法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการ ในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ

ภาคตะวันออก

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการ ในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน

พ.ศ. ๒๕๖๐

โดยที่เพื่อให้การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนเป็นการเฉพาะสำหรับโครงการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดยคำนึงถึงหลักการความเป็นหุ้นส่วนระหว่างรัฐกับเอกชน หลักการเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีมาตรการป้องกันการทุจริตทุกขั้นตอน

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๒/๒ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒/๒๕๖๐ เรื่อง การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๑๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๒๘/๒๕๖๐ เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ลงวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“โครงการ” หมายความว่า โครงการที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดให้ดำเนินการตามประกาศนี้

“หน่วยงานเจ้าของโครงการ” หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการที่จะให้เอกชนร่วมลงทุนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน

“กระทรวงเจ้าสังกัด” หมายความว่า กระทรวงหรือทบวงซึ่งรัฐมนตรีว่าการเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งหน่วยงานเจ้าของโครงการ หรือรัฐมนตรีว่าการผู้รับผิดชอบในงานของหน่วยงานเจ้าของโครงการ

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

การเสนอโครงการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการเสนอโครงการ หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามรูปแบบและรายละเอียดตามที่สำนักงานประกาศกำหนด โดยประกาศดังกล่าวให้มีแนวทางและวิธีการให้การสนับสนุนเอกชนด้วย

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการว่าจ้างที่ปรึกษาไทยและ/หรือที่ปรึกษาต่างประเทศซึ่งมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกาศกำหนด เพื่อจัดทำรายงานตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้สำนักงานแต่งตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย ผู้แทนสำนักงาน เป็นประธานคณะทำงาน ผู้แทนกระทรวงเจ้าสังกัด ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนหน่วยงานของรัฐอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นคณะทำงาน และมีผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการเป็นเลขานุการ ทั้งนี้ ในกรณีที่โครงการนั้นจะต้องมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน ให้มีผู้แทนสำนักงบประมาณหรือในกรณีที่โครงการนั้นจะต้องมีการใช้จ่ายเงินจากเงินกู้ ให้มีผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะหรือในกรณีที่โครงการนั้นต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้มีผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือในกรณีที่โครงการนั้นจะต้องใช้ที่ราชพัสดุให้มีผู้แทนกรมธนารักษ์ร่วมเป็นคณะทำงานด้วย

ให้คณะทำงานตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาในการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการของหน่วยงานเจ้าของโครงการตามข้อ ๔ เพื่อให้รายงานมีความครบถ้วนและเพียงพอสำหรับการนำเสนอคณะกรรมการนโยบายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ภายใน ๗ วันนับแต่หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามข้อ ๔ และข้อ ๕ แล้วเสร็จ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดส่งรายงานนั้นให้กระทรวงเจ้าสังกัด สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐอื่นที่เกี่ยวข้อง พิจารณาให้ความเห็นในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในกรณีที่โครงการนั้นจะต้องมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน ให้สำนักงบประมาณหรือในกรณีที่โครงการนั้นจะต้องมีการใช้จ่ายเงินจากเงินกู้ ให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ พิจารณาให้ความเห็นด้วย

ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องตามวรรคหนึ่ง จัดส่งความเห็นให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและสำนักงานภายใน ๑๕ วันนับจากได้รับรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ต่อสำนักงานภายใน ๑๕ วันนับจากได้รับความเห็นครบถ้วน และในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการมีการแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามข้อ ๖ ให้จัดส่งรายงานในส่วนที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ หากไม่สามารถนำเสนอสำนักงานได้ตามระยะเวลาที่กำหนด ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการชี้แจงเหตุผลและระยะเวลาที่จะจัดส่งให้สำนักงานพิจารณากำกับติดตามต่อไป

