法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการพัสดุของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า พ.ศ. 2555

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
70
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยการพัสดุของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า

พ.ศ. ๒๕๕๕

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๔ วรรคสอง มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๗ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ และข้อ ๖๒

ของระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า พ.ศ.

๒๕๕๓

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา

๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการพัสดุของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า พ.ศ.

๒๕๕๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศที่จัดตั้งในสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ตามมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้จ่ายตามกิจการตามมาตรา

๙๗ (๓) เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“คพรฟ.” หมายความว่า

คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

“คพรต.” หมายความว่า

คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล

“โครงการชุมชน” หมายความว่า

โครงการที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน ซึ่งดำเนินการโดย คพรฟ. หน่วยงานของรัฐ

หรือผู้ดำเนินโครงการภาคประชาชน

“งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า

จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่าย หรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามวัตถุประสงค์

และในเวลาที่กำหนด

“ปีงบประมาณ” หมายความว่า

ปีงบประมาณของสำนักงาน

“เจ้าหน้าที่กองทุน” หมายความว่า

เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในด้านต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุน

แต่ไม่ถือว่าเป็นพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน

“เจ้าหน้าที่พัสดุ” หมายความว่า

เจ้าหน้าที่กองทุนซึ่งได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับมอบหมายจากประธาน คพรฟ.

ให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามระเบียบนี้

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า

ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานในกำกับของรัฐ องค์การมหาชน

หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่น ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

หรือหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ

“พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ

ครุภัณฑ์ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างตามหลักการจำแนกประเภทรายจ่าย และให้หมายความรวมถึงสิทธิต่าง

ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน

สิ่งปลูกสร้างตามหลักการจำแนกประเภทรายจ่าย

“การพัสดุ” หมายความว่า การซื้อ

การจ้าง การจ้างที่ปรึกษา การเช่า การควบคุม การให้ยืม การจัดหาประโยชน์ในพัสดุ

การประกันภัย การจำหน่ายพัสดุ

และหมายความรวมถึงการดำเนินการอื่นใดที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

“การจัดซื้อจัดจ้าง” หมายความว่า

การได้มาซึ่งพัสดุโดยการซื้อ จ้าง เช่า

หรือโดยนิติกรรมประเภทอื่นตามที่กำหนดในระเบียบนี้

“การซื้อ” หมายความว่า

การซื้อพัสดุทุกชนิดทั้งที่มีการติดตั้ง การทดลอง และการบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น

ๆ แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

“การจ้าง” หมายความว่า

การจ้างทำของ การรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การจ้างเหมาบริการ

และการจ้างโฆษณา แต่ไม่รวมถึงการจ้างแรงงาน และการจ้างที่ปรึกษา

“การจ้างที่ปรึกษา” หมายความว่า

การจ้างบริการจากบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำในด้านวิศวกรรม

สถาปัตยกรรม กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี

สาธารณสุข การออกแบบ การควบคุมงาน หรือด้านอื่นใดตามที่คณะกรรมการกำหนด

“ที่ปรึกษาไทย” หมายความว่า

ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทยและได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่ปรึกษาไทยไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา

กระทรวงการคลัง

“การเช่า” หมายความว่า

การเช่าอสังหาริมทรัพย์ การเช่าสังหาริมทรัพย์ การเช่าซื้อ การเช่าแบบลิสซิ่ง (Leasing) และการเช่าซึ่งรวมการให้บริการ

“การจำหน่ายพัสดุ” หมายความว่า

การขาย การให้ การแลกเปลี่ยน การแปรสภาพและการทำลายพัสดุ

“ผู้รับการจัดสรรเงินกองทุน” หมายความถึง

ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ

หรือกลุ่มบุคคล ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน โดยอนุมัติ คพรฟ.

เพื่อใช้ในโครงการชุมชน

“ผู้รับการจัดสรรเงินกองทุนซึ่งเป็นกลุ่มบุคคล” หมายความถึง ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนที่มิใช่หน่วยงานของรัฐ

ซึ่งได้แก่ กลุ่มบุคคลที่จดทะเบียน หรือได้รับการรับรองตามกฎหมาย

หรือจากส่วนราชการ หรือกลุ่มบุคคลที่รวมตัวกันและได้รับการรับรองจาก คพรฟ.

“ผู้มีอำนาจ” หมายความถึง

บุคคลที่ระเบียบนี้กำหนดให้มีอำนาจดำเนินการ อนุมัติการจัดซื้อ จัดจ้าง

จ้างที่ปรึกษา แก้ไขสัญญา ขยายอายุสัญญา

และให้หมายความรวมถึงผู้รับมอบอำนาจของบุคคลนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้เลขาธิการสำนักงาน

มอบอำนาจให้ประธาน คพรฟ. ดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุตามระเบียบนี้

ประธาน คพรฟ. อาจมอบอำนาจช่วงเป็นหนังสือ แก่รองประธาน คพรฟ.

