บริการ ตลอดจนพัฒนารูปแบบการให้บริการทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการดําเนินการตามพันธกิจ และเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยตระหนักถึงความสําคัญในการประกอบกิจการสาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เนื่องจากเป็นช่องทางที่สําคัญในการให้บริการแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายตามพันธกิจอย่างไรก็ดี การประกอบกิจการสาขามีความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน ทั้งด้านพนักงาน กระบวนการระบบงานต่าง ๆ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงออกหลักเกณฑ์การประกอบกิจการสาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เพื่อส่งเสริมให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากการให้บริการกิจการสาขาในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้ขอบเขตตามกฎหมายจัดตั้งและที่กระทรวงการคลังกําหนดได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการที่รัดกุมและเป็นธรรม
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 120/1 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินพ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกหลักเกณฑ์การประกอบกิจการสาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมและบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย
อื่นๆ - 4. หลักการ
การประกอบกิจการสาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินของกลุ่มลูกค้าตามพันธกิจ ซึ่งเป็นการดําเนินการภายใต้ขอบเขตธุรกรรมตามกฎหมายจัดตั้งและภายใต้การพิจารณาของกระทรวงการคลัง ดังนั้น หลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะผู้กํากับดูแลความเสี่ยงกําหนด จึงไม่ครอบคลุมการจัดตั้ง ขอบเขตธุรกรรมของสาขาทั่วไปสาขาอิเล็กทรอนิกส์ สํานักงานแลกเปลี่ยนเงิน และการประกอบการนอกสถานที่ รวมถึงการย้ายสถานที่ตั้งการหยุดทําการชั่วคราว และการยกเลิกสาขา ซึ่งจะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ดี ธนาคารแห่งประเทศไทยคํานึงถึงความสําคัญของการบริหารความเสี่ยงและการดูแลผู้ใช้บริการทางการเงิน จึงกําหนดให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีกระบวนการในการบริหารความเสี่ยง และการดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการที่เหมาะสม
นอกจากนี้ แม้ว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจจะมีการพัฒนาช่องทางการให้บริการเพื่อให้สามารถรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยมีการประกอบการนอกสถานที่ซึ่งเป็นการดําเนินการตามกรอบพันธกิจเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินของกลุ่มผู้ใช้บริการได้ แต่สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องยึดหลักการของการเสร็จสิ้นสมบูรณ์ของธุรกรรม (Finality) เช่นเดียวกับการทําธุรกรรมที่สาขาเป็นสําคัญ เพื่อให้การทําธุรกรรมนอกสถานที่ดังกล่าวมีผลเท่าเทียมกับการทําธุรกรรมที่สาขา
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 คําจํากัดความ
ในประกาศฉบับนี้
"สาขาทั่วไป" หมายความว่า สาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีสถานที่ทําการที่แน่นอนและให้บริการโดยพนักงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งอาจมีการให้บริการด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์บริเวณภายในหรือหน้าช่องทางการให้บริการดังกล่าวด้วยก็ได้
"สาขาอิเล็กทรอนิกส์" หมายความว่า สาขาของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีสถานที่ทําการที่แน่นอนและให้บริการด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่ได้ให้บริการบริเวณภายในหรือหน้าสาขาทั่วไป โดยใช้บริการดําเนินการด้วยตนเองผ่านเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจจัดไว้แต่สถาบันการเงินเฉพาะกิจอาจจัดให้มีพนักงานคอยให้คําแนะนําหรือช่วยเหลือผู้ใช้บริการในการใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เช่น เครื่องถอนเงินสดอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine: ATM) หรือ เครื่องฝากเงินสดอัตโนมัติ (Cash Deposit Machine: CDM) เป็นต้น
"สํานักงานแลกเปลี่ยนเงิน" หมายความว่า สํานักงานที่ให้บริการเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศ โดยอาจเป็นการให้บริกรโดยพนักงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจหรือให้บริการด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการให้บริการดังกล่าวภายในบริเวณหรือหน้าสถานที่ทําการของสาขาทั่วไป