ในกรณีที่โครงการจะต้องมีการให้เอกชนได้รับอนุมัติ อนุญาต สิทธิ สัมปทาน ใบอนุญาต ความเห็นชอบ หรือต้องจดทะเบียนหรือแจ้งต่อหน่วยงานของรัฐหรือคณะกรรมการตามกฎหมาย หรือได้รับสิทธิประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมถึงได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือใช้ที่ดินที่อยู่ในความครอบครองดูแลของหน่วยงานของรัฐหรือที่ราชพัสดุ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอเรื่องดังกล่าวพร้อมกับรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ และให้มีความเห็นของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการดำเนินการใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อสำนักงานได้รับรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ ๗ ครบถ้วนแล้ว ให้นำเสนอคณะกรรมการนโยบายเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบหลักการของโครงการภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับรายงานและเอกสารครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่โครงการใดจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน หรือจะต้องมีการใช้จ่ายเงินจากเงินกู้เพื่อใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ หรือมีกฎหมายกำหนดให้ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา เมื่อคณะกรรมการนโยบายเห็นชอบหลักการของโครงการตามข้อ ๘ แล้ว ให้สำนักงานเสนอโครงการนั้นต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการ และ/หรือวงเงินงบประมาณรายจ่ายหรือวงเงินกู้ที่จะใช้ในการก่อหนี้ของโครงการด้วย

การคัดเลือกเอกชน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การประกาศเชิญชวน วิธีการประกาศเชิญชวน วิธีการคัดเลือกของคณะกรรมการคัดเลือก และหลักเกณฑ์อื่นที่จำเป็นในการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน รวมถึงรายละเอียดของเอกสารการคัดเลือกเอกชน และข้อกำหนดมาตรฐานของร่างสัญญาร่วมลงทุน ให้เป็นไปตามที่สำนักงานประกาศกำหนด

ในประกาศเชิญชวนตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องประกอบด้วยเรื่อง ดังต่อไปนี้

(๑) ค่าธรรมเนียมการขายเอกสารการคัดเลือกเอกชน

(๒) ค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอของเอกชน

(๓) ค่าธรรมเนียมการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน

(๔) หลักประกันซองและหลักประกันสัญญา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน พร้อมกับการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ตามข้อ ๔

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการว่าจ้างที่ปรึกษาไทยและ/หรือที่ปรึกษาต่างประเทศซึ่งมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกาศกำหนด เพื่อจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน ตามวรรคหนึ่ง

ในกรณีที่มีความจำเป็น ให้สำนักงานประสานงานกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาร่างสัญญาร่วมลงทุนและให้ความเห็นในเบื้องต้นในการจัดทำร่างสัญญาร่วมลงทุน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อคณะกรรมการนโยบายได้กำหนดโครงการที่ต้องดำเนินการตามประกาศนี้แล้ว ให้คณะกรรมการนโยบายแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน เจ้าของโครงการหรือปลัดกระทรวงเจ้าสังกัด เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงเจ้าสังกัด ผู้แทนสำนักงานและผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ และในกรณีที่โครงการนั้นจะต้องมีการใช้จ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน ให้มีผู้แทนสำนักงบประมาณ หรือในกรณีที่โครงการนั้นจะต้องมีการใช้จ่ายเงินจากเงินกู้ ให้มีผู้แทนสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะร่วมเป็นกรรมการด้วย และให้มีผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการหนึ่งคน เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการคัดเลือกมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน ก่อนการประกาศเชิญชวน

(๒) คัดเลือกเอกชน เจรจา และจัดทำร่างสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับคัดเลือก

(๓) เรียกให้หน่วยงานเจ้าของโครงการหรือเอกชนเข้าชี้แจงหรือจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง

(๔) พิจารณาดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการตามที่เห็นสมควร

หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจว่าจ้างที่ปรึกษาไทยและ/หรือที่ปรึกษาต่างประเทศซึ่งมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกาศกำหนด เพื่อประเมินข้อเสนอของเอกชน และสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคัดเลือกได้