หรือกรรมการ คพรฟ. คนใดคนหนึ่ง ให้ดำเนินการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ ตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์

กรอบแผนงาน กรอบการจัดสรรเงินกองทุน

และแผนงบประมาณประจำปีที่คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติแล้ว โดยคำนึงถึง

(๑) ประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยดำเนินการอย่างเปิดเผย โปร่งใส

ตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี โดยมีการเก็บเอกสารการดำเนินงาน

และการบริหารพัสดุอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

(๒) ความคุ้มค่าของเงิน โดยเปรียบเทียบทางเลือกต่าง ๆ

เพื่อให้ได้พัสดุที่มีคุณภาพดีเหมาะสม และเกิดประโยชน์จากการใช้งานมากที่สุด

และได้ผลลัพธ์คุ้มค่า

(๓) การใช้พัสดุที่ผลิตในประเทศไทยและกิจการของคนไทยเป็นลำดับแรก

(๔) การดำเนินการอย่างเป็นธรรมกับผู้ประกอบการ

หรือคู่สัญญาทุกรายด้วยความเสมอภาค ทั้งในด้านการให้ข้อมูลข่าวสารและการพิจารณาเพื่อไม่ก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างบุคคลหรือนิติบุคคลเหล่านั้น

และป้องกันมิให้มีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม

หรือการเสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

การกระทำที่เข้าลักษณะเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือการเสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

ตลอดจนวิธีดำเนินการเพื่อมิให้มีการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือการเสนอราคาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน

ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุที่นอกเหนือจากระเบียบนี้กำหนดไว้

ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน จึงจะดำเนินการได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การอนุมัติสั่งซื้อ

สั่งจ้าง สั่งจ้างที่ปรึกษาครั้งหนึ่งให้เป็นอำนาจของผู้มีอำนาจภายในวงเงิน

ดังต่อไปนี้

(๑) ประธาน คพรฟ. ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) คพรฟ. เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ขึ้นไป โดยให้ดำเนินการตามมติที่ประชุม คพรฟ.

การจัดซื้อจัดจ้าง

โดย คพรฟ.

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ข้อกำหนดในหมวดนี้ให้ใช้บังคับกับการจัดซื้อจัดจ้าง

โดย คพรฟ.

กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุกระทำได้

๓ วิธี ดังต่อไปนี้

(๑) วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ได้แก่

การเชิญชวนให้ผู้ประกอบการทั่วไปที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดเข้ายื่นข้อเสนอ

(๒) วิธีคัดเลือก ได้แก่

การเชิญชวนเฉพาะผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้ายื่นข้อเสนอ

(๓) วิธีเฉพาะเจาะจง ได้แก่

การให้ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดรายใดรายหนึ่งให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคากับ

คพรฟ. โดยตรง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุให้เลือกใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปก่อน

เว้นแต่

(๑) กรณีดังต่อไปนี้ ให้ใช้วิธีคัดเลือก

(ก) ใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปแล้ว

แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอหรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือก

(ข) มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้พัสดุนั้นอันเนื่องมาจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดหมายได้

ซึ่งหากใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปจะทำให้ไม่ทันต่อความต้องการใช้พัสดุ

(ค)

เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ

(๒) กรณีดังต่อไปนี้ ให้ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง

(ก) ใช้ทั้งวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปและวิธีคัดเลือกแล้ว

แต่ไม่มีผู้ยื่นข้อเสนอหรือข้อเสนอนั้นไม่ได้รับการคัดเลือก

(ข) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีการผลิต จำหน่าย หรือให้บริการทั่วไป

และมีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

(ค) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีผู้ประกอบการซึ่งมีคุณสมบัติโดยตรงเพียงรายเดียว

หรือการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากผู้ประกอบการซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายหรือตัวแทนผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในประเทศไทยและไม่มีพัสดุอื่นที่จะใช้ทดแทนได้

(ง) มีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้น โดยฉุกเฉิน เนื่องจากอุบัติภัย

หรือธรรมชาติพิบัติภัย

(จ) การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่จำเป็นเร่งด่วน

หากล่าช้าอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่กองทุน

(ฉ)

เป็นพัสดุที่เกี่ยวพันกับพัสดุที่ได้จัดซื้อจัดจ้างพัสดุไว้ก่อนแล้ว

และมีความจำเป็นต้องการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุเพิ่มเติม เพื่อความสมบูรณ์หรือต่อเนื่องในการใช้พัสดุหรืองานจ้างนั้น

และให้รวมถึงการต่อสัญญาซื้อหรือการต่อสัญญาจ้าง

(ช) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหน่วยงานของรัฐ

องค์การระหว่างประเทศหรือหน่วยงานของต่างประเทศ

(ซ) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อ หรือการเช่าเฉพาะแห่ง

(ฌ) เป็นการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุจากหน่วยงานของรัฐ

ซึ่งเป็นผู้ผลิตและหรือจำหน่ายพัสดุหรือเป็นผู้รับจ้างงานนั้น

(ญ)

พัสดุที่ต้องการจัดซื้อจัดจ้างมีคุณลักษณะเฉพาะเป็นพิเศษหรือซับซ้อน

หรือต้องผลิตก่อสร้าง หรือให้บริการโดยผู้ประกอบการที่มีฝีมือโดยเฉพาะ

หรือมีความชำนาญเป็นพิเศษ หรือมีทักษะสูงและผู้ประกอบการนั้นมีจำนวนจำกัด

(ฎ)

เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้

เช่น งานจ้างซ่อมเครื่องจักร เครื่องมือกล เครื่องยนต์

เครื่องไฟฟ้าหรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ก่อนดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุ จัดทำรายงานเสนอประธาน คพรฟ.

