法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

(ฉบับที่

๓)

พ.ศ.

๒๕๔๖[๑]

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๓๗ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการสร้างเสริมแรงจูงใจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปราบปรามยาเสพติดรวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติดนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังจึงวางระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นบทนิยามต่อจากบทนิยามคำว่า“คณะอนุกรรมการ”

ในข้อ ๖ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

พ.ศ.

๒๕๓๗

“คณะอนุกรรมการภาค”

หมายความว่า คณะอนุกรรมการเงินสินบนเงินรางวัล ประจำภาคตามระเบียบนี้”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๘

แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๘ ให้จ่ายเงินสินบนเมื่อเจ้าพนักงานได้ดำเนินคดีตามที่ได้รับแจ้งความนำจับไว้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

(๑) คดีที่จับได้ทั้งผู้ต้องหาและยาเสพติดของกลาง

ถ้าคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเป็นเงินไม่เกิน

๑,๐๐๐ บาท ให้จ่ายคดีละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท เมื่อพนักงานอัยการสงฟ้องผู้ต้องหา

ยกเว้นคดีฐานความผิดตามมาตรา ๙๒ แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๑๗

แห่งพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. ๒๕๓๓ ไม่ให้จ่ายเงินสินบน

(๒) คดีที่จับได้ทั้งผู้ต้องหาและยาเสพติดของกลาง

ถ้าคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเป็นเงินเกิน ๑,๐๐๐ บาท

(ก) ให้จ่ายเงินสินบนคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาโดยจะจ่ายเงินสินบนกึ่งหนึ่งก่อนพนักงานอัยการสั่งฟ้องก็ได้

และให้จ่ายครบเต็มจำนวนเมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว

(ข) ให้จ่ายเงินสินบนคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเพียงกึ่งหนึ่งเมื่อพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องหรือยุติการดำเนินคดี

(๓) คดีที่จับได้ทั้งผู้ต้องหาและยาเสพติดของกลาง

แต่ผู้ต้องหาเสียชีวิตในขณะจับหรือภายหลัง

ถ้าคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเป็นเงินเกิน ๑,๐๐๐ บาท ให้จ่ายเงินสินบนตามปริมาณยาเสพติดเมื่อพนักงานอัยการสั่งยุติการดำเนินคดี

(๔) คดีที่ยึดไต้เฉพาะยาเสพติดของกลาง

เมื่อพนักงานอัยการสั่งงดการสอบสวน

สั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง ถ้าคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเป็นเงินเกิน ๑,๐๐๐ บาท

ให้จ่ายเงินสินบนเพียงกึ่งหนึ่ง”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๑

แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๑ ให้จ่ายเงินสินบนเพิ่มในคดียาเสพติดฐานความผิดอื่นนอกจาก

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ตามอัตราและเงื่อนไข ดังนี้

(๑) พนักงานอัยการสั่งฟ้องจำเลยในข้อหาจำหน่าย

ครอบครองเพื่อจำหน่ายผลิตโดยการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุ หรือสมคบ

คดีหนึ่งไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท หรือ

(๒) พนักงานอัยการสั่งฟ้องจำเลยในข้อหานำเข้า

หรือส่งออก หรือพยายาม ส่งออก

คดีหนึ่งไม่เกิน ๑๐,๐๐๐

บาท”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๒๕/๑

แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗

“ข้อ ๒๕/๑ ให้จ่ายเงินรางวัลเพิ่มแก่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดียาเสพติดใดซึ่งได้ทำการสอบสวนขยายผลจนสามารถจับได้ผู้ต้องหาซึ่งเป็นนายทุน

ผู้ผลิต ผู้นำเข้าหรือส่งออกหรือผู้ต้องหารายสำคัญตามหลักฐานของทางราชการ

หรือยึดได้ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ที่มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่หนึ่งร้อยกรัมขึ้นไป

ทั้งนี้ ไม่เกินคนละ ๒,๐๐๐ บาท”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒๖ และข้อ ๒๗

แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒๖ การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลตามข้อ ๑๘

(๑) ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงาน

ป.ป.ส. กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังต่อไป

(๑) ใบรับแจ้งความนำจับตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ส.

กำหนด เฉพาะกรณีขอรับเงินสินบน

(๒) หนังสือของเจ้าพนักงานผู้รับแจ้งความตามข้อ ๑๒

แจ้งคำสั่งของพนักงานอัยการ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลนอกจากข้อ

๑๘ (๑) ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑)

ใบรับแจ้งความนำจับตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนด เฉพาะกรณี ขอรับเงินสินบน

(๒) สำเนาบันทึกการจับของเจ้าพนักงาน

(๓)

หนังสือมอบฉันทะให้หัวหน้าคณะผู้จับเป็นผู้รับเงินสินบนหรือเงินรางวัล (ถ้ามี)

(๔) สำเนาหลักฐานการตรวจวิเคราะห์ยาเสพติดของสถานตรวจพิสูจน์

(๕) สำเนาคำสั่งพนักงานอัยการ

(๖)

สำเนาคำพิพากษาศาลที่คดีถึงที่สูด พร้อมคำรับรองว่าคดีถึงที่สูดแล้วของผู้บังคับบัญชา

ในกรณีที่ยื่นคำขอตามข้อ ๒๐

(๗)

รายงานแสดงรายละเอียดการปฏิบัติงาน

(๘)

