法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสำนักงานภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติที่กระทำกิจการในประเทศไทย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพากร

เรื่อง ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม สําหรับสํานักงานภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติที่กระทํากิจการในประเทศไทย

ด้วยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอตั้งสํานักงานภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติ พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2535 ได้กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ ในการขอและการพิจารณาอนุญาตให้จัดตั้งสํานักงานภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติ และการทํางานในสํานักงานดังกล่าว กรมสรรพากรจึงขอชี้แจงเกี่ยวกับภาระและหน้าที่ในการเสียภาษีอากรของสํานักงานภูมิภาค และผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ทํางานในสํานักงานดังกล่าว เพื่อทราบโดยทั่วกันดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การที่สํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทยให้บริการต่าง ๆ แก่สํานักงานใหญ่ เพื่อทําหน้าที่ติดต่อประสานงานและกํากับการดําเนินงานของสาขาและหรือบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกันแทนสํานักงานใหญ่ โดยมิได้ให้บริการแก่ผู้อื่นเลยและสํานักงานภูมิภาคดังกล่าวได้รับเงินอุดหนุนจากสํานักงานใหญ่เฉพาะเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของสํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทยเท่านั้น เงินได้ที่สํานักงานภูมิภาคดังกล่าวที่กระทํากิจการในประเทศได้รับจากสํานักงานใหญ่ไม่ถือเป็นรายได้ที่จะต้องนํามารวมคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล และไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ประการใด แต่ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลแม้ว่าสํานักงานภูมิภาคจะไม่มีรายได้ที่ต้องนํามาคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ตาม

คําว่า “สํานักงานภูมิภาค” หมายความว่า สํานักงานภูมิภาคที่บริษัทข้ามชาติตั้งขึ้นในประเทศอื่นนอกจากประเทศที่จดทะเบียนเป็นสํานักงานใหญ่ โดยไม่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศที่เข้าไปจัดตั้ง เพื่อทําหน้าที่ติดต่อประสานงานและกํากับการดําเนินงานของสาขาและหรือบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเดียวกันแทนสํานักงานใหญ่ โดยไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการ ไม่มีอํานาจรับคําสั่งซื้อหรือเสนอขายหรือเจรจาทําธุรกิจกับบุคคลหรือนิติบุคคลในประเทศที่เข้าไปตั้ง และใช้เงินค่าใช้จ่ายในสํานักงานภูมิภาคที่ได้รับจากสํานักงานใหญ่เท่านั้น

คําว่า “บริษัทในเครือ” หมายความว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปซึ่งมีความสัมพันธ์กันในลักษณะดังต่อไปนี้

(1) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจํานวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหนึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนเกินกว่ากึ่งจํานวนผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่ง

(2) ผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลหนึ่งมีมูลค่าเกินกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมดถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งที่มีมูลค่าเกินกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด

(3) นิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในอีกนิติบุคคลหนึ่งเกินกว่าร้อยละห้าสิบของทุนทั้งหมด หรือ

(4) บุคคลเกินกว่ากึ่งจํานวนกรรมการหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีอํานาจจัดการในนิติบุคคลหนึ่งเป็นกรรมการหรือเป็นผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งมีอํานาจจัดการในอีกนิติบุคคลหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ถ้าสํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทยตามข้อ 1 ได้ให้บริการแก่ผู้อื่นหรือบริษัทในเครือ ไม่ว่าการให้บริการนั้นจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม ถือว่าสํานักงานภูมิภาคดังกล่าวประกอบกิจการในประเทศไทย และมีหน้าที่ต้องนํารายได้ที่ได้รับจากการให้บริการทุกประเภทมารวมคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรและกรณีดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นบริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร สํานักงานภูมิภาคจะต้องยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ ที่ว่าการอําเภอท้องที่หรือสํานักงานสรรพากรเขตพื้นที่ที่สํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทยมีสถานประกอบการตั้งอยู่ ก่อนวันเริ่มประกอบกิจการหรือภายใน 30 วันนับแต่วันที่มูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกิน 600,000 บาทต่อปีอย่างไรก็ตามหากการบริการของสํานักงานภูมิภาคดังกล่าวมีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน 600,000 บาทต่อปี ก็ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายใต้บังคับข้อ 4 การประกอบกิจการจัดซื้อสินค้าและส่งออกไปต่างประเทศให้แก่หรือตามคําสั่งของสํานักงานใหญ่ สาขา หรือบริษัทในเครือของสํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทย ให้ถือว่าการส่งสินค้าออกไปนั้นเป็นการขายในประเทศไทยและให้ถือราคาสินค้าตามราคาตลาดในวันที่ส่งออกไปเป็นรายได้ที่จะต้องนํามารวมคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่ส่งออกไปนั้น

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในกรณีที่สินค้านั้น

(1) เป็นของที่ส่งไปเป็นตัวอย่างหรือเพื่อการวิจัยโดยเฉพาะ

(2) เป็นของผ่านแดน

(3) เป็นของที่นําเข้ามาในราชอาณาจักร แล้วส่งกลับออกไปให้ผู้ส่งเข้ามาภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่สินค้านั้นเข้ามาในราชอาณาจักร

(4) เป็นของที่ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร แล้วส่งกลับคืนเข้ามาให้ผู้ส่งในราชอาณาจักรภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกไปนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การประกอบกิจการจัดซื้อสินค้าและส่งออกไปต่างประเทศเฉพาะให้แก่สํานักงานใหญ่ของสํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทย ถ้าสํานักงานใหญ่ของสํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทยมีถิ่นอยู่ในประเทศที่มีความตกลงว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ กับประเทศไทยก็ไม่ถือว่าสํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทยเป็นสถานประกอบการถาวรของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศในประเทศไทย สํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทยจึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร ทั้งนี้โดยนัยความตกลงว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนฯ ระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คนต่างด้าวที่ทํางานในสํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทยโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างไม่ว่าเงินนั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศไทย คนต่างด้าวผู้นั้นมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ตามระยะเวลาที่ทํางานในประเทศไทย และสํานักงานภูมิภาคที่กระทํากิจการในประเทศไทย ผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายและนําส่งภายใน 7วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้ตามนัยมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2535

นายโกวิทย์ โปษยานนท์

อธิบดีกรมสรรพากร

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสำนักงานภูมิภาคของบริษัทข้ามชาติที่กระทำกิจการในประเทศไทย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f56faa3c4e2c872a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com