เพื่อขออนุมัติดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง

โดยต้องแสดงรายการประกอบการพิจารณาอนุมัติอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) วัตถุประสงค์หรือความจำเป็นที่ต้องจัดซื้อหรือจ้าง

(๒) จำนวนพัสดุคงเหลือที่มีประเภท ชนิด

ลักษณะเดียวกับพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้าง

(๓) วงเงินที่จะใช้ในการจัดซื้อหรือจ้าง

(๔) รายละเอียดของพัสดุที่จะจัดซื้อหรือจ้าง

(๕) ราคาพัสดุที่เคยจัดซื้อจัดจ้างครั้งหลังสุด ราคาอ้างอิงของพัสดุ

หรือราคากลางสำหรับงานก่อสร้าง

(๖) กำหนดเวลาที่จะต้องใช้พัสดุนั้น หรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ

(๗) วิธีจัดซื้อจัดจ้าง

(๘) ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุแต่ละครั้ง

ให้ประธาน คพรฟ. แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างขึ้นเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้

คณะละไม่น้อยกว่า ๓ คน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน

แล้วแต่กรณีดังนี้

(๑) คณะกรรมการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง

(๒) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

การจ้างก่อสร้างแต่ละครั้งที่มีราคาตั้งแต่ ๑๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ให้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่กองทุนหรือผู้ซึ่งมีความรู้ความชำนาญเกี่ยวกับงานก่อสร้างร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

และให้แต่งตั้งผู้ควบคุมงาน ๑ คน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คณะกรรมการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง

และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ตามข้อ ๑๓ ให้แต่งตั้งจากกรรมการ คพรฟ. กรรมการ คพรต.

เจ้าหน้าที่กองทุน หรือบุคคลที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ประกาศ

ในการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างครั้งเดียวกัน

ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างตามข้อ ๑๓ (๑) และ (๒)

จะเป็นบุคคลเดียวกันมิได้

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุจะต้องมีกรรมการ คพรฟ. หรือ กรรมการ คพรต.

อย่างน้อย ๑ คน เป็นกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ คณะกรรมการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างมีหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ

(๒) พิจารณาข้อเสนอที่มีคุณสมบัติตามข้อกำหนด

(๓) เจรจาต่อรองราคาเพื่อให้ได้ราคาที่เหมาะสม

(๔) จัดทำรายงานผลการพิจารณาคัดเลือกการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ

และความเห็น พร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับมาทั้งหมด เสนอต่อประธาน คพรฟ.

เพื่อพิจารณาอนุมัติให้จัดทำข้อตกลงหรือสัญญาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บุคคลที่จะเข้ายื่นข้อเสนอหรือเจรจาต่อรองราคาในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุของ

คพรฟ. อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีความสามารถตามกฎหมาย

(๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๓) ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ

(๔)

ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของราชการ หรือสำนักงาน

ให้บุคคลที่เข้ายื่นข้อเสนอหรือเจรจาต่อรองราคาในการจัดซื้อจัดจ้างรับรองตนเองถึงคุณสมบัติตามวรรคหนึ่งในวันยื่นข้อเสนอด้วย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เอกสารเชิญชวนให้เข้ายื่นข้อเสนอหรือเจรจาต่อรองราคา

อย่างน้อยต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อและที่อยู่ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

ที่ประสงค์จะจัดซื้อจัดจ้าง

(๒) ประเภท ลักษณะ ปริมาณ และคุณภาพของพัสดุที่จะจัดซื้อจัดจ้าง

รวมทั้งสถานที่ส่งมอบพัสดุสถานที่ให้บริการ และแบบแปลน แผนผัง

หรือโมเดลของสิ่งก่อสร้าง

(๓) คุณสมบัติของบุคคลที่จะเข้ายื่นข้อเสนอหรือเจรจาต่อรองราคา

(๔) ระยะเวลาในการส่งมอบพัสดุ กำหนดเวลาแล้วเสร็จของงาน

หรือตารางเวลาการให้บริการ

(๕) วัน เวลา และสถานที่ยื่นข้อเสนอ

(๖) เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการยื่นข้อเสนอ

(๗) รายละเอียดของราคาพัสดุที่เสนอ ซึ่งต้องรวมค่าลิขสิทธิ์ ค่าขนส่ง

ค่าภาษี ค่าประกัน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย

(๘) ระยะเวลาการยืนราคา

(๙) เกณฑ์ในการพิจารณาข้อเสนอ

(๑๐) ข้อกำหนดในสัญญา และแบบฟอร์มของสัญญา

(๑๑) ข้อสงวนสิทธิของ คพรฟ. ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอหรือเจรจาต่อรองราคามีคุณสมบัติไม่ถูกต้องหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในเอกสารเชิญชวน

(๑๒) สิทธิในการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง

(๑๓) หลักเกณฑ์และวิธีวางหลักประกันข้อเสนอและหลักประกันสัญญา

มูลค่าของหลักประกันการคืนหลักประกัน และการยึดหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เพื่อประกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่ปฏิบัติตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง

คพรฟ. อาจกำหนดในเอกสารเชิญชวนให้ผู้ยื่นข้อเสนอวางหลักประกันข้อเสนอก็ได้

หลักประกันตามวรรคหนึ่ง ได้แก่

(๑) เงินสด

(๒) เช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่กองทุนหรือก่อนวันนั้นไม่เกินสามวันทำการ

(๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรไทย

(๔)

พันธบัตรรัฐบาลไทยซึ่งได้จดทะเบียนในการใช้เป็นหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยในกรณีที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ

ไม่ต้องวางหลักประกัน

การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุด้วยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

จะต้องให้ผู้ยื่นข้อเสนอวางหลักประกันข้อเสนอพร้อมกับการยื่นซองข้อเสนอ

ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ ของวงเงินที่ใช้ในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น

ให้ คพรฟ. คืนหลักประกันข้อเสนอ ให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ

หรือผู้ค้ำประกันได้ต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง

หรือผู้ยื่นข้อเสนอได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

ให้ คพรฟ. ประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไปว่าจะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุใด วัน

เวลา สถานที่ และวิธีการรับเอกสารเชิญชวน

การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก ให้ คพรฟ.

มีหนังสือเชิญผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไม่น้อยกว่าสามรายให้เข้ามายื่นข้อเสนอ

การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ให้ คพรฟ.

มีหนังสือเชิญผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดเพียงรายเดียวให้เข้ามายื่นข้อเสนอหรือให้เข้ามาเจรจาต่อรองราคา

ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ปิดไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการ คพรฟ.

และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต ไม่น้อยกว่า ๗

วันทำการก่อนวันรับซองข้อเสนอ และเปิดเผยในเวปไซต์ของสำนักงาน หรือ คพรฟ. (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่เห็นสมควรหรือเมื่อได้รับการร้องขอจากผู้ประกอบการซึ่งได้รับเอกสารเชิญชวน

ให้ คพรฟ. จัดให้มีการประชุมชี้แจงรายละเอียดของเอกสารเชิญชวน

โดยให้มีหนังสือเชิญผู้ประกอบการทุกรายซึ่งได้รับหรือซื้อเอกสารเชิญชวนให้เข้าร่วมประชุม

การประชุมชี้แจงตามวรรคหนึ่ง

ต้องจัดให้มีขึ้นก่อนวันยื่นข้อเสนอวันแรก

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขเอกสารเชิญชวน

ให้ คพรฟ.

จัดทำเอกสารเชิญชวนเพิ่มเติมและส่งไปยังผู้ประกอบการซึ่งได้รับเอกสารเชิญชวนทุกรายก่อนวันยื่นข้อเสนอโดยมิชักช้า

หากการแก้ไขเอกสารเชิญชวนตามวรรคหนึ่งเป็นการแก้ไขในสาระสำคัญและอาจก่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกับผู้ประกอบการในการยื่นข้อเสนอ

ให้ คพรฟ.

พิจารณาขยายเวลายื่นข้อเสนอเพื่อให้ผู้ประกอบการศึกษารายละเอียดและปรับปรุงข้อเสนอของตน

การขยายเวลาตามวรรคสอง ให้ คพรฟ. ทำเป็นประกาศปิดไว้ ณ ที่ทำการ คพรฟ.

และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต และเปิดเผยในเวปไซต์ ของสำนักงาน

หรือ คพรฟ. (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อมีการยื่นข้อเสนอตามวัน เวลา

และสถานที่ตามที่กำหนด

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุลงทะเบียนรับไว้เป็นหลักฐานและออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ

โดยการยื่นข้อเสนอให้ยื่นตามวิธีใดวิธีหนึ่ง แล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้

(๑) ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคาพร้อมกันโดยแยกเป็น ๒

ซอง

(๒) ยื่นข้อเสนอด้านราคาเพียงซองเดียว

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีมีผู้ยื่นข้อเสนอต่อ

คพรฟ. เมื่อพ้นวันและเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศหรือเอกสารเชิญชวน

หรือข้อเสนอนั้นส่งมาถึง คพรฟ. เมื่อพ้นวันและเวลาดังกล่าว

ให้ส่งข้อเสนอนั้นคืนไปยังผู้ยื่นข้อเสนอโดยไม่เปิดซอง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ คพรฟ.

ต้องเก็บข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายเป็นความลับ

ห้ามมิให้เปิดเผยข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอต่อผู้ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้นหรือต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้คณะกรรมการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างพิจารณาเฉพาะข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนตามเอกสารเชิญชวน

และมีข้อเสนอด้านเทคนิคถูกต้องตรงตามเงื่อนไขที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การพิจารณาข้อเสนอให้ดำเนินการดังนี้

(๑) กรณียื่นข้อเสนอตามวิธีข้อ ๒๒ (๑)

ให้พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายแล้วจัดลำดับ

และให้เปิดซองข้อเสนอด้านราคาของผู้ยื่นข้อเสนอที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดและเจรจาให้ได้ราคาที่เหมาะสม

หากเจรจาไม่ได้ผล ให้เสนอประธาน คพรฟ. เพื่อพิจารณายกเลิกการเจรจากับผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น

แล้วเปิดซองข้อเสนอด้านราคาของผู้ยื่นข้อเสนอที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไป

และเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม

(๒) กรณีการยื่นข้อเสนอตามข้อ ๒๒ (๒)

ให้เลือกข้อเสนอด้านราคาที่ต่ำที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอตามวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุตามข้อ

๑๐ ให้คณะกรรมการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง คัดเลือกด้วยความรอบคอบเป็นประโยชน์ต่อการใช้งาน

โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีวงเงินจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน

๑๐,๐๐๐ บาท ให้เจ้าหน้าที่พัสดุรายงานขอความเห็นชอบ และอนุมัติต่อประธาน

คพรฟ.