ข้อตกลงในการแบ่งเงินสินบนหรือเงินรางวัล (ถ้ามี)

(๙)

สำเนารายงานการตรวจพิสูจน์อุปกรณ์การผลิตของสถานตรวจพิสูจน์

(๑๐) สำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบชั่งน้ำหนักยาเสพติดของกลาง

(ถ้ามี)

(๑๑)

สำเนารายงานผลการตรวจสอบชั่งน้ำหนักยาเสพติดของกลาง (ถ้ามี)

กรณีไม่มีการมอบฉันทะรับเงินรางวัลตาม

(๓) ให้หัวหน้าคณะผู้จับส่งหลักฐานแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับเงินรางวัลทุกคนและวิธีการขอรับเงินรางวัลมาด้วย

กรณีการขอรับเงินสินบนเพิ่มตามข้อ ๒๒ หรือเงินรางวัลเพิ่มตามข้อ

๒๕/๑ ให้ส่งหลักฐานตามที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร

กรณีการขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลครึ่งแรกตามข้อ

๑๘ (๒) ให้ส่งหลักฐานตาม(๑) ถึง (๔) การขอรับเงินครึ่งหลังให้ส่งหลักฐานตาม (๕)

ด้วย”

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ยกเลิกความในข้อ

๓๐ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓๐ การยื่นคำขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัล

ให้ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่มีคำสงพนักงานอัยการ เว้นแต่การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลครั้งแรกตามข้อ

๑๘ (๒) ให้ยื่นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันจับ

การขอรับเงินสินบนเพิ่มตามข้อ ๒๐ ให้ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

การขอเงินรางวัลเพิ่มเฉพาะตัวตามข้อ ๒๕

ให้ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานเสียชีวิตหรือได้รับอันตราย

การขอรับเงินรางวัลเพิ่มตามข้อ ๒๕/๑ ให้ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่จับผู้ต้องหาหรือยึดได้ยาเสพติดของกลาง”

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ยกเลิกความในหมวด

๖ คณะอนุกรรมการ ข้อ ๓๓ ข้อ ๓๔ และข้อ ๓๕ แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด

พ.ศ. ๒๕๓๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“หมวด ๖

คณะอนุกรรมการและคณะอนุกรรมการภาค

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภาคตามที่เห็นสมควรได้

คณะอนุกรรมการประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการป้องพันและปราบปรามยาเสพติดหรือผู้แทนเป็นประธาน

และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่เกินห้าคนเป็นอนุกรรมการข้าราชการสังกัดสำนักงาน

ป.ป.ส. จำนวนสองคนเป็นอนุกรรมการ และเลขานุการ

และเป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะอนุกรรมการภาคประกอบด้วย

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคแต่ละภาคหรือผู้แทนเป็นประธาน

และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่เกินห้าคนเป็นอนุกรรมการ

ข้าราชการตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาคแต่ละภาคจำนวนสองคนเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ

และเป็นอนุกรรมการ และผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การประชุมของคณะอนุกรรมการต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอนุกรรมการตั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้อนุกรรมการที่มาประชุมเลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

อนุกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

การประชุมของคณะอนุกรรมการภาค

ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) พิจารณาจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล

(๒) ตีความในกรณีมีปัญหาการปฏิบัติตามระเบียบนี้

(๓) กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้

(๔) วินิจฉัยชี้ขาดกรณีมีข้อพิพาทเกี่ยวลับสิทธิของผู้ขอรับเงินสินบนและเงินรางวัล

(๕) เรียกเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือส่งมอบเอกสารที่อยู่ในครอบครอง

(๖) ระงับการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล และถ้าได้จ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลไปแล้วให้ผู้รับส่งคืนแก่สำนักงาน

ป.ป.ส. ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติคณะอนุกรรมการ

(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการป้องลันและปราบปรามยาเสพติดมอบหมาย

ในกรณีมีเหตุสมควรเพื่อประโยชน์แก่ราชการ

ให้ประธานคณะอนุกรรมการมีอำนาจกระทำการตามวรรคหนึ่งในนามของคณะอนุกรรมการและให้รายงานคณะอนุกรรมการทราบในการประชุมครั้งต่อไป

ในกรณีที่ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภาค

ให้คณะอนุกรรมการภาคมีอำนาจหน้าที่พิจารณาจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลตามข้อ ๑๘

และข้อ ๒๑ เฉพาะคดีที่ยาเสพติดของกลางเป็นแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ดไม่เกินห้าร้อยเม็ดหรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินห้าสิบกรัมแล้วแต่กรณี

และเป็นคำขอของหน่วยงานสังกัดราชการส่วนภูมิภาคระดับจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรแต่ละภาค

ให้นำความใน (๔)

(๕) (๖) และ (๗) มาใช้บังคับแก่คณะอนุกรรมการภาคโดยอนุโลม

มติคณะอนุกรรมการและคณะอนุกรรมการภาคที่วินิจฉัยให้ถือเป็นที่สุด”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การขอและการจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลสำหรับคดียาเสพติดที่มีการจับผู้ต้องหาหรือยึดยาเสพติดเป็นของกลางที่กระทำก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ก่อนการแก้ไขโดยระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖

พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นายกรัฐมนตรี

ธนวัชร/จัดทำ

๒๖

พฤษภาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐/ ตอนพิเศษ ๑๙ ง/หน้า ๑๕/๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินค่าสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_f629bb36ac3c4801

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com