ให้นำแนวทางและวิธีการของการดำเนินการป้องกันการทุจริตหรือข้อตกลงคุณธรรมตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาใช้กับการดำเนินการของคณะกรรมการคัดเลือกสำหรับโครงการที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนด ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายอาจกำหนดเงื่อนไขของการดำเนินการป้องกันการทุจริตหรือข้อตกลงคุณธรรมเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะสำหรับโครงการก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการประกาศเชิญชวนภายหลังจากคณะกรรมการนโยบายให้ความเห็นชอบหลักการของโครงการตามข้อ ๘ หรือคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการตามข้อ ๙ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการมีความเห็นว่าไม่ควรใช้วิธีการคัดเลือกเอกชนโดยวิธีประมูล ให้เสนอสำนักงาน พร้อมความเห็นของคณะกรรมการคัดเลือก เพื่อพิจารณาเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการนโยบายพิจารณาให้ความเห็นชอบ พร้อมกับการเสนอรายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามข้อ ๗

ให้สำนักงานประกาศรายละเอียดที่หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องจัดทำเพิ่มเติมในการเสนอให้คัดเลือกเอกชนโดยไม่ใช้วิธีประมูล

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อได้ผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับคัดเลือกแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดส่งร่างสัญญาร่วมลงทุนดังกล่าวให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา โดยให้สำนักงานอัยการสูงสุดแจ้งผลการตรวจพิจารณาให้หน่วยงานเจ้าของโครงการภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาร่วมลงทุน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อหน่วยงานเจ้าของโครงการได้รับร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดตามข้อ ๑๖ แล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดแล้วต่อสำนักงานเพื่อเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพิจารณาภายใน ๓ วันนับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาร่วมลงทุนจากสำนักงานอัยการสูงสุด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อคณะกรรมการนโยบายให้ความเห็นชอบผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับคัดเลือกต่อไป และให้หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการดำเนินการใดที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่สำนักงานหรือเอกชนที่ได้รับคัดเลือกในการดำเนินโครงการตามสัญญาร่วมลงทุนด้วย

ในกรณีที่คณะกรรมการนโยบายไม่เห็นด้วยกับผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา หรือร่างสัญญาร่วมลงทุน ให้ส่งเรื่องคืนหน่วยงานเจ้าของโครงการเพื่อร่วมกับคณะกรรมการคัดเลือกพิจารณาทบทวน

ให้สำนักงานเสนอคณะกรรมการนโยบายพิจารณาผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ได้รับผลการคัดเลือกเอกชน ผลการเจรจา และร่างสัญญาร่วมลงทุนตามข้อ ๑๗

การกำกับดูแลและติดตามผล

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อได้มีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนแล้ว ให้คณะกรรมการนโยบายแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแล ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงเจ้าสังกัด เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงาน ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนเอกชนคู่สัญญา เป็นกรรมการ และผู้แทนหน่วยงานเจ้าของโครงการ เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้คณะกรรมการกำกับดูแลมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้

(๑) ติดตามกำกับดูแลโครงการให้มีการดำเนินงานตามที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุน

(๒) รายงานผลการดำเนินงาน ความคืบหน้า ปัญหา และแนวทางการแก้ไขในการดำเนินโครงการตามที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุนต่อสำนักงานอย่างน้อยหกเดือนต่อหนึ่งครั้ง

(๓) พิจารณาเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการต่อหน่วยงานเจ้าของโครงการ

(๔) พิจารณาให้ความเห็นต่อการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน

(๕) เรียกหน่วยงานเจ้าของโครงการหรือเอกชนคู่สัญญาเข้าชี้แจง หรือจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง

หน่วยงานเจ้าของโครงการอาจว่าจ้างที่ปรึกษาไทยและ/หรือที่ปรึกษาต่างประเทศซึ่งมีคุณสมบัติตามที่สำนักงานประกาศกำหนด เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลได้

การแก้ไขสัญญา การทำสัญญาใหม่และการยกเลิกสัญญา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ต้องมีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอเหตุผลและความจำเป็น ประเด็นที่ขอแก้ไข ผลกระทบจากการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน และรายละเอียดอื่น ๆ ต่อคณะกรรมการกำกับดูแลเพื่อพิจารณาให้ความเห็น โดยให้หน่วยงานเจ้าของโครงการส่งร่างสัญญาร่วมลงทุนให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณา ก่อนส่งข้อเสนอในการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ความเห็นของคณะกรรมการกำกับดูแล และร่างสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดไปยังสำนักงานเพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายให้ความเห็นชอบต่อไป