เพื่อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบพัสดุหลักเกณฑ์และการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุตามปกติตามข้อ

๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๕ และข้อ ๒๖ และเมื่อประธาน คพรฟ.

ได้ให้ความเห็นชอบและอนุมัติแล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเรียกให้ผู้ขายรายใดรายหนึ่งให้ส่งมอบพัสดุหรือเรียกให้ผู้รับจ้างรายใดรายหนึ่งเข้าดำเนินการทันที

แล้วแต่กรณี เมื่อได้ดำเนินการแล้ว ให้รายงานขอความเห็นชอบและอนุมัติต่อประธาน

คพรฟ. และเมื่อประธาน คพรฟ. ได้ให้ความเห็นชอบและอนุมัติแล้ว ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับสมบูรณ์แล้ว

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ในการจัดซื้อหรือจัดจ้าง

ห้ามแบ่งแยกการซื้อหรือการจ้างออกเป็นส่วน ๆ

หรือทำการซื้อหรือการจ้างซ้ำกันหลายครั้งในช่วงเวลาใกล้กัน

โดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีความรัดกุมหรือหลีกเลี่ยงอำนาจอนุมัติภายในวงเงินที่สูงกว่า

ยกเว้นกรณีที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้างในคราวเดียวกันหรือโครงการเดียวกัน

หรือภายในพื้นที่ทำงานเดียวกัน อาจแบ่งงานออกได้เป็นส่วน ๆ

เพื่อให้สอดคล้องกับตารางแผนการดำเนินงาน

โดยใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุตามอำนาจและวงเงินของส่วนงานที่แบ่งไว้

การจัดซื้อจัดจ้างในคราวเดียวกัน หรือโครงการเดียวกัน

หรือภายในพื้นที่ทำงานเดียวกันตามวรรคหนึ่ง

จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจแล้วแต่กรณีก่อน

กระบวนการจ้างที่ปรึกษา

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การจ้างที่ปรึกษากระทำได้ ๒ วิธี

ดังต่อไปนี้

(๑) วิธีคัดเลือก ได้แก่

การจ้างที่ปรึกษาโดยการคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานนั้นให้เหลือน้อยราย

และเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้เหลือน้อยรายดังกล่าวยื่นข้อเสนอเข้ารับงานนั้น

ๆ เพื่อพิจารณาคัดเลือกรายที่ดีที่สุด

(๒) วิธีเฉพาะเจาะจง ได้แก่ การจ้างที่ปรึกษาที่ คพรฟ.

ตกลงจ้างผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งซึ่งเคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถและผลงานแล้ว

และเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ก่อนดำเนินการจ้างที่ปรึกษา

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานขออนุมัติการจ้างที่ปรึกษาต่อประธาน คพรฟ. โดยต้องแสดงเหตุผลและความจำเป็น

ขอบเขตการดำเนินงาน วงเงินที่ใช้จ้าง วิธีการจ้าง และข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

พร้อมทั้งการอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษา

เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้ แล้วแต่กรณี คือ

(๑) คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก

(๒) คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษา ตามข้อ

๓๑ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน แต่งตั้งจากกรรมการ

คพรฟ. กรรมการ คพรต. หรือเจ้าหน้าที่กองทุน (ถ้ามี) หรือบุคคลที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ประกาศ

และอาจแต่งตั้งผู้ชำนาญการ หรือผู้ทรงคุณวุฒิในงาน เป็นกรรมการด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก

ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก

ทำหน้าที่จัดหารายชื่อของที่ปรึกษาไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมากที่สุด

และพิจารณาคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลืออย่างมาก ๖ ราย เสนอประธาน คพรฟ. เพื่อพิจารณา

โดยให้ขอรายชื่อที่ปรึกษาไทยหรือตรวจสอบข้อมูลรายชื่อจากเวปไซต์ศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษากระทรวงการคลัง

หรือขอรายชื่อที่ปรึกษาไทยจากส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ

ซึ่งเคยดำเนินการจ้างที่ปรึกษาในงานประเภทเดียวกัน

กรณีที่ คพรฟ. มีรายชื่อที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมอยู่แล้ว

คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกอาจพิจารณาคัดเลือกให้เหลือน้อยรายโดยไม่ดำเนินการตามวรรคหนึ่งก็ได้

(๒) ให้ประธาน คพรฟ. ออกหนังสือเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้คัดเลือกไว้

เพื่อยื่นข้อเสนอเข้ารับงานตามวิธีใดวิธีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคาพร้อมกันโดยแยกเป็น ๒

