法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 30) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำ ส่ง รับ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์บนระบบโครงข่ายบล็อกเชน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

(ฉบับที่ 30)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํา ส่ง รับ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์บนระบบโครงข่ายบล็อกเชน

อาศัยอํานาจตามมาตรา 3 โสฬส แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํา ส่ง รับ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์บนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain)” หมายความว่า ระบบการจัดทํา ส่ง รับ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบของบล็อก (Block) โดยแบ่งฐานข้อมูล (Shared Database) ให้กับผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแต่ละบล็อก (Block) จะเชื่อมโยงกันด้วยค่าแฮชฟังค์ชั่น (Hash Function) ซึ่งเมื่อข้อมูลถูกบันทึกแล้ว หากมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว จะสามารถตรวจสอบการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนั้นได้และจะมีการบันทึกข้อมูลไว้ทุกครั้งที่มีการทําธุรกรรมเกิดขึ้น โดยสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ทุก ๆ บล็อก (Block) ย้อนกลับไปจนถึงบล็อก (Block) เริ่มต้น

“ผู้ให้บริการ” หมายความว่า ผู้เข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นําเทคโนโลยีมาสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการด้านภาษี (Tax Sandbox) ซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีตามประกาศฉบับนี้และอนุญาตให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธิจัดทํา ส่ง รับ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์บนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain)

“ใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ใบกํากับภาษี ตามมาตรา 86/4 ใบเพิ่มหนี้ ตามมาตรา 86/9 และใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 ที่ได้จัดทําข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และนําเข้าสู่ระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain)

“ใบรับอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ใบรับ ตามมาตรา 105 ทวิ ที่ได้จัดทําข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และนําเข้าสู่ระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain)

“ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ข้อความที่ได้สร้าง ส่ง รับ และเก็บรักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

“ผู้ออกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิจัดทําใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์บนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain)

“ผู้ออกใบรับอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิจัดทําใบรับอิเล็กทรอนิกส์บนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain)

“ลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature)” หมายความว่า ข้อความหรือสัญลักษณ์ที่สร้างขึ้นทางอิเล็กทรอนิกส์โดยการคํานวณทางคณิตศาสตร์เข้ารหัสอัลกอริทึมแบบอสมมาตร (Asymmetric Key Algorithms) บนพื้นฐานวิทยาการเข้ารหัสลับ (Encryption) และใช้กับระบบคู่กุญแจ (Key Pair) โดยนําไปคํานวณร่วมกับกุญแจส่วนตัว (Private Key) ของผู้ลงลายมือชื่อในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะที่สามารถจะใช้กุญแจสาธารณะ (Public Key) ของผู้ลงลายมือชื่อตรวจสอบได้ว่าลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์นั้นได้สร้างขึ้นโดยกุญแจส่วนตัว (Private Key) ของผู้ลงลายมือชื่อนั้นหรือไม่ และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการลงลายมือชื่อดังกล่าวได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงภายหลังการลงลายมือชื่อหรือไม่ รวมถึงการทําให้เจ้าของลายมือชื่อไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดจากข้อความที่ตนเองลงลายมือชื่อได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้ประสงค์จะเป็นผู้ให้บริการต้องมีคุณสมบัติและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้

2.1 ต้องเป็นผู้เข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นําเทคโนโลยีมาสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการด้านภาษี (Tax Sandbox) ของกรมสรรพากร

2.2 มีระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ที่ผ่านการรับรองหรือให้ความเห็นเป็นหนังสือจากสํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ดังนี้

(1) ระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ และสามารถพิสูจน์ได้ว่า หากข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงจะสามารถตรวจสอบการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนั้นได้

(2) ใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จัดทํา ส่ง รับ และเก็บรักษาบนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) มีข้อความถูกต้องครบถ้วนเช่นเดียวกันกับขณะที่จัดทํา ส่ง รับ และเก็บรักษาโดยใช้วิธีการที่เชื่อถือได้ และสามารถแสดงข้อความได้ในภายหลังโดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง รวมทั้งสามารถพิสูจน์ได้ว่าใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้จัดทํา ส่ง รับ และเก็บรักษาดังกล่าว หากมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงจะสามารถตรวจสอบการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนั้นได้

2.3 ต้องมีระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ตามวิธีการที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ทั้งในส่วนของระบบฮาร์ดแวร์ (Hardware) และระบบซอฟต์แวร์ (Software) และมีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(1) สามารถแสดงภาพการทํางานรวม (System Flowchart) ของระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain)

(2) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เมื่อบันทึกข้อมูลแล้วจะแก้ไขรายการนั้น ๆ โดยไร้ร่องรอยไม่ได้ การแก้ไขรายการไม่ให้ใช้วิธีลบทิ้ง หรือล้างรายการออก ถ้าจะแก้ไขต้องบันทึกรายการปรับปรุงเพิ่มเข้าไปเพื่อแสดงให้เห็นรายการก่อนปรับปรุงและหลังปรับปรุง และต้องมีรายงานการแก้ไขรายการเพื่อการตรวจสอบได้

