法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์ เรื่อง มาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์ พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์

เรื่อง

มาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

พ.ศ. ๒๕๕๖

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๓ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ

พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์จึงออกประกาศไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์” หมายความว่า ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

“ผู้ป่วย” หมายถึง ผู้รับบริการ

และให้มีความหมายรวมถึง ผู้พิการที่มารับบริการด้านกายอุปกรณ์

“ผู้พิการ” หมายถึง

บุคคลที่มีสภาพร่างกายบางส่วนสูญหาย หรือบกพร่องเกี่ยวกับระบบประสาท กล้ามเนื้อ

และกระดูก

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ มาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

ประกอบด้วยมาตรฐานหลัก ๓ มาตรฐาน คือ

๑) ความเป็นวิชาชีพและความรับผิดชอบ

๒) ความรู้ ความเข้าใจ

๓) ทักษะที่จำเป็นในการให้บริการ

มาตรฐาน ๑

ความเป็นวิชาชีพและความรับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

ต้องมีความเป็นวิชาชีพ ดังนี้

๑) ปฏิบัติงานภายใต้กฎ ระเบียบ และจรรยาบรรณวิชาชีพ

ก) เข้าใจกฎหมาย ระเบียบ ประกาศต่าง ๆ ที่กำหนด

และให้ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์ถือปฏิบัติ

ข) เข้าใจถึงข้อบังคับ ระเบียบปฏิบัติ และข้อแนะนำที่เป็นสากล

ค) เข้าใจและเคารพเรื่องสิทธิของผู้ป่วย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

รวมถึงบทบาทของตนในการให้บริการทางกายอุปกรณ์

ง) ปฏิบัติงานโดยเสมอภาค

จ) รักษาความลับของผู้ป่วย

๒) ร่วมจัดทำคำยินยอมของผู้ป่วยก่อนการให้บริการกายอุปกรณ์

๓) รู้ถึงข้อจำกัดในการให้บริการ

ก) สามารถประเมินสถานการณ์ ลักษณะและระดับความรุนแรงของปัญหา

และปรึกษาผู้รู้และมีประสบการณ์มากกว่าเพื่อแก้ปัญหานั้น

ข) สามารถประเมินวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้

๔) สามารถบริหารจัดการภาระงานของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๕) ฝึกฝนตนเองให้มีความรู้และทักษะในวิชาชีพอย่างสม่ำเสมอ

๖) เข้าใจถึงความจำเป็นในการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาชีพ

๗) แสดงตนว่าเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์ในสถานที่ปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์ต้องมีความสัมพันธ์และความรับผิดชอบต่อผู้ร่วมงานและผู้ป่วย

ดังนี้

๑) รู้ถึงขอบเขตวิชาชีพและขอบเขตการให้บริการของตนเอง

ก) ปฏิบัติงานร่วมกับผู้ร่วมวิชาชีพ

ผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข) ปฏิบัติงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ

ค) แนะนำความเห็นทางวิชาชีพแก่ผู้ร่วมงาน

ง) เข้าใจถึงความจำเป็นในการนัดหมาย การเตรียมผู้ป่วย

การให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติ

จ) แปลผลข้อมูลที่ได้จากผู้ประกอบวิชาชีพอื่น

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ

๒) แสดงทักษะการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

ในการให้ข้อมูล คำแนะนำ และข้อคิดเห็นด้านวิชาชีพแก่ผู้ร่วมงาน ผู้ป่วยและญาติ

ก) เข้าใจถึงทักษะการสื่อสารที่มีผลต่อการประเมินผู้ป่วย และสามารถใช้ทักษะการสื่อสารได้อย่างเหมาะสมตามอายุ

การศึกษา และสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย

ข) เข้าใจถึงการแสดงกริยาท่าทาง และอื่น ๆ

ที่เป็นการสื่อสารที่มิใช่การพูดซึ่งอาจมีผลกระทบทางศาสนา วัฒนธรรม

ความเชื่อส่วนบุคคล และเศรษฐสถานะ

ค) เข้าใจถึงความสำคัญที่ต้องให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้ป่วย

เพื่อการตัดสินใจในการรับบริการ

๓)

