法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง

แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

Hที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

เรื่อง

แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

Hที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]

ตามที่ได้มีประกาศกรมการค้าต่างประเทศ

เรื่อง

เปิดการทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนลงวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

และประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน เรื่อง ให้เรียกหลักประกันอากรในระหว่างการทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. ๒๕๕๐

ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

และต่อมาคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัย เมื่อวันที่ ๑๐

ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไปอีกเป็นกำหนดเวลา ๓ ปี

ในอัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. นั้น

เพื่อให้เป็นไปตามความในข้อ

๑ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๔๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งกำหนดว่า

เมื่อคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยเบื้องต้นหรือคำวินิจฉัยชั้นที่สุดเกี่ยวกับการไต่สวนการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การยอมรับข้อเสนอทำความตกลงเพื่อระงับการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

การเพิกถอนความตกลงเพื่อระงับการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุน

หรือการยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนอันเนื่องมาจากการทบทวน

ให้กรมการค้าต่างประเทศออกประกาศแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาผลการไต่สวน

การยอมรับหรือการเพิกถอนความตกลง และผลการทบทวน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ความเป็นมา

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้ออกประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H

ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่ ๘ ตุลาคม

พ.ศ. ๒๕๔๕

กำหนดให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยที่ ๗๒๑๖.๓๓.๐๐.๐๐๐

(พิกัดอัตราศุลกากรเดิม คือ ๗๒๑๖.๓๓๐.๐๐๕) ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในอัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. เป็นกำหนดเวลาไม่เกิน ๕ ปี

ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ในฐานะอุตสาหกรรมภายในได้ยื่นคำขอให้ทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

ตามมาตรา ๕๗

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การเปิดทบทวน

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัยให้เปิดการทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุมาตรการ

เมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ กรมการค้าต่างประเทศจึงได้ออกประกาศ เรื่อง

เปิดการทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ลงวันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

โดยประกาศในราชกิจจานุเษกษาเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

และคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้ออกประกาศ เรื่อง

ให้เรียกหลักประกันอากรในระหว่างการทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. ๒๕๕๐

ลงวันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยประกาศในราชกิจจานุเษกษาเมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม

พ.ศ. ๒๕๕๐

และต่อมากรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการตามกระบวนการทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดตามหลักเกณฑ์ภายใต้พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยปรากฏข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้

(๑) สินค้าที่ถูกพิจารณา คือ สินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยที่ ๗๒๑๖.๓๓.๐๐.๐๐๐ (พิกัดอัตราศุลกากรเดิม

๗๒๑๖.๓๓๐.๐๐๕) ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

ซึ่งเป็นสินค้าชนิดเดียวกันกับสินค้าที่ถูกพิจารณาในการไต่สวนครั้งแรก

(๒) ผู้มีส่วนได้เสีย

(ก) ผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกในสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ Laiwu Steel Group, Ltd. และผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกรายอื่น ๆ

(ข) ผู้ส่งออกจากต่างประเทศ (สาธารณรัฐสิงคโปร์) คือ Cargill International Trading Pte, Ltd.

(ค) ผู้นำเข้าในประเทศไทยหรือผู้ใช้สินค้าที่ถูกพิจารณาได้แก่ (๑) บริษัท

เบอร์กโซ่ เมตัลส์ จำกัด (๒) บริษัทไอเบล จำกัด (เวทโก้ ไอเบล) (๓) บริษัท ชิ -

เอเชีย จำกัด (๔) บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด (๕) บริษัท เชฟรอน

ออฟชอร์ (ประเทศไทย) และสถาบันหรือสมาคมการค้าที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

และสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย

(ง) อุตสาหกรรมภายในที่ผลิตสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ในฐานะผู้ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน คือ บริษัท เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด

(จ)

รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีนในฐานะรัฐบาลของประเทศผู้ส่งออกสินค้าทุ่มตลาด

(๓) ระยะเวลาของข้อมูลที่ใช้ในการทบทวน

(ก) กรณีการพิจารณาการทุ่มตลาด ใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙

ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐

(ข) กรณีการพิจารณาความเสียหาย ใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗

ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ และแนวโน้มของปี ๒๕๕๑ และปี ๒๕๕๒

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

การตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูล

กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูลที่ได้รับตามแบบสอบถามของบริษัท

เหล็กสยามยามาโตะ จำกัด ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมภายใน ณ ที่ทำการในกรุงเทพมหานคร

และที่ตั้งโรงงานในจังหวัดระยองระหว่างวันที่ ๒๕ ถึงวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

พบว่าข้อมูลคำตอบในแบบสอบถามมีความน่าเชื่อถือและสามารถยอมรับได้

เนื่องจากมีความถูกต้องตามหลักการบัญชีและสามารถอ้างอิงได้กับเอกสารหลักฐานต้นฉบับ

ส่วนผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกจากสาธารณรัฐประชาชนจีนและสาธารณรัฐสิงคโปร์ไม่ได้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม

จึงใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงเท่าที่มีอยู่ (Best Information Available: BIA)

ซึ่งเป็นไปตามมาตรา ๒๗

แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.

๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การแจ้งข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในการจัดทำร่างผลการทบทวน

กรมการค้าต่างประเทศได้ส่งร่างผลการพิจารณาทบทวนซึ่งแสดงข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ใช้เป็นพื้นฐานในพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดให้อุตสาหกรรมภายในและสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยเมื่อวันที่

๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อเปิดโอกาสให้เสนอข้อคิดเห็น

ข้อโต้แย้งหรือแจ้งความจำนงขอแถลงการณ์ด้วยวาจา (Hearing) ภายในวันที่ ๓

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ซึ่งปรากฏว่ามีเพียงอุตสาหกรรมภายในที่แจ้งตอบว่าเห็นด้วยกับร่างดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่

๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ สมาคมผู้ก่อสร้างงานเหล็กไทยซึ่งมิได้เข้าร่วมกระบวนการทบทวนความจำเป็นในการต่ออายุการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

ได้เสนอให้พิจารณาผลกระทบจากการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผลการพิจารณาทบทวน

กรมการค้าต่างประเทศได้นำข้อมูลที่ได้รับจากอุตสาหกรรมภายในและผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข้อมูล

รวมทั้งข้อคิดเห็นต่อร่างผลการทบทวนมาพิจารณาจัดทำรายงานผลการทบทวนเสนอต่อคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนเพื่อพิจารณาวินิจฉัยเมื่อวันที่

๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งคณะกรรมการ ฯ ได้พิจารณาแล้ว มีความเห็นดังนี้

(๑) ผลการพิจารณาการทุ่มตลาด

หากไม่ต่ออายุมาตรการ

จะทำให้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H

ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนฟื้นคืนมาอีก เนื่องจาก

(ก) มาตรการที่ใช้สามารถหยุดการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยจากข้อมูลสถิติการนำเข้าพบว่า ตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม

พ.ศ. ๒๕๔๕ การนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H จากสาธารณรัฐประชาชนจีนลดลงอย่างต่อเนื่องและไม่มีการนำเข้าเลยในปี ๒๕๔๙

จนถึงปี ๒๕๕๐

(ข) สาธารณรัฐประชาชนจีนส่งสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ไปทุ่มตลาดสาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐสิงคโปร์ และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

ดังนั้นหากประเทศไทยยุติการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดดังกล่าว

สาธารณรัฐประชาชนจีนจะส่งสินค้าทุ่มตลาดดังกล่าวเข้ามาไทยในลักษณะเดียวกันได้อีก

จึงพิจารณาได้ว่าการทุ่มตลาดอาจฟื้นคืนมาอีก

(๒) ผลการพิจารณาความเสียหาย

หากไม่ต่ออายุมาตรการ

จะเกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในโดยยอดขาย ราคาขายส่วนแบ่งการตลาด กำไรสุทธิ

ผลิตภาพ ผลตอบแทนการลงทุนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก

(ก)

ปัจจุบันผู้ผลิตสาธารณรัฐประชาชนจีนมีกำลังการผลิตส่วนเกินโดยมีผลผลิตเกินกว่าความต้องการใช้ภายในประเทศ