ซอง

(ข) ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคเพียงซองเดียว

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก

มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก

(๒) พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกรายแล้วจัดลำดับ

และให้พิจารณาข้อเสนอด้านราคา ดังนี้

(ก) ในกรณีการยื่นข้อเสนอตามข้อ ๓๓ (๒) (ก)

ให้เปิดซองข้อเสนอด้านราคาของที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดและเจรจาให้ได้ราคาที่เหมาะสม

(ข) ในกรณีการยื่นข้อเสนอตามข้อ ๓๓ (๒) (ข)

ให้เชิญที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดยื่นข้อเสนอด้านราคาของที่ปรึกษา

และเจรจาให้ได้ราคาที่เหมาะสม

หากเจรจาไม่ได้ผล ให้เสนอประธาน คพรฟ. เพื่อพิจารณายกเลิกการเจรจากับที่ปรึกษารายนั้นแล้วเปิดซองข้อเสนอด้านราคาของที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไป

หรือเชิญที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไปให้ยื่นข้อเสนอด้านราคา

แล้วแต่กรณี และเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม

(๓) เมื่อเจรจาได้ราคาที่เหมาะสมแล้ว

ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกพิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ

ที่จะกำหนดในข้อตกลงหรือสัญญา

(๔) ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก

รายงานผลการพิจารณา และความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อประธาน คพรฟ.

เพื่อพิจารณาอนุมัติจัดทำข้อตกลงหรือสัญญา

(๕) กำกับงานจ้างที่ปรึกษา โดยถือขอบเขตการดำเนินงาน

คุณภาพและระยะเวลาส่งมอบงานจ้างที่ปรึกษาให้ถูกต้องตามที่กำหนดในข้อตกลงหรือสัญญาเป็นหลัก

ทั้งนี้

ให้รวมถึงงานจ้างที่ปรึกษาที่มีคุณภาพสูงกว่ากำหนดและเป็นประโยชน์ต่อกองทุนและโครงการชุมชน

โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

(๖) จัดทำรายงานผลการตรวจรับงานจ้างที่ปรึกษา

และหลักฐานการตรวจรับต่อประธาน คพรฟ. เพื่อพิจารณาเบิกจ่ายต่อไป

(๗) จัดทำรายงานเสนอต่อประธาน คพรฟ.

เพื่อพิจารณาในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อตกลงหรือสัญญา ยกเลิกสัญญา งด

หรือลดหย่อนการปรับ

ในกรณีที่ใช้วิธีการยื่นข้อเสนอตามข้อ ๓๓ (๒) (ก)

หลังจากตัดสินให้ทำสัญญากับที่ปรึกษาซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว

ให้เจ้าหน้าที่พัสดุส่งคืนซองข้อเสนอด้านราคาให้แก่ที่ปรึกษารายอื่นที่ได้ยื่นไว้โดยไม่เปิดซอง

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก กรณีเป็นงานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

และมีที่ปรึกษา ซึ่งสามารถทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป

หรือมีที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานนั้น ให้อยู่ในดุลพินิจของประธาน

คพรฟ. ที่จะออกหนังสือเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้คัดเลือกไว้

ให้ยื่นข้อเสนอเพื่อรับงานโดยให้ดำเนินการตามวิธีดังต่อไปนี้ คือ

(๑) ให้ที่ปรึกษายื่นข้อเสนอด้านเทคนิค และข้อเสนอด้านราคาพร้อมกัน

โดยแยกเป็น ๒ ซอง

(๒) ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก

พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกราย และจัดลำดับ

(๓) เปิดซองราคาของผู้ที่ได้รับการจัดลำดับไว้อันดับหนึ่งถึงอันดับสามตาม

(๒) พร้อมกันแล้วเลือกรายที่เสนอราคาต่ำสุดมาเจรจาต่อรองราคาเป็นลำดับแรก

(๔) หากเจรจาตาม (๓) แล้วไม่ได้ผล

ให้ยกเลิกแล้วเจรจากับรายที่เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ เมื่อเจรจาได้ผลประการใด

ให้ดำเนินการตามข้อ ๓๔ (๓) และ (๔)

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก

กรณีเป็นรายบุคคล

ที่ไม่ต้องยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคให้ดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามนัยข้อ

๓๓ และพิจารณาจัดลำดับ และเมื่อสามารถจัดลำดับได้แล้ว

ให้เชิญรายที่เหมาะสมที่สุดมาเสนอราคาค่าจ้างเพื่อเจรจาต่อรองราคาตามลำดับ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง

ให้กระทำได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) การจ้างที่มีค่างานจ้างไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) การจ้างเพื่อทำงานต่อเนื่องจากงานที่ได้ทำอยู่แล้ว

(๓) การจ้างหน่วยงานภาครัฐ ให้ดำเนินการจ้างได้โดยตรง

(๔) การจ้างที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่กองทุน

และมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจงก็ให้กระทำได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจง

มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและอัตราค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ที่เกี่ยวเนื่องกับบริการของที่ปรึกษาที่จะจ้างและเจรจาต่อรอง

(๒) เมื่อเจรจาได้ราคาที่เหมาะสมแล้ว

ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีเฉพาะเจาะจงพิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ

ที่จะกำหนดในข้อตกลงหรือสัญญา

(๓) รายงานผลการพิจารณา และความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่รับไว้ทั้งหมดต่อประธาน