เข้าใจถึงความต้องการการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาที่ให้บริการดูแลผู้ป่วย

๔) เข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

มาตรฐาน ๒

ความรู้

ความเข้าใจ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ภายใต้ปรัชญาว่าด้วยการเรียนรู้ตลอดชีวิต

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์ต้องเรียนรู้และประยุกต์ใช้ความรู้ที่เกี่ยวข้อง

เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการปฏิบัติอย่างมีคุณภาพ ดังนี้

๑) มีความรู้พื้นฐานทางวิชาสังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์

และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ ได้แก่

ก) หลักจริยธรรมสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบโรคศิลปะ สิทธิผู้ป่วย สิทธิคนพิการ

ข) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ของร่างกายมนุษย์

ในด้านโครงสร้าง หน้าที่ การทำงานและความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างต่าง ๆ

ของร่างกายมนุษย์ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในวิชาชีพ

ค) หน้าที่และกลไกการทำงานของระบบต่าง ๆ ในภาวะปกติของร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะระบบกล้ามเนื้อและโครงกระดูก

ง) สาเหตุ

กลไกของการเกิดโรคและพยาธิสภาพที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิบัติงานในวิชาชีพ

จ) หลักกลศาสตร์เบื้องต้น หลักชีวกลศาสตร์

การวิเคราะห์การเคลื่อนที่และกลศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับกายอุปกรณ์

ฉ) ความหมายและวัตถุประสงค์ของการฟื้นฟูสมรรถภาพ

ทีมงานฟื้นฟูสมรรถภาพ หลักการเบื้องต้นเกี่ยวกับการประเมินและการฟื้นฟูสมรรถภาพ

แนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพ บทบาทของกายอุปกรณ์และวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง

ช) พื้นฐานกระบวนการวิจัยด้านกายอุปกรณ์

ซ) พื้นฐานด้านจิตวิทยา ปฏิกิริยาทางจิตใจต่อการสูญเสีย

วิธีการเข้าหาและติดต่อสื่อสารกับผู้ป่วย

๒) มีความรู้ด้านกายอุปกรณ์ ได้แก่

ก) นิยามต่าง ๆ ด้านกายอุปกรณ์ บทบาทและประวัติของกายอุปกรณ์

การเขียนภาพหรือวาดแบบที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ

ข) วิธีการใช้และการเลือกใช้เครื่องมือ เครื่องจักร

และวัสดุในงานกายอุปกรณ์

ค) การประเมินความบกพร่องทางร่างกาย ทางจิตใจ คำสั่งการรักษา

ชีวกลศาสตร์ องค์ประกอบและวัสดุที่ใช้ หลักการประดิษฐ์ การจัดทำ การจัดแนว

การลองสวมและปรับปรุงกายอุปกรณ์ชนิดต่าง ๆ

ที่ใช้ในโรคหรือภาวะผิดปกติที่เกี่ยวข้อง

มาตรฐาน ๓

ทักษะที่จำเป็นในการให้บริการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

ต้องมีความสามารถในการตรวจประเมินผู้ป่วย ดังนี้

๑) สังเกตสัญญาณชีพ อาการ และการบาดเจ็บของผู้ป่วย

๒) ประเมินสภาพร่างกายและจิตใจโดยทั่วไป

๓) ตรวจประเมินร่างกาย ตรวจประเมินกำลังกล้ามเนื้อ วัดพิสัยของข้อ

ตรวจความมั่นคงของข้อต่อต่าง ๆ และประเมินความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

๔) ประเมินความชำรุดของกายอุปกรณ์

เพื่อพิจารณาการซ่อมแซมหรือทำใหม่ตามความเหมาะสม

๕) ร่วมประเมินความเหมาะสมในการใช้เครื่องช่วยผู้พิการ เช่น ไม้เท้า

ไม้ค้ำยัน คอกช่วยเดิน หรือรถนั่งผู้พิการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

ต้องมีความสามารถในการออกแบบกายอุปกรณ์ ดังนี้

๑) พิจารณาคำสั่งการรักษา ชีวกลศาสตร์

ส่วนประกอบของกายอุปกรณ์สำหรับโรคหรือภาวะผิดปกติที่เกี่ยวข้อง

๒)