ในกรณีที่การแก้ไขสัญญาส่งผลกระทบต่อขอบเขตของโครงการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ตามข้อ ๙ เมื่อคณะกรรมการนโยบายได้ให้ความเห็นชอบการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนตามวรรคหนึ่งแล้วให้สำนักงานเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบการแก้ไขสัญญานั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ก่อนสัญญาร่วมลงทุนจะสิ้นสุดลงอย่างน้อย ๕ ปี และหน่วยงานเจ้าของโครงการประสงค์จะดำเนินโครงการโดยให้เอกชนร่วมลงทุนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนต่อไป ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเสนอโครงการตามหมวด ๑ เสมือนเป็นโครงการใหม่

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าเอกชนคู่สัญญามีส่วนร่วมในการทุจริตในโครงการ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการสามารถยกเลิกสัญญาร่วมลงทุนได้โดยไม่ต้องจ่ายชดเชยความเสียหายแก่เอกชนรายดังกล่าว

การรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อคณะกรรมการนโยบายได้กำหนดให้โครงการใดดำเนินการตามประกาศนี้แล้ว ให้สำนักงานประกาศข้อมูลโครงการที่จำเป็นให้สาธารณะทราบเป็นการทั่วไปทันที

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดให้มีการรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่สำนักงานประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องจัดทำรายงานสรุปผลการรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน และนำผลการรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนมาประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการตามข้อ ๔ และข้อ ๕ และการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุนตามข้อ ๑๑ ด้วย

การรายงานและเปิดเผยข้อมูล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อได้มีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนแล้ว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการจัดส่งรายงานสรุปสาระสำคัญของสัญญาร่วมลงทุน วิธีการคัดเลือกเอกชน และสำเนาสัญญาร่วมลงทุน ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กระทรวงเจ้าสังกัดสำนักงาน และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ รวมทั้ง เปิดเผยข้อมูลสาระสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนและวิธีการคัดเลือกเอกชนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายให้สาธารณะทราบเป็นการทั่วไป ภายใน ๓๐ วันนับจากวันที่ได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุน

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการกำกับดูแลร่วมกันจัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการในส่วนที่ไม่เป็นความลับทางการค้าของเอกชน และเปิดเผยให้สาธารณะทราบเป็นการทั่วไป รวมทั้งส่งสำเนารายงานและเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังกระทรวงเจ้าสังกัด สำนักงาน และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ อย่างน้อยหกเดือนต่อหนึ่งครั้ง

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เมื่อมีการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุน ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการรายงานการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนและจัดส่งสำเนาสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กระทรวงเจ้าสังกัด สำนักงาน และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ด้วย รวมทั้ง เปิดเผยข้อมูลสาระสำคัญของการแก้ไขสัญญาร่วมลงทุนในรูปแบบที่เข้าใจง่ายให้สาธารณะทราบเป็นการทั่วไป ภายใน ๓๐ วันนับจากวันที่ได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไข

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีที่หน่วยงานเจ้าของโครงการไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ หรือมีงบประมาณไม่เพียงพอในการว่าจ้างที่ปรึกษาตามข้อ ๔ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๓ หรือข้อ ๒๐ และมีความจำเป็นเร่งด่วน ให้คณะกรรมการนโยบายพิจารณาจัดสรรงบประมาณจากแหล่งเงินที่เหมาะสมเพื่อให้การสนับสนุนหน่วยงานเจ้าของโครงการในการว่าจ้างที่ปรึกษา

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การประชุมของคณะกรรมการคัดเลือกและคณะกรรมการกำกับดูแลต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่มีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

ในการวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ให้คณะทำงาน คณะกรรมการคัดเลือก และคณะกรรมการกำกับดูแลตามประกาศนี้ได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะกรรมการบริหารการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้เลขาธิการมีอำนาจในการวางแนวปฏิบัติและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก

ภวรรณตรี/จัดทำ

๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๐

ปุณิกา/ตรวจ

๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๓๕ ง/หน้า ๑๘/๒๕ กันยายน ๒๕๖๐

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และกระบวนการ ในการร่วมลงทุนกับเอกชนหรือให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f27db37387737775

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com