法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2499) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ (ฉบับ Update ณ วันที่ 04/10/2506)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๔๙๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๗

แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้

ดั่งต่อไปนี้

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ปฏิบัติตามประกาศสำนักคณะรัฐมนตรีเรื่องลำดับเกียรติและระเบียบการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ทหารซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติซึ่งไม่ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ใช้แพรแถบอย่างแพรแถบของเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ทำเป็นแถบสูงประมาณ ๑.๕

เซนติเมตร กว้างประมาณ ๓ เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อข้างซ้ายเหนือกระเป๋าบน เว้นแต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์ใดซึ่งมีกฎหมายกำหนดให้ประดับที่อกเสื้อข้างขวา

ก็ให้ติดแพรแถบที่อกเสื้อข้างขวา และสำหรับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใดมีกฎหมายกำหนดเครื่องหมายสำหรับประดับแพรแถบ

ก็ให้ประดับเครื่องหมายที่แพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้นด้วย

ในกรณีมีแพรแถบหลายแถบ ให้ติดเรียงกันเป็นแถวตามยาว

แถวละไม่เกิน ๕ แถบ

เครื่องหมายราชองครักษ์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ นายทหารที่เป็นราชองครักษ์

ใช้สายยงยศและเครื่องหมายอักษรพระปรมาภิไธย ดังนี้

(๑) สายยงยศเป็นสายถัก ๒ เส้น ประกอบตุ้มโลหะสีทอง ๒ ตุ้ม

สายเกลี้ยง ๒ เส้น ปลายสายรวมติดใต้อินทรธนูข้างขวา สายถักคล้องใต้แขนขวาผ่านหน้าอก

๑ เส้น ส่วนอีก ๑ เส้น ผ่านหน้าอก สายเกลี้ยงทำเป็นบ่วงคล้องใต้แขนขวา ๑ เส้น ส่วนอีก

๑ เส้น ทำเป็นบ่วงผ่านหน้าอกมารวมกับปลายสายถักทั้ง ๒ เส้น คล้องที่ดุมอกเสื้อให้ตุ้มโลหะสีทองอยู่ที่อกเสื้อ

ถ้าเป็นเสื้อชั้นนอกคอปิด คล้องที่ดุมอกเสื้อเม็ดที่ ๑ ถ้าเป็นเสื้อชั้นนอกคอแบะหรือเสื้อชั้นนอกเปิดอกคล้องใต้ชายพับ

ประมาณแนวเดียวกับดุมเม็ดที่ ๑ ของเสื้อชั้นนอกคอปิด

สายยงยศทำด้วยไหมทองหรือไหมสีเหลือง ใช้ประกอบกับเครื่องแบบ

ดังนี้

(ก)[๒]

เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติขาว หรือเครื่องแบบปกติคอแบะ

ซึ่งประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เครื่องแบบครึ่งยศ เครื่องแบบเต็มยศ

เครื่องแบบสโมสร หรือเครื่องแบบกันหนาวที่ใช้เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ หรือเสื้อน้อยสีน้ำเงินดำ

หรือเครื่องแบบทหารเรือสำหรับใช้ในประเทศหนาวที่ใช้เสื้อสโมสรดำ เสื้อน้อย

เสื้อกลาง หรือเสื้อใหญ่สีน้ำเงินดำ ใช้สายยงยศไหมทอง

(ข) เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติขาว ซึ่งไม่ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ใช้สายยงยศไหมสีเหลือง

เมื่อแต่งเครื่องแบบนอกจากที่กล่าวแล้ว ไม่ใช้สายยงยศ และผู้ที่เป็นราชองครักษ์

ไม่ใช้สายยงยศอย่างอื่นอีก

(๒) เครื่องหมายอักษรพระปรมาภิไธย ใช้รูปอักษรพระปรมาภิไธยย่อในองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ตนเป็นราชองครักษ์ภายใต้เลขลำดับรัชกาลและพระมหามงกุฎติดบนอินทรธนูข้างขวา

ให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอ

(ก)[๓]

สำหรับทหารบกชาย ทำด้วยโลหะสีทอง ติดที่กึ่งกลางอินทรธนู โดยมิต้องประดับเครื่องหมายยศบนอินทรธนู

สำหรับทหารบกหญิง ทำด้วยโลหะสีทองติดบนอินทรธนูอ่อนถัดจากอินทรธนูน้อยไปทางด้านคอ ๐.๕

ซม. เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนาม ให้งดติดเครื่องหมายดังกล่าวนี้

(ข)[๔]

สำหรับทหารเรือ ทำด้วยโลหะสีเงิน ถ้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรต่ำกว่าชั้นนายพลเรือ ติดทับกึ่งกลางแถบเครื่องหมายยศ

ถ้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลเรือและจอมพลเรือ ติดบนอินทรธนูถัดจากเครื่องหมายยศไปทางด้านคอ

เมื่อแต่งเครื่องแบบอื่นที่ไม่ใช้อินทรธนูแข็ง ให้งดติดเครื่องหมายอักษรพระปรมาภิไธย

ผู้ที่เป็นราชองครักษ์ประจำกรมราชองครักษ์

ให้มีเครื่องหมายรูปครุฑทำด้วยโลหะสีเงินติดบนอินทรธนูข้างซ้ายอีกด้วย การติดเครื่องหมายรูปครุฑนี้ให้อนุโลมตามการติดเครื่องหมายอักษรพระปรมาภิไธย

(ค)[๕]

สำหรับทหารอากาศ ทำด้วยโลหะสีเงิน ถ้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรต่ำกว่าชั้นนายพลอากาศ ติดทับกึ่งกลางแถบเครื่องหมายยศ

ถ้าเป็นนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลอากาศและจอมพลอากาศ ติดบนอินทรธนูถัดจากเครื่องหมายยศไปทางด้านคอ

เว้นแต่เมื่อแต่งเครื่องแบบปกติเทาคอพับ ให้ติดที่กึ่งกลางอินทรธนู

เมื่อแต่งเครื่องแบบฝึกหรือเครื่องแบบสนามให้งดติดเครื่องหมายอักษรพระปรมาภิไธย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๖]

นายทหารราชองครักษ์

ขณะที่ทำการในหน้าที่ประจำพระองค์โดยเฉพาะ เช่น รับ นำ ตาม หรือแซงเสด็จ หรือไปในการต่าง

ๆ ในหน้าที่ราชองครักษ์ ใช้ปลอกแขนสักหลาดสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑๐ เซนติเมตร

มีแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร ๒ แถบ ทาบกลางปลอกแขนโดยรอบ เว้นระยะระหว่างแถบ ๕

มิลลิเมตร ตรงกลางด้านนอกมีอักษรพระปรมาภิไธยย่อในองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันภายใต้เลขลำดับรัชกาลและพระมหามงกุฎปักด้วยดิ้นทอง

ที่ขอบบนและขอบล่างของปลอกแขนขลิบลวดไหมทอง สวมที่แขนเสื้อข้างซ้ายเหนือข้อศอก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ที่เคยเป็นราชองครักษ์ในรัชกาลใด

เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วและได้รับพระราชทานเข็มอักษรพระปรมาภิไธยย่อในองค์พระมหากษัตริย์รัชกาลนั้น

ประกอบด้วยแถบแพรเป็นเกียรติยศ ให้ติดที่อกเสื้อข้างขวาเหนือกระเป๋าบน

ถ้ามีเครื่องหมายอื่นติดอยู่แล้ว ให้ติดเครื่องหมายนี้เหนือขึ้นไป

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙

จอมพล ป. พิบูลสงคราม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงทั้ง ๓ ฉบับนี้

คือ กฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ มีข้อความอย่างเดียวกันในเรื่อง

(๑) สิทธิและโอกาสในการแต่งเครื่องแบบ (๒) การประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์

และ (๓) การใช้เสื้อครุย เสื้อปริญญา และเครื่องหมายพิเศษบางอย่าง สมควรแยกออกบัญญัติไว้เป็นกฎกลาง

โดยตรากฎกระทรวงทั้ง ๓ ฉบับ นี้ขึ้น

กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์

ฉบับที่ ๒[๗]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปลอกแขนสำหรับนายทหารราชองครักษ์สวมขณะที่ทำการในหน้าที่ประจำพระองค์โดยเฉพาะ

เช่น รับ นำ ตาม หรือแซงเสด็จ หรือไปในการต่าง ๆ

ในหน้าที่ราชองครักษ์ที่ใช้อยู่เดิมนั้น ยังไม่เหมาะสม สมควรแก้ไขเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์

ฉบับที่ ๓[๘]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

ให้ทหารบกหญิงเป็นราชองครักษ์พิเศษแล้ว แต่ตามกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์

มิได้กำหนดเครื่องหมายราชองครักษ์สำหรับทหารบกหญิงที่เป็นราชองครักษ์ไว้

จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดเครื่องหมายราชองครักษ์สำหรับทหารบกหญิงที่เป็นราชองครักษ์เพิ่มขึ้น

กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์

ฉบับที่ ๔[๙]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

เนื่องจากเครื่องแบบกันหนาวของทหารบกที่ใช้เสื้อชั้นนอกคอปิดสีดำตามกฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๔๙๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก

ฉบับที่ ๓๗ ได้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมเป็นเครื่องแบบกันหนาวที่ใช้เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ

และกองทัพเรือต้องการให้ใช้สายยงยศไหมทองเมื่อแต่งเครื่องแบบที่เป็นเสื้อกันหนาว

หรือสำหรับใช้ในประเทศหนาวที่ใช้เสื้อสโมสรสีดำ เสื้อน้อย เสื้อกลาง หรือเสื้อใหญ่สีน้ำเงินดำ

ประกอบกับกองทัพอากาศได้ปรับปรุงกฎกระทรวงว่าด้วยเครื่องแบบทหารอากาศขึ้นใหม่

จึงเป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๗๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร

พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์เสียใหม่เพื่อให้สอดคล้องต้องกันต่อไป

พรรณพร/เพิ่มเติม

๑๗ เมษายน

๒๕๖๒

พรรณพร/ปรับปรุง

๓ พฤษภาคม

๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๗๓/ตอนที่ ๙๘/หน้า ๑๕๐๖/๒๗ พฤศจิกายน ๒๔๙๙

[๒] ข้อ

๔ (๑) (ก) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ ฉบับที่ ๔

[๓] ข้อ

๔ (๒) (ก) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗

ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ ฉบับที่ ๓

[๔] ข้อ

๔ (๒) (ข) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์

ฉบับที่ ๔

[๕] ข้อ

๔ (๒) (ค) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๐๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์

ฉบับที่ ๔

[๖] ข้อ

๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง (พ.ศ.

๒๕๐๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๗ ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์

ฉบับที่ ๒

[๗] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๗๖/ตอนที่ ๗๓/หน้า ๒๖๔/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๐๒

[๘] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๙๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๖/๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๐๔

[๙] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๘๐/ตอนที่ ๙๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๒/๔ ตุลาคม ๒๕๐๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2499) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องแบบทหาร พุทธศักราช 2477 ว่าด้วยการประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์และการใช้เครื่องหมายราชองครักษ์ (ฉบับ Update ณ วันที่ 04/10/2506) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ed83cf191076136e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com