ข้อ ๕
ธนาคารต่างประเทศที่ประสงค์จะขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศให้ยื่นคำขอพร้อมสำเนา
๑ ชุด ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เลขที่ ๑๗๓ ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร
กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ ในเวลาทำการ และธนาคารแห่งประเทศไทยจะตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารพร้อมจัดเตรียมเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาคำขออนุญาตให้แล้วเสร็จ
ภายใน ๑ เดือน นับแต่วันสิ้นสุดรอบระยะเวลาการยื่นคำขอที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
โดยธนาคารต่างประเทศต้องยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารดังต่อไปนี้
๕.๑
หนังสือยินยอมให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศจากทางการของประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้งธนาคารต่างประเทศผู้ยื่นคำขอ
๕.๒
หนังสือรับรองจากธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทแม่ ดังนี้
๕.๒.๑
รับรองว่าจะดูแลและดำเนินการให้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกปฏิบัติตามกฎหมาย
กฎระเบียบ หรือนโยบายของประเทศไทย ทั้งที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน
หรือที่จะมีขึ้นในอนาคต
๕.๒.๒
รับรองว่าจะให้การสนับสนุนด้านสภาพคล่องและการเพิ่มทุนในธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกอย่างเต็มที่โดยทันทีที่เงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกลดลงหรือมีแนวโน้มว่าจะลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
๕.๒.๓
รับรอว่าธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกจะให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานหรือข้อมูลอื่นๆ
ของตนเองโดยตรงกับผู้กำกับดูแลสถาบันการเงินของประเทศที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทแม่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วย
๕.๓
หนังสือรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินของธนาคารต่างประเทศผู้ยื่นคำขอว่าได้บังคับใช้กฎเกณฑ์การกำกับสถาบันการเงินตามมาตรฐานสากล
เช่น การกำกับความเพียงพอของเงินกองทุนตามแนวทางของ Bank for International
Setlements พร้อมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์
(Solo Basis) และกลุ่มสถาบันการเงินของธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทแม่
(Consolidated Basis) ที่คำนวณได้ย้อนหลัง ๓ ปี
๕.๔ รายงานประจำปี
ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างผู้ถือหุ้นและงบการเงินของธนาคารต่างประเทศผู้ยื่นคำขอย้อนหลัง
๒ ปี
๕.๕
หลักฐานแสดงการให้ความร่วมมือกับทางการในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจไทย
หรือด้านการพัฒนาความรู้ในระบบการเงินของไทย (เช่น การถ่ายทอด เทคโนโลยี
และการพัฒนาบุคลากรของไทย) หรือความร่วมมือในด้านอื่นๆ
๕.๖
ข้อมูลเกี่ยวกับกฎเกณฑ์การกำกับแบบรวมกลุ่ม (Consolidated Supervision) ของประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้งธนาคารต่างประเทศผู้ยื่นคำขอ
โดยแปลเป็นภาษาอังกฤษ
๕.๗
ข้อมูลแสดงวงเงินและยอดคงค้างของการให้กู้ยืมหรือร่วมลงทุนกับภาครัฐบาล
ภาคสถาบันการเงินและภาคเอกชนอื่นๆ ในประเทศไทย หรือการให้กู้ยืมแก่ภาคธุรกิจของไทยที่ไปประกอบธุรกิจในต่างประเทศของสาขาธนาคารต่างประเทศหรือสำนักงานวิเทศธนกิจ
และของธนาคารต่างประเทศผู้ยื่นคำขอ ณ วันสิ้นเดือนมิถุนายนและธันวาคมของทุกปี
ย้อนหลัง ๓ ปี
๕.๘
แผนการประกอบธุรกิจหลังจากได้รับอนุญาตให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยแล้ว
มีรายละเอียด ดังนี้
(๑)
แผนการดำเนินธุรกิจ
(๒) แผนการเปิดสาขา
(๓)
ประมาณการงบการเงินไม่ต่ำกว่า ๓ ปี
โดยในปีแรกต้องแสดงรายละเอียดของงบการเงินเป็นรายไตรมาส
(๔)
รายละเอียดของโครงสร้างองค์กร
พร้อมคำอธิบายหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยที่ขอจัดตั้ง
รวมทั้งระบุคุณสมบัติและประสบการณ์ของบุคลากรหลักของธนาคารพาณิชย์ที่ขอจัดตั้ง
ทั้งนี้
บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร
และ/หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรรมการผู้จัดการใหญ่ รองผู้จัดการใหญ่
รวมทั้งตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าไม่ว่าจะเรียกชื่อประการใดของธนาคารพาณิชย์ดังกล่าว
จะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
ก.
มีวามสามารถในการบริหาร โดยมีแผนงานการบริหารที่ดีในอดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้
บุคคลที่จะดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือประธานกรรมการบริหาร
ที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา กรรมการผู้จัดการใหญ่ รองผู้จัดการใหญ่
และตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าไม่ว่าจะเรียกชื่อประการใดของธนาคารพาณิชย์
จะต้องมีประสบการณ์ในตำแหน่งระดับสูงในการจัดการและบริหารธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่เชื่อถือได้เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า
๕ ปี
ข.
มีความซื่อสัตว์สุจริต
ค.
ไม่เคยมีประวัติเสียหายหรือดำเนินกิจการใดที่มีลักษณะอันเป็นการหลอกลวง
หรือแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบ หรือความรอบคอบ
หรือสะท้อนถึงวิธีการทำธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม หรือไม่น่าเชื่อถือ
ง.
ไม่เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย
ซ. ไม่มีปัญหาในการชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยกับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงิน
ฌ.
ไม่เคยทำธุรกิจหรือเกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจที่ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสามารถหรือความรอบคอบของบุคคลนั้น
ไม่ว่าในเรื่องของประเภทธุรกิจหรือในเรื่องของวิธีการดำเนินธุรกิจ
ญ. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นการกระทำความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ฎ.
ไม่เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทย
หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สั่งถอดถอนจากการเป็นผู้บริหารธนาคารพาณิชย์
บริษัทหลักทรัพย์ หรือสถาบันการเงินใดมาก่อน
ฏ.
ไม่เคยถูกธนาคารแห่งประเทศไทย
หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
หรือหน่วยงานของรัฐทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่กำกับและควบคุมธนาคารพาณิชย์
บริษัทหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงินกล่าวโทษ ร้องทุกข์ หรือกำลังถูกดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงหรือทุจริต
ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
หรือกฎหมายว่าด้วยการกำกับและควบคุมสถาบันการเงินนั้น
(๕)
รายละเอียดของคณะกรรมการและคณะกรรมการชุดย่อยซึ่งรวมถึงคุณสมบัติ
และประสบการณ์ของคณะกรรมการ
โดยคณะกรรมการธนาคารพาณิชย์ต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย ๓ คน หรือ ๑ ใน ๔
แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และต้องจัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อย ๒ ชุด คือ
คณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง โดยมีโครงสร้าง คุณสมบัติ
บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
(๖)
แผนการขายกิจการหรือคืนใบอนุญาต
และ/หรือแผนการรับโอนสินทรัพย์และหนี้สินจากกิจการอื่นภายใต้กลุ่มธุรกิจเดียวกัน
ในกรณีที่มีการประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินมากกว่า ๑ รูปแบบ
(๗)
แผนการควบหรือรวมกิจการ
หรือการโอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดหรือส่วนใหญ่กับสถาบันการเงินอย่างน้อย ๑
แห่ง ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอเป็นธนาคารต่างประเทศที่มีสำนักงานวิเทศธนกิจในประเทศไทย
โดยระบุรายชื่อสถาบันการเงินที่ได้ดำเนินการควบหรือรวมกิจการหรือโอนสินทรัพย์และหนี้สินหรือเข้าร่วมทุนแล้ว
หรือที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ
รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะที่สำคัญของสถาบันการเงินเหล่านั้นด้วย เช่น
จำนวนเงินกองทุนสุทธิหลังกันเงินสำรองตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย สินทรัพย์ หนี้สิน
และเงินทุนของสถาบันการเงินที่จะควบหรือรวมกิจการหรือโอนสินทรัพย์และหนี้สินหรือเข้าร่วมทุน
วิธีการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ และการบริหารและฟื้นฟูสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ เป็นต้น
พร้อมมติคณะกรรมการของทุกสถาบันการเงินที่จะควบหรือรวมกิจการหรือโอนทรัพย์สินและหนี้สินหรือเข้าร่วมทุน
(๘)
ธนาคารต่างประเทศผู้ยื่นคำขอที่มีสาขาในประเทศไทยโดยการยกฐานะจากสำนักงานวิเทศธนกิจตามประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตจัดตั้งสาขาของธนาคารต่างประเทศ
ลงวันที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และต่อมาประสงค์จะยื่นคำขอจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศ
ตามประกาศฉบับนี้
ให้ยื่นแผนการควบหรือรวมกิจการหรือการโอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดหรือส่วนใหญ่กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอย่างน้อย
๑ แห่ง โดยระบุรายชื่อธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่ได้ดำเนินการควบหรือรวมกิจการหรือโอนสินทรัพย์และหนี้สินหรือเข้าร่วมทุนแล้ว
หรือที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการรวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะที่สำคัญของธนาคารพาณิชย์
หรือสถาบันการเงินเหล่านั้น เช่น
จำนวนเงินกองทุนสุทธิหลังกันเงินสำรองตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย สินทรัพย์
หนี้สิน
และเงินทุนของธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่จะควบหรือรวมกิจการหรือโอนสินทรัพย์และหนี้สินหรือเข้าร่วมทุน
วิธีการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ และการบริหารและฟื้นฟูสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ เป็นต้น
พร้อมมติคณะกรรมการของทุกธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงิน
ที่จะควบหรือรวมกิจการหรือโอนทรัพย์สินและหนี้สิน
๕.๘
แผนการเตรียมการเพื่อรองรับการประกอบธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศในประเทศไทย
โดยต้องแสดงหลักฐานเพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ได้ครบถ้วน
(๑) มีระบบการบริหารความเสี่ยงประเภทต่างๆ
ที่สามารถวัดและควบคุมติดตามระดับความเสี่ยงได้ ซึ่งได้แก่ ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit
risk) ความเสี่ยงด้านตลาด (Market risk) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง
(Liquidity risk) ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic risk) และความเสียงด้านการดำเนินงาน
(Operational risk) ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงจากการทำนิติกรรม (Legal
risk) และความเสี่ยงจากชื่อเสียง (Reputational risk)
(๒)
มีนโยบายชัดเจนในเรื่องการให้กู้ยืมแก่กลุ่มธุรกิจหรือธุรกิจที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย
รวมทั้งมีระบบข้อมูลติดตามยอดสินเชื่อและภาระผูกพันคงค้างแก่กลุ่มธุรกิจข้างต้น
หากมีนโยบายที่แตกต่างไปจากการให้กู้ยืมแก่ลูกค้าทั่วไปจะต้องชี้แจงเหตุผล
(๓)
มีระบบการควบคุมภายในที่มีความชัดเจนเป็นรูปธรรมในเรื่องการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ
วงเงินการอนุมัติสินเชื่อ เงินลงทุน หรือค่าใช้จ่ายต่างๆ
(๔)
มีระบบประเมินคุณภาพสินทรัพย์
ซึ่งครอบคลุมถึงการจ่ายชำระดอกเบี้ยและการชำระคืนเงินต้นของลูกค้า
การประเมินราคาหลักประกัน
และการกันเงินสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
(๕)
มีบุคลากรที่มีความรู้และประสงการณ์ทางด้านการเงินการธนาคารและมีการจัดสรรบุคลากรภายในองค์กรอย่างเหมาะสม
โดยพิจารณาถึงความสอดคล้องกันระหว่างความรู้และประสบการณ์เฉพาะด้านของบุคลากร
หน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรในแต่ละหน่วยงานและแผนการประกอบธุรกิจ
หมวด
๔
การพิจารณาออกใบอนุญาตประกอบการธนาคารพาณิชย์