"การประกอบการนอกสถานที่" หมายความว่า การให้บริการโดยพนักงานของสถาบันการเงินเฉพาะกิจหรือให้บริการด้วยเครื่องอิเล็กทรอนิกส์นอกสถานที่ทําการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการ
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
5.2 เงื่อนไขในการให้บริการสําหรับการประกอบการนอกสถานที่
สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถอํานวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการโดยให้บริการนอกสถานที่ เพื่อสนับสนุนการดําเนินการตามพันธกิจ อย่างไรก็ดี เนื่องจากการประกอบการนอกสถานที่มีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกําหนดเงื่อนไขในการให้บริการเพิ่มเติม ดังนี้
5.2.1 การให้บริการแก่ผู้ใช้บริการทั่วไป สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถให้บริการแก่ผู้ใช้บริการนอกสถานที่ตามเงื่อนไขการให้บริการ ดังนี้
(1) การออกบูธ สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถให้บริการได้โดยไม่จํากัดกลุ่มผู้ใช้บริการ ระยะเวลาในการให้บริการ และสถานที่ที่ให้บริการ ทั้งตามสถานที่การจัดงานกิจกรรมทั่วไป เช่น งานแสดงที่เกี่ยวกับธุรกิจสถาบันการเงิน งานประชุม งานแสดงสินค้า งานเทศกาลต่าง ๆ และสถานที่เฉพาะเจาะจง เช่น ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา บริษัท โรงงาน อย่างไรก็ดีการออกบูธต้องมีลักษณะชั่วคราวเพียงช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยมีแผนงานรองรับที่ชัดเจน
(2) การให้บริการโดยยานพาหนะเคลื่อนที่ เช่น รถยนต์ เรือ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถให้บริการได้ทั้งในลักษณะที่จอดให้บริการเป็นหลักแหล่ง และในลักษณะที่มีการระบุเส้นทางการให้บริการที่ชัดเจน โดยไม่จํากัดกลุ่มผู้ใช้บริการและระยะเวลาในการให้บริการ
5.2.2 การให้บริการแก่ผู้ใช้บริการเป็นการเฉพาะ สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถให้บริการแก่ผู้ใช้บริการนอกสถานที่ตามขอบเขตและเงื่อนไขสําหรับผู้ใช้บริการแต่ละกลุ่ม ดังนี้
(1) การให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้บริการรายอยหรือกลุ่มผู้ใช้บริการฐานราก
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องยื่นขออนุญาตมายังฝ่ายกํากับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายรูปแบบธุรกิจก่อนดําเนินการทั้งการให้บริการที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับเงินสด โดยการให้บริการนอกสถานที่แก่กลุ่มผู้ใช้บริการดังกล่าวต้องเป็นประเภทธุรกรรมเดียวกันกับการให้บริการที่สาขาทั่วไป และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการเข้าถึงบริการทางการเงินตามกรอบพันธกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเท่านั้น เช่น การออกไปรับเงินฝาก การรับชําระหนี้สินเชื่อ หรือการรับชําระค่าสินค้าและบริการจากแม่ค้าในตลาดหรือเกษตรกรรายย่อย เป็นต้น
(2) การให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้บริการที่เป็นนิติบุคคล
สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถให้พนักงานออกไปให้บริการเฉพาะธุรกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับเงินสด โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการอํานวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าตามกรอบพันธกิจของสถาบันการเงินเฉพาะกิจเท่านั้น เช่น การออกไปแนะนําผลิตภัณฑ์ การเปิดบัญชีรับฝากเงินโดยไม่มีการรับเงินสด กรรับเอกสารต่าง ๆ จากลูกค้าผู้ประกอบการ เป็นต้น
สําหรับประเภทบริการที่ให้บริการแก่กลุ่มผู้ใช้บริการข้อ 5.2.2 ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดําเนินธุรกิจสถาบันการเงิน (Non-banking business) เช่น การแจกแผ่นพับสําหรับโฆษณา หนังสือชี้ชวน หรือเอกสารแนะนําผลิตภัณฑ์ เป็นต้น ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การกํากับดูแลการใช้บริการจากผู้ให้บริการสนับสนุนการประกอบธุรกิจ (Business Facilitator) ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
