法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ. 2537

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย

พ.ศ. ๒๕๓๗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ประกอบกับข้อ ๔ ข้อ

๘ และข้อ ๙ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ.

๒๕๓๖ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย

พ.ศ. ๒๕๓๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบังคับ ระเบียบ

หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย ให้พิจารณาช่วยเหลือตามความเหมาะสมและจำเป็นของแต่ละราย

โดยคำนึงถึงฐานะความจำเป็นที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ เพื่อให้ผู้ประสบสาธารณภัยสามารถผ่อนคลายความเดือดร้อนเฉพาะหน้าลง

มิใช่เป็นการชดใช้ค่าเสียหายให้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้ใดประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือตามระเบียบนี้ ต้องมีหนังสือรับรองจากสำนักงานเขตท้องที่ว่าเป็นผู้ได้ประสบสาธารณภัย

และมาติดต่อขอรับความช่วยเหลือพร้อมด้วยหนังสือรับรองดังกล่าว ภายในกำหนดเวลา ๓๐

วัน นับแต่วันที่ประสบสาธารณภัย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การให้ความช่วยเหลือ อาจจะให้เป็นเงิน วัสดุสิ่งของหรือบริการ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมและจำเป็น ทั้งนี้

ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และอัตราดังต่อไปนี้

ก. ประเภทการเงิน

๑. ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท

๒. ค่ารักษาพยาบาลในกรณีบาดเจ็บจากการประสบสาธารณภัย

ให้ช่วยเหลือตามความจำเป็น ดังนี้

๒.๑ ค่ารักษาพยาบาล เท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท

๒.๒

กรณีบาดเจ็บต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลให้ช่วยเหลือเป็นเงินค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน

๓,๐๐๐ บาท ในกรณีที่เป็นสาธารณภัยรายใหญ่หรือรุนแรงเป็นที่สะเทือนขวัญของประชาชนทั่วไป

ให้จ่ายเงินปลอบขวัญคนละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท

๒.๓ กรณีบาดเจ็บสาหัสหรือพิการไม่สามารถประกอบอาชีพตามปกติได้และเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้เลี้ยงครอบครัว

ให้ช่วยเหลือเป็นเงินค่าครองชีพคนละไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน

ภายในระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี

๓. ค่าที่พักอาศัยชั่วคราวหรือค่าเช่าบ้าน

หากผู้ประสบสาธารณภัยพักอาศัยในบ้านหรือที่พักอาศัยอื่นซึ่งต้องเสียค่าที่พักอาศัยชั่วคราวหรือค่าเช่าบ้าน

ให้ช่วยเหลือครอบครัวละไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาทต่อเดือน เป็นเวลาไม่เกิน ๒ เดือน

นับแต่วันที่ประสบสาธารณภัย

ในกรณีจำเป็นให้หน่วยงานจัดทำหรือจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวเพื่อให้ผู้ประสบสาธารณภัยได้พักอาศัยชั่วคราวได้ไม่เกิน

๒ เดือน นับแต่วันที่ประสบสาธารณภัย โดยให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

๔. เงินทุนประกอบอาชีพ ครอบครัวละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท

๕. เงินทุนฝึกอาชีพ

เฉพาะผู้ประสบสาธารณภัยที่ได้รับอันตรายเป็นเหตุให้ไม่สามารถประกอบอาชีพเดิมได้ต้องได้รับการฝึกอาชีพใหม่

ในวงเงินคนละไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท

๖. ค่าพาหนะในการส่งกลับภูมิลำเนาเดิม

สำหรับผู้ประสบสาธารณภัยที่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครแต่มาอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร

และมีความประสงค์จะอพยพกลับภูมิลำเนาเดิม ในวงเงินเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐

บาท ต่อหนึ่งคน

๗.

ค่าพาหนะในการขนส่งสิ่งของเครื่องใช้ไปยังที่พักแห่งใหม่ในเขตกรุงเทพมหานคร

ให้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ต่อหนึ่งครอบครัว

๘. เงินสมทบจัดซื้อสัตว์เลี้ยงหรือพืชพันธุ์อื่น ๆ

รวมถึงปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช

ในกรณีที่ผู้ประสบสาธารณภัยมีอาชีพในการทำเกษตรกรรมหรือเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพ

ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทต่อหนึ่งครอบครัว

ข. ประเภทสิ่งของ

๑.

วัสดุสมทบสร้างหรือซ่อมแซมบ้านเรือนซึ่งผู้ประสบสาธารณภัยเป็นเจ้าของ

จะให้ความช่วยเหลือ ดังนี้

๑.๑ บ้านเรือนที่เป็นที่อยู่ประจำได้รับความเสียหายบางส่วน

เท่าที่เสียหายจริงมูลค่าหลังละไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท

๑.๒ บ้านเรือนที่เป็นที่อยู่ประจำได้รับความเสียหายทั้งหลัง

เท่าที่เสียหายจริงมูลค่าหลังละไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ บาท

๒. วัสดุสมทบสร้างหรือซ่อมแซมสำนักสงฆ์ วัด หรือศาสนสถาน

ที่ได้รับความเสียหายบางส่วนหรือได้รับความเสียหายทั้งหลัง

เท่าที่เสียหายจริงมูลค่าหลังละไม่เกิน ๒๕,๐๐๐ บาท

๓. เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค เครื่องครัว

เครื่องมือประกอบอาชีพ และเครื่องใช้อื่น ๆ ที่จำเป็นแก่ครอบครัว

๓.๑ เครื่องอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า

เครื่องนุ่งห่ม มูลค่ารวมคนละไม่เกิน ๕๐๐ บาท

๓.๒ ยารักษาโรค มูลค่าครอบครัวละไม่เกิน ๒๐๐ บาท

๓.๓ เครื่องครัว มูลค่าครอบครัวละไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท

๓.๔ เครื่องมือประกอบอาชีพ มูลค่าค่าครอบครัวละไม่เกิน ๑๐,๐๐๐

บาท ในกรณีที่ไม่ได้รับเงินทุนประกอบอาชีพ

๓.๕ เครื่องใช้อื่น ๆ ที่จำเป็นแก่ครอบครัว

มูลค่าครอบครัวละไม่เกิน ๓๐๐ บาท

๔. เครื่องแบบนักเรียน หนังสือ และอุปกรณ์การเรียน

๔.๑ เครื่องแบบนักเรียนคนละ ๒ ชุด มูลค่าไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท

๔.๒ หนังสือและอุปกรณ์การเรียนคนละ ๑ ชุด มูลค่าไม่เกิน ๑,๐๐๐

บาท

ค. ประเภทบริการ

๑. ค่าจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้ประสบสาธารณภัย

เท่าที่จ่ายจริงมื้อละไม่เกิน ๒๐ บาทต่อคน

๒. ค่าจัดสร้างหรือดัดแปลงสถานที่พักชั่วคราว

ซึ่งรวมทั้งการจัดน้ำดื่มและใช้สอย ห้องน้ำ ห้องส้วม โรงครัว และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ

เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ครอบครัวละไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องอพยพผู้ประสบสาธารณภัยไปในที่ปลอดภัย อาจให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ดังนี้

๑. ค่าจัดการขนย้ายผู้ประสบสาธารณภัยจากสถานที่ประสบภัยไปยังที่พักอาศัยชั่วคราว

และขนย้ายกลับที่อยู่เดิมเมื่อเหตุการณ์เข้าสู่สภาพปกติ ให้จัดยานพาหนะของทางราชการบริการก่อน

หากไม่สามารถบริการได้หรือบริการไม่พอกับความต้องการที่จำเป็นเร่งด่วน

ให้พิจารณาจ้างเหมายานพาหนะรวมถึงค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้ตามความจำเป็นโดยประหยัด และให้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง

ครอบครัวละไม่เกิน ๑,๕๐๐ บาท

๒. ค่าจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับผู้อพยพ

หากจำเป็นต้องดัดแปลงหรือสร้างขึ้นใหม่

ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและโดยประหยัด และค่าใช้จ่ายในการจัดสาธารณูปโภคในที่พักอาศัยชั่วคราวตามความจำเป็น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ข้อ ๖ ค.๒

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคมแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย

ไม่น้อยกว่า ๓ คน โดยมีผู้อำนวยการกองสังคมสงเคราะห์เป็นประธาน เพื่อพิจารณาอนุมัติการให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นและเหมาะสม

เว้นแต่กรณีตามข้อ ๙

ในกรณีที่จำเป็นต้องแต่งตั้งคณะกรรมการต่างหน่วยงาน

ให้สำนักสวัสดิการสังคมเสนอปลัดกรุงเทพมหานครพิจารณาแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การให้ความช่วยเหลือตามข้อ ๖ ค. และข้อ ๗ ในกรณีเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนของผู้ประสบสาธารณภัยไปพลางก่อน

ให้สำนักงานเขตท้องที่เป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติการ

ส่วนอำนาจการอนุมัติให้เป็นของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงิน ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้อำนวยการกองสังคมสงเคราะห์ ครั้งละไม่เกิน

๑๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการสังคม ครั้งละไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) ปลัดกรุงเทพมหานคร ครั้งละไม่เกิน

๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๔) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่จำกัดวงเงิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

บรรดาเงินและทรัพย์สินหรือดอกผลที่เกิดขึ้นจากเงินและทรัพย์สินที่หน่วยงานได้รับจากผู้มอบให้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานหรือกรุงเทพมหานครใช้จ่ายในกิจการการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย

ไม่ต้องนำส่งเป็นรายรับหรือขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินของกรุงเทพมหานคร

โดยให้หน่วยงานนั้น ๆ จัดตั้งเป็นกองทุนสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย

๑๐.๑ กองทุนสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย

อาจได้มาซึ่งทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้

๑๐.๑.๑ เงินงบประมาณของกรุงเทพมหานคร

๑๐.๑.๒ เงินและทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้

๑๐.๑.๓

ดอกผลอันเกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุนสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย

๑๐.๒ การจ่ายเงิน ให้นำเงินกองทุนสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยไปใช้จ่ายได้

ในกรณีดังต่อไปนี้

๑๐.๒.๑ ทดรองจ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วให้เบิกจ่ายเงินงบประมาณชดใช้ทันที

๑๐.๒.๒

จ่ายสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยในกรณีที่ไม่อาจเบิกจ่ายจากเงินงบประมาณได้

หรือมีความจำเป็นต้องช่วยเหลือเกินกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของหัวหน้าหน่วยงานที่จะอนุมัติภายในวงเงินรายละไม่เกิน

๕,๐๐๐ บาท

๑๐.๓

ให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย

๑๐.๔

ให้หน่วยงานเก็บรักษาเงินกองทุนสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยไว้เป็นเงินสดเพื่อสำรองจ่ายได้ภายในวงเงินไม่เกิน

๒๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นให้นำฝากไว้กับธนาคารตามที่มีมติของคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้และได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

โดยใช้ชื่อบัญชีเงินฝากว่า “กองทุนสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย”

และให้ต่อท้ายด้วยชื่อหน่วยงาน

๑๐.๕ ให้หน่วยงานจัดทำบัญชีควบคุมการรับและการจ่ายเงิน

เพื่อแสดงฐานะการเงินของกองทุนสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัยอย่างถูกต้อง

รวมทั้งเก็บรักษาเอกสารใบสำคัญต่างๆ

๑๐.๖

เมื่อได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยไปแล้ว

ให้สรุปรายงานปลัดกรุงเทพมหานครทราบเป็นประจำทุกเดือนที่มีการจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำฝากเงิน

การตรวจเงิน การพัสดุ การสั่งก่อหนี้ และการสั่งจ่ายเงิน

ซึ่งนอกเหนือจากที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ ให้ดำเนินการตามข้อบัญญัติ กฎ ข้อบังคับ

ระเบียบ หรือคำสั่งที่กรุงเทพมหานครถือปฏิบัติ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ในกรณีที่มีเหตุพิเศษสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น หรือที่ไม่มีกำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครพิจารณาสั่งการเป็นคราว ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๗

ร้อยเอก กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ฐาปนี/แก้ไข

๑๙ กันยายน ๒๕๔๕

ปณตภร/ปรับปรุง

๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๑/ตอนพิเศษ ๕๔ ง/หน้า ๗๓/๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๗

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ. 2537 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_efb53dc117b770d0

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com