法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้ารังไหมเพื่อการแปรรูปจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้ารังไหมเพื่อการแปรรูปจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

พ.ศ. ๒๕๕๓[๑]

กรมวิชาการเกษตรได้วิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชของรังไหมเพื่อการแปรรูปที่นำเข้าเป็นการค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเสร็จสิ้นแล้ว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑ อันเป็นกฎหมายที่มีบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อธิบดีกรมวิชาการเกษตรโดยคำแนะนำของคณะกรรมการกักพืช ออกประกาศกำหนดเงื่อนไขการนำเข้ารังไหมเพื่อการแปรรูปจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ามาในราชอาณาจักร ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ชนิดสินค้า

รังไหมชนิดสีขาว Bombyx mori

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ศัตรูกักกันที่เกี่ยวข้อง

รายชื่อศัตรูพืชกักกันของราชอาณาจักรไทยสำหรับรังไหมเพื่อการแปรรูปจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ Nosema bombycis สาเหตุโรค pebrine

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ หน่วยงานที่รับผิดชอบ

๓.๑ ราชอาณาจักรไทย คือ กรมวิชาการเกษตร

๓.๒ สาธารณรัฐประชาชนจีน คือ General Administration of Quality Supervision Inspection and Quarantine of the People's Republic of China ซึ่งต่อไปในประกาศนี้จะเรียกว่า “AQSIQ”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การขออนุญาตนำเข้า

๔.๑ ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าซึ่งออกให้โดยกรมวิชาการเกษตร

๔.๒ ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำขอใบอนุญาตนำเข้ารังไหมเพื่อการแปรรูปต้องดำเนินธุรกิจโรงงานสาวไหม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ วิธีการขนส่ง

รังไหมต้องส่งมาจากเมืองท่าแห่งหนึ่งในสาธารณรัฐประชาชนจีนไปยังเมืองท่าปลายทางในราชอาณาจักรไทย ในลักษณะเป็นสินค้าขนส่งทางเรือหรือทางอากาศ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ข้อกำหนดสำหรับโรงงานสาวไหม

๖.๑ รังไหมนำเข้าเพื่อการแปรรูปต้องถูกแปรรูปในโรงงานสาวไหมที่ผ่านการตรวจสอบโดยกรมวิชาการเกษตร โรงงานสาวไหมต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด ดังนี้

๖.๑.๑ ต้องมีสถานที่เก็บรังไหม

๖.๑.๒ ต้องมีเครื่องอบแห้งรังไหม

๖.๑.๓ ต้องเก็บข้อมูลจำนวนที่นำเข้าและแปรรูปเพื่อการตรวจสอบ

๖.๑.๔ ต้องไม่นำรังไหมไปทำการแปรรูปที่โรงงานสาวไหมอื่นโดยไม่ผ่านความเห็นชอบก่อนจากกรมวิชาการเกษตร

๖.๒ ต้องตรวจสอบโรงงานสาวไหมเป็นประจำทุกปี หรือเมื่อมีเหตุจำเป็นว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยผู้นำเข้ารังไหมเพื่อการแปรรูปเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

๖.๓ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดโดยเคร่งครัด ใบอนุญาตนำเข้ารังไหมเพื่อการแปรรูปจะถูกเพิกถอนถ้าไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ข้อกำหนดนำเข้า

๗.๑ ต้องปลอดจากโรค pebrine

๗.๒ ต้องอบรังไหมด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ ๙๐ องศาเซลเซียส (๑๙๔ องศาฟาเรนไฮต์) หรือสูงกว่า เป็นเวลานาน ๘ ชั่วโมง หรือมากกว่า ติดต่อกัน หรืออบรังไหมด้วยวิธีการอื่นใดที่เป็นการอบแห้งสมบูรณ์

๗.๓ รังไหมต้องมีความชื้นไม่เกินร้อยละ ๑๐

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ข้อกำหนดของบรรจุภัณฑ์

๘.๑ ต้องบรรจุรังไหมในบรรจุภัณฑ์ที่ใหม่ และปิดสนิทเมื่อบรรจุรังไหมแล้ว

๘.๒ ต้องบรรจุรังไหมในบรรจุภัณฑ์ซึ่งต้องไม่มีการปะปนของ ดิน ทราย และชิ้นส่วนของพืช เช่น ใบ ก้าน เศษซากพืช เป็นต้น หรือสิ่งอื่นใดที่มีศักยภาพนำพาศัตรูกักกันได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การรับรอง

๙.๑ การส่งออกรังไหมมายังราชอาณาจักรไทยต้องมีใบรับรองการปลอดโรค ซึ่งออกให้โดย AQSIQ กำกับมาด้วย โดยต้นฉบับใบรับรองต้องแนบมาพร้อมกับสินค้าทุกครั้งที่ส่งมายังราชอาณาจักรไทย

๙.๒ ใบรับรองต้องระบุข้อความเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้ “The silkworm cocoon of this consignment was produced in China and inspected and found to be free of pebrine”

๙.๓ ต้องระบุรายละเอียดของการอบรังไหมด้วยความร้อนหรือวิธีการอื่นใดบนใบรับรองในส่วนที่เหมาะสมด้วย

๙.๔ ต้องระบุชื่อวิทยาศาสตร์ของไหม หมายเลขตู้ขนส่งสินค้า และหมายเลขผนึกปิดตู้ขนส่งสินค้า (สำหรับการขนส่งทางเรือ) ในใบรับรอง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การตรวจนำเข้า

๑๐.๑ เมื่อรังไหมถูกขนส่งมาถึงด่านนำเข้าในราชอาณาจักรไทย การตรวจนำเข้ารังไหมจะดำเนินการหลังจากได้ตรวจสอบยืนยันความถูกต้องของเอกสารทั้งหมดที่แนบมาพร้อมกับสินค้า

๑๐.๒ พนักงานเจ้าหน้าที่จะสุ่มตัวอย่างรังไหมและตรวจสอบเพื่อยืนยันว่ามีศัตรูของรังไหมหรือไม่

๑๐.๓ ในกรณีตรวจพบโรค pebrine หรือการนำเข้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดต้องดำเนินการตามมาตรการ ดังต่อไปนี้

๑๐.๓.๑ ถ้าตรวจพบว่ารังไหมมีความชื้นเกินกว่าร้อยละ ๑๐ ต้องอบรังไหมอีกครั้งให้รังไหมมีความชื้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ โดยผู้นำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

๑๐.๓.๒ ถ้าตรวจพบว่าเชื้อสาเหตุโรค pebrine ยังมีชีวิต รังไหมทั้งหมดต้องถูกทำลายโดยผู้นำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

๑๐.๔ ถ้าตรวจพบสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นนอกเหนือจาก Nosema bombycis ที่มีศักยภาพเป็นศัตรูพืชกักกันของราชอาณาจักรไทย ต้องส่งกลับ ทำลาย หรือกำจัดศัตรูกักกันบนรังไหมด้วยวิธีการที่เหมาะสม (ถ้ามีวิธีการกำจัด) โดยผู้นำเข้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย กรมวิชาการเกษตรมีสิทธิระงับการนำเข้ารังไหมเป็นการชั่วคราวจนกว่าการประเมินความเสี่ยงได้ดำเนินการแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓

สมชาย ชาญณรงค์กุล

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๗ มิถุนายน ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๗ มิถุนายน ๒๕๕๓

พิมลกร/ปรับปรุง

๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

พลัฐวัษ/ตรวจ

๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๕๙ ง/หน้า ๔๓/๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง เงื่อนไขการนำเข้ารังไหมเพื่อการแปรรูปจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ec0bd6b658f8edb2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com