เนื่องจากมีการขยายกำลังการผลิตและมีผู้ผลิตรายใหม่ทำให้ต้องขยายการส่งออก

โดยส่วนใหญ่ส่งออกมายังภูมิภาคเอเชียเกือบทุกประเทศ

ยกเว้นประเทศไทยเนื่องจากมีการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด

(ข) เมื่อเปรียบเทียบราคาสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H จากสาธารณรัฐประชาชนจีนกับราคาขายของอุตสาหกรรมภายใน ณ

ระดับการค้าเดียวกันในช่วงระยะเวลาการทบทวน

พบว่าสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมีราคาขายต่ำกว่าราคาภายในประเทศ

(ค)

อุตสาหกรรมภายในกำลังฟื้นตัวจากการใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดหากมีการนำเข้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในลักษณะการทุ่มตลาด

จะทำให้อุตสาหกรรมภายในได้รับความเสียหายอีก

(ง) สินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนถูกบางประเทศใช้มาตรการเพื่อจำกัดการนำเข้า

ซึ่งหากประเทศไทยไม่มีมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าดังกล่าว

ก็จะทำให้สาธารณรัฐประชาชนจีนส่งสินค้าดังกล่าวเข้ามาทุ่มตลาดประเทศไทยได้อีก

(๓) ผลการพิจารณาผลกระทบและประโยชน์สาธารณะ

ในการพิจารณาผลกระทบและประโยชน์สาธารณะ

ได้ส่งแบบสอบถามไปยังผู้ซื้อหรือผู้นำเข้าภายในประเทศรวม ๓๔ ราย ปรากฎว่ามีเพียง ๕

ราย คือ บริษัท เบอร์กโซ่ เมตัลส์ จำกัด บริษัท ไอเบล จำกัด (เวทโก้ ไอเบล) บริษัท

ชิ - เอเชีย จำกัด บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัท เชฟรอน

ออฟชอร์ (ประเทศไทย) ที่ให้ข้อมูลว่าไม่มีปัญหาจากการใช้มาตรการดังกล่าว

เพราะสามารถนำเข้าสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H

จากแหล่งอื่นหรือใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศทดแทนได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุนได้มีคำวินิจฉัย

เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ว่าการยุติการเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H

ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจะทำให้มีการทุ่มตลาดฟื้นคืนมาอีกตามมาตรา

๕๗ แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และเมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของอุตสาหกรรมภายใน ผู้บริโภค

และประโยชน์สาธารณะประกอบกันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว

เห็นว่าเพื่อมิให้กระทบต่อผู้ใช้หรือผู้บริโภค

จึงมีมติให้เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทย่อยที่ ๗๒๑๖.๓๓.๐๐.๐๐๐

ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไปอีกเป็นกำหนดเวลา ๓ ปี

นับแต่วันที่ประกาศคณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนุน

เรื่องผลการพิจารณาทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว

H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. ๒๕๕๑

มีผลใช้บังคับ ในอัตราดังต่อไปนี้

(๑) สินค้าที่ผลิตจาก Laiwu Steel Group, Ltd.

ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๒๗.๘๑ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

(๒) สินค้าที่ผลิตจากผู้ผลิตรายอื่น ให้เรียกเก็บในอัตราร้อยละ ๒๗.๘๑

ของราคา ซี.ไอ.เอฟ.

ทั้งนี้

หลักเกณฑ์และวิธีการยื่นรับคำขอข้อเท็จจริงที่ใช้ในการพิจารณาทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดดังกล่าว

เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (ฉบับที่

๔) พ.ศ. ๒๕๔๓ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ประกาศ ณ วันที่ ๑๗

ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

อภิรดี ตันตราภรณ์

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

วิภา/ผู้จัดทำ

๘ กันยาน ๒๕๕๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๗๑ ง/หน้า ๕/๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง แสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญที่ใช้เป็นพื้นฐานในการพิจารณาทบทวนเพื่อเรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กโครงสร้างรูปพรรณหน้าตัดรูปตัว H ที่มีแหล่งกำเนิดจากสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f16bc297824ae4bb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com