ทั้งนี้ ในกรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีความประสงค์ที่จะประกอบการนอกสถานที่ในรูปแบบตามข้อ 5.22 (1) หรือมีความประสงค์จะให้บริการในรูปแบบอื่นที่แตกต่างจากเงื่อนไขที่กําหนดในข้อ 5.2 ข้างต้น ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายรูปแบบธุรกิจก่อนดําเนินการ โดยในการขออนุญาตนั้น ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจยื่นแผนงาน การประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง แนวทางในการบริหารความเสี่ยง และกระบวนการควบคุมภายในมายังฝ่ายกํากับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะพิจารณาคําขออนุญาตให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับจากวันที่ได้รับคําขอและเอกสารถูกต้องครบถ้วนซึ่งในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจถือปฏิบัติตามความเหมาะสมด้วยก็ได้
นอกจากนี้ หากสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีการเปลี่ยนแปลงการให้บริการจากที่เคยได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมายังฝ่ายกํากับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนเริ่มให้บริการ
5.3 หลักเกณฑ์การกํากับดูแลการประกอบกิจการสาขา
สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลการประกอบกิจการสาขาตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ดังนี้
5.3.1 การกําหนดนโยบายเกี่ยวกับการประกอบกิจการสาขาและบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการ
(1) การกําหนดนโยบายเกี่ยวกับการประกอบกิจการสาขา
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องจัดให้มีนโยบายเกี่ยวกับการประกอบกิจการสาขาที่เหมาะสม ชัดเจน และสอดคล้องกับการให้บริการแก่ประชาชนกลุ่มเป้าหมายตามพันธกิจซึ่งนโยบายดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ โดยอย่างน้อยจะต้องครอบคลุมรายละเอียดในเรื่องดังต่อไปนี้
(1.1) หน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องในการให้บริการของกิจการสาขา
(1.2) แนวทางการบริหารความเสี่ยงในการให้บริการของกิจการสาขาทั้งนี้ แนวทางการบริหารความเสี่ยงจะต้องเป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.3.2 และจะต้องสอดคล้องกับนโยบายบริหารความเสี่ยงโดยรวมขององค์กร
(1.3) แนวทางการดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการในการให้บริการของกิจการสาขา ทั้งนี้ แนวทางการดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการจะต้องเป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5.3.3 และจะต้องสอดคล้องกับนโยบายด้านการให้บริการอย่างเป็นธรรมโดยรวมขององค์กร
(1.4) แนวทางการติดตามดูแลการให้บริการของกิจการสาขาให้เป็นไปตามนโยบายเกี่ยวกับการประกอบกิจการสาขาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ รวมถึงกระบวนการในการให้บริการ การบริหารความเสี่ยง และการดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการตามที่ได้กําหนดไว้
(1.5) แนวทางการรายงานผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการต่อคณะกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ คณะกรรมการชุดย่อย หรือผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมาย เช่น การรายงานประสิทธิภาพในการให้บริการของกิจการสาขา และเหตุการณ์ผิดปกติจากการให้บริการที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจและผู้ใช้บริการ เป็นต้น
(2) บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
คณะกรรมการมีบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ในการกํากับดูแลการประกอบกิจการสาขา ดังนี้
(2.1) อนุมัตินโยบายและกลยุทธ์การประกอบกิจการสาขาและติดตามดูแลให้มีการนํานโยบายดังกล่าวไปกําหนดกระบวนการในการให้บริการ การบริหารความเสี่ยง และการดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ คณะกรรมการจะต้องกําหนดให้มีผู้บริหารและพนักงานที่รับผิดชอบในการดําเนินการตามนโยบายและกระบวนการที่วางไว้ และมีการสื่อสารให้ผู้บริหารและพนักงานที่เกี่ยวข้องได้ทราบเกี่ยวกับนโยบายและกระบวนการดังกล่าวอย่างทั่วถึง เช่น จัดให้มีคู่มือหรือแนวปฏิบัติที่ดีในการให้บริการผ่านกิจการสาขา เป็นต้น
(2.2) ทบทวนและประเมินประสิทธิภาพของนโยบายและกระบวนการที่กําหนดข้างต้นอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งส่งผลกระทบต่อการให้บริการของกิจการสาขาอย่างมีนัยสําคัญ เช่น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่ใช้ในการให้บริการ หรือเมื่อเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การดําเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกิจการสาขา เป็นต้น
5.3.2 การบริหารความเสี่ยง
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลในการบริหารความเสี่ยง ดังนี้
