ข้อ ๒
การเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา ๖ (๒) ในกรณีครบวาระการดำรงตำแหน่ง
ให้ดำเนินการก่อนที่กรรมการข้าราชการพลเรือนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งไว้แล้วจะพ้นจากตำแหน่งตามวาระไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังนี้
(๑) ให้สำนักงาน ก.พ.
จัดทำบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามมาตรา ๖ (๒)
อยู่ในวันที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด โดยแยกเป็นแต่ละหน่วยเลือก แล้วส่งบัญชีรายชื่อของแต่ละหน่วยเลือกไปให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้น
ๆ ทราบ
(๒) ในกรณีที่ในหน่วยเลือกของสำนักนายกรัฐมนตรีและหน่วยเลือกของกระทรวงหรือของทบวงใดตามข้อ
๑ มีผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อหน่วยเลือกละไม่เกินสามคนหรือในหน่วยเลือกของส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมและไม่สังกัดกระทรวงหรือทบวงใดมีผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อหน่วยเลือกละหนึ่งคน
ให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นเป็นผู้เลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา
๖ (๒)
(๓) ในกรณีที่หน่วยเลือกใดมีผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อเกินกว่าจำนวนใน
(๒) ให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อของหน่วยเลือกนั้นเลือกกันเองเพื่อให้มีจำนวนตาม (๒)
โดยให้สำนักงาน ก.พ. ส่งบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนตามแบบท้ายกฎ ก.พ. นี้
ซึ่งลงลายมือชื่อของเลขาธิการ ก.พ.
แล้วไปให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อของหน่วยเลือกนั้น เพื่อให้เลือกข้าราชการพลเรือนจากรายชื่อในบัญชีดังกล่าว
โดยเขียนชื่อและนามสกุลของผู้ซึ่งตนเลือกไม่เกินจำนวนใน (๒)
พร้อมกับลงลายมือชื่อของผู้เลือกลงในบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนแล้วส่งบัตรดังกล่าวพร้อมกับภาพถ่ายบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้เลือกกลับคืนให้สำนักงาน
ก.พ. ภายในวันที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด
ทั้งนี้ ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนสำนักงานก.พ. โดยตรง ให้ถือวันที่สำนักงาน
ก.พ. ได้รับบัตรเป็นวันส่ง ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนทางไปรษณีย์ลงทะเบียน
ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์รับลงทะเบียนเป็นวันส่ง ในกรณีที่ส่งบัตรกลับคืนทางไปรษณีย์ไม่ลงทะเบียน
ให้ถือวันที่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางประทับตราไปรษณีย์เป็นวันส่ง
(๔) ให้สำนักงาน ก.พ.
รวบรวมบัตรเลือกข้าราชการพลเรือนที่ได้รับกลับคืนตาม (๓) เพื่อดำเนินการตรวจนับคะแนน
โดยให้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจนับคะแนนขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วยข้าราชการพลเรือนผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ
๘ ขึ้นไป จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน
(๕) การตรวจนับคะแนนของคณะกรรมการตาม (๔)
ให้กระทำโดยเปิดเผยและต้องมีกรรมการอยู่พร้อมกันไม่น้อยกว่าสามคน
บัตรเลือกข้าราชการพลเรือนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
ให้ถือเป็นบัตรเสีย และไม่ให้นับเป็นคะแนน คือ
(ก) บัตรที่ไม่มีตราชื่อส่วนราชการสำนักงาน ก.พ.
(ข) บัตรที่ไม่มีลายมือชื่อของเลขาธิการ ก.พ.
(ค) บัตรที่เลือกเกินจำนวนตาม (๒)
(ง) บัตรที่มีรอยขูด ลบ ขีดฆ่า ตกเติม หรือเขียนซ้ำ
โดยไม่ลงลายมือชื่อผู้
เลือกกำกับ
(จ) บัตรที่ไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้เลือก
(ฉ) บัตรที่ส่งกลับคืนช้ากว่าวันที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดตาม (๓)
เมื่อตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว
ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกโดยเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงไปหาต่ำเป็นรายหน่วยเลือก
พร้อมกับแสดงคะแนนของแต่ละคนไว้ในบัญชีด้วย ในกรณีที่มีผู้ได้คะแนนเท่ากัน
ให้เลขาธิการ ก.พ. จับสลากชื่อผู้ได้คะแนนเท่ากันนั้นต่อหน้าคณะกรรมการตรวจนับคะแนนเพื่อเรียงลำดับที่
บัญชีรายชื่อดังกล่าวให้มีกรรมการไม่น้อยกว่าสามคนลงลายมือชื่อรับรอง
(๖) ให้เลขาธิการ ก.พ.
ประกาศรายชื่อผู้ที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งถึงที่สามในบัญชีรายชื่อตาม (๕)
ในหน่วยเลือกของสำนักนายกรัฐมนตรี ของกระทรวงแต่ละกระทรวง ของทบวงแต่ละทบวง
และผู้ที่อยู่ในลำดับที่หนึ่งในหน่วยเลือกของส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมและไม่สังกัดกระทรวง
หรือทบวงแต่ละส่วนราชการ เป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็นผู้เลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา
๖ (๒) โดยปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ สำนักงาน ก.พ.
(๗) ให้สำนักงาน ก.พ. นำรายชื่อข้าราชการพลเรือนตาม (๒) และ
(๖) มากำหนดหมายเลขประจำตัวของแต่ละคน
แล้วทำบัญชีรวมรายชื่อข้าราชการพลเรือนดังกล่าวส่งให้ผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นทุกคนก่อนวันเลือกตาม
(๘) ไม่น้อยกว่าห้าวันทำการ
(๘) ให้สำนักงาน ก.พ. มีหนังสือนัดผู้มีชื่อในบัญชีรวมรายชื่อตาม
(๗) ไปออกเสียงลงคะแนนตามวัน เวลา สถานที่ และวิธีการที่สำนักงาน ก.พ.
กำหนดเพื่อเลือกผู้มีชื่อในบัญชีรวมรายชื่อนั้นเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนตามมาตรา
๖ (๒)
(๙) ในการออกเสียงลงคะแนนตาม (๘) ให้สำนักงาน ก.พ.
แจกบัตรออกเสียงลงคะแนนเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนแก่ผู้มีชื่อในบัญชีรวมรายชื่อตาม
(๗) ที่มาออกเสียงลงคะแนน เมื่อผู้มีชื่อดังกล่าวออกเสียงลงคะแนนแล้ว ให้สำนัก งาน
ก.พ. ดำเนินการตรวจนับคะแนนและเรียงลำดับที่ตามวิธีการใน (๔) และ (๕) โดยอนุโลม
และจัดทำบัญชีรวมรายชื่อผู้ได้รับพร้อมด้วยคะแนนที่ได้รับเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงไปหาต่ำ
แล้วให้เลขาธิการ ก.พ. ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกโดยปิดไว้ในที่เปิดเผย ณ
สำนักงาน ก.พ.
(๑๐) ให้สำนักงาน ก.พ.
ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ได้รับเลือกตาม (๙) เพื่อให้ได้ผู้ได้รับเลือกที่ได้คะแนนสูงตามลำดับห้าคนซึ่งอยู่ต่างหน่วยเลือกกัน
และมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในมาตรา ๖
เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการข้าราชการพลเรือนต่อไป