(3) แสดงระดับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ใช้ระบบ โดยระบุจํานวนและระดับเจ้าหน้าที่ที่สามารถบันทึก อ่าน หรือเข้าไปใช้ระบบงานในแต่ละระดับได้

(4) มีการควบคุมโดยใช้รหัสผ่านสําหรับผู้มีสิทธิเข้าไปใช้ระบบงานทุกระดับและมีระบบงานที่บันทึกการเปลี่ยนรหัสผ่านทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง

(5) มีรายงานบันทึกการใช้ระบบงานโดยระบุให้ทราบถึงรหัสประจําตัวของเจ้าหน้าที่ผู้ใช้ระบบงานที่ทํา วัน เดือน ปี และเวลาที่เข้าใช้ระบบงาน (Access) ในกรณีที่มีการแก้ไขรายการจะต้องระบุให้ทราบถึงรหัสประจําตัวของเจ้าหน้าที่ผู้ใช้ระบบ จํานวน และรายละเอียดของรายการที่แก้ไขปรับปรุง

(6) มีระบบการตรวจสอบผู้เข้าใช้หรือผู้เข้าไปแก้ไขข้อมูลในระบบ และมีกระบวนการในการตรวจสอบข้อมูลที่บันทึกไว้ในระบบที่สามารถแสดงว่าข้อมูลดังกล่าวได้บันทึกไว้ครบถ้วนทุกรายการแล้วและไม่มีการแก้ไขรายการของเอกสารที่มีข้อความอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

2.4 ยื่นคําร้องขออนุมัติต่ออธิบดีตามแบบคําขอเป็นผู้ให้บริการระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 พร้อมแนบหนังสือรับรองจาก สพธอ. เพื่อประกอบการพิจารณา และต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีตามแบบคําขอนั้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 2 แล้ว ต้องปฏิบัติดังนี้

3.1 จัดให้มีการลงทะเบียนเพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตนให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะใช้บริการระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ของผู้ให้บริการ สําหรับการจัดทํา ส่ง รับ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์โดยการลงทะเบียนเพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตนนั้นต้องมีระดับความน่าเชื่อถือตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

3.2 จัดทําข้อตกลงกับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เข้าร่วมระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) สําหรับการจัดทํา ส่ง รับ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ดังนี้

(1) ให้ผู้ออกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ออกใบรับอิเล็กทรอนิกส์รับรองและยอมรับข้อความในใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทําบนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ว่าข้อความมีความถูกต้องครบถ้วนเช่นเดียวกับขณะที่สร้างข้อความเสร็จสมบูรณ์ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของข้อความ และ

(2) ยินยอมให้ผู้ให้บริการแจ้งรายชื่อ และเลขประจําตัวผู้เสียภาษีของผู้ประกอบการจดทะเบียน รวมถึงนําส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กรมสรรพากร

3.3 จัดทําข้อมูลใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งข้อมูลอื่นใดบนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ในรูปแบบ XML File Format ตามข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จําเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยข้อความอิเล็กทรอนิกส์สําหรับการซื้อขายสินค้าและบริการ (ขมธอ. 3-2560) ลงวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ ขนาดของข้อมูลที่นําส่งต้องไม่เกินกว่าที่ระบบของกรมสรรพากรให้บริการ

3.4 นําส่งข้อมูลใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กรมสรรพากรเป็นรายเดือนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากรภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป โดยระบบงานสําหรับการนําส่งข้อมูลใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์นั้นต้องเชื่อมต่อกับระบบของกรมสรรพากรพร้อมทั้งลงลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) บนข้อมูลดังกล่าว และต้องมีความมั่นคงปลอดภัยและมีความน่าเชื่อถือตามข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จําเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศสําหรับผู้ให้บริการจัดทํา ส่งมอบ และเก็บรักษาข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ขมธอ. 21-2562) ลงวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2562

3.5 เก็บรักษาความลับของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ที่จัดทําบนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) และต้องไม่นําข้อมูลนั้นไปใช้หรือเปิดเผยไม่ว่าด้วยประการใด ๆ เว้นแต่เป็นการใช้หรือเปิดเผยตามหน้าที่ของผู้ให้บริการภายใต้โครงการทดสอบนวัตกรรมที่นําเทคโนโลยีมาสนับสนุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการด้านภาษี (Tax Sandbox) โดยได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ใช้บริการระบบโครงข่ายบล็อกเชนของผู้ให้บริการ หรือตามที่กฎหมายบัญญัติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ออกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ออกใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้บริการระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ของผู้ให้บริการต้องปฏิบัติดังนี้