(1) หลักเกณฑ์การกํากับดูแลทั่วไป
(1.1) สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีความรู้และความเข้าใจในความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการให้บริการของกิจการสาขา ภายใต้ประกาศฉบับนี้
(1.2) กระบวนการ วิธีปฏิบัติ และระบบงานที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจกําหนดขึ้นจะต้องสามารถระบุ ประเมิน ติดตาม และควบคุมความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม รวมถึงครอบคลุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ เช่น ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบงานจากความผิดพลาดในการปฏิบัติงานหรือจากการทุจริตทั้งภายในและ ภายนอก เป็นต้น รวมทั้งความเสี่ยงด้านกลยุทธ์และความเสี่ยงด้านชื่อเสียงที่เกี่ยวข้อง สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องมีการติดตามความเสี่ยงเป็นประจําและนําเอาประเด็นหรือปัญหาที่พบจากการให้บริการมาพัฒนากระบวนการรวมทั้งปรับปรุงระบบและกระบวนการควบคุมอย่างเหมาะสม
(1.3) แนวทางการบริหารความเสี่ยงที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจกําหนดขึ้นอย่างน้อยจะต้องครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ อย่างน้อย ดังนี้
(1.3.1) การควบคุมภายใน
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีระบบและกระบวนการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการสาขาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายและกลยุทธ์การประกอบกิจการสาขาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และสามารถลดความเสี่ยงที่เกิดจากการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะต้องมีการสื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใจในบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเอง รวมทั้งติดตามการปฏิบัติตามระบบและกระบวนการดังกล่าวและรายงานให้คณะกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องทราบถึงข้อบกพร่องของระบบและกระบวนการควบคุมภายใน เพื่อให้มีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
(1.3.2) ความปลอดภัยในการให้บริการ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีแนวทางและมาตรการรักษาความปลอดภัยในการให้บริการ ทั้งในด้านความปลอดภัยของสถานที่ ระบบงาน และข้อมูลลูกค้าที่เหมาะสมและสอดคล้องกับแนวทางการบริหารความเสี่ยงในการให้บริการของกิจการสาขา เพื่อป้องกันเหตุร้ายหรือความเสียหายที่จะมีต่อผู้ใช้บริการ ข้อมูลของผู้ใช้บริการ รวมทั้งทรัพย์สินของผู้ใช้บริการและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
(1.3.3) ความพร้อมและความต่อเนื่องในการให้บริการ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีมาตรการดูแลและควบคุมความพร้อมของการให้บริการผ่านกิจการสาขา โดยต้องจัดให้มีแผนรองรับสําหรับการให้บริการเพื่อให้การให้บริการเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีแนวทางและการเตรียมการที่จําเป็น หากการให้บริการหยุดชะงักหรือไม่สามารถให้บริการได้ตามช่วงวันและเวลาให้บริการที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้ตกลงไว้กับผู้ใช้บริการ โดยให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจและแผนรองรับความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM และ Business Continuity Plan: BCP) ของสถาบันการเงินโดยอนุโลม
(1.3.4) การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีมาตรการดูแลและควบคุมให้การให้บริการผ่านกิจการสาขา มีความสอดคล้องและมีการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด เช่น หลักเกณฑ์การรับฝากเงินหรือการรับเงินจากประชาชนของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ แนวปฏิบัติในการบริหารความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
นอกจากนี้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติของหน่วยงานกํากับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
(2) หลักเกณฑ์การกํากับดูแลเพิ่มเติม
เนื่องจากการให้บริการในแต่ละช่องทางมีลักษณะและรูปแบบเฉพาะซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงในการให้บริการที่แตกต่างกัน ดังนั้น นอกเหนือจากที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลทั่วไปในการบริหารความเสี่ยงตามข้อ 5.3.2 (1) แล้ว สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเพิ่มเติมในการบริหารความเสี่ยงสําหรับช่องทางต่าง ๆ ตามรายละเอียดที่ปรากฏในเอกสารแนบ 1 และ 2
