ข้อ ๓ ในการเสนอโครงการที่จะให้มีการร่วมลงทุน หน่วยงานเจ้าของโครงการต้องจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ
ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) ความเป็นมาของโครงการ
โดยแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่ผ่านมาและการได้รับอนุมัติที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว
หลักการและเหตุผลในการจัดทำโครงการ และความสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมถึงความสอดคล้องกับแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน
(๒) สาระสำคัญของโครงการ ซึ่งรวมถึง
(ก) วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการ
(ข) ประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากโครงการ
(ค) ขอบเขตของโครงการ ซึ่งอย่างน้อยต้องแสดงให้เห็นถึงที่ตั้ง
และลักษณะทางกายภาพของโครงการ
(ง) ระยะเวลาของโครงการ
(จ) ประมาณการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ
ตลอดระยะเวลาของโครงการ
(๓) ความพร้อมในการจัดทำและดำเนินโครงการที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการ
ซึ่งรวมถึง
(ก) ความสอดคล้องและความพร้อมของโครงการอื่นที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการ
(ข) ความพร้อมในด้านการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในการใช้ทรัพย์สิน
ตลอดจนความเหมาะสมและข้อจำกัดของพื้นที่ ทั้งในด้านเทคนิคและกฎหมาย
(ค) ความพร้อมในการลดหรือแก้ไขผลกระทบต่อประชาชนจากการดำเนินโครงการ
(ง) กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่ง
ที่ส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของโครงการ
(๔) ความเป็นไปได้ของโครงการ
โดยอธิบายความเป็นไปได้ของโครงการในด้านต่าง ๆ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย
(ก) ด้านพาณิชย์ โดยจะต้องแสดงภาพรวมและการวิเคราะห์สภาพอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
อุปสงค์และอุปทานของโครงการ การกำหนดอัตราค่าบริการ
(ข) ด้านเทคนิค โดยจะต้องแสดงลักษณะทางกายภาพและทางวิศวกรรม
และวิธีการทางเทคนิคที่ใช้ในการออกแบบ การก่อสร้าง การดำเนินงานและความปลอดภัย เช่น
ความเหมาะสมกับสภาพที่ดิน สภาพอากาศ แนวเขตทาง รวมถึงการรองรับความต้องการของผู้ใช้งาน
การเชื่อมต่อ และการใช้งานร่วมกัน เป็นต้น
(ค) ด้านเทคโนโลยี โดยจะต้องแสดงทางเลือกด้านเทคโนโลยีจากปัจจัยต่าง
ๆ เช่น ความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ ความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการบำรุงรักษา การผูกขาดทางเทคโนโลยี เป็นต้น
(ง) ด้านสิ่งแวดล้อม โดยจะต้องแสดงผลกระทบ
การจัดการผลกระทบ และต้นทุนในการจัดการผลกระทบ
ทั้งด้านการเงินและไม่ใช่ด้านการเงิน รวมทั้งระยะเวลาในการดำเนินการดังกล่าว
(จ) ด้านกฎหมาย โดยจะต้องแสดงกฎหมาย กฎ ระเบียบ
ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ
ผลกระทบ และมาตรการบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าว
(ฉ) ด้านการเงิน โดยจะต้องแสดงประมาณการรายได้
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ ประมาณการผลตอบแทนทางการเงินของโครงการ การวิเคราะห์ความอ่อนไหวต่อตัวแปรที่สำคัญ (Sensitivity Analysis) และการทดสอบภาวะวิกฤต
(Stress Test)
(ช) ด้านเศรษฐศาสตร์ โดยจะต้องแสดงประมาณการผลตอบแทนและต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ
ในการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการระบุสมมติฐานและแหล่งข้อมูลอ้างอิงด้วย
(๕) ความเสี่ยงของโครงการ รวมถึงการระบุความเสี่ยง
โอกาสที่จะเกิดความเสี่ยง ผลกระทบในกรณีที่เกิดความเสี่ยงขึ้น และวิธีบริหารจัดการความเสี่ยงในด้านต่าง
ๆ ซึ่งรวมถึง
(ก) ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนการก่อสร้างและระหว่างการก่อสร้าง
เช่น ความเสี่ยงด้านพื้นที่ที่ใช้สำหรับโครงการ
ความเสี่ยงด้านการส่งมอบพื้นที่ที่ใช้สำหรับโครงการ ความเสี่ยงด้านการออกแบบ
และความเสี่ยงด้านการก่อสร้าง เป็นต้น
(ข) ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในช่วงการดำเนินงาน
เช่น ความเสี่ยงในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ ความเสี่ยงในการเชื่อมต่อกับโครงการอื่น
เป็นต้น
(ค) ความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
ความเสี่ยงด้านพาณิชย์ ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ความเสี่ยงด้านกฎหมาย
ความเสี่ยงด้านการเมือง ความเสี่ยงจากเหตุสุดวิสัย ความเสี่ยงเฉพาะของโครงการ เป็นต้น
(๖) ทางเลือกและรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
ซึ่งรวมถึง
(ก) การจัดสรรหน้าที่และความรับผิดชอบของรัฐและเอกชนในการดำเนินโครงการตลอดระยะเวลาของสัญญาร่วมลงทุน