บูรณาการความรู้ด้านกายอุปกรณ์กับความรู้ในศาสตร์อื่นที่เกี่ยวข้องในการออกแบบคิดค้นกายอุปกรณ์

เพื่อให้เหมาะสมกับพยาธิสภาพของผู้ป่วยตามหลักกายอุปกรณศาสตร์

๓) ติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการและพัฒนาด้านกายอุปกรณศาสตร์

เพื่อการออกแบบคิดค้นกายอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับพยาธิสภาพของผู้ป่วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

ต้องมีความสามารถประดิษฐ์กายอุปกรณ์ ดังนี้

๑) เลือกใช้เครื่องมือ วัสดุ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม

เพื่อประดิษฐ์กายอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับพยาธิสภาพของผู้ป่วย

๒) ประเมินการลองสวมใส่กายอุปกรณ์เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้ป่วย

๓) ซ่อมแซม ดัดแปลง แก้ไขกายอุปกรณ์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

ต้องมีความสามารถในการติดตามผลการใช้กายอุปกรณ์ ดังนี้

๑) วิเคราะห์การลองสวมใส่ ความพอดี ความเหมาะสม ตามวัตถุประสงค์ของกายอุปกรณ์ตามหลักกายอุปกรณศาสตร์

๒) ให้คำแนะนำในการดูแลรักษาและการใช้กายอุปกรณ์แก่ผู้ป่วยและญาติ

๓) ติดตามผลการใช้กายอุปกรณ์ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การใช้อุปกรณ์

และเพื่อประเมินการชำรุดของอุปกรณ์ และหาสาเหตุเพื่อการแก้ไข

๔) สามารถประยุกต์ความรู้และทักษะในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม

ตลอดจนสังเคราะห์แนวทางป้องกันแก้ไขรักษาความพิการ

การฟื้นฟูสมรรถภาพและการส่งเสริมสุขภาพ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

ต้องมีความสามารถในการจัดการข้อมูลการให้บริการ ดังนี้

๑) ใช้วิธีการที่เหมาะสมในการเก็บข้อมูล

รวมถึงประวัติและการวินิจฉัยโรคของผู้ป่วย

๒) สรุปผลจากการวินิจฉัย หรือปัญหาได้เหมาะสม

๓) วิเคราะห์และประเมินข้อมูลที่เก็บได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

ต้องมีความสามารถในการจัดการการให้บริการ ดังนี้

๑) ใช้ทักษะการวิจัย การใช้เหตุผลและการแก้ปัญหาในการปฏิบัติอย่างเหมาะสม

๒) นำความรู้และทักษะมาใช้ในการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม

๓)

ปรับเปลี่ยนวิธีการทางเทคนิคตามความเหมาะสมกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น

๔) แสดงทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศกับการให้บริการได้เหมาะสม

๕) จัดการความเสี่ยงได้อย่างมีทักษะและปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์

ต้องมีความสามารถในการตรวจสอบ ประเมิน และทบทวนกระบวนการปฏิบัติ ดังนี้

๑) เข้าใจหลักการประกันคุณภาพ

และร่วมในกิจกรรมการประกันคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

๒) เข้าใจบทบาทการตรวจสอบและทบทวนการบริหารคุณภาพ การประกันคุณภาพและการวัดผลลัพธ์การดำเนินงานที่เหมาะสม

๓) ประเมินคุณภาพอย่างสม่ำเสมอเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

๔)

เข้าใจถึงคุณค่าของการปรึกษาเฉพาะเรื่องร่วมกันหรือวิธีการอื่นในทำนองเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

เทอดชัย

ชีวะเกตุ

ประธานกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒ กันยายน ๒๕๕๖

อุษมล/ผู้ตรวจ

๙ กันยายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๐๙ ง/หน้า ๑๓/๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๖

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการวิชาชีพสาขากายอุปกรณ์ เรื่อง มาตรฐานวิชาชีพสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขากายอุปกรณ์ พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f5a4c6bb0c29347c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com