ข้อ ๕ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชนในท้องถิ่นหรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์
ให้พื้นที่ในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลซับสมบูรณ์
เป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ดังนี้
(๑)
ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์โดยเด็ดขาด
(๑.๑)
ที่สาธารณะประจำหมู่บ้านและตำบล เช่น สนามกีฬา สนามเด็กเล่น ถนนสาธารณะ วัด
ศาลาประจำหมู่บ้าน ฯลฯ
(๑.๒)
สถานที่ราชการ เช่น ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลซับสมบูรณ์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล
โรงเรียน เป็นต้น
(๒)
ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์เกินจำนวนที่กำหนดดังนี้
(๒.๑)
พื้นที่นอกจากที่ระบุใน (๑) และในเขตชุมชน
ห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภทดังต่อไปนี้เกิน จำนวนดังนี้
(ก)
ช้าง ม้า ไม่เกิน ๑ ตัว
(ข)
โค กระบือ แพะ แกะ สุนัข แมว ประเภทละ ไม่เกิน ๓ ตัว
(ค)
เป็ด ไก่ นก ห่าน ประเภทละ ไม่เกิน ๒๐ ตัว
(ง)
จำนวนสัตว์อื่นนอกจาก (ก) - (ค) ต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
(จ)
การเลี้ยงสัตว์ต้องไม่ก่อมลภาวะและเหตุรำคาญ
(ฉ)
ต้องไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์และแพร่เชื้อโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน
(๓)
ให้พื้นที่ต่อไปนี้เป็นเขตที่การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ต้องอยู่ภายใต้มาตรการอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้
(๓.๑)
พื้นที่อยู่อาศัยไม่หนาแน่น หรือห่างจากชุมชน เกิน ๕๐๐ เมตร
เป็นเขตที่การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภทดังนี้
(ก)
การเลี้ยงสุกร โค กระบือ แพะ แกะ สุนัข แมว จำนวนไม่เกิน ๒๐ ตัว
(ข)
การเลี้ยงไก่ นก เป็ด ห่าน จำนวนไม่เกิน ๕๐ ตัว
(ค)
สัตว์อื่น ๆ นอกจาก ข้อ (ก) และ (ข) จำนวนไม่เกิน ๕ ตัว
(๓.๒)
พื้นที่อยู่อาศัยไม่หนาแน่น หรือห่างจากชุมชน เกิน ๑ กิโลเมตร เป็นเขตที่การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภทดังนี้
(ก)
การเลี้ยงสุกร โค กระบือ แพะ แกะ สุนัข จำนวนไม่เกิน ๑๐๐ ตัว
(ข)
การเลี้ยงไก่ นก เป็ด ห่าน จำนวนไม่เกิน ๕๐๐ ตัว
(ค)
สัตว์อื่น ๆ นอกจาก ข้อ (ก) และ (ข) จำนวนไม่เกิน ๑๐ ตัว
ต้องมีการปฏิบัติภายใต้มาตรการดังนี้
๑. สถานที่ตั้ง
(๑)
ต้องตั้งอยู่ในสถานที่ที่ไม่ก่อเหตุรำคาญให้กับผู้อาศัยอยู่ใกล้เคียง
(๒)
ต้องมีบริเวณเลี้ยงสัตว์ซึ่งกั้นเป็นสัดส่วนและให้อยู่ห่างเขตที่ดินสาธารณะ ทางน้ำ
สาธารณะหรือที่ดินต่างเจ้าของ
และมีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งใดปกคลุมโดยรอบบริเวณเลี้ยงสัตว์นั้นไม่น้อยกว่า
๒๐ เมตร ทุกด้าน
เว้นแต่ด้านที่มีแนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของผู้เลี้ยงสัตว์ประเภทเดียวกัน
๒.
อาคารและส่วนประกอบ
(๑)
อาคารต้องเป็นอาคารเอกเทศและมั่นคงแข็งแรงมีลักษณะ
เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ประเภทนั้น ๆ ไม่มีการพักอาศัยหรือประกอบกิจการอื่นใด
(๒)
พื้นต้องเป็นพื้นแน่นทำความสะอาดง่ายไม่เฉอะแฉะเว้นแต่การเลี้ยงสุกรพื้นจะต้องเป็นคอนกรีตและมีความลาดเอียงเพื่อให้น้ำและสิ่งปฏิกูลไหลลงทางระบายน้ำได้โดยสะดวก
(๓)
หลังคาต้องมีความสูงจากพื้นมากพอสมควรและมีช่องทางให้แสงสว่างหรือแสงแดดส่องภายในอาคารอย่างทั่วถึง
(๔)
คอกต้องมีการกั้นคอกเป็นสัดส่วนเหมาะสมกับจำนวนสัตว์ ไม่ให้สัตว์อยู่กันอย่างแออัด
(๕)
การระบายอากาศต้องจัดให้มีการระบายอากาศถ่ายเทให้เพียงพอ
๓.
การสุขาภิบาลทั่วไป
(๑)
การระบายน้ำ
(๑.๑)
รางระบายน้ำต้องจัดให้มีรางระบายน้ำโดยรอบตัวอาคาร ให้มีความลาดเอียงเพียงพอให้น้ำไหลได้สะดวก
(๑.๒)
น้ำทิ้งต้องมีการบำบัดก่อนระบายลงสู่ทางระบายน้ำ แหล่งน้ำสาธารณะหรือในที่เอกชน
(๒)
การกำจัดมูลสัตว์ ต้องเก็บกวาดมูลสัตว์เป็นประจำทุกวัน
ต้องจัดให้มีที่กักเก็บมูลสัตว์โดยเฉพาะ ไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็นอันเป็นเหตุรำคาญ
และต้องไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค
(๒.๑)
ถ้ามีการสุมไฟไล่แมลงให้สัตว์ต้องไม่ให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อาศัยใกล้เคียง
(๒.๒)
ต้องป้องกันเสียงร้องของสัตว์ไม่ให้เป็นเหตุรำคาญ แก่ผู้อาศัยใกล้เคียง
(๒.๓)
การเลี้ยงสัตว์ที่มีขน ตัวอาคารต้องสามารถป้องกันขน
ไม่ให้ปลิวฟุ้งกระจายออกไปนอกสถานที่
(๒.๔)
ต้องควบคุมดูแลไม่ให้สัตว์ออกไปทำความเสียหาย
แก่ทรัพย์สินหรือทำความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อยู่ใกล้เคียง
(๒.๕)
ต้องรักษาความสะอาดที่เลี้ยงสัตว์ให้สะอาดเสมอ
๔.
การกำจัดซากสัตว์ให้ใช้วิธีการเผาหรือฝังเพื่อป้องกันการเป็นแหล่ง
เพาะพันธุ์ของแมลงและสัตว์นำโรคและการก่อเหตุรำคาญจากกลิ่นเหม็น