ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๒[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ กระทรวงการคลัง
ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘
โดยวิธีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลังในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ครั้งที่
๒ โดยมีเงื่อนไขและสาระสำคัญ ดังนี้
๑. การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๒ ได้ดำเนินการจำหน่ายระหว่างวันที่ ๑๑ - ๒๒
พฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา มูลนิธิ
สถาบันอื่นที่จัดตั้งขึ้นซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไร
ส่วนราชการสังกัดรัฐบาลกลาง สหกรณ์ และวัด รวมทั้งสิ้น ๓,๘๔๘ ราย
โดยทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด
(มหาชน)
โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียนตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรและจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็น
เพื่อประโยชน์ในการนี้ ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
๒. ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๒ เป็นพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นอายุ ๓ ปี จำนวน ๔,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐
บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๓.๐๐ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑
๓. พันธบัตรออมทรัพย์ข้างต้นมีการชำระดอกเบี้ยปีละ
๒ งวด คือในวันที่ ๑๑ พฤษภาคม และ ๑๑ พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี
๓๖๕ วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้ เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะชำระดอกเบี้ยโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์
ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
จำกัด (กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร) หรือตามรายชื่อทางทะเบียน
(กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร) ณ
วันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา ๓๐ วัน
ก่อนวันถึงกำหนดชำระดอกเบี้ย
๔. การชำระคืนต้นเงินจะดำเนินการในวันครบกำหนดไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดของธนาคารแห่งประเทศไทย
จะเลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไป
กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะชำระคืนต้นเงินโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ)
ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด
กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร การชำระคืนต้นเงินตามพันธบัตร
จะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร
๕. การจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้
๕.๑ ธนาคารตัวแทนจำหน่ายคิดค่าธรรมเนียมในการจำหน่ายพันธบัตรในอัตรา
๒๕๐ บาท ต่อรายการ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ Custodian แล้ว)
ซึ่งมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์และเครื่องถอนเงินอัตโนมัติ
(ATM) ของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่งรวมทั้งสิ้น ๓,๘๔๘ ราย ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมการจำหน่ายพันธบัตรรวมทั้งสิ้น ๙๖๒,๐๐๐ บาท ทั้งนี้
ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะชำระค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรให้กับบริษัท
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
เพื่อเป็นการนำฝากพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) โดยคำนวณตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือล้านละ ๑.๐๐ บาทต่อเดือน
สำหรับราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าพันธบัตรคงเหลือให้ใช้ตามราคาตราของพันธบัตร
๕.๒ ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘
ครั้งที่ ๒ ได้คิดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย ดังนี้
(๑)
ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๑ ของดอกเบี้ยที่ชำระและต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
(๒) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ
ณ วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘
นริศ ชัยสูตร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๓ กรกฎาคม
๒๕๕๘
ปุณิกา/ผู้ตรวจ
๓ สิงหาคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๑๕๘ ง/หน้า ๘/๙ กรกฎาคม ๒๕๕๘