5.3.3 การดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการ ดังนี้
(1) หลักเกณฑ์การกํากับดูแลทั่วไป
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีการปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการอย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม โดยต้องมีแนวทางการดูแลผู้ใช้บริการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการประกอบกิจการสาขาที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการและนํามาใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งแนวทางการดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจอย่างน้อยจะต้องครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
(1.1) การกําหนดวันและเวลาทําการ
(1.1.1) กรณีสาขาทั่วไป สาขาอิเล็กทรอนิกส์ และสํานักงานแลกเปลี่ยนเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถกําหนดวันและเวลาทําการของสาขาทั่วไป สาขาอิเล็กทรอนิกส์ และสํานักงานแลกเปลี่ยนเงิน ได้ตามความเหมาะสม โดยให้คํานึงถึงความต้องการและความคาดหวังของผู้ใช้บริการ การให้บริการแก่ผู้ใช้บริการได้อย่างครบถ้วน เพียงพอ ทั่วถึงเป็นสําคัญและสอดคล้องกับสถานที่ตั้ง โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องประกาศวันและเวลาทําการและหยุดทําการไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ทําการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแต่ละแห่งด้วย
ทั้งนี้ กรณีการเปิดและปิดทําการของสาขาทั่วไปสถาบันการเงินเฉพาะกิจอาจพิจารณากําหนดวันและเวลาเปิดทําการและหยุดทําการตามวันและเวลา ดังนี้ (ก) วันและเวลาเปิดทําการ ได้แก่ วันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 8.30 น. ถึง 15.30 น. (ข) วันหยุดทําการได้แก่ วันเสาร์และวันอาทิตย์ รวมถึงวันหยุดตามประเพณีตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด
อย่างไรก็ดี สถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถกําหนดเวลาเปิดและปิดทําการตามเวลาที่สอดคล้องกับสถานที่ตั้ง เช่น ห้างสรรพสินค้า ศูนย์ราชการ เป็นต้นได้ตามความเหมาะสม
(1.1.2) กรณีการประกอบการนอกสถานที่ สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องกําหนดและเปิดเผยสถานที่ วันและเวลาในการให้บริการให้ผู้ใช้บริการได้ทราบอย่างชัดเจนโดยหากมีการใช้ยานพาหนะเคลื่อนที่ในการให้บริการ สถาบันการเงินเฉพาะกิจจะต้องกําหนดจุดให้บริการหรือแจ้งเส้นทางการให้บริการที่ชัดเจนและแน่นอน
(1.2) การให้ความรู้และคําแนะนําในการใช้บริการ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีแนวทางการให้ความรู้และแนะนําการใช้บริการของกิจการสาขา เพื่อสร้างความเข้าใจที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการ
(1.3) การเสนอขายผลิตภัณฑ์และให้บริการ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องมีระบบการบริหารจัดการเพื่อให้มีการปฏิบัติต่อผู้ใช้บริการอย่างรับผิดชอบและผู้ใช้บริการได้รับบริการที่เป็นธรรม โดยมุ่งเน้นให้ผู้ใช้บริการได้รับ (ก) ความเชื่อมั่น (ข) คําแนะนําที่ตรงกับความต้องการและความสามารถของผู้ใช้บริการ รวมถึงข้อมูลที่ชัดเจนครบถ้วน และเพียงพอในการตัดสินใจ (ค) ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นธรรมที่ตรงกับความต้องการและความสามารถของผู้ใช้บริการ รวมถึงการดูแลข้อมูลและสินทรัพย์ของผู้ใช้บริการไม่ให้นําไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม (ง) ความสะดวกและความเป็นธรรมภายหลังการขาย และ (จ) ความเข้าใจสิทธิในการใช้บริการ โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถนําหลักกรของการบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรมตามกฎหมายหรือหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันไปปรับใช้ได้จนกว่าประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมระบบงานที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่ลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ (End-to-End Process) จะมีผลบังคับใช้
(2) หลักเกณฑ์การกํากับดูแลเพิ่มเติม
เนื่องจากการให้บริการในแต่ละช่องทางมีลักษณะและรูปแบบเฉพาะซึ่งก่อให้เกิดความสี่ยงในการให้บริการที่แตกต่างกัน ดังนั้น นอกเหนือจากที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลทั่วไปในการดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการ ตามข้อ 5.3.3 (1) แล้วสถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลเพิ่มเติมในการดูแลและคุ้มครองผู้ใช้บริการสําหรับช่องทางต่าง ๆ ตามรายละเอียดที่ปรากฏในเอกสารแนบ 1 และ 2