4.1 จัดทําใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องมีรายการที่เป็นสาระสําคัญ ตามมาตรา 86/4 มาตรา 86/9 มาตรา 86/10 และมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี

4.2 ใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ 4.1 ต้องจัดทําด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งหรือหลาย ๆ วิธีการ ดังนี้

(1) จัดทําเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ Excel File และนําเข้าสู่ระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain)

(2) จัดทําตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 15) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํา ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 และนําเข้าสู่ระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain)

(3) จัดทําบนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ตามรูปแบบและวิธีการที่ผู้ให้บริการกําหนด

4.3 จัดส่งใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ผู้ซื้อ ผู้เช่าซื้อ ผู้จ่ายเงินหรือผู้ชําระราคาตามมาตรา 105 แห่งประมวลรัษฎากร ผ่านระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งเป็นระบบข้อมูลที่ผู้รับใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ได้กําหนดไว้โดยเฉพาะตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

กรณีผู้ให้บริการได้นําส่งข้อมูลใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อ 4.2 (2) แล้ว ผู้ออกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ไม่ต้องนําส่งข้อมูลใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่กรมสรรพากรตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 15) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํา ส่งมอบ และเก็บรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 อีก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามข้อ 4 และผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการที่ได้รับใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์จากผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น จัดเก็บและรักษาใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้

5.1 ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ข้อมูลใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์นั้นสามารถเข้าถึงและนํากลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง

(2) เก็บรักษาข้อมูลใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์นั้นให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นอยู่ในขณะที่จัดทํา ส่ง หรือได้รับข้อมูลใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์นั้น หรืออยู่ในรูปแบบที่สามารถแสดงข้อความที่จัดทํา ส่ง หรือได้รับให้ปรากฏอย่างถูกต้องได้ และ

(3) เก็บรักษาข้อความส่วนที่ระบุถึงแหล่งกําเนิดต้นทางและปลายทางของใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนวันและเวลาที่ส่งหรือได้รับข้อความดังกล่าว ถ้ามี

5.2 จัดเก็บและรักษาข้อความในสภาพที่เป็นมาแต่เดิมอย่างเอกสารต้นฉบับ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ได้ใช้วิธีการที่เชื่อถือได้ในการรักษาความถูกต้องของข้อความตั้งแต่การสร้างข้อความเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงความครบถ้วนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดของข้อความ เว้นแต่การรับรองหรือบันทึกเพิ่มเติม หรือการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ตามปกติในการติดต่อสื่อสาร การเก็บรักษา หรือการแสดงข้อความซึ่งไม่มีผลต่อความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อความนั้น และ

(2) สามารถแสดงข้อความนั้นในภายหลังได้

5.3 จัดเก็บและรักษาในรูปของสิ่งพิมพ์ออกตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดยระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Blockchain) ต้องทําให้ใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ที่พิมพ์ออกมานั้นปรากฏข้อความด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ว่า “เอกสารนี้ได้จัดทําและส่งข้อมูลให้แก่กรมสรรพากรด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์” และให้ถือว่าสิ่งพิมพ์ออกของใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวใช้แทนต้นฉบับได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยกเลิกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเดิมเพื่อออกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ ให้ผู้ออกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์จัดเตรียมข้อความของใบกํากับภาษีฉบับใหม่ขึ้นเป็นข้อความอิเล็กทรอนิกส์โดยใช้เลขที่ใบกํากับภาษีใหม่ และลงวัน เดือน ปี ที่ออกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ พร้อมหมายเหตุไว้ในใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ว่า “เป็นการยกเลิกและออกใบกํากับภาษีฉบับใหม่แทนใบกํากับภาษีฉบับเดิม เลขที่ ... วัน เดือน ปี ที่ออกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเดิม” ทั้งนี้ ให้หมายเหตุการยกเลิกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ไว้ในรายงานภาษีขายของเดือนภาษีที่จัดทําใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ด้วย

การยกเลิกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเดิมเพื่อออกใบกํากับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ตามวรรคหนึ่ง ให้นําความในข้อ 3.4 ข้อ 4.3 และข้อ 5 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การยกเลิกใบรับอิเล็กทรอนิกส์ฉบับเดิมเพื่อออกใบรับอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ ให้นําความในข้อ 3.4 ข้อ 4.3 ข้อ 5 และข้อ 6 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้เป็นผู้ให้บริการ หากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามที่กําหนดในประกาศนี้ อธิบดีมีอํานาจสั่งยุติการเป็นผู้ให้บริการ โดยให้มีผลนับตั้งแต่ผู้ให้บริการได้รับแจ้งจากกรมสรรพากรเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ

(นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ)

อธิบดีกรมสรรพากร

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 30) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำ ส่ง รับ และเก็บรักษาใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์บนระบบโครงข่ายบล็อกเชน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f00f89916bb3812c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com