法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการบัญชีของบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการบัญชีของบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์

และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๒ ทวิ และมาตรา ๔๙ แห่งพระราช

บัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.

๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจ

หลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖

และมาตรา ๕๖ แห่งพระราช

บัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจ

หลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒(ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๒๘ ธนาคารแห่ง

ประเทศไทยออกข้อกำหนดไว้เป็นมาตรฐานดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในประกาศฉบับนี้

"บริษัท" หมายความว่าบริษัทเงินทุน

บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทเครดิต

ฟองซิเอร์

"ลูกหนี้เงินให้กู้ยืม" หมายความรวมถึง ลูกหนี้ที่เกิดจากการรับซื้อ ซื้อลด หรือ

รับช่วงซื้อลดตั๋วเงิน ตราสารเปลี่ยนมืออื่น

หรือตราสารการเครดิต

"หลักประกัน" หมายความว่า ทรัพย์สินที่อาจจำนำหรือจำนองได้ตามประกาศ

ธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการกำหนดหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่บริษัทเงินทุนต้องเรียก

"การขายทรัพย์สิน" หมายความรวมถึง การจะขายทรัพย์สินด้วย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้บริษัทจัดทำบัญชีแสดงสินทรัพย์และหนี้สินให้ครบถ้วนถูกต้องเป็น

ปัจจุบันตามความเป็นจริง ตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี

และตามมาตรฐานการบัญชีที่คณะ

กรรมการควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ก.บช.) ให้ความเห็นชอบตามที่สมาคมนักบัญชี

และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยกำหนดเว้นแต่ประกาศนี้จะกำหนดมาตรฐานการจัดทำ

บัญชีไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ภายใต้บังคับข้อ ๔

ในการจัดทำบัญชีรวมทั้งงบการเงิน ให้บริษัทถือ

ปฏิบัติตามเกณฑ์ค้างรับค้างจ่าย

เว้นแต่เมื่อมีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้ให้บริษัทระงับการบันทึกบัญชี

เป็นรายได้ตามเกณฑ์ค้างรับค้างจ่าย

และให้บริษัทบันทึกบัญชีเป็นรายได้ตามจำนวนเงินที่ได้รับ

ชำระ

(๑)

เมื่อลูกหนี้เงินให้กู้ยืมและหรือลูกหนี้ที่เกิดจาการค้ำประกันหรือการรับรอง

รับอาวัล

หรือสอดเข้าแก้หน้าในตั๋วเงินรายใดมีดอกเบี้ยค้างชำระเกินกว่าหกเดือนนับแต่วันครบ

กำหนดชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นแล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

เว้นแต่มีหลักประกันคุ้มเงินต้นและดอก

เบี้ย

การตีราคาหลักประกัน

ให้เป็นไปตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วย

การกำหนดหลักประกันเป็นทรัพย์สินที่บริษัทเงินทุนต้องเรียก

(๒) เมื่อผู้เช่าซื้อสังหาริมทรัพย์ผิดนัดและค้างชำระเงินงวดใดงวดหนึ่งเกินกว่า

หกเดือนขึ้นไป

ลูกหนี้ตาม

(๑) และ (๒)

ที่มีดอกเบี้ยหรือเงินรายงวดค้างชำระตั้งแต่หนึ่งเดือน

ขึ้นไปแต่ไม่เกินหกเดือน

บริษัทจะบันทึกบัญชีเป็นรายได้ตามจำนวนเงินที่ได้รับชำระก็ได้

การบันทึกบัญชีตามเกณฑ์ค้างรับค้างจ่ายตามวรรคหนึ่ง

ให้บริษัทจัดทำทุก

สิ้นเดือน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในกรณีดังต่อไปนี้ให้บริษัทบันทึกบัญชีเป็นรายได้ดังนี้

(๑) การให้เช่าซื้ออสังหาริมทรัพย์

ให้บริษัทบันทึกบัญชีเป็นรายได้ โดยคำนวณ

ตามวิธีผลรวมจำนวนปี หรือวิธีอื่นที่คล้ายคลึงกัน

(๒) การขายทรัพย์สินโดยผ่อนชำระ

ให้บริษัทบันทึกบัญชีเป็นกำไรได้เพียง

จำนวนที่ไม่เกินสัดส่วนของเงินที่ได้รับชำระแล้วต่อราคาขาย

หรือบันทึกบัญชีเป็นกำไรทั้งจำนวน

ต่อเมื่อได้รับเงินครบถ้วนตามสัญญาแล้วก็ได้

เว้นแต่กรณีสัญญาการขายทรัพย์สินมีระยะเวลาผ่อน

ชำระไม่เกินสามปี และผู้ซื้อได้ชำระเงินเกินกว่ากึ่งหนึ่งของราคาขายภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ทำ

สัญญา

บริษัทจะบันทึกบัญชีเป็นกำไรทั้งจำนวนในงวดการบัญชีที่ได้รับชำระเงินเกินกว่ากึ่งหนึ่ง

ของราคาขายนั้นได้

การขายทรัพย์สินโดยบริษัทยังมีภาระที่จะต้องดำเนินการอยู่อีก

และจะมีผล

กระทบต่อกำไรจากการขายทรัพย์สินนั้น เช่น

ภาระในการโยกย้ายผู้อยู่อาศัย ภาระในการรื้อถอน

สิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น

ในการคำนวณกำไรจากการขายทรัพย์สินดังกล่าว ให้บริษัทหักค่าใช้จ่ายที่

ประมาณว่าอาจเกิดขึ้นในภายหน้าออกจากกำไรจากการขายทรัพย์สินนั้นเสียก่อน

(๓) การประกอบธุรกิจเงินทุนประเภทกิจการเงินทุนเพื่อการพัฒนาตามมาตรา

๒๐ (๖) วรรคสอง (ก) (ข) (ค) (ง) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราช

บัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

(ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๒๘

และการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการที่ปรึกษาการลงทุน ให้บริษัท

บันทึกบัญชีเป็นรายได้ตามจำนวนเงินที่ได้รับชำระ

แต่ถ้าบริษัทได้รับชำระเงินก่อนวันที่ผู้สอบบัญชี

รับรองงบการเงินของงวดการบัญชีที่ผ่านมา

แต่ต้องไม่เกินกว่าสี่เดือนนับแต่วันสิ้นงวดการบัญชีนั้น

บริษัทจะบันทึกบันชีเป็นรายได้ในงวดการบัญชีที่ผ่านมานั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้บริษัทจัดทำทะเบียนเพื่อบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการค้ำประกัน

การรับรองตั๋วเงิน การรับอาวัลตั๋วเงิน หรือภาระผูกพันอื่นในทำนองเดียวกัน

และให้บริษัทบันทึก

บัญชีรายการดังกล่าวเป็นรายการตรงกันข้ามทั้งด้านสินทรัพย์และหนี้สิน

ในการจัดทำงบการเงินให้

เปิดเผยยอดคงเหลือในหมายเหตุประกอบงบการเงิน

ในกรณีประกาศเฉพาะงบดุลให้แสดงยอด

คงเหลือเป็นหมายเหตุข้างล่างงบดุลนั้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปีบัญชีเริ่มในหรือหลังวันที่ ๑

กรกฎาคม

๒๕๒๙ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๘

มกราคม ๒๕๒๙

กำจร สถิรกุล

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

[รก.๒๕๒๙/๖/๒๗พ/๑๐ มกราคม ๒๕๒๙]

ธิดาวรรณ

/ แก้ไข

๒๗ ก.ย. ๒๕๔๕

B+A(C)

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการบัญชีของบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ec4d2f0e56d5df4c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com