5.4 การรายงานข้อมูลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจรายงานข้อมูลดังต่อไปนี้ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย
5.4.1 แผนการเปิดปิดสาขาทั่วไป สาขาอิเล็กทรอนิกส์ และสํานักงานแลกเปลี่ยนประจําปี โดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจรายงานมายังฝ่ายกํากับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจธนาคารแห่งประเทศไทย ภายในวันที่ 31 มกราคม ของทุกปี (ถ้ามี)
5.4.2 รายงานการดําเนินการของสาขาทั่วไป และจํานวนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการดําเนินการของสาขาทั่วไปและจํานวนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ตามความถี่และกําหนดการตามที่กําหนดในตาราง โดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจสามารถดาวน์โหลดแบบรายงานและข้อกําหนดเกี่ยวกับการรายงานดังกล่าวได้จากเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
| | | |
| --- | --- | --- |
| ประเภทแบบรายงาน | การรายงานครั้งแรก | การรายงานครั้งต่อไป |
| ข้อมูลการรายงาน | กําหนดการ | ความถี่ในการรายงาน | กําหนดการจากวันสิ้นเดือน |
| สาขาทั่วไป | ใช้ข้อมูล ณ สิ้นเดือนของสิ้นไตรมาสถัดจากไตรมาสของวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ | ภายใน 7 วัน นับจากวันสิ้นไตรมาส | รายเดือนให้รายงานข้อมูลเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง โดยให้รายงานเฉพาะข้อมูลสาขาที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น | ภายใน 7 วัน นับจากวันสิ้นเดือน |
| จํานวนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ | ภายใน 1 เดือน นับจากวันสิ้นไตรมาส | ทุกไตรมาสให้รายงานจํานวนเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด อนึ่ง สถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ไม่มีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ (รายงานข้อมูลครั้งแรกเป็น 0) ให้รายงานตามแบบรายงานฉบับนี้เมื่อเริ่มมีเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ให้บริการแล้ว | ภายใน 1 เดือนนับจากวันสิ้นไตรมาส |
5.5 การชะลอ ระงับ หรือเพิกถอนการให้บริการ
หากพบว่าสถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาให้ชะลอ ระงับ หรือสั่งเพิกถอนการให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมด ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจดําเนินการเป็นรายกรณีตามความจําเป็นก็ได้
5.6 บทเฉพาะกาล
5.6.1 กรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีการให้บริการนอกสถานที่กับกลุ่มลูกค้ารายย่อยหรือกลุ่มลูกค้าฐานรากตามข้อ 5.2.2 (1) หรือมีการให้บริการนอกสถานที่ในรูปแบบที่แตกต่างจากที่กําหนดในข้อ 5.2 อยู่แล้วก่อนประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจต้องยื่นขออนุญาตการให้บริการดังกล่าว พร้อมการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง แนวทางในการบริหารความเสี่ยงและกระบวนการควบคุมภายใน มายังฝ่ายกํากับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย ภายใน 90 วัน นับจากประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ เว้นแต่จะเคยได้หารือธนาคารแห่งประเทศไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งตอบไม่ขัดข้อง หรือได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในการให้บริการดังกล่าวก่อนหน้านี้แล้ว
5.6.2 กรณีที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจไม่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กํากับดูแลการประกอบกิจการสาขาในข้อ 5.3 ได้ทันที ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นสมควรขยายเวลาในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กํากับดูแลในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจมีเวลาในการเตรียมการอย่างไรก็ดี ธนาคารแห่งประเทศไทยขอให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจทบทวนแนวทางการดําเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์กํากับดูแลการประกอบกิจการสาขาภายใน 120 วันนับจากประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 กันยายน 2562
(นายวิรไท สันติประภพ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย