ข้อ ๔
ให้ยกเลิกความในข้อ ๕ แห่งข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ
และอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๕ ให้กรรมการสภาทนายความมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
๑. อุปนายก ประกอบด้วย อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงาน
อุปนายกฝ่ายบริหาร อุปนายกฝ่ายวิชาการ อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ
และอุปนายกฝ่ายต่างประเทศ
มีอำนาจหน้าที่ช่วยนายกสภาทนายความในการบริหารงานของสภาทนายความ ดังนี้
(ก) อุปนายกฝ่ายนโยบายและแผนงาน มีอำนาจหน้าที่ช่วยควบคุม
ดูแลรับผิดชอบงานเกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย แผนงาน
และการดำเนินการของทุกฝ่ายและสำนักงานในสภาทนายความ
และบริหารงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
สำนักงานคณะกรรมการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม สำนักงานสิทธิมนุษยชน สำนักนโยบายและแผนงาน
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานทะเบียนแบบการรับรองลายมือชื่อและเอกสาร
และงานที่ได้รับมอบหมาย
(ข) อุปนายกฝ่ายบริหาร มีอำนาจหน้าที่ช่วยควบคุม
ดูแลรับผิดชอบ และบริหารงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักนายกและคณะกรรมการสภาทนายความ
สำนักงานเลขาธิการ ฝ่ายทะเบียนทนายความ ฝ่ายบัญชีและการเงิน ฝ่ายธุรการและบุคคล
ฝ่ายการประชุม และงานที่ได้รับมอบหมาย
(ค) อุปนายกฝ่ายวิชาการ มีอำนาจหน้าที่ช่วยควบคุม
ดูแลรับผิดชอบ และบริหารงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง
สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ สำนักอบรมวิชาชีพที่ปรึกษากฎหมาย ฝ่ายวิชาการ สำนักเทคโนโลยีและสารสนเทศ
และงานที่ได้รับมอบหมาย
(ง) อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ มีอำนาจหน้าที่ช่วยควบคุม
ดูแลรับผิดชอบ และบริหารงานของสภาทนายความเกี่ยวกับฝ่ายธุรการ
สำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความ ฝ่ายปฏิคม ฝ่ายสวัสดิการ สำนักงานทนายความภาค
สำนักงานทนายความจังหวัด และงานที่ได้รับมอบหมาย
(จ) อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ช่วยควบคุม
ดูแลรับผิดชอบ และบริหารงานของสภาทนายความเกี่ยวกับสำนักงานวิเทศสัมพันธ์
ฝ่ายการประชุมระหว่างประเทศ และงานที่ได้รับมอบหมาย
๒. เลขาธิการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานของสภาทนายความด้านธุรการของทุกส่วนงานในสภาทนายความ
และงานที่ได้รับมอบหมาย
๓. นายทะเบียน มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายทะเบียนทนายความ
และงานที่ได้รับมอบหมาย
๔. เหรัญญิก มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายบัญชีและการเงิน
และงานที่ได้รับมอบหมาย
๕. สวัสดิการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายสวัสดิการ และงานที่ได้รับมอบหมาย
๖. ประชาสัมพันธ์ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายประชาสัมพันธ์
และงานที่ได้รับมอบหมาย
๗. ปฏิคม มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายปฏิคม และงานที่ได้รับมอบหมาย
๘. กรรมการฝ่ายนโยบายและแผนงาน มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักนโยบายและแผนงาน
และงานที่ได้รับมอบหมาย
๙. กรรมการฝ่ายต่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายต่างประเทศ และงานที่ได้รับมอบหมาย
๑๐. กรรมการฝ่ายวิชาการ มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายวิชาการ และงานที่ได้รับมอบหมาย
๑๑. กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย
และงานที่ได้รับมอบหมาย
๑๒. กรรมการบริหารภาค มีอำนาจหน้าที่ควบคุม ดูแล
และรับผิดชอบงานของสภาทนายความในส่วนภูมิภาค และงานที่ได้รับมอบหมาย ดังนี้
(ก) กรรมการบริหาร ภาค ๑
รับผิดชอบงานของสภาทนายความและงานที่ได้รับมอบหมายในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้
คือ พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ชัยบาดาล ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี ปทุมธานี
ธัญบุรี นนทบุรี สมุทรปราการ มีนบุรี
(ข) กรรมการบริหาร ภาค ๒
รับผิดชอบงานของสภาทนายความและงานที่ได้รับมอบหมายในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้
คือ ชลบุรี พัทยา ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี กบินทร์บุรี สระแก้ว ระยอง ตราด
จันทบุรี
(ค) กรรมการบริหาร ภาค ๓ รับผิดชอบงานของสภาทนายความ
และงานที่ได้รับมอบหมายในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ นครราชสีมา
บัวใหญ่ สีคิ้ว ชัยภูมิ ภูเขียว บุรีรัมย์ นางรอง สุรินทร์ รัตนบุรี ศรีสะเกษ
กันทรลักษณ์ อุบลราชธานี เดชอุดม อำนาจเจริญ ยโสธร
(ง) กรรมการบริหาร ภาค ๔ รับผิดชอบงานของสภาทนายความ
และงานที่ได้รับมอบหมายในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ ขอนแก่น พล
อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ เลย สกลนคร สว่างแดนดิน นครพนม มุกดาหาร
มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์
(จ) กรรมการบริหาร ภาค ๕ รับผิดชอบงานของสภาทนายความ
และงานที่ได้รับมอบหมายในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ เชียงใหม่ ฝาง
ลำปาง แม่ฮ่องสอน แม่สะเรียง เชียงราย เทิง น่าน ลำพูน แพร่ พะเยา
(ฉ) กรรมการบริหาร ภาค ๖ รับผิดชอบงานของสภาทนายความ
และงานที่ได้รับมอบหมายในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ พิษณุโลก สุโขทัย
สวรรคโลก อุตรดิตถ์ ตาก แม่สอด กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ หล่มสัก นครสวรรค์
อุทัยธานี
(ช) กรรมการบริหาร ภาค ๗ รับผิดชอบงานของสภาทนายความ และงานที่ได้รับมอบหมายในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้
คือ นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร
สมุทรสงคราม
(ซ) กรรมการบริหาร ภาค ๘ รับผิดชอบงานของสภาทนายความ
และงานที่ได้รับมอบหมายในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ นครศรีธรรมราช
ปากพนัง ทุ่งสง ชุมพร หลังสวน สุราษฎร์ธานี ไชยา ระนอง กระบี่ พังงา ตะกั่วป่า
ภูเก็ต
(ฌ) กรรมการบริหาร ภาค ๙ รับผิดชอบงานของสภาทนายความ
และงานที่ได้รับมอบหมายในเขตจังหวัดและศาลจังหวัดดังต่อไปนี้ คือ สงขลา นาทวี ตรัง
พัทลุง สตูล ปัตตานี ยะลา เบตง นราธิวาส
ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๑
สัก กอแสงเรือง
นายกสภาทนายความ
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
โครงสร้างการบริหารงานของกรรมการและเจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้างานสภาทนายความ (ใหม่)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้ข้อบังคับสภาทนายความฉบับนี้ คือ
เนื่องจากข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ
และอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๓๑ ประกอบกับข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสภาทนายความ
และอำนาจหน้าที่ของกรรมการสภาทนายความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้แบ่งส่วนงานของสภาทนายความไว้
๑๕ ส่วนงาน มีจำนวนอุปนายก กรรมการ
และเจ้าหน้าที่ในการบริหารงานของสภาทนายความไม่เพียงพอที่จะรองรับงานที่มีความหลากหลายและมากขึ้นเป็นลำดับทำให้เกิดความไม่คล่องตัวในการปฏิบัติงาน
และเป็นอุปสรรคในการพัฒนาองค์กร จึงเห็นสมควรปรับปรุงตำแหน่งงาน
กำหนดรูปแบบสายการปฏิบัติงานใหม่ เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว
สอดคล้องกับการทำหน้าที่ของทนายความตามรัฐธรรมนูญ
และเพื่อปรับโครงสร้างการบริหารงานให้เหมาะสมกับสภาพของงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต
จึงจำเป็นต้องปรับปรุงองค์กรสภาทนายความใหม่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน
และผู้ประกอบวิชาชีพทนายความมากยิ่งขึ้น จึงเห็นสมควรให้ใช้ข้อบังคับที่กำหนดขึ้นใหม่นี้แทน
ดลธี/ผู้จัดทำ
๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒๑ มกราคม ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๕/ตอนพิเศษ ๖๗ ง/หน้า ๑๔/๕ สิงหาคม ๒๕๔๑