คพรฟ. เพื่อพิจารณาอนุมัติจัดทำข้อตกลงหรือสัญญาต่อไป

(๔) กำกับงานจ้างที่ปรึกษา โดยถือขอบเขตการดำเนินงาน

คุณภาพและระยะเวลาส่งมอบงานจ้างที่ปรึกษาให้ถูกต้องตามที่กำหนดในข้อตกลงหรือสัญญาเป็นหลัก

ทั้งนี้ ให้รวมถึงงานจ้างที่ปรึกษาที่มีคุณภาพสูงกว่าที่กำหนดและเป็นประโยชน์ต่อกองทุน

โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

(๕) จัดทำรายงานผลการตรวจรับงานจ้างที่ปรึกษา

และหลักฐานการตรวจรับต่อประธาน คพรฟ. เพื่อพิจารณาเบิกจ่ายต่อไป

(๖) จัดทำรายงานเสนอต่อประธาน คพรฟ. เพื่อพิจารณาในกรณีที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขข้อตกลงหรือสัญญา

ยกเลิกสัญญา งดหรือลดหย่อนการปรับ

กระบวนการเช่า

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การเช่า

อัตราค่าเช่า

รวมทั้งค่าบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่าให้ผู้มีอำนาจดำเนินการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า

ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของค่าเช่าทั้งสัญญา และให้กระทำได้เฉพาะกรณีการเช่าซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน

๑ ปี

การเช่าให้นำวิธีการและขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุตามส่วนที่ ๑

มาใช้บังคับโดยอนุโลม

สัญญาและหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การทำสัญญาเป็นหลักฐานในการจัดซื้อ จัดจ้าง

การจ้างที่ปรึกษา และการเช่าให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ในการจัดซื้อ จัดจ้าง การจ้างที่ปรึกษา หรือการเช่าแต่ละครั้ง

ให้ประธาน คพรฟ. จัดทำสัญญาตามตัวอย่างที่สำนักงานกำหนด โดยสัญญาให้ทำเป็นภาษาไทย

ในกรณีมีความจำเป็นไม่สามารถใช้ตัวอย่างสัญญาที่สำนักงานกำหนดได้

หรือกรณีการเช่าซึ่งผู้เช่าจะต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่าหรือในกรณีที่ประธาน

คพรฟ. เห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ

ให้ส่งร่างสัญญานั้นให้สำนักงานพิจารณาก่อน

ในกรณีจัดซื้อประกันภัย ให้ถือว่ากรมธรรม์เป็นหนังสือสัญญา

(๒) การจัดซื้อจัดจ้าง การจ้างที่ปรึกษา

หรือการเช่าในกรณีดังต่อไปนี้

จะทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันโดยไม่ต้องทำเป็นสัญญาตาม (๑) ก็ได้

โดยให้อยู่ในดุลพินิจของประธาน คพรฟ.

(ก) การจัดซื้อจัดจ้าง หรือการจ้างที่ปรึกษาที่มีวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

(ข) การจัดซื้อจัดจ้าง หรือการจ้างที่ปรึกษาที่คู่สัญญาสามารถส่งมอบพัสดุหรืองานจ้างได้ครบถ้วนภายในห้าวันทำการของทางราชการ

นับตั้งแต่วันถัดจากวันทำข้อตกลงเป็นหนังสือ

(ค) การเช่า ซึ่งผู้เช่าไม่ต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า

(๓) การจัดซื้อจัดจ้าง หรือการจ้างที่ปรึกษาซึ่งมีราคาไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท จะไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้

โดยให้ใช้ใบเสร็จรับเงินหรือใบแทนใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน

ให้ส่งสำเนาสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป

ให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานประจำเขต ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวันทำสัญญาหรือข้อตกลง

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ให้ประธาน คพรฟ.

หรือผู้ที่ประธาน คพรฟ. มอบหมาย เป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ สัญญาและข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงมิได้

เว้นแต่การแก้ไขนั้นจะเป็นความจำเป็นโดยไม่ทำให้กองทุนเสียประโยชน์

หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของกองทุน

ให้ผู้มีอำนาจเป็นผู้อนุมัติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การกำหนดเงื่อนไขในข้อตกลงหรือสัญญาจะต้องไม่ทำให้กองทุนเสียเปรียบ

รวมทั้งให้มีเงื่อนไขการปรับ กรณีส่งมอบล่าช้ากว่ากำหนด

การจัดซื้อจัดจ้างนอกจากการจ้างที่ปรึกษา

ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๒๐

ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ

เว้นแต่การจ้างซึ่งต้องการผลสำเร็จของงานทั้งหมดพร้อมกัน

ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้น

แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐๐ บาท

สำหรับงานก่อสร้างสาธารณูปโภคที่มีผลกระทบต่อการจราจร

ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ ๐.๒๕

ของราคางานจ้างนั้นแต่อาจจะกำหนดขั้นสูงสุดของการปรับก็ได้

ในการทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา หากเห็นว่า

ถ้าไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาจะเกิดความเสียหายให้ผู้จัดทำสัญญากำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ

๐.๐๑ - ๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้นได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นโดยคำนึงถึงราคาและลักษณะของงานจ้างซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการที่คู่สัญญาจะหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามสัญญา

ในกรณีการจัดหาสิ่งของที่ประกอบกันเป็นชุด

ถ้าขาดส่วนประกอบส่วนหนึ่งส่วนใดไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์

แม้คู่สัญญาจะส่งมอบสิ่งของภายในกำหนดตามสัญญา แต่ยังขาดส่วนประกอบบางส่วน

ต่อมาได้ส่งมอบส่วนประกอบที่ยังขาดนั้นเกินกำหนดสัญญา

ให้ถือว่าไม่ได้ส่งมอบสิ่งของนั้นเลย ให้ปรับเต็มราคาของทั้งชุด

ในกรณีที่การจัดหาสิ่งของคิดราคารวมทั้งค่าติดตั้งหรือทดลองด้วย

ถ้าติดตั้งหรือทดลองเกินกว่ากำหนดตามสัญญาเป็นจำนวนวันเท่าใด

ให้ปรับเป็นรายวันในอัตราที่กำหนดของราคาทั้งหมด

เมื่อครบกำหนดส่งมอบพัสดุตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้ คพรฟ.

รีบแจ้งการเรียกค่าปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงจากคู่สัญญา

และเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุ ให้ คพรฟ.

บอกสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับในขณะที่รับมอบพัสดุนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การทำสัญญา

จะต้องให้ผู้ขาย ผู้รับจ้าง วางหลักประกันสัญญาในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕

ของราคาตามสัญญา สำหรับสัญญาจ้างที่ปรึกษาให้หักเงินที่จะจ่ายแต่ละครั้งในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ

๕ เป็นเงินประกัน

ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐเป็นคู่สัญญา ไม่ต้องวางหลักประกันสัญญา

กรณีสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ผู้ให้เช่าไม่ต้องวางหลักประกันสัญญา

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ หลักประกันสัญญา

ให้ใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(๑) เงินสด

(๒) เช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่าย

ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้นชำระต่อเจ้าหน้าที่หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓

วันทำการ

(๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารที่ประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรไทย

(๔) พันธบัตรรัฐบาลไทยซึ่งได้จดทะเบียนในการใช้เป็นหลักประกันที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้ คพรฟ.

คืนหลักประกันให้แก่คู่สัญญา หรือผู้ค้ำประกัน

หลังจากวันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินล่วงหน้าให้ผู้ขาย

ผู้รับจ้าง หรือที่ปรึกษา ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของวงเงินตามสัญญา

และต้องให้ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือที่ปรึกษา

วางหลักประกันเงินจ่ายล่วงหน้าที่ได้รับล่วงหน้าไปนั้น

โดยจะต้องกำหนดไว้ในเงื่อนไขก่อนทำสัญญา ยกเว้นในกรณีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ

หรือการจ้างที่ปรึกษาจากหน่วยงานของรัฐ สามารถจ่ายเงินล่วงหน้าได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐

ของวงเงินตามสัญญาโดยไม่ต้องวางหลักประกัน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การงด

หรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ แล้วแต่กรณี เสนอขออนุมัติต่อประธาน คพรฟ.ตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริงเฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของ คพรฟ.

(๒) เหตุสุดวิสัย

(๓)

เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย

ให้ คพรฟ. ระบุไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

กำหนดให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้ คพรฟ. ทราบภายใน ๑๕ วัน นับตั้งแต่เหตุนั้นสิ้นสุดลง

หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนดคู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอลด หรืองดค่าปรับ

หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณี ตาม (๑) ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือ

คพรฟ. ทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น

ให้ประธาน คพรฟ. รายงานผลการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ต่อ คพรฟ.

เพื่อทราบ

การตรวจรับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ

และการจ้างที่ปรึกษา

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของผู้ใช้พัสดุนั้น

หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลง

จะต้องได้รับการอนุมัติจากประธาน คพรฟ. ก่อน

(๒) เสนอขออนุมัติต่อผู้มีอำนาจในกรณีการงดหรือลดค่าปรับ

การขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

รวมทั้งเสนอความเห็นต่อผู้มีอำนาจในกรณีการแก้ไขสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

และการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ

(๓) โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่ง

และให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด

(๔) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว

ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง

พร้อมกับทำใบตรวจรับ โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย ๒

ฉบับมอบให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และ คพรฟ. ๑ ฉบับ แล้วแต่กรณี เพื่อรวบรวมเอกสารประกอบการจ่ายเงิน

และรายงานให้ประธาน คพรฟ. ทราบ

(๕) ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวน

หรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด

ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้อง

และโดยปกติให้รีบรายงานประธาน คพรฟ. เพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓

วันทำการนับแต่วันตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ์ของ คพรฟ.

ที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น

(๖) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือหน่วย

ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์

ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น

และโดยปกติให้รีบรายงานให้ประธาน คพรฟ. ทราบ

เพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันตรวจพบ

(๗) ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุ โดยทำความเห็นแย้งไว้

ให้เสนอประธาน คพรฟ. เพื่อพิจารณาสั่งการ ถ้าประธาน คพรฟ.

สั่งการให้ตรวจรับพัสดุนั้นไว้ จึงจะดำเนินการตาม (๕)

70 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยการพัสดุของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า พ.ศ. 2555 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ebed2a3909b84d0f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com