ตั้งแต่การจัดหาแหล่งเงินทุน การออกแบบ การจัดหาพื้นที่ในการดำเนินโครงการ
การก่อสร้าง การดำเนินงาน การบำรุงรักษา และการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต รวมทั้งการกำหนดผลผลิต
(Output Specification) และระดับในการบริการ (Level of Service) ที่เอกชนจะต้องส่งมอบ โดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์ของผู้รับบริการจากโครงการ
(ข) ระยะเวลาของสัญญาร่วมลงทุน
(ค) กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของโครงการตลอดระยะเวลาของสัญญาร่วมลงทุน
(ง) การจัดสรรความเสี่ยงและผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่เอกชนอย่างเป็นธรรม
โดยคำนึงถึงความสำเร็จของโครงการและความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ
(จ) การประมาณการรายได้ ต้นทุนและค่าใช้จ่าย
และผลตอบแทนทางการเงินของรัฐและเอกชนในแต่ละทางเลือกรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
เปรียบเทียบกับกรณีรัฐดำเนินการเองเพื่อแสดงต้นทุนและความคุ้มค่าในการดำเนินโครงการ
(ฉ) ในกรณีหน่วยงานเจ้าของโครงการเห็นว่ามีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการสนับสนุนเพื่อให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการระบุรายละเอียดของมาตรการสนับสนุน พร้อมทั้งเหตุผลและความจำเป็นในการสนับสนุนดังกล่าวและความเห็นของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับมาตรการสนับสนุนดังกล่าว
โดยในกรณีที่มาตรการสนับสนุนใดจะต้องมีการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดิน งบประมาณของหน่วยงานเจ้าของโครงการหรือจะต้องมีการก่อหนี้โดยการกู้หรือการค้ำประกันโดยกระทรวงการคลัง
เพื่อใช้จ่ายในการให้การสนับสนุนแก่โครงการดังกล่าว ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการคำนึงถึงการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐด้วย
ในการศึกษาและวิเคราะห์ทางเลือกและรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการคำนึงถึงการใช้ความรู้
ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และนวัตกรรมของเอกชนในการให้บริการสาธารณะของโครงการ และการถ่ายทอดความรู้
ความสามารถ และความเชี่ยวชาญไปยังหน่วยงานและบุคลากรของภาครัฐด้วย
(๗) การวิเคราะห์ผลกระทบจากการดำเนินโครงการต่อฐานะการเงินของหน่วยงานเจ้าของโครงการพร้อมทั้งแสดงแหล่งเงินที่ใช้ในการดำเนินโครงการ
เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินโครงการ
(๘) ความพร้อมของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำและดำเนินโครงการ
รวมถึงความเห็นของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจกระทบต่อความสำเร็จของโครงการ
พร้อมทั้งแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคดังกล่าว
(๙) ผลการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
โดยในการนำความเห็นของภาคเอกชน มาประกอบการพิจารณาจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ
ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๓
(๑๐) ในกรณีที่ปรากฏในชั้นการศึกษาและวิเคราะห์โครงการว่าไม่ควรใช้วิธีการคัดเลือกเอกชน
โดยวิธีประมูล ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการระบุเหตุผลและความจำเป็น ข้อดีและข้อเสีย และประโยชน์ที่ภาครัฐและประชาชนจะได้รับด้วย
(๑๑) รายละเอียดอื่น ๆ ที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเห็นว่าเกี่ยวข้องและจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาให้ความเห็นชอบหลักการของโครงการของคณะกรรมการ
ในการนำความเห็นของหน่วยงานของรัฐมาประกอบการพิจารณาจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ
ตาม (๖) (ฉ) และ (๘) ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดส่งความเห็นให้หน่วยงานเจ้าของโครงการตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการเห็นสมควร
เพื่อให้หลักการของโครงการ และรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการมีความครบถ้วน
ทั้งนี้ หากหน่วยงานเจ้าของโครงการไม่สามารถกำหนดรายละเอียดข้างต้นในส่วนใดในรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ
ให้ระบุเหตุผลของการไม่สามารถดำเนินการนั้นไว้ในรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการด้วย
ประกาศ ณ
วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
รองนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
ชญานิศ/ธนบดี/จัดทำ
๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓
สุภาทิพย์/ตรวจ
๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๑๓๘ ง/หน้า